เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 506 หนึ่งกระบี่ดึงแม่น้ำสวรรค์

ตอนที่ 506 หนึ่งกระบี่ดึงแม่น้ำสวรรค์

ตอนที่ 506 หนึ่งกระบี่ดึงแม่น้ำสวรรค์


ตอนที่ตวนมู่เซียวได้รับวิชานี้ เขาฝึกฝนเพียงส่วนหนึ่งก็พบว่าฝึกฝนต่อไปได้ยาก ไม่ว่าพยายามแค่ไหนก็ไม่ก้าวหน้า

นอกจากข้อจำกัดในด้านความเข้ากันระหว่างตวนมู่เซียวกับเนตรตัดสิน สิ่งสำคัญกว่านั้นการฝึกฝนเนตรตัดสินต้องฝึกฝนร่วมกับวิชาอื่นเท่านั้นถึงจะบรรลุจุดสูงสุด

แต่ตวนมู่เซียวได้รับเพียงเนตรตัดสิน ยังไม่ได้วิชาส่วนเสริมอื่นเพิ่ม

เฉินเฟยมีแผงระบบจึงไม่ต้องการวิชาส่วนเสริม ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยต้องใช้เวลาฝึกฝนเนตรตัดสินอยู่นานกว่าจะบรรลุระดับรู้แจ้ง

เนตรตัดสินค่อนข้างคล้ายกับเนตรกระบี่หวนคืน ทั้งสองเกี่ยวข้องกับกฎแห่งกรรมบางอย่าง

เนตรกระบี่หวนคืนสามารถดึงลมหายใจที่เหลือจากในอดีต แม้ในปัจจุบันจะถูกทำลายไปแล้ว แต่เนตรกระบี่วนคืนสามารถดึงจากอดีตได้

ถ้านี่ไม่ใช่กฎแห่งกรรมแล้วจะเป็นอะไรได้อีก

เนตรตัดสินคล้ายคลึงกัน เพียงเห็นคนหนึ่งก็สามารถตัดสินข้อมูลมากมายเกี่ยวกับคนนั้นจากรายละเอียดบางอย่าง

สิ่งนี้ต่างจากการเนตรย้อนหลัง เนตรย้อนหลังตัดสินอนาคตโดยพิจารณาจากรายละเอียด สมเหตุสมผลและมีพื้นฐานที่ดี

และข้อมูลที่ตัดสินโดยเนตรตัดสิน บางครั้งไม่ได้เกี่ยวข้องแต่ยังแสดงผลให้เห็น

เดิมทีตวนมู่เซียวอาศัยเนตรตัดสินรับข้อมูลมากมายเกี่ยวกับเป้าหมายในการลอบสังหาร นี่คือสาเหตุที่ ตวนมู่เซียวยืนกรานมองเฉินเฟยด้วยตัวเองหลังจากรับภารกิจลอบสังหารเฉินเฟย

ตวนมู่เซียวเพียงต้องการยืนยันข้อมูลจองเฉินเฟยด้วยเนตรตัดสิน

น่าเสียดายที่ตวนมู่เซียวฝึกฝนล้มเหลวทำให้ได้รับข้อมูลจำกัด ก่อนจะหลบหนีไปยังโดนเฉินเฟยทุบตีจนบาดเจ็บสาหัส เฉินเฟยยังนำเงินเก็บทั้งชีวิตไปอีกด้วย

“มนุษย์ประหลาดตัวนั้นยังไม่ตายอีกหรือ?” ฉินไห่ซานพูดด้วยความประหลาดใจ

ฉินไห่ซานหาข้อมูลไว้มากมายก่อนมา เขาจึงรู้ด้วยว่ามีมนุษย์ประหลาดระดับรวมทวารขั้นต้นอยู่ในดินแดนนี้

ในเวลานั้นฉินไห่ซานรู้ว่ามนุษย์ประหลาดหนีไม่พ้นการตามล่าของผู้แข็งแกร่งสำนักใต้พิภพแน่นอน ผลคือมนุษย์ประหลาดตัวนี้มีความสามารถจริงๆ สามารถหลบหนีจากเงื้อมมือผู้แข็งแกร่งสำนักใต้พิภพได้

สำหรับเฉินเฟยที่บอกว่ามนุษย์ประหลาดตายแล้วหรือไม่ด้วยลมปราณ ฉินไห่ซานกับถงจ้งชิวคุ้นเคยกับเรื่องนี้แล้ว

ในระหว่างการต่อสู้ยึดธง วิชาลับที่เฉินเฟยฝึกฝนทำให้หลายคนตกตะลึง

หลังได้เห็นเฉินเฟยปราบห้าสำนัก ฉินไห่ซานจึงไม่มีอะไรจะพูดเกี่ยวกับพรสวรรค์ของเฉินเฟย อย่างมากเมื่อไปพบถงจ้งชิวเป็นการส่วนตัว ฉินไห่ซานอดไม่ได้ที่จะพูดตลกสองสามเรื่อง

ไม่รู้ว่าฉินไห่ซานรู้มาจากไหนว่าเฉินเฟยต้องการเข้าร่วมสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ถูกปฏิเสธโดยไม่ได้เข้าประตูภูเขาสำนักกระบี่เซียนเมฆาเลยด้วยซ้ำ

พอฉินไห่ซานได้รู้เรื่องนี้ เขาทั้งตกใจและสงสัยในความถูกต้องของข้อมูล

สำหรับพรสวรรค์ของเฉินเฟยที่เห็นได้ด้วยตาเปล่า ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาถูกหลอกด้วยกลอุบายหรือตาบอดเพราะบางสิ่งบางอย่าง? คนไม่ได้เข้าประตูภูเขาด้วยซ้ำ ช่างเป็นเรื่องเกินจริงนัก

หากเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นในสำนักทลายวิญญาณ ฉินไห่ซานจะฉีกคนคัดเลือกลูกศิษย์ทั้งเป็น หากเป็นแบบนี้ใครจะทนไหว

ถงจ้งชิวประหลาดใจเล็กน้อยเช่นกันเมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย นักพรตซีเหลียนแข็งแกร่งเกินไป ถึงกับหลบหนีจากเงื้อมมือสำนักใต้พิภพซึ่งเชี่ยวชาญในการสังหารความประหลาด

หากไม่ใช่เพราะสมบัติวิญญาณในเมืองจักรพรรดิ เกรงว่าคงไม่มีใครในดินแดนนี้สามารถยับยั้งนักพรตซีเหลียนได้

เฉินเฟยมองลมปราณในมือ ดวงตาสั่นไหวเร็วขึ้น ข้อมูลเล็กน้อยปรากฏในใจ

“อยากไปดูหรือไม่?” หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นมองฉินไห่ซานกับถงจ้งชิว

มีวิธีขจัดอันตรายต่อผู้คนได้ สุดท้ายแล้วบางสิ่งเช่นมนุษย์ประหลาดนั้นเป็นอันตรายต่อมนุษย์มากกว่าสิ่งแปลกประหลาด

หากสิ่งแปลกประหลาดไร้อาหารเลือด มันยังสามารถดูดซับปราณหยวนฟ้าดินเพื่อมีชีวิตอยู่และสามารถฝึกฝนได้ตามปกติ

ปราณหยวนฟ้าดินเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้สำหรับนักยุทธ์และสิ่งแปลกประหลาด

แต่สำหรับมนุษย์ปะหลาด หากไม่มีอาหารเลือดและสติปัญญาที่มีอยู่ในอาหารเลือด ฝั่งมนุษย์ของมนุษย์ประหลาดจะค่อยๆอ่อนแอลง สุดท้ายจะถูกฝั่งความประหลาดกลืนหายไป

ดังนั้นหากมีโอกาสสังหารมนุษย์ประหลาด เฉินเฟยจึงไม่รังเกียจที่จะมีส่วนร่วม

ยิ่งไปกว่านั้นหากปรับแต่งมนุษย์ประหลาดได้ มันสามารถเพิ่มความแข็งแกร่งของตัวเองได้มาก แม้มนุษย์ประหลาดจะมีความเป็นมนุษย์อยู่ แต่ส่วนใหญ่เป็นความประหลาดมากกว่า และยังเป็นความประหลาดที่ไม่ธรรมดาด้วย

แน่นอนว่าการไล่สังหารสิ่งแปลกประหลาดของสำนักใต้พิภพนั้นมีประโยชน์

ฉินไห่ซานกับถงจ้งชิวมองหน้ากัน รู้สึกหัวใจเต้นรวม ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด นักพรตซีเหลียนยังมีซากสมบัติเวทระดับสูงอยู่ในมือ

สิ่งนี้เพียงอย่างเดียวนับว่าเป็นสมบัติที่หายากสำหรับพวกเขา

เฉินเฟยมองสีหน้าทั้งสองและรู้ว่าพวกเขาหมายถึงอะไร เขายิ้มเล็กน้อย หันกลับไปและบินไปทางอื่นโดยมีฉินไห่ซานทั้งสองติดตามอย่างใกล้ชิด

หลังบินไปเกือบครึ่งชั่วยาม เฉินเฟยค่อยๆหยุดลง เมื่อมาถึงตรงนี้ลมปราณนักพรตซีเหลียนได้หายไปแล้ว

ลมปราณแผ่กระจายไปไกลและคงอยู่เป็นเวลานาน ต้องบอกว่ามนุษย์ประหลาดสร้างสิ่งปนเปื้อนต่อสิ่งแวดล้อมอย่างรุนแรง

นักยุทธ์หรือแม้แต่นักยุทธ์รวมทวารผ่านทางไป เมื่อเวลาผ่านไปลมปราณจะค่อยๆหายไปตามธรรมชาติ แต่สำหรับมนุษย์ประหลาด ความหนาวเย็นและความชื้นแบบนั้นเหมือนแทรกซึมเข้าไปในวิญญาณ

หลังจากนั้นไม่นาน พื้นดินของเมืองซ่างหวู่ยังกลายเป็นสีน้ำตาลเข้ม

เห็นชัดว่านักพรตซีเหลียนถูกไล่ล่าเมื่อสองเดือนก่อน แต่ลมปราณยังคงแพร่กระจายไปไกลก่อนจะหายไปในจุดนี้

ถงจ้งชิวกับฉินไห่ซานสัมผัสได้ว่าลมปราณมนุษย์ประหลาดหายไปจึงหันไปมองเฉินเฟย รอดูว่าเฉินเฟยต้องการทำอย่างไรต่อ

เฉินเฟยใช้นิ้วกระบี่มือขวาและกรีดระหว่างคิ้ว รอยแตกปรากฏระหว่างคิ้ว ช่วงเวลาต่อมา แสงสลัวส่องผ่านออกมา

เนตรสวรรค์!

ในอดีตเนตรกระบี่หวนคืน เนตรย้อนหลัง และศาสตร์มองดาวถูกผสานกันเพื่อสร้างวิชาดวงตาอันเป็นเอกลักษณ์ แต่ตอนนี้เพิ่มเนตรตัดสินเข้าไปด้วย ท่าลับจึงพลังทรงพลังมากขึ้น

แน่นอนว่าการใช้จิตวิญญาณของเฉินเฟยกลายเป็นเรื่องร้ายแรงเช่นกัน

เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ในขอบเขตการมองเห็น โลกทั้งใบกลายเป็นสีขาวดำโดยมีเส้นนับไม่ถ้วนสลับไปมา

เทียบกับเนตรสวรรค์อันเดิม เฉินเฟยสามารถมองเห็นเส้นเหล่านั้นมากขึ้นหลังผสานเนตรตัดสิน

เส้นบางแต่ละเส้นล้วนมีข้อมูลมหาศาล แต่ละเส้นสามารถทำให้จิตวิญญาณของเฉินเฟยแห้งเหือดได้ทันที

ดังนั้นเฉินเฟยจึงเพิกเฉยเส้นเหล่านี้และเลือกเส้นข้อมูลที่ต้องการ

เฉินเฟยหันไปมาจนกระทั่งพบเส้นบางสีดำ เส้นสีดำนี้ดูไม่สำคัญเมื่อเทียบกับเส้นอื่น ดังนั้นการใช้จิตวิญญาณของเส้นสีดำจึงอยู่ในช่วงที่เฉินเฟยรับได้

ฉินไห่ซานกับถงจ้งชิวมองแสงสลัวที่ส่งผ่านจากระหว่างคิ้วเฉินเฟย สายตาพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ

พอได้เห็นแสงนั้น หัวใจพวกเขารู้สึกเสียวซ่าเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าแสงนี้ส่งผลกระทบต่อจิตวิญญาณเฉินเฟยอย่างมาก

นี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาเห็นเฉินเฟยใช้วิชานี้ ในขณะเดียวกันยังเข้าใจอย่างคลุมเครือว่าเฉินเฟยเจอธงรบของอีกฝ่ายได้อย่างไรในการต่อสู้ยึดธง

“ไป!”

ร่างเฉินเฟยวูบไหวหายไปจากจุดนั้น ความเร็วของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นหลายส่วนเมื่อเทียบกับเมื่อครู่

จิตวิญญาณของเฉินเฟยหมดเร็วเกินไป ดังนั้นเฉินเฟยจึงต้องเร่งความเร็ว ไม่เช่นนั้นอาจมีปัญหากับจิตวิญญาณก่อนได้พบนักพรตซีเหลียน

แม้ในช่วงหลายปีที่ผ่านจะสังหารหัวใจประหลาดเสริมจิตวิญญาณ แต่การใช้อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ทำให้เฉินเฟยทนไม่ไหว

หนึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา แต่ยังคงไม่พบนักพรตซีเหลียน

ผ่านไปได้ครึ่งทาง เฉินเฟยต้องหยุดการใช้เนตรสวรรค์อย่างต่อเนื่องแลกเปลี่ยนไปใช้เป็นครั้งคราวแทน หลังกำหนดทิศทางแล้วค่อยเปิดใช้อีกครั้ง

ความยากของนักพรตซีเหลียนถึงกับเปิดโลกทัศน์ให้เฉินเฟยไม่น้อย ไม่น่าแปลกใจเลยที่สามารถหลีกเลี่ยงการไล่ล่าของสำนักใต้พิภพได้

เพื่อหลีกเลี่ยงสำนักใต้พิภพ นักพรตซีเหลียนไม่ควรอยู่ที่เดิมนานกว่าหนึ่งวัน จากนั้นจะย้ายไปที่อื่นทันทีโดยไม่หยุด

ลมปราณเย็นเยือกที่ติดตามได้นั้นถูกนักพรตซีเหลียนกวาดล้างไปแล้ว

แต่เฉินเฟยพบว่าศิษย์สำนักโลกใต้พิภพที่กำลังไล่ตามนักพรตซีเหลียนน่าจะอยู่ในระดับรวมทวารขั้นปลาย หลังไล่ตามนักพรตซีเหลียนไประยะหนึ่งและไม่มีผลลัพธ์จึงยอมแพ้ชั่วคราว

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายให้ความสำคัญกับหลิงอวิ้น

ระดับรวมทวารขั้นปลายไม่มีคุณสมบัติแย่งชิงสมบัติวิญญาณแตกหัก ดังนั้นหลิงอวิ้นจึงใช้งานได้มากกว่า

เทียบกับหลิงอวิ้น แม้คุณค่ามนุษย์ประหลาดของนักพรตซีเหลียนจะดี แต่เป็นเพียงคุณค่าที่ดีเท่านั้น เทียบกับหลิงอวิ้นจำนวนมากแล้วคุณค่ายังตามหลังอยู่มาก

หากใช้เวลากับนักพรตซีเหลียนมากเกินไป ผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลายกังวลว่าจะไม่มีเวลากลับไปแบ่งหลิงอวิ้น

สมบัติวิญญาณแตกหักถูกมองว่าเป็นสมบัติต้องห้ามโดยผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุด หลิงอวิ้นที่เล็ดลอดออกมาจากสมบัติวิญญาณถูกแบ่งให้กองกำลังต่างๆ

พวกเขาเก็บของใหญ่ไว้แล้ว ควรมอบสิ่งเล็กน้อยที่รั่วไหลออกมาเป็นน้ำซุปให้ผู้อื่น

หลังเดินและหยุดเป็นเวลาสามชั่วยาม เฉินเฟยหยุดอีกครั้ง

ฉินไห่ซานกับถงจ้งชิวมองแผ่นหลังเฉินเฟย หากพวกเขาไม่รู้ว่าเฉินเฟยคือใครและเคยความน่าทึ่งของเฉินเฟยมากเกินไป คงเป็นไปไม่ได้ที่พวกเขาจะติดตามเฉินเฟยในการค้นหาที่ผิดปกติเช่นนี้

เพราะพวกเขาเชื่อใจเฉินเฟยจึงเดินไปมาเป็นเวลาสามชั่วยามโดยไม่แสดงความคิดเห็น

“อยู่ตรงนั้น” เฉินเฟยมองแม่น้ำทงเทียนข้างหน้าและพูดเสียงเบา

หลังเดินไปมาเป็นวงกลมใหญ่ เฉินเฟยคิดไม่ถึงเลยว่านักพรตซีเหลียนจะอยู่ที่แม่น้ำทงเทียนซึ่งห่างจากเมืองซ่างหวู่เดิมหลายร้อยลี้

สมัยก่อนมีเรื่องราวในตำนานเกี่ยวกับแม่น้ำทงเทียน หนึ่งกระบี่ดึงแม่น้ำสวรรค์ นั่นทำให้คนหนุ่มสาวจำนวนมากที่มีความฝันด้านเส้นทางยุทธ์โหยหามัน

แต่ตอนนี้ไม่มีแม่น้ำทงเทียน มีเพียงมนุษย์ประหลาดเท่านั้น

แม่น้ำธรรมดาจะถูกปนเปื้อนหากโดนมนุษย์ประหลาดรุกราน แต่ตอนนี้แม่น้ำทงเทียนนี้ไม่มีสิ่งผิดปกติเลย

ไม่รู้ว่ามันเป็นวิชาลับของนักพรตซีเหลียน หรือยังคงเป็นความดีความชอบของสมบัติเวทระดับสูงแตกหัก

ใต้แม่น้ำทงเทียน ท่ามกลางก้อนกรวด ทันใดนั้นดวงตาหนึ่งเปิดขึ้น ดวงตาเป็นสีขาวสนิท มีเพียงม่านตาที่ตั้งตรงเหมือนเข็ม

**เนตรอุดรหวนคืน --> เนตรย้อนหลัง

จบบทที่ ตอนที่ 506 หนึ่งกระบี่ดึงแม่น้ำสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว