- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 517 หยาบคาย
ตอนที่ 517 หยาบคาย
ตอนที่ 517 หยาบคาย
เฉินเฟยไม่ปฏิเสธและไม่สามารถปฏิเสธได้ คำพูดของเจียงซิวหมิงแสดงถึงคำสั่งในตัวเอง
ก่อนหน้านี้เจียงซิวหมิงเห็นเฉินเฟยอยู่ลึกเข้าไปในหมอกดำ ตอนนั้นไม่ได้สนใจมากนัก
ทว่าในเวลานี้เฉินเฟยมาถึงบริเวณขอบหมอกดำ เห็นชัดว่ามีวิชาลับในการค้นหาที่ดี
ก่อนหน้านี้เจียงซิวหมิงคิดว่าสามารถหาตำแหน่งสมบัติวิญญาณได้ด้วยตัวเอง แต่หลังจากค้นหามานาน เจียงซิวหมิงต้องยอมรับว่าความคิดก่อนหน้านี้มองโลกในแง่ดีเกินไปหน่อย
หากค้นหาแบบนี้ต่อไปอาจไม่ได้รับสิ่งใดเลย และคนอื่นอาจไปถึงที่สมบัติวิญญาณก่อนด้วยซ้ำ ดังนั้นเมื่อเห็นเฉินเฟยกับเจี่ยนจิ้นเซิง เจียงซิวหมิงจึงให้ทั้งสองเข้ามาช่วย
แม้เป็นเพียงระดับรวมทวารสองรอบ แต่ตอนนี้ไม่มีวิธีอื่นแล้ว ทำได้เพียงรักษาม้าตายเหมือนม้าเป็นเท่านั้น อย่างไรคงไม่มีอะไรเลวร้ายไปกว่าสถานการณ์นี้แล้ว
“น้อมรับคำสั่งผู้อาวุโส!” เฉินเฟยก้มหัวรับด้วยสายตาแปลกๆ
การติดตามเจียงซิวหมิงเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน อย่างน้อยจะไม่มีใครสงสัยว่าสมบัติวิญญาณอยู่กับตัวเอง
เมื่อมาถึงสถานที่นี้ เฉินเฟยพบว่าขอบเขตรอบนอกของหมอกดำหดตัว นั่นหมายความว่าพลังของสิ่งแปลกประหลาดกำลังจางหาย อันตรายในหมอกดำน้อยลง
ในสถานการณ์แบบนี้เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องรีบร้อนออกไป ในทางกลับกันยังเป็นเรื่องดีที่จะขจัดข้อสงสัยที่อาจเกิดขึ้นกับตัวเอง
ตามการคาดการณ์ของเฉินเฟย ระดับรวมทวารสูงสุดเหล่านี้จะไม่ยอมแพ้แน่นอนหากไม่พบสมบัติวิญญาณ เกรงว่าหลังจากหมอกดำสลายไป ระดับรวมทวารทั้งหมดจะถูกบังคับให้อยู่ต่อ
ไม่จำเป็นต้องรอถึงตอนที่หมอกดำสลายไป ตอนนี้ระดับรวมทวารสูงสุดคงรออยู่ด้านนอกหมอกดำแล้ว
ในสายตาระดับขุนเขาสมุทร สมบัติวิญญาณแตกหักซึ่งไม่สามารถเสียหายได้อีก เศษเสี้ยวหนึ่งอาจมีคุณค่า แต่มันมีข้อกำจัด
แต่ในสายตาระดับรวมทวารสูงสุด มันเป็นสมบัติล้ำค่า เป็นกุญแจที่อาจทำให้พวกเขาทะลวงผ่านระดับขุนเขาสมุทรได้
จะให้ประสบความสำเร็จอย่างแน่นอนคงเป็นไปไม่ได้โดยธรรมชาติ แต่ถ้าเพิ่มโอกาสสำเร็จได้เล็กน้อยยังทำให้มีความหวังมากมาย
ตราบใดที่มันเกี่ยวข้องกับระดับขุนเขาสมุทร แม้จะเพิ่มความหวังเพียงเล็กน้อย แต่นั่นเพียงพอแล้วที่จะทำให้พวกเขาแห่กันไป
ในสถานการณ์นี้ วิธีการหลายอย่างที่ไม่ได้ใช้ตามปกติอาจเข้ามามีบทบาทในการค้นหาสมบัติวิญญาณ
“ข้าไม่มั่นใจ ขอลองดูก่อน!” เจี่ยนจิ้นเซิงรู้สึกไม่แน่ใจเมื่อได้ยินคำพูดเจียงซิวหมิง ในขณะเดียวกันความชัดเจนที่เพิ่งฟื้นฟูกลับมาเริ่มถูกกัดเซาะอีกครั้ง
เป็นไปตามที่เจียงซิวหมิงพูดไว้ แม้เฉินเฟยไม่ได้สังหารเจี่ยนจิ้นเซิง สุดท้ายเกรงว่าต้องกลายเป็นปุ๋ยของสิ่งแปลกประหลาดและตายอยู่ในหมอกดำ
“เริ่มเลย!”
