เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 525 ก้าวข้าม

ตอนที่ 525 ก้าวข้าม

ตอนที่ 525 ก้าวข้าม


เฉินเฟยเข้าไปในสมบัติวิญญาณอีกครั้ง พบว่าปราณหยวนที่เก็บไว้เหล่านี้ไม่มีความเข้าใจลึกลับซับซ้อน จุดกึ่งกลางมังกรคชสารไม่ดูดซับมันเช่นกัน

เห็นชัดว่ามีเพียงพลังหลังผ่านการปรับแต่งของเจ้าของสมบัติวิญญาณแตกหักเท่านั้นที่ส่งเสริมการฝึกฝนของเฉินเฟย

ไม้บรรทัดหักนี้เปรียบเสมือนถังไม้เล็กซึ่งบรรจุน้ำได้เพียงเล็กน้อย มีเพียงน้ำในถังที่มีผลต่อเฉินเฟย

ส่วนที่ไหลออกมาจากถัง ไม้บรรทัดหักไม่สามารถทำอะไรได้

แน่นอนว่าพอเวลาผ่านไปปราณหยวนที่เก็บไว้เหล่านี้จะค่อยๆมีหลิงจี มันยังเป็นประโยชน์สำหรับการฝึกฝนเหมือนกับกระแสหยวนหลิงดั้งเดิม

แต่สิ่งนี้ต้องใช้เวลา เทียบกับปราณหยวนซึ่งตอนนี้ไม้บรรทัดหักปรับแต่งโดยตรง ประสิทธิภาพยังตามหลังอยู่มาก มันเป็นเพียงหลิงจีบางส่วนซึ่งช่วยเหลือเฉินเฟยได้จำกัด

“การฝึกฝนแบบนี้แพงเกินไปหน่อย!”

เฉินเฟยลูบคาง การฟื้นฟูหนึ่งครั้งต้องใช้ศิลาหยวนระดับกลางเจ็ดสิบสามก้อน หลังจากนั้นสามารถฝึกฝนได้หนึ่งชั่วยาม

ฝึกฝนหนึ่งชั่วยามต้องใช้ศิลาหยวนระดับกลางเกือบร้อยก้อน ช่างเป็นราคาที่สูงนัก

หลังจบศึกนองเลือด ศิลาหยวนระดับกลางที่ได้รับห้าร้อยก้อนเพียงพอสำหรับการฝึกฝนเจ็ดชั่วยามจะใช้ได้ไม่ถึงครึ่งวัน

แน่นอนว่าเฉินเฟยสามารถปล่อยให้ไม้บรรทัดหักฟื้นฟูอย่างช้าๆด้วยตัวเอง แม้จะไม่ดูดซับปราณหยวนฟ้าดิน ในพื้นที่เล็กควรฟื้นฟูปราณหยวนฟ้าดินได้

แต่สิ่งนี้ต้องใช้เวลาซึ่งมันค่อนข้างยาวนาน

ลองคิดดูแล้วจะรู้ว่าการรวบรวมปราณหยวนในศิลาหยวนระดับกลางเจ็ดสิบสามก้อนโดยไม่สามารถดูดซับในปริมาณมากจะต้องใช้เวลานานแค่ไหน

ระดับรวมทวารสูงสุดในสมาคมเชียนอวี่อาจค้นหาสมบัติวิญญาณอย่างบ้าคลั่งอยู่พักหนึ่ง อาจใช้เวลาหนึ่งปีหรือหลายปี

ในช่วงเวลานี้เป็นการดีสุดที่สมบัติวิญญาณจะอยู่ในสภาพนิ่งเฉย การใช้ศิลาหยวนระดับกลางในการฟื้นฟูเหมาะสมที่สุด ไม่อย่างนั้นความผันผวนของปราณหยวนที่มากขึ้นเล็กน้อยอาจทำให้เกิดปัญหาไม่จำเป็น

ท้ายที่สุดสมบัติวิญญาณดูดซับปราณหยวนกับมนุษย์ดูดซับปราณหยวนเพื่อฝึกฝนแตกต่างกันอย่างมาก

บางทีเฉินเฟยอาจไปทะเลเป็นครั้งคราวและปล่อยให้สมบัติวิญญาณดูดซับมัน แต่เรื่องแบบนี้มีความเสี่ยง ครั้งสองครั้งอาจไม่เป็นไร แต่หากทำหลายครั้งจะดึงดูดสายตาคนอื่นได้ง่าย

“ออกไปทะเล ใช้การสู้กับอสูรทะเลบังหน้า?”

ความคิดหนึ่งแวบเข้ามาในใจเฉินเฟย การสังหารอสูรทะเลนี้ไม่เลวเลย แต่ควรไปที่นั่นบ่อยแค่ไหน?

