- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 504 ตัดเมือง
ตอนที่ 504 ตัดเมือง
ตอนที่ 504 ตัดเมือง
“ใช่ สมบัติวิญญาณแตกหัก!” ถงจ้งชิวพยักหน้า
“ที่แท้ก็เป็นสมบัติวิญญาณ” ดวงตาเฉินเฟยเต็มไปด้วยความประหลาดใจ
เฉินเฟยคิดว่ามีความลับอยู่ใต้เมืองจักรพรรดิ แต่คิดไม่ถึงว่าความลับจะใหญ่โตถึงขั้นมีสมบัติวิญญาณ แม้เป็นสมบัติวิญญาณแตกหัก แต่มันเหนือกว่าระดับสมบัติเวทไปมาก
เฉินเฟยเคยเห็นสมบัติวิญญาณสองอันในสมาคมเชียนอวี่ อันหนึ่งคือหอตระหนักรู้ อีกอันคือถ้ำเทวาไห่เยว่
ไม่ว่าเป็นอันไหนล้วนทำให้เฉินเฟยรู้สึกเทียบเคียงไม่ติด
เหมือนคนธรรมดามองขึ้นไปบนภูเขาจากตีนเขา สามารถสัมผัสถึงความไม่สำคัญของตัวเองและความยิ่งใหญ่ของภูเขาได้อย่างชัดเจน
ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน จากจุดนี้สามารถเข้าใจคุณค่าของสมบัติวิญญาณได้แล้ว
ด้วยความหนาแน่นของปราณหยวนฟ้าดินในอาณาเขตราชสำนัก ระดับรวมทวารขั้นกลางยังปรากฏได้ยาก มันยิ่งเป็นไปไม่ได้เลยที่สมบัติวิญญาณจะปรากฏ
“กระแสหยวนหลิงที่เกิดขึ้นทุกหลายปีคือสมบัติวิญญาณซ่อมแซมตัวเอง?” เฉินเฟยเงยหน้าขึ้นถาม
“ใช่ เพราะมันเสียหายจึงต้องการซ่อมแซมตัวเองตามสัญชาตญาณ แต่ความเสียหายร้ายแรงเกินไป ปราณหยวนที่ดูดซับไม่อาจเก็บไว้ได้ สุดท้ายหลุดลอยออกไป” ถงจ้งชิวตอบ
เฉินเฟยพยักหน้า ไม่น่าแปลกใจที่กระแสหยวนหลิงมีหลิงจี เพราะปราณหยวนฟ้าดินที่สมบัติวิญญาณดูดซับเอาไว้ปนเปื้อนด้วยคุณสมบัติบางอย่างของสมบัติวิญญาณ
ราชวงศ์ในราชสำนักควรพบสมบัติวิญญาณนานแล้ว ดังนั้นจึงสร้างเมืองจักรพรรดิไว้ที่นั่นเพื่อสมบัติวิญญาณอันนี้
ตอนนี้เวลาผ่านมาหลายร้อยปี สมบัติวิญญาณยังคงไม่ถูกนำออกไป
เพราะหากนำออกไป ราชวงศ์คงไม่แข็งแกร่งเท่าตอนนี้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงราชสำนักปล่อยให้เกิดกลุ่มกบฏเลย
แต่ถึงอย่างนั้นการสัมผัสใกล้ชิดกับสมบัติวิญญาณและยังเป็นสมบัติวิญญาณแตกหักที่ไร้เจ้าของ ผลประโยชน์ที่ได้รับจึงมีนับไม่ถ้วน
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการสืบทอดระดับรวมทวารของราชวงศ์จึงไร้สิ้นสุดไม่เคยขาดตอน แม้กระทั่งส่วนใหญ่ยังมีระดับรวมทวารมากกว่าหนึ่งคนในราชวงศ์
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาเกิดปัญหาบางอย่างซึ่งทำให้ราชวงศ์เริ่มได้รับแรงกดดัน เกรงว่าคงไม่มีใครเชื่อว่าไม่มีกองกำลังระดับรวมทวารอื่นรวมตัวกันเพื่อเติมเชื้อเพลิงให้กองไฟ
ตอนที่เฉินเฟยอยู่ในเมืองเซียนเมฆา เขายังอยู่ในระดับขัดเกลาทวารซึ่งไม่มีคุณสมบัติหรือช่องทางรู้ข้อมูลนี้ และเฉินเฟยไม่ได้สนใจเช่นกัน
เรื่องนี้ห่างไกลจากตัวเองเกินไป มันไม่มีประโยชน์ที่จะสนใจว่าทำไมราชวงศ์ถึงอ่อนแอลง!
