- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 520 ไร้ทางรอด
ตอนที่ 520 ไร้ทางรอด
ตอนที่ 520 ไร้ทางรอด
เฉินเฟยโบกมือปัดกวาดทั้งสองคนซึ่งนอนจมอยู่บนพื้น หลังได้รับสมบัติเวทกับถุงเฉียนคุนสองอันก็ทะยานขึ้นฟ้าไป
เงาเสมือนร่างหนึ่งปรากฏด้านหลังเฉินเฟยจากนั้นรวมเข้ากับร่างเฉินเฟย ความเร็วของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เขาหายไปจากกลางอากาศทันที
เงาตัวแทน!
มันยกระดับท่าร่างของเฉินเฟยสู่ระดับรวมทวารขั้นต้นสูงสุดโดยตรง อย่างไรก็ตามเมื่อวิชาฝึกฝนหลักของเฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้น ส่วนเสริมที่เงาตัวแทนมอบให้ย่อมน้อยลงอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
สุดท้ายแล้วสิ่งที่ผสานในเงาตัวแทนคือเดินหนีสวรรค์ มันเป็นส่วนเสริมคงที่และไม่เพิ่มขึ้นตามการบ่มเพาะที่สูงขึ้นของเฉินเฟย
เว้นแต่เฉินเฟยจะพบวิชาร่างแยกที่คล้ายกัน เสริมพลังให้ความสามารถของเงาตัวแทนต่อไป
แต่สำหรับเฉินเฟยในตอนนี้ ส่วนเสริมเงาตัวแทนยังคงชัดเจน
สุยหมิงฮวาบินไปข้างหน้าด้วยความตื่นตระหนก ดวงตาเต็มไปด้วยความกลัว
สุยหมิงฮวาไม่เคยคิดเลยว่าระดับรวมทวารขั้นต้นสามคนจะพ่ายแพ้คนระดับเดียวกับ สองคนนั้นตายทันที ตัวเองต้องหนีด้วยความสิ้นหวัง
เพียงแค่ลังเลเล็กน้อย ในเวลานี้คงนอนนิ่งอยู่ตรงนั้น
หากอีกฝ่ายอยู่ในระดับรวมทวารขั้นกลางสุยหมิงฮวาคงไม่มีอะไรจะพูด แต่เห็นชัดว่าอีกฝ่ายอยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้น แล้วแข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร?
ยิ่งไปกว่านั้นอีกฝ่ายไม่ใช่หนึ่งในกองกำลังใหญ่ ไม่อย่างนั้นสุยหมิงฮวาทั้งสามจะไม่คิดฆ่าคนยึดทรัพย์สินตั้งแต่แรกและใช้วิธีอื่นแทน
สุยหมิงฮวาประสานมุทรา พลังหยวนในร่างกายเริ่มเดือดพล่าน
ทลายหยวนลึกล้ำ!
วิชาลับที่ใช้ในสถานการณ์สิ้นหวัง ตอนนี้สุยหมิงฮวาใช้เพื่อหลบหนีเพราะรู้ดีว่าแม้จะใช้วิชาลับก็ไม่ใช่คู่มืออีกฝ่าย
ใครจะทนต่อท่านต้องห้ามสองอย่างของอีกฝ่ายได้กัน ใรชีวิตนี้สุยหมิงฮวาไม่เคยต้องการเจอคนแบบนี้เลย มันน่ากลัวเกินไป
ทันใดนั้นสุยหมิงฮวาเกิดความรู้สึกบางอย่างในใจ หันกลับมามองด้านหลัง ดวงตาเบิกกว้างเล็กน้อย ไม่รู้ว่าเฉินเฟยอยู่ห่างไม่ไกลตั้งแต่เมื่อไหร่ ระยะห่างระหว่างทั้งสองใกล้เข้ามามากขึ้น
เห็นชัดว่าเขาใช้วิชาลับ คาดไม่ถึงว่าความเร็วยังไม่ดีเท่าอีกฝ่าย? นี่มันสัตว์ประหลาดแบบไหนกัน พลังต่อสู้แข็งแกร่งมาก แม้แต่ท่าร่างยังอยู่ในระดับชั้นยอด
“เป็นเรื่องเข้าใจผิด หวังว่าเก๋อเซี่ยจะไว้ชีวิต!” สุดหมิงฮวาตะโกนเสียงดัง
เฉินเฟยไม่พูดอะไรและยังคงลดระยะห่างต่อไป หากมีอะไรจะพูด หลังทุบตีเสร็จค่อยให้พูดในภายหลังก็ยังไม่สาย
สุยหมิงฮวาหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม หันมองไปรอบด้านพยายามหาคนช่วยตัวเอง
แต่ระดับรวมทวารมากมายต่างออกไปตั้งแต่เช้า พื้นที่ที่มีผู้คนมากที่สุดในเวลานี้คือสถานที่เดิมของเมืองจักรพรรดิ ในเวลานี้สุยหมิงฮวากำลังมองหาผู้คน แต่จะไปหาได้จากที่ไหน
“ตรงนั้น!”
สายตาหวาดกลัวของสุยหมิงฮวาเป็นประกายเล็กน้อย ห่างไปไม่ไกลนัก หมอกขาวลอยมาในอากาศ ภูเขาปรากฏในหมอกเหมือนมันไม่ได้อยู่ที่นั่น สุยหมิงฮวาแทรกซึมการรับรู้เข้าไปจนกระทั่งมืดบอดในระดับหนึ่ง มันคล้ายกับหมอกดำของสิ่งแปลกประหลาด
สุยหมิงฮวามีความสุขอย่างยิ่ง จุดรวมทวารในร่างกายสั่นอย่างรุนแรงเหมือนกำลังจะระเบิด ความเร็วท่าร่างเพิ่มขึ้นจนถึงระดับเป็นไปไม่ได้และรีบเข้าไปในหมอกทันที
“ภูเขาหมอก?” สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉยเมื่อเห็นสุยหมิงฮวารีบเข้าไปในสายหมอก
ภูเขาหมอกแห่งนี้อยู่ไม่ไกลจากเมืองจักรพรรดิเดิม นับเป็นสถานที่ค่อนข้างเป็นที่รู้จัก
มีข่าวลือว่าสถานที่แห่งนี้เคยเป็นหลุมฝังศพ เชลยศึกทุกคนที่ถูกประหารชีวิตในราชวงศ์ที่ผ่านมาล้วนถูกนำมาฝังที่นี่ พอเวลาผ่านไปสิ่งแปลกประหลาดได้ปรากฏในสถานที่นี้ หลังจากนั้นก็มีหมอกเพิ่มขึ้น
คนธรรมดาที่ก้าวเข้ามาจะรอดหนึ่งตายเก้า แม้โชคดีหนีออกมาได้ แต่สุดท้ายจะกลายเป็นบ้าและตายในที่สุด
ต่อให้เป็นนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย หากโชคไม่ดีคงไม่ได้กลับมา
สำหรับระดับขัดเกลาทวาร ไม่มีใครระดับขัดเกลาทวารคนไหนมาที่นี่ ภายในนั้นไม่มีทรัพยากรฝึกฝนอันมีค่า พวกเขาย่อมไม่เข้าไปหาเรื่องใส่ตัว
แม้ต้องการบางสิ่งก็สามารถให้นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายเข้าไปเอาแทน
ต่อให้บนภูเขาหมอกมีสิ่งแปลกประหลาด แต่แท้จริงไม่ได้แข็งแกร่งนัก บริเวณนั้นยังไม่มีคนอาศัย ดังนั้นจึงไม่ได้ดึงดูดผู้แข็งแกร่งคนใดมาปิดล้อมทำลาย
มีเพียงหมอกนี้ที่เป็นปาฏิหาริย์แท้จริง มันสามารถทำให้การรับรู้จิตวิญญาณมืดบอดระดับหนึ่ง นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมระดับขัดเกลาทวารจึงไม่เต็มใจเข้าไป
หากเผชิญกับอันตรายใดจะตอบสนองได้ช้า
เฉินเฟยไล่ตามสุยหมิงฮวาเข้าไปในสายหมอก
หลังเข้ามาในหมอก เสียงคลุมเครือดังขึ้นในหูเฉินเฟย เสียงสับสนอีกลักษณะหนึ่งของภูเขาหมอก
ตามจริงคนธรรมดาที่เดินเข้ามาไม่ได้เข้าไปลึกนัก จะหยุดอยู่ตรงนี้และเริ่มบ้าคลั่ง
ร่างสุยหมิงฮวาหายไป ทุกสิ่งรอบตัวถูกปกคลุมด้วยหมอกขาว ดูเหมือนว่าทั้งโลกเหลือเพียงเฉินเฟย ไม่มีสิ่งใดอีก
จิตวิญญาณเฉินเฟยไหลเวียน เสียงทั้งหมดหายไปทันที ใช้มือขวาดกรีดระหว่างคิ้ว ลำแสงส่องผ่านออกมาจากหว่างคิ้ว หมอกสลายไปเมื่อลำแสงส่องผ่าน
โลกทั้งใบกลายเป็นขาวดำโดยมีเส้นนับไม่ถ้วนกระจายอยู่ทั่ว เฉินเฟยหันไปมอง จ้องที่ตัวแทนของสุยหมิงฮวา
เฉินเฟยก้าวเท้าขวาไปข้างหน้าโดยวางฝ่าเท้าขึ้นไปในอากาศ ระลอกคลื่นแผ่กระจายไปใต้พื้นรองเท้า ทันใดนั้นเฉินเฟยค่อยๆจางหายไป
ห่างออกไปไม่กี่ลี้ ซุยหมิงหวาควบคุมลมปราณและซ่อนตัวอยู่ใต้ดินบนเนินเขา
มีสิ่งแปลกประหลาดระดับสองอยู่ในดิน สุยหมิงฮวาควบคุมสิ่งแปลกประหลาดจากนั้นกลมกลืนไปกับมันอย่างสมบูรณ์ ให้ลมปราณของสิ่งแปลกประหลาดปกคลุมตัวเอง
หากนักยุทธ์ขัดเกลาทวารทำเช่นนี้ นั่นเป็นการส่งตัวเองเข้าปากสิ่งแปลกประหลาด
แต่ด้วยการบ่มเพาะระดับรวมทวารของสุยหมิงฮวา ต่อให้ยืนนิ่งอยู่ตรงนั้น สิ่งแปลกประหลาดระดับสองก็ไม่กล้าทำอะไร
สิ่งแปลกประหลาดระดับสองนอนนิ่งอยู่ในดิน พลังประหลาดปกคลุมอยู่รอบด้าน ปกปิดลมปราณสุยหมิงฮวาได้อย่างสมบูรณ์ หมอกด้านนอกยังช่วยบดบังการรับรู้
พูดได้ในระดับหนึ่งว่าการซ่อนตัวของสุยหมิงฮวาในเวลานี้บรรลุถึงขีดสุด
ภูเขาหมอกครอบคลุมพื้นที่หลายสิบลี้ สำหรับระดับรวมทวารคงใช้เวลาสำรวจครู่เดียว แต่การตามหาคนในที่แห่งนี้ด้วยการรับรู้ที่มืดบอดเป็นเรื่องยากเกินไป
หลังบรรลุขั้นตอนนี้ ในที่สุดสุยหมิงฮวาก็ผ่อนคลายเล็กน้อย
สุยหมิงฮวาไม่มีแผนออกจากภูเขาในช่วงเวลาสั้นๆ ป้องกันไม่ให้อีกฝ่ายดักรออยู่ด้านนอก
เทียบกับความเป็นความตาย สุยหมิงฮวาสามารถรอได้หลายเดือน
ความคิดไม่ฟุ้งซ่านจิตวิญญาณสงบนิ่ง สุยหมิงฮวาค่อยๆเข้าสู่สภาวะแห่งความว่างเปล่า หลบหนีด้วยความตื่นตระหนก ตอนนี้เหมือนเกิดใหม่หลังภัยพิบัติ การขึ้นลงนี้ทำให้สภาพจิตใจสุยหมิงฮวาพัฒนาขึ้นไปอีก
สุยหมิงฮวายังเกิดความเข้าใจลึกซึ้งของวิชาฝึกฝนหลัก หากกลับไปเก็บตัวสักพักอาจมีโอกาสทะลวงระดับรวมทวารขั้นกลาง
“ชิ้ง!”
เสียงทะลวงผ่านอากาศแผ่วเบาดังขึ้น ทันใดนั้นสุยหมิงฮวาตัวแข็งทื่อ มองกระบี่ที่ปักเข้าหัวใจด้วยสายตาไม่อยากเชื่อ
สิ่งแปลกประหลาดระดับสองบนตัวสุยหมิงฮวาหายไปอย่างเงียบเชียบก่อนจะได้กรีดร้อง
สุยหมิงฮวามองเฉินเฟยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวและความสับสน ไม่รู้ว่าเฉินเฟยพบสถานที่นี้ได้อย่างไร และยังค้นพบเร็วมาก
นี่ไม่ควรเป็นสิ่งที่ระดับรวมทวารขั้นต้นทำได้ อีกฝ่ายทำอย่างไรกันแน่ นี่เป็นวิชาลับแบบไหน ทำไมคนนี้ถึงมีวิชาลับมากมายนัก!
อัจฉริยะในกองกำลังใหญ่ในดินแดนนี้ต่างศึกษาวิชาของสำนักและไม่เรียนรู้วิชาลับอื่นเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกรบกวน
เป็นผลให้คนนี้มีพลังต่อสู้น่าเหลือเชื่อ แถมยังมีวิชาลับอีกมากมาย ต้องฝึกฝนอย่างไรกัน?