ความคิดต่างๆแวบขึ้นมาในใจ เริ่มคำนวณรายได้ของตัวเอง

ตอนนี้เฉินเฟยมีศิลาหยวนระดับกลางมากมาย หลังเฉินเฟยใช้และจ่ายค่าการทำให้เป็นแบบง่ายก็เหลือเพียงครึ่งหนึ่งที่ได้รับจากศึกนองเลือด

แต่การไปเมืองจักรพรรดิครั้งนี้ ตอนแรกสังหารนักพรตเทียนหยาง จากนั้นเจี่ยนจิ้นเซิง สุดท้ายคือสุยหมิงฮวาทั้งสาม

ต้องขอบคุณถุงเฉียนคุนที่ทำให้ห้าคนนี้พกศิลาหยวนติดตัวไม่น้อย นอกจากนี้ยังมีสมบัติเวทระดับต่ำที่พวกเขาใช้ มันสามารถนำไปขายเป็นศิลาหยวนได้

ตามการประมาณของเฉินเฟย หลังกลับจากการเดินทางไปเมืองจักรพรรดิ ยังไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่น เฉินเฟยสามารถขายถุงเฉียนคุนกับสมบัติเวทระดับต่ำเป็นศิลาหยวนระดับกลางได้มากกว่าสองพันก้อน

ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่เป็นเงินจำนวนมหาศาล สามารถนำไปใช้ฝึกฝนในสมบัติวิญญาณซึ่งอยู่ได้เกือบสามสิบชั่วยาม

หากใครในระดับรวมทวารขั้นต้นได้รับศิลาหยวนเหล่านี้ พวกเขาต้องคลั่งไคล้แน่นอนเพราะนี่เป็นเงินมหาศาล แต่ต่อหน้าสมบัติวิญญาณแค่นี้ยังไม่พอ

เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะฝึกฝนในสมบัติวิญญาณอย่างต่อเนื่อง ท้ายที่สุดทุกครั้งที่ฝึกฝนระยะหนึ่ง เฉินเฟยต้องหยุดพักเพื่อตกตะกอน

ความเข้าใจเหล่านั้นต่างจากการพัฒนาที่ได้รับจากแผงระบบซึ่งสามารถซึมซับได้โดยตรง สิ่งที่ได้รับจากการฝึกฝนในสมบัติวิญญาณ เฉินเฟยต้องใช้เวลาไตร่ตรองอย่างรอบคอบก่อนจะนับได้ว่าเป็นของตัวเอง

แต่ไม่ว่าจะไตร่ตรองมากเพียงใด ไม่ว่าจะตกตะกอนมากแค่ไหน สามสิบชั่วยามยังเป็นเวลาที่มาก เฉินเฟยอาจใช้มันทั้งหมดในเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน

และหากพูดให้สูงกว่านี้ ด้วยทัศนคติการฝึกฝนตามปกติของเฉินเฟย เขาอาจใช้เวลาสามสิบชั่วยามภายในสิบวัน

ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยยังต้องใช้เวลากินโอสถเพิ่มพลังหยวน

สมบัติวิญญาณช่วยเพิ่มความเข้าใจ ส่วนพลังหยวนเฉินเฟยยังต้องฝึกฝนด้วยตัวเอง โชคดีที่กระบี่เฉียนหยวนพัฒนาเป็นสมบัติเวทระดับกลาง ตอนนี้มันสามารถช่วยส่งเสริมการฝึกฝนของเฉินเฟยได้

แต่สุดท้ายยังต้องซื้อโอสถ การซื้อโอสถต้องใช้ศิลาหยวนซึ่งนับเป็นค่ายใช้จ่าย

ลองคำนวณดูแล้ว ศิลาหยวนหยวนระดับกลางมากกว่าสองพันก้อนบวกกับศิลาหยวนหลายร้อยก้อนที่เหลือจากก่อนหน้านี้จะไม่พอให้เฉินเฟยใช้

คนยากจนที่เป็นเจ้าของศิลาหยวนระดับกลางสามพันก้อน?

เฉินเฟยยิ้มกว้าง หากพูดเช่นนี้ระดับรวมทวารขั้นต้นคนอื่นคงตายด้วยความรู้สึกเจ็บปวด

เฉินเฟยจะไม่ยอมแพ้ต่อการฝึกฝนพลังหยวน ความเข้าใจของเส้นทางสู่ระดับรวมทวารสูงสุดหรือแม้กระทั่งระดับขุนเขาสมุทร แม้สิ่งเหล่านี้จะสำคัญ แต่ไม่ใช่สิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้

การเพิ่มการบ่มเพาะตัวเองเป็นเรื่องสำคัญที่สุดในตอนนี้

ถ้าการบ่มเพาะของเฉินเฟยอยู่ในระดับรวมทวารสูงสุด การใช้สมบัติวิญญาณจะไม่จำเป็นต้องเก็บเป็นความลับมากนัก เพราะขอบเขตต่ำเกิน เป็นเพียงระดับรวมทวารขั้นต้นเท่านั้น นั่นเป็นเหตุผลที่ต้องอกสั่นขวัญแขวน

สิ่งเดียวคือผลของสมบัติวิญญาณต่อจุดกึ่งกลางมังกรคชสารยากจะแทนที่ และนั่นคือสิ่งที่เฉินเฟยต้องการในตอนนี้

“จะเป็นอย่างไรหากไม่ดูดซับความเข้าใจและใช้มันกระตุ้นจุดกึ่งกลางมังกรคชสารเพียงอย่างเดียว”

ทันใดนั้นความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจ สมบัติวิญญาณมีพลังจำกัด มันถูกใช้ไปอย่างรวดเร็วเพราะความเข้าใจและพลังพิเศษ

แต่หากใช้ทั้งหมดเพื่อฝึกฝนสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ ไม่ใช่ว่าสามารถจะอยู่ได้นานกว่านี้หรือ?

นอกจากขอบเขตพลังหยวนซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุด ความแข็งแกร่งร่างกายเป็นสิ่งที่เฉินเฟยขาดไม่ได้เช่นกัน

ตอนนี้เฉินเฟยสามารถสังหารสามคนในระดับเดียวกันพร้อมกันด้วยตัวคนเดียว นอกจากมีความเข้าใจในวิชาต่างๆเพียงพอ ความแข็งแกร่งร่างกายเป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน

แค่ลองทำในสิ่งที่คิด เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิบนยอดเขา ไม่ดูดซับความเข้าใจเหล่านั้นอีก โคจรมังกรคชสารอัศจรรย์เต็มกำลัง ดูดซับพลังของสมบัติวิญญาณ

หนึ่งชั่วยาม สองชั่วยาม สามชั่วยาม

ห้าชั่วโมงผ่านไปในพริบตา

ในเวลานี้พลังในสมบัติวิญญาณหมดลง เทียบกับหนึ่งชั่วยามก่อนหน้านี้ ระยะเวลาเพิ่มขึ้นถึงสี่เท่า

เฉินเฟยยืนขึ้น สัมผัสถึงความแข็งแกร่งของร่างกาย ดวงตาเป็นประกาย

ก่อนหน้านี้เฉินเฟยลองใช้ศิลาหยวนระดับสูงฝึกฝนร่างกาย มันให้ผลดีขึ้น แต่มันได้ไม่คุ้มเสียเฉินเฟยจึงไม่ใช้วิธีนี้อีก

ตอนนี้ด้วยมูลค่าใกล้เคียงกับศิลาหยวนระดับสูง การพัฒนาของร่างกายเหนือกว่าแบบเดิมมาก

ตามการประมาณของเฉินเฟย การฝึกฝนสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ต้องใช้เวลาอย่างน้อยหลายปีหรือมากกว่าสิบปีถึงบรรลุระดับสมบูรณ์ นั่นคือความแข็งแกร่งร่างกายเทียบเท่าระดับรวมทวารขั้นปลาย

ตอนนี้การใช้สมบัติวิญญาณฝึกฝนครั้งละห้าชั่วยามช่วยลดเวลาลงได้อีก เฉินเฟยต้องใช้เวลาเพียงไม่กี่เดือนในการบรรลุผลที่ต้องใช้เวลามากกว่าสิบปี

สิ่งเดียวคือมีข้อบกพร่องเรื่องศิลาหยวน เกรงว่าเฉินเฟยต้องไปสังหารอสูรทะเลระดับสามหลายตัวที่ทะเลด้านนอกเพื่อชดเชยศิลาหยวนส่วนที่ขาดหาย

ห้าวันผ่านไปในพริบตา

ในห้าวันนี้เฉินเฟยไม่ได้ใช้สมบัติวิญญาณในการฝึกฝน แต่ใช้แผงระบบเพิ่มความชำนาญกระบี่สามชีวิตตัดเงา ในขณะเดียวกันใช้โอสถระดับสามฝึกฝนพลังหยวน

การพัฒนาร่างกายในชั่วข้ามคืนเป็นเรื่องยาก ในขอบเขตต่ำคงไม่ใช่ปัญหา แต่เมื่อไปถึงระดับรวมทวาร ทุกขั้นตอนในการพัฒนาร่างกายจะเป็นเรื่องยาก

หลังฝึกฝนเมื่อห้าวันก่อน ร่างกายเฉินเฟยยังตึงอยู่เล็กน้อย เลือดลมไหลเวียนไม่ราบรื่น นี่เป็นเพราะการพัฒนาอย่างกะทันหัน

อย่างน้อยต้องใช้เวลาอีกหลายวันก่อนจะเริ่มการฝึกฝนครั้งต่อไปได้

แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยสามารถฝึกฝนสยบมังกรคชสารอัศจรรย์ถึงระดับสมบูรณ์ภายในไม่กี่เดือน

ร่างกายเทียบเท่ากับระดัรวมทวารขั้นปลาย แม้ขอบเขตพลังหยวนของเฉินเฟยอยู่ในระดับรวมทวาร เมื่อรวมกับกระบี่เฉียนหยวนสมบัติเวทระดับกลาง โดยปกติแล้วระดับรวมทวารสามรอบซึ่งเป็นระดับรวมทวารขั้นกลางไม่มีทางรอดจากการสังหารของเฉินเฟยได้!

