- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 486 ผู้สร้างโลก
ตอนที่ 486 ผู้สร้างโลก
ตอนที่ 486 ผู้สร้างโลก
ตวนมู่เซียวคิดจะหนีตั้งแต่รับกระบี่แรกแล้ว
ในการปะทะเมื่อครู่ สิ่งที่เฉินเฟยแสดงออกมาอยู่เหนือความคาดหมายตวนมู่เซียวโดยสิ้นเชิง
กระบี่อ่อนปัดผ่านเป็นรูปแบบป้องกัน ไม่มีการป้องกันแล้วโต้กลับ เพียงถ่ายพลังแล้วใช้โอกาสนี้หลบหนี
แต่เพียงกระบี่แรก ร่างกายตวนมู่เซียวถึงกับหยุดชะงัก ไม่สามารถถ่ายพลังขั้นพื้นฐานได้อย่างสมบูรณ์ ในสถานการณ์แบบนี้ การยืมแรงส่งหลบหนีเป็นแค่ความหวังสวยงาม
ในเวลานี้ไม่เหลือที่ว่างให้แสดงท่าร่างที่ภาคภูมิใจ
ตวนมู่เซียวไม่รู้ว่าเฉินเฟยโจมตีแบบนั้นกี่ครั้ง แต่ตวนมู่เซียวรู้ว่าตัวเองไม่สามารถป้องกันการโจมตีเช่นนี้ได้ตลอด
รูปแบบกระบี่อ่อนปัดผ่านอาจไม่พังทลาย แต่ร่างกายตวนมู่เซียวไม่อาจทนรับพลังสะสมต่อเนื่องซึ่งทำให้เกิดช่องโหว่
เมื่อเปิดเผยช่องโหว่ ความพ่ายแพ้ย่อมอยู่ไม่ไกล
ดวงตาตวนมู่เซียวขยับไปมา พอได้ยินคำพูดเฉินเฟยก็เห็นกระบี่สองของเฉินเฟยพุ่งเข้ามา
กระบี่ที่แทงออกมายังคงเหมือนกระบี่แรก แต่ในช่วงระหว่างแทง ทันใดนั้นมีพลังถล่มทลายแผ่มาจากตัวกระบี่
ดวงตาตวนมู่เซียวเบิกกว้าง พลังนี้มันอะไรกัน?
รวมทวารเปลี่ยนแปลงหนึ่งครั้งภายในสองปี ตวนมู่เซียวจำได้ ไม่รู้ว่าเฉินเฟยทำได้อย่างไร มันไม่สมเหตุสมผลเลย
พลังต่อสู้แข็งแกร่ง ทำให้คนที่เป็นรวมทวารเปลี่ยนแปลงสองครั้งต้องป้องกันอย่างสุดกำลัง ข้อมูลก่อนหน้านี้บอกว่าพลังต่อสู้ของเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก
แต่ไม่ว่าแข็งแกร่งแค่ไหนก็จำเป็นต้องมีเกณฑ์ขั้นต่ำ
แล้วกระบี่นี้หมายความว่าอย่างไร ยังไม่เห็นเฉินเฟยสะสมพลังด้วยซ้ำ มันเหมือนกระบี่แรกทุกอย่าง ทำไมลมปราณถึงได้น่ากลัวแบบนี้?
“อภัย...”
ตวนมู่เซียวพูดได้เพียงครึ่งเดียว กระบี่เฉียนหยวนก็ปรากฏตรงหน้า
จุดรวมทวารตวนมู่เซียวสั่นเทาอย่างรุนแรง เลือดไหลออกจากรูขุมขน อวัยวะภายในเหมือนระเบิดออก พริบตาเดียวดวงตาตวนมู่เซียวกลายเป็นสีแดงเลือด
“ตู้ม!”
อากาศสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ระลอกคลื่นซัดไปทุกทิศทาง เกาะที่อยู่ใกล้เล็กน้อยต่างพังทลายจมสู่ก้นทะเล
“พรู่ด!”
ตวนมู่เซียวพ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปาก จิงชี่เสินลดถึงจุดต่ำสุดทันที ปลายกระบี่เฉียนหยวนแทงเข้าหูตวนมู่เซียว
เฉินเฟยขยับกระบี่เฉียนหยวนออกมาหลายเฟิน ในขณะนี้กระดูกตวนมู่เซียวแหลกละเอียดไปแล้ว เมื่อหยวนกระบี่ในช่องมิติซ้อนทับ พลังโจมตีเมื่อครู่เข้าถึงสถานะน่ากลัวอย่างยิ่ง
โชคดีที่กระบี่เฉียนหยวนพัฒนาเป็นสมบัติเวทระดับต่ำ หากยังเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูงสุดอยู่ คาดว่าการโจมตีเมื่อครู่คงทำลายกระบี่เฉียนหยวนไปด้วย
“ปัก!”
เฉินเฟยเอียงกระบี่กระแทกหัวตวนมู่เซียวจนหมดสติไป
เฉินเฟยจงใจไม่สังหารตวนมู่เซียวเพราะต้องการดูว่ามีผู้อยู่เบื้องหลังคนที่ติดตามตัวเองอย่างไร้เหตุผลหรือไม่
เฉินเฟยคว้าคอตวนมู่เซียวด้วยมือซ้าย ร่างวูบไหวหายไปจากจุดนั้น
ครึ่งชั่วยามต่อมา ในถ้ำบนเกาะ เฉินเฟยโยนตวนมู่เซียวลงบนพื้น
ตวนมู่เซียวกลิ้งไปหลายครั้งจนกระทั่งชนผนังจึงหยุด
“ในเมื่อตื่นแล้ว จงบอกเรื่องที่ข้าอยากรู้มาให้หมด” เฉินเฟยมองตวนมู่เซียวและพูดเสียงทุ้ม
ตวนมู่เซียวไม่พูดอะไรเหมือนกำลังหมดสติ
กระบี่เฉียนหยวนสั่นเล็กน้อย ลมปราณดุดันปกคลุมทั่วถ้ำ จิตสังการที่เย็นไปถึงกระดูกล็อคตัวตวนมู่