หากไม่ใช่เพราะระดับรวมทวารของสมาคมเชียนอวี่ เรื่องสมบัติวิญญาณใต้เมืองจักรพรรดิอาจถูกระงับไว้ พูดได้ว่าในสมาคมเชียนอวี่มีระดับรวมทวารมากเกินไป นอกจากนี้ยังเคยเห็นว่าสมบัติวิญญาณมีลักษณะอย่างไร นั่นจึงทำให้พบสิ่งผิดปกติในเมืองจักรพรรดิทันที
ไม่เหมือนระดับรวมทวารในอาณาเขตราชสำนัก แม้กระทั่งสมบัติเวทสูงสุดอาจไม่เคยเห็นด้วยซ้ำ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสมบัติวิญญาณเลย
ต่อให้เดาความลับใต้เมืองจักรพรรดิได้ แต่เดาคือเดาและไม่สามารถตรวจสอบ ทั้งหมดนั้นจึงไร้ประโยชน์
เฉินเฟยโลภสมบัติวิญญาณเล็กน้อย แม้เป็นเพียงสมบัติวิญญาณเสียหาย แต่การครอบครองมันยังได้รับประโยชน์นับไม่ถ้วน
แต่สุดท้ายเฉินเฟยทำได้เพียงโลภสมบัติวิญญาณเสียหายเท่านั้น แม้กระทั่งเฉินเฟยยังต้องการมัน ระดับรวมทวารคนอื่นย่อมไม่มีข้อยกเว้น
ในสมาคมเชียนอวี่มีระดับรวมทวารขั้นปลายหรือแม้กระทั่งระดับรวมทวารสูงสุดไม่น้อย ในสายตาผู้แข็งแกร่งเช่นนั้น สมบัติวิญญาณเสียหายเป็นสิ่งที่ไม่อาจปล่อยมือ
สมบัติวิญญาณนี้เสียหายเกินไปจนไม่สามารถเก็บปราณหยวนฟ้าดิน เห็นชัดว่าเสียหายเกินกว่าจะซ่อมแซม ไม่เช่นนั้นผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรคงเคลื่อนไหว
แต่เพราะผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรรังเกียจที่จะไป ระดับรวมทวารสูงสุดจึงได้รับโอกาสครอบครองสมบัติวิญญาณนี้
กองกำลังใหญ่ทั้งสิบของสมาคมเชียนอวี่ล้วนมีระดับรวมทวารสูงสุด แม้กระทั่งบางกองกำลังยังมีมากกว่าหนึ่ง
เมื่อเทียบกับคนเหล่านี้ เฉินเฟยกลายเป็นเด็กน้อยไปเลย
ถงจ้งชิวนำเรื่องนี้มาบอกเฉินเฟย แน่นอนว่าถงจ้งชิวยังไม่ได้บ้าถึงขั้นให้เฉินเฟยไปแย่งชิงสมบัติวิญญาณเสียหาย
เพราะทั้งสองมาจากที่เดียวกัน การบ่มเพาะเท่ากัน ถงจ้งชิวจึงแบ่งปันข้อมูลนี้ให้
สามวันต่อมา ถงจ้งชิวกลับมาอีกครั้ง
“หยานซวนจีแห่งสำนักดาบสวรรค์เคลื่อนไหวแล้ว?” เฉินเฟยขมวดลงเล็กน้อย
หยานซวนจีเป็นคนรู้จัก แน่นอนว่าเฉินเฟยรู้จักอีกฝ่ายเท่านั้นซึ่งรู้จักหยานซวนจีเมื่อหนึ่งร้อยปีก่อน
โถงบันไดสวรรค์ในถ้ำเทวาไห่เยว่ เฉินเฟยท้าทายหยานซวนจีวัยหนุ่ม
ในเวลานั้นหยานซวนจีเป็นอัจฉริยะที่เก่งสุดในวัยเดียวกันและไม่มีใครหยุดยั้งเขาได้ หลังจากนั้นในโถงบันได เขาแพ้เฉินเฟยในกระบวนท่าเดียว
หยานซวนจียังไม่รู้เรื่องนี้ ไม่เช่นนั้นตอนนี้คงอยู่นอกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวพร้อมถือดาบอยู่ในมือ
ตอนนี้หยานซวนจีเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวารขั้นปลาย มีข่าวลือว่ากำลังทะลวงระดับรวมทวารสูงสุด หากประสบความสำเร็จ สำนักดาบสวรรค์จะมีระดับรวมทวารสูงสุดสองคนในเวลาเดียวกัน
“สามดาบทำลายค่ายกลเมืองจักรพรรดิ ไม่มีใครหยุดเอาไว้ได้!” ถงจ้งชิวพูดเสียงเบา
“สามดาบ เมืองจักรพรรดินับว่าแกร่งไม่แพ้กัน!”
เฉินเฟยพูดประโยคนี้จากใจจริง สามารถป้องกันสามดาบของระดับรวมทวารขั้นปลาย พลังของค่ายกลนี้เกินจริงไปมาก หากเป็นระดับรวมทวารขั้นต้นคนอื่น พวกเขาคงเหนื่อยล้าจนเลิกคิดเขย่าเมืองจักรพรรดิ
พูดอีกอย่างคือหากไม่มีเส้นทางสู่ทะเลอู๋จิ้น ไม่ว่าจะมีกบฏกี่คน ไม่ว่าระดับรวมทวารคนอื่นจะโลภเพียงใด คนในเมืองจักรพรรดิยังคงปลอดภัย
แต่น่าเสียดาย เมืองนี้ซึ่งยืนหยัดมาหลายร้อยปีถูกทำลายด้วยสามดาบของหยานซวนจี
“ต่อจากนั้นเป็นอย่างไร?” เฉินเฟยถามอย่างสงสัย
“หยานซวนจีไม่ได้ทำร้ายคนธรรมดา ทุกคนในเมืองจักรพรรดิแยกย้ายกันอย่างรวดเร็ว ราชวงศ์ไม่มีข้อยกเว้น” ถงจ้งชิวพูดด้วยรอยยิ้ม
เมื่อเผชิญกับผู้แข็งแกร่งเช่นหยานซวนจี แม้แต่ค่ายกลยังป้องกันไม่อยู่ ระดับรวมทวารขั้นต้นของราชวงศ์ย่อมไม่สามารถต้านทานหยานซวนจี
“ไม่มีคนอื่นหรือ?” เฉินเฟยถามด้วยความสงสัย
ระดับรวมทวารขั้นปลายแข็งแกร่งมาก สำนักดาบสวรรค์แข็งแกร่งมากเช่นกัน แต่ความแข็งแกร่งนี้ไม่ถึงระดับกดดันจนนอนราบ ในสมาคมเชียนอวี่ยังมีอีกเก้าสำนักที่แข็งแกร่งเทียบเท่าสำนักดาบสวรรค์
หากไม่มีสมบัติวิญญาณแตกหักก็ไม่มีเหตุผลที่ระดับรวมทวารอื่นจะนิ่งเฉย
“แน่นอนว่ามี แต่ไม่มีใครออกหน้า หยานซวนจีรอให้ฝูงชนแยกย้ายก่อนตัดเมืองจักรพรรดิในดาบเดียว เผยให้เห็นสมบัติวิญญาณที่ซ่อนอยู่ใต้ดิน สมบัติวิญญาณอยู่ในสภาพทรุดโทรม แต่ถึงอย่างนั้นสมบัติวิญญาณนี้ไม่สามารถนำออกไปได้”
“นำออกไปไม่ได้?”
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ในอดีตระดับรวมทวารของราชวงศ์ไม่สามารถนำสมบัติวิญญาณออกมา เฉินเฟยคิดว่าเพราะการบ่มเพาะไม่เพียงพอ ตอนนี้แม้กระทั่งหยานซวนจีซึ่งอยู่ระดับรวมทวารขั้นปลายยังไม่สามารถนำออกมา
ไม่ ไม่ใช่แค่หยานซวนจีเท่านั้น ในเวลานั้นผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุดคนอื่นต้องอยู่ด้วยและมีมากกว่าหนึ่งคน แต่ถึงอย่างนั้นสมบัติวิญญาณแตกหักยังคงอยู่
“หรือว่าสมบัติวิญญาณหลอมรวมกับผืนดิน?” เฉินเฟยนึกถึงความเป็นไปได้นี้
“ใช่ มันหลอมรวมกัน” ถงจ้งชิวมองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะเดาความจริงเรื่องนี้ได้
“เป็นเช่นนี้เอง”
เฉินเฟยมองถงจ้งชิว พบว่าสายตาถงจ้งชิวต่างไปเล็กน้อย เขาสงสัยว่ามีตัวแปรอื่นในเรื่องนี้หรือไม่?
แต่ถึงจะมีตัวแปรใด สมบัติวิญญาณนี้ยังร้อนเกินกว่าจะรับมือ หากไม่ได้อยู่ในระดับรวมทวารสูงสุด การรับมันจะนำไปสู่ความตาย แม้อยู่ในระดับรวมทวารสูงสุด ทว่าคนอื่นเห็นด้วยหรือไม่นั้นยังคงเป็นคำถาม
บางทีด้วยการสนับสนุนของสมบัติวิญญาณแตกหัก ผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุดเหล่านี้อาจมีความหวังก้าวสู่ระดับขุนเขาสมุทร
เมื่อทะลวงระดับขุนเขาสมุทรอย่างแท้จริง มันจะไม่ใช่หนึ่งในสิบกองกำลังของสมาคมเชียนอวี่อีกต่อไป แต่กลายเป็นการดำรงอยู่ที่เท่าเทียมกับเจ้าสมาคมเชียนอวี่
สิ่งนี้น่าเสี่ยงและน่าดึงดูดมาก
แต่เพราะมันน่าดึงดูดเกินไป ระดับรวมทวารสูงสุดคนอื่นย่อมสู้สุดกำลังเพื่อแย่งชิง เป็นไปไม่ได้ที่จะผ่อนปรน
“โดยปกติแล้วเมื่อสมบัติวิญญาณหลอมรวมกับผืนดินจะไม่มีทางแยกออก”
ถงจ้งชิวมองเฉินเฟยด้วยดวงตาสดใส พูดเสียงทุ้ม “แต่ในอีกสามเดือน กระแสหยวนหลิงจะปรากฏขึ้นอีกครั้ง ในเวลานั้นจะเกิดช่องว่างในจุดหลอมรวมของสมบัติวิญญาณกับผืนดินทำให้มีโอกาสนำออกมา”
“ผู้อาวุโสถง ท่านคงไม่ไปสู้ชิงมันใช่ไหม?” เฉินเฟยมองถงจ้งชิว พูดด้วยความเหลือเชื่อ
“เจ้าประเมินชายชราสูงไป สิ่งที่ข้าต้องการพูดคือเมื่อสมบัติวิญญาณถูกงัด หลิงอวิ้นมากมายจะหลุดลอยออกมา เป็นเรื่องปกติที่จะลอยไปไกลหลายสิบลี้” ถงจ้งชิวพูดด้วยรอยยิ้มขมขื่น
หลิงอวิ้น หากได้รับส่วนหนึ่งสามารถเพิ่มการบ่มเพาะ ความเข้าใจวิชา ปรับแต่งสมบัติเวท หรือแม้กระทั่งมีผลยืดอายุ ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด เป็นเรื่องง่ายที่จะยืดอายุขัยสิบปี ของดีแบบนี้เห็นได้ยากหรือแทบไม่มีให้เห็น
แต่ด้วยการงัดสมบัติวิญญาณอย่างรุนแรง บังคับให้สมบัติวิญญาณออกจากสถานะหลอมรวม สิ่งนี้ทำให้เกิดหลิงอวิ้นจำนวนมาก เนื่องจากมันรุนแรงมากจึงทำให้ระยะการตกห่างไกลเช่นกัน
เรื่องแบบนี้เคยเกิดขึ้นในทะเลอู๋จิ้นซึ่งถูกบันทึกไว้อย่างชัดเจน
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ขอให้เฉินเฟยสู้เพื่อสมบัติวิญญาณ ตอนนี้เฉินเฟยไม่ได้แข็งแกร่งขนาดนั้น หากไม่มีพลังต่อสู้เพื่อมัน นั่นย่อมเป็นการกระโดดเข้ากองไฟ
แต่ถ้าสู้เพื่อหลิงอวิ้นในบริเวณรอบนอก ความเสี่ยงจะลดลงมาก
การยืดอายุขัยและเพิ่มการบ่มเพาะไม่ได้ดึงดูดเฉินเฟยมากนัก แต่หลิงอวิ้นแฝงไปด้วยความลับของระดับขุนเขาสมุทร
นี่คือสิ่งที่ดึงดูดเฉินเฟย มันเป็นสิ่งน่าดึงดูดที่สุดด้วย
ระดับรวมทวารไม่เคยเป็นจุดจบของเฉินเฟย เฉินเฟยเชื่อเรื่องนี้มาโดยตลอด แต่ระดับขุนเขาสมุทรลึกลับเกินไป ในสมาคมเชียนอวี่มีระดับขุนเขาสมุทรเพียงสองคนเท่านั้น เฉินเฟยไม่มีโอกาสติดต่อระดับขุนเขาสมุทรด้วย
ตอนนี้วิชาหลายอย่างที่เฉินเฟยฝึกฝนได้อธิบายเนื้อหาบางส่วนของระดับรวมทวารสูงสุด แต่เนื้อหาเหล่านี้มีจำกัด
การอาศัยกระบี่รวมศูนย์ตัดเงาในเวลานี้เพื่อก้าวสู่ระดับรวมทวารสูงสุดยังเป็นเรื่องยาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับขุนเขาสมุทร
หนึ่งชั่วยามต่อมา ถงจ้งชิวจากไป เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย
สองเดือนผ่านไปในพริบตา
หลังฝึกฝนกระบี่รวมศูนย์ตัดเงาถึงระดับรู้แจ้ง ท่าร่างและพลังท่ากระบี่ของเฉินเฟยก็พัฒนาขึ้น
ในเขณะเดียวกันเฉินเฟย ถงจ้งชิว และฉินไห่ซานออกจากเขตไห่เฟิงพร้อมกัน ก้าวผ่านเส้นทางกลับไปยังเมืองเซียนเมฆา
เฉินเฟยลอยอยู่ในอากาศ มองพื้นดินใต้ฝ่าเท้า ในใจเกิดความรู้สึกอธิบายไม่ถูก
หลังจากไปไม่กี่ปีก็ได้กลับมาอีกครั้ง!