หลังเก็บตัวฝึกฝนเป็นเวลาห้าวัน เฉินเฟยออกจากห้องลับ มุ่งหน้าไปยังยอดเขาหลักสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

วันนี้เป็นเวลาที่เฉินเฟยจะเริ่มหลอมโอสถ บนยอดเขาหลักในขณะนี้ ศิษย์ภายในของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกำลังยืนรอเฉินเฟยอย่างเงียบๆ

สำหรับศิษย์ภายนอก พวกเขายังไม่มีคุณสมบัติยืนอยู่ที่นี่ แต่ตามจริงแล้วศิษย์ภายนอกบางคนที่ได้รับคัดเลือกจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมามีพรสวรรค์มากกว่าศิษย์แท้จริงชุดเดิมเสียอีก

บนยอดเขาหลักในขณะนี้ ไม่เพียงแค่มีศิษย์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเท่านั้น แต่ยังมีพันธมิตรหลายคนจากสำนักทลายวิญญาณและสำนักกระบี่เซียนเมฆา เมื่อรู้ว่าเฉินเฟยต้องการหลอมโอสถ พวกเขาจึงส่งคนไปชมพิธีเป็นพิเศษ

สำนักกระบี่เซียนเมฆารู้อยู่แล้วว่าเฉินเฟยรู้วิธีหลอมโอสถ แต่อีกสามสำนักไม่ได้รู้เรื่องนี้ด้วย

อย่างไรก็ตามวิชาลับต่างๆที่เฉินเฟยแสดงต่อหน้าฉินไห่ซานและคนอื่นได้สร้างภูมิต้านทานเรื่องน่าตกใจไว้แล้ว

สำหรับคนมีพรสวรรค์อย่างเฉินเฟย หากวันหนึ่งเฉินเฟยบอกว่าสามารถสร้างสมบัติเวทได้ พวกเขาคงคิดว่ามันไม่ใช่เรื่องแปลก

ในบรรดาคนจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่มาดูพิธี เว่ยซิงซานผู้นำยอดเขาโอสถมีสายตาซับซ้อนที่สุด ย้อนกลับไปตอนเฉินเฟยเป็นสมาชิกของสมาคมนักหลอมโอสถ

เมื่อเฉินเฟยเข้าร่วมสมาคมนักหลอมโอสถ การบ่มเพาะยังอยู่ในระดับหลอมกระดูก ในเวลานั้นเว่ยซิงซานอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

หลังผ่านไปหลายปีเฉินเฟยกลายเป็นระดับรวมทวาร ปราบปรามเขตไห่เฟิง เป็นผู้นำพันธมิตรห้าสำนัก ส่วนเว่ยซิงซานยังคงอยู่ในระดับรวมทวารขั้นปลายเหมือนเดิม

สิ่งนี้จะไม่ทำให้ผู้คนถอนหายใจได้อย่างไร?

หลายคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่เคยพบเฉินเฟย เฉินเฟยจึงใช้การหลอมโอสถครั้งนี้ในการแสดงตัวและเพิ่มความสามัคคีของสำนัก

“ตู้ม!”

ใช้พลังหยวนกระตุ้นเปลวไฟโดยตรง เปลวไฟพุ่งขึ้นฟ้าเข้าปกคลุมเตาหลอมโอสถ เฉินเฟยโยนหลิงอวิ้นและสมุนไพรวิญญาณทุกอย่างลงเตาหลอมโดยตรง

หลังผ่านมาหลายปี เฉินเฟยได้แสดงวิธีหลอมโอสถสุดขั้วนี้อีกครั้ง

เมื่อเห็นวิธีหลอมโอสถของเฉินเฟย ทุกคนบนยอดเขาหลัก ไม่ว่าจะรู้วิธีหลอมโอสถหรือไม่รู้วิธีหลอมโอสถล้วนมีร่องรอยความสงสัยในสายตา

ปรากฏว่านักหลอมโอสถใช้วิธีนี้ในการหลอมโอสถ?

ปรากฎว่าการหลอมโอสถสามารถทำแบบนี้ได้ด้วย?

จบบทที่ ตอนที่ 525 ก้าวข้าม

คัดลอกลิงก์แล้ว