เจียงซิวหมิงเห็นสภาพของเจี่ยนจิ้นเซิงจึงชี้นิ้วไปที่กึ่งกลางคิ้วเจี่ยนจิ้นเซิง แสงกระบี่กวาดไปทั่วทะเลจิตสำนึกเจี่ยนจิ้นเซิง หมอกดำแยกออกเป็นสองส่วนแล้วสลายไป
จิตวิญญาณเจี่ยนจิ้นเซิงเบาลงทันที ในใจเกิดความรู้สึกโล่งสบาย ดวงตาฟื้นคืนความชัดเจนทันที
เจี่ยนจิ้นเซิงรู้ถึงสถานการณ์ของตัวเองจึงไม่กล้ารอช้า เริ่มสัมผัสถึงลมปราณสมบัติวิญญาณ
“ทางนั้น!”
เจี่ยนจิ้นเซิงสัมผัสอยู่ครู่หนึ่งก่อนชี้ไปทางขวา
เจียงซิวหมิงโบกมือขวา พลังหยวนเข้าห่อหุ้มเฉินเฟยทั้งสองและหายไปจากจุดนั้น เมื่อปรากฏตัวอีกครั้ง ทั้งสามอยู่เหนือหลิงอวิ้น
เจี่ยนจิ้นเซิงสัมผัสถึงลมปราณสมบัติวิญญาณ มันไม่ใช่ตัวสมบัติวิญญาณโดยธรรมชาติ ทว่าเป็นหลิงอวิ้นที่หลุดลอกจากสมบัติวิญญาณ
มองผิวเผินลมปราณทั้งสองนั้นเหมือนกัน แต่โดยพื้นฐานแล้วพวกมันต่างโดยสิ้นเชิง
เจียงซิวหมิงไม่แสดงสีหน้าใด จับหลิงอวิ้นด้านล่างไว้ในมือ พูดไม่ได้ว่าเจี่ยนจิ้นเซิงทำผิดพลาด แต่นี่ไม่ใช่ผลลัพธ์ที่เจียงซิวหมิงต้องการ
“แยกแยะความต่างระหว่างทั้งสอง ทำต่อไป!” เจียงซิวหมิงพูดย่างเคร่งขรึม
เจี่ยนจิ้นเซิงพยักหน้า จ้องมองลมปราณอยู่ตรงหน้าครู่หนึ่งจากนั้นใช้พลังของหมอกดำสัมผัสถึงลมปราณสมบัติวิญญาณอีกครั้ง
หากเจียงซิวหมิงไม่ได้ช่วย เจี่ยนจิ้นเซิงคงได้รับหลิงอวิ้นจำนวนมากด้วยการสัมผัสลมปราณสมบัติวิญญาณ
แต่หากไม่ใช่เพราะเจียงซิงหมิง เจี่ยนจิ้นเซิงคงโดนกระบี่ของเฉินเฟยสังหาร หรือรวมเข้ากับหมอกดำมากเกินไปจนกลายเป็นหุ่นเชิด
ในการรับรู้ของเจี่ยนจิ้นเซิง ลมปราณสมบัติวิญญาณมากมายปรากฏในระยะทางหลายลี้รอบด้าน แต่หลังจากตรวจสอบอย่างรอบคอบ พบว่าสิ่งเหล่านี้เป็นหลิงอวิ้นทั้งหมด ไม่ใช่สมบัติวิญญาณ
เจี่ยนจิ้นเซิงลืมตา หันไปมองเจียงซิงหมิงแล้วพูด “ทั้งหมดนี้เป็นหลิงอวิ้น ข้าสัมผัสไม่ได้ถึงลมปราณสมบัติวิญญาณ”
เจียงซิวหมิงขมวดคิ้ว รู้อยู่ว่าแล้วไม่ควรคาดหวังมากเกินไป แต่ดูเหมือนความหวังจะดับลงตั้งแต่เริ่ม
“ชี้ทางมา” เจียงซิวหมิงพูด
“ขอรับ ทางนั้น!”
เจี่ยนจิ้นเซิงชี้ทิศทางอย่างรวดเร็ว เจียงซิวหมิงหายตัวไปพร้อมกับทั้งสองอีกครั้ง เมื่อปรากฏตัวขึ้นก็มีหลิงอวิ้นลอยอยู่ด้านล่าง
เจียงซิวหมิงโบกมือเก็บหลิงอวิ้นแล้วหันไปมองเจี่ยนจิ้นเซิง เจี่ยนจิ้นเซิงรีบชี้ทางต่อทันที
หลิงอวิ้นช่วยเสริมการบ่มเพาะเจียงซิวหมิงไม่ได้ สำหรับความลับของระดับขุนเขาสมุทรที่มีอยู่ในนั้น เจียงซิวหมิงเองเข้าใจเรื่องผิวเผินเหล่านี้แล้ว
คนอย่างเจียงซิวหมิงซึ่งอยู่ในระดับรวมทวารสูงสุดต้องการข้อมูลระดับขุนเขาสมุทรที่ลึกซึ้งกว่านี้ เรื่องนี้ไม่สามารถแก้ไขด้วยหลิงอวิ้นเพียงเล็กน้อย พวกเขาจำเป็นต้องได้รับแกนหลักของสมบัติวิญญาณ
สำหรับการเพิ่มอายุขัยด้วยหลิงอวิ้น เจียงซิวหมิงกินโอสถเพิ่มอายุขัยอย่างอื่นแล้ว หลิงอวิ้นจึงไม่มีผล
ตอนนี้เจียงซิวหมิงเก็บหลิงอวิ้นเอาไว้ อย่างมากคือนำกลับไปให้คนของสำนักดาบสวรรค์
เดินไปมาหลายสิบที่ติดต่อกัน สิ่งที่ปรากฏในทุกที่คือหลิงอวิ้น ยังได้พบระดับรวมทวารอีกหลายคน แต่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสมบัติวิญญาณ
สีหน้าเจียงซิวหมิงยังคงสงบ หันไปมองเฉินเฟย เฉินเฟยใช้เนตรสวรรค์และพบลมปราณหลายแห่ง
เทียบเจี่ยนจิ้นเซิง ความเร็วในการค้นหาหลิงอวิ้นของเฉินเฟยนั้นช้ากว่ามาก สุดท้ายแล้วเจี่ยนจิ้นเซิงอาศัยความช่วยเหลือจากหมอกดำ ส่วนเฉินเฟยทำได้เพียงใช้เนตรสวรรค์ค้นหาเบาะแส
“เจียงซิวหมิง ทำไมเจ้าถึงพาสองคนนั้นมาด้วย”
เสียงหนึ่งดังขึ้น กงเจี้ยนหลันปรากฏขึ้นด้านข้าง เหลือบมองเฉินเฟยและจำได้ว่าเป็นรุ่นเยาว์ที่มีวิชาเนตรที่ดีซึ่งพบกันก่อนหน้านี้
กงเจี้ยนหลันหันไปมองเจี่ยนจิ้นเซิง สีหน้าขยับเล็กน้อย นางเห็นสิ่งผิดปกติของเจี่ยนจิ้นเซิง ในขณะเดียวกันยังเข้าใจความคิดของเจียงซิวหมิง
“ไม่มีประโยชน์เลย พบแค่หลิงอวิ้น ยังไม่พบสมบัติวิญญาณ” เจียงซิวหมิงส่ายหน้าแล้วพูด
ความสัมพันธ์ระหว่างสำนักดาบสวรรค์กับศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำค่อนข้างดี เมื่อวางแผนชิงสมบัติวิญญาณ พวกเขายังตัดสินใจอยู่ฝั่งเดียวกันก่อนด้วย
ดังนั้นเจียงซิวหมิงจึงไม่ปิดบังกงเจี้ยนหลัน เหตุผลหลักคือยังหาไม่เจอ มันไม่มีประโยชน์ที่จะปิดบัง
“ขอบเขตหมอกดำกำลังลดลง พวกเราออกไปด้านนอกและให้คนมารวมตัวกันเถอะ” กงเจี้ยนหลันคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนพูดเสียงทุ้ม
“ได้!” เจียงซิวหมิงพยักหน้าไม่คัดค้าน ห่อหุ้มเฉินเฟยทั้งสองแล้วรีบออกไปด้านนอก
เฉินเฟยไม่ขัดขืน ปล่อยให้เจียงซิวหมิงเป็นผู้นำ ในขณะเดียวกันเหลือบมองเจี่ยนจิ้นเซิงด้านข้าง
เจี่ยนจิ้นเซิงเพิ่งยืมพลังของหมอกดำเพื่อสัมผัสถึงลมปราณสมบัติวิญญาณ ในเวลานี้ความชัดเจนในดวงตาขุ่นมัวมาก
เจี่ยนจิ้นเซิงพยายามให้ตัวเองตื่น แต่เห็นชัดว่าการใช้ความแข็งแกร่งของตัวเองทำสิ่งนี้เป็นเรื่องยาก เนื่องจากไม่พบสมบัติวิญญาณ เจียงซิวหมิงจึงไม่มีความตั้งใจที่จะช่วยเจี่ยนจิ้นเซิงกำจัดสิ่งปนเปื้อน
เพียงครู่เดียวคนจำนวนหนึ่งพุ่งออกมาจากหมอกดำ กลางอากาศ ระดับรวมทวารสูงสุดมองลงมาจากตรงนั้น
เมื่อคนออกมาจากหมอกดำจะถูกเรียกให้รอในสถานที่กำหนดทันที
การกระทำนี้หยาบคายอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในเวลานี้มีระดับรวมทวารสูงสูดนับสิบยืนอยู่ตรงนั้น เจ้าต้องทนต่อความหยาบคายนี้แม้ไม่ต้องการก็ตาม
สุดท้ายแล้วนี่ไม่ใช่ความตั้งใจของกลุ่มเดียว แต่เป็นความต้องการของกองกำลังชั้นใหญ่ทั้งสิบ ต่อให้เป็นระดับรวมทวารขั้นปลาย ในเวลานี้ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกจากที่นี่
เจียงซิวหมิงเหลือบมองเฉินเฟยกับเจี่ยนจิ้นเซิง เดิมทีต้องการใช้ทั้งสองหาตำแหน่งโดยตรง พอลองคิดดูแล้วจึงตัดสินใจเก็บทั้งสองเอาไว้ก่อน
บางทีการหาลมปราณสมบัติวิญญาณในภายหลัง ด้วยการมีสองคนนี้อาจทำให้ตัวเองยืนยันว่าใครมีสมบัติวิญญาณได้เร็วกว่าหนึ่งก้าว
ระดับรวมทวารสูงสุดคนอื่นเหลือบมองทั้งสอง สายตาจ้องมองเจี่ยนจิ้นเซิงอยู่ครู่หนึ่ง ลมปราณมารเข้าแทรกของเจี่ยนจิ้นเซิงเด่นชัดเกินไป หลังคิดครู่หนึ่งก็เข้าใจแผนการของเจียงซิวหมิง
เฉินเฟยยืนอยู่กลางอากาศ มองหมอกสีดำครึ่งวงกลมด้านล่างหดตัวอย่างต่อเนื่อง เผยให้เห็นผืนดินปนเปื้อนจนกลายเป็นโคลน
เมื่อลมปราณหมอกดำหดตัวลง ระดับรวมทวารก็ปรากฏขึ้นมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้นถูกนำทางไปยังสถานที่รอ
สามชั่วยามต่อมา หมอกดำควบแน่นอยู่ในระยะหนึ่งลี้ก่อนหยุดนิ่ง
กงเจี้ยนหลันรีบเข้าไปในหมอกดำ ดึงระดับรวมทวารออกมาเรียงคน นอกจากระดับรวมทวารที่ถูกสังหารตาย คนอื่นล้วนอยู่ที่นี่แล้ว
ระดับรวมทวารของสิบกองกำลังยืนอยู่รอบนอก ปิดล้อมระดับรวมทวารคนอื่น ระดับรวมทวารสูงสุดสิบหกคนต่างมองลงมาจากด้านบน
แม้ระดับรวมทวารที่โดนปิดล้อมจะก่นด่าอยู่ในใจ แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมา
คนที่กล้าก้าวออกไปในเวลานี้อาจถูกสังหารทันทีเพื่อเป็นการเตือนผู้อื่น หลังมีชีวิตอยู่มานานจึงไม่มีใครทำแบบนั้น
บรรยากาศตึงเครียด สายตาระดบัรวมทวารสูงสุดสิบหกคนมองไปมาเหนือผู้คนด้านล่าง แต่พวกเขาไม่พบร่องรอยสมบัติวิญญาณแม้แต่น้อย
หากสมบัติวิญญาณคงอยู่จริง ในเวลานี้ไม่ว่าวิชาลับของใครจะทรงพลังแค่ไหนก็ไม่มีทางปกปิดได้อย่างสมบูรณ์
นั่นคือสมบัติวิญญาณ เป็นไปไม่ได้ที่พลังของระดับรวมทวารจะปกปิดมันได้อย่างสมบูรณ์ หากมีพลังแบบนั้นจริงต่อให้ไม่ใช่ระดับขุนเขาสมุทรก็คงห่างกันไม่มาก เป็นระดับรวมทวารสูงสุดที่สามารถทะลวงระดับขุนเขาสมุทรได้
และคนด้านล่างไม่สอดคล้องกับสิ่งนี้
ไม่มีใครแนะนำให้ค้นหาถุงเฉียนคุน หากก้าวไปถึงจุดนั้นย่อมเกิดความคิดไม่ตายไม่เลิกรา แม้ระดับรวมทวารสูงสุดสิบหกคนจะหยาบคาย แต่ยังไม่ไปถึงขั้นนั้น
เจียงซิวหมิงเหลือบมองเจี่ยนจิ้นเซิงกับเฉินเฟย รับรู้อย่างรอบคอบ แต่สุดท้ายก็ส่ายหน้า
“เป็นไปได้ไหมว่าออกไปจากแล้วที่นี่??” มีคนพูดเสียงเบา
“ข้าจะไปเฝ้าเส้นทางก่อน”
กงเจี้ยนหลันพูดประโยคหนึ่ง ทันใดนั้นร่างของนางกลายเป็นฟีนิกซ์ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า จากนั้นหายไปในพริบตา
ระดับรวมทวารสูงสุดคนอื่นยังคนเงียบ บางคนตามกงเจี้ยนหลินหายไปพร้อมกัน ในทางกลับกันคนอื่นยังมองไปด้านล่างโดยไม่ยอมแพ้
หนึ่งเค่อต่อมา ระดับรวมทวารสูงสุดจากไป ผู้คนด้านล่างอดไม่ได้ที่จะผ่อนคลาย
จนถึงตอนนี้หลายคนยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
เฉินเฟยมองเจี่ยนจิ้นเซิงด้านข้าง เจี่ยนจิ้นเซิงถึงกับตัวแข็งทื่อ