ความคิดกวนใจนับไม่ถ้วนปรากฏในใจสุยหมิงฮวา ทว่าไม่มีใครตอบได้
เฉินเฟยขยับกระบี่เฉียนหยวนเล็กน้อย หยวนกระบี่ทะลวงผ่านร่างสุยหมิงฮวาทันที เพียงครู่เดียวสุยหมิงฮวาบาดเจ็บปางตาย เหลือลมหายใจไม่เท่าไหร่
เฉินเฟยชักกระบี่กลับ สุดหมิงฮวาเซล้มลง ใบหน้าซีดเซียว ชีพจรเหมือนใยแมงมุม
“อภัย...”
สุยหมิงฮวาเงยหน้าสบตากับเฉินเฟย ในดวงตาสุยหมิงฮวาเต็มไปด้วยความสับสน
หลังจากนั้นครู่หนึ่งความสับสนในดวงตาสุยหมิงฮวาหายไป เห็นแสงกระบี่วาบผ่าน โลกจมสู่ความมืด
กระบี่เฉียนหยวนส่งเสียงกึกก้อง ภายในหนึ่งวันมันได้ดูดซับแก่นแท้วิญญาณของระดับรวมทวารถึงสี่คน นั่นทำให้วิญญาณกระบี่เฉียนหยวนพัฒนาขึ้นมาก
เฉินเฟยโบกมือกวาดร่างสุยหมิงฮาวให้กลายเป็นผง เก็บถุงเฉียนคุนกับสมบัติเวทแล้วหายไป เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่กลางอากาศบนภูเขาหมอก
“ไข่มุกเทพทมิฬ?”
ไข่มุกสีดำสองเม็ดคล้ายอำพันปรากฏในมือ สีหน้าเฉินเฟยเต็มไปด้วยความครุ่นคิด
เฉินเฟยใช้วิชาจมสู่ฝันกับสุยหมิงฮวาก่อนสังหาร มีเพียงคนใกล้ตายเท่านั้นที่เฉินเฟยใช้วิชาจมสู่ฝันสำเร็จ
ตอนอยู่ในหมอกดำของเมืองจักรพรรดิ ตามจริงเฉินเฟยตั้งใจจะใช้มันกับนักพรตเทียนหยาง เฉินเฟยใจเต้นรัวเมื่อเห็นนักพรตเทียนหยางหลบหนีสู่ความว่างเปล่า
แม้ท่าร่างนี้ถูกทำลายโดยเนตรสวรรค์ แต่ไม่ได้หมายความว่าวิชาหลบหนีสู่ความว่างเปล่าไม่ดี เพียงแค่ท่าลับอย่างเนตรสวรรค์ซึ่งผสานวิชาเนตรหลายอย่างแข็งแกร่งเกินไป
แต่ตอนนั้นเวลากระชั้นชิดเกินไป เฉินเฟยยังไม่มั่นใจว่าระดับรวมทวารสูงสุดจะมาหาเมื่อไหร่ ดังนั้นจึงไม่มีทางเลือกนอกจากยอมแพ้
สุดท้ายแล้วแม้วิชาจมสู่ฝันรู้จักในชื่อความฝันคงอยู่นับพันปี แต่มันต้องใช้เวลาระยะหนึ่งในการแสดงและดูความฝัน ไม่อาจทำเสร็จได้ทันที
สำหรับมนุษย์ประหลาดนักพรตซีเหลียนกับเจี่ยนจิ้นเซิง คนหนึ่งในทะเลจิตสำนึกเต็มไปด้วยพลังประหลาดจึงไม่สามารถดึงเข้าสู่ความฝัน และอีกคนโดนมารเข้าแทรกทำให้ดึงเข้าสู่ความฝันได้ไม่ง่าย
วิชาจมสู่ฝันไม่สมบูรณ์ที่เฉินเฟยได้รับมีข้อจำกัดมากมาย ไม่สามารถใช้งานได้ตามต้องการ
แต่ตอนนี้เฉินเฟยพอใจแล้ว เพราะวิชาจมสู่ฝันทำให้เฉินเฟยได้รับประโยชน์เพียงพอ
“ความลับ!” ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกายเมื่อคิดถึงสิ่งเห็นในความฝันสุยหมิงฮวา
ความลับนี้ซ่อนอยู่ในทะเลอู๋จิ้น สุยหมิงฮวาถึงกับไม่มีวันลืม ภายในนั้นน่าจะมีสิ่งดีๆไม่น้อย
ความคิดหลายอย่างแวบขึ้นมาในใจเฉินเฟย ร่างกายวูบไหวหายไปจากจุดนั้น
หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยกลับไปยังบริเวณใกล้เคียงเมืองจักรพรรดิ พบว่าถงจ้งชิวกับฉินไห่ซานกลับมาแล้ว
ถงจ้งชิวมีบาดแผลบนร่างกาย ลมปราณอ่อนแอลงเล็กน้อย แต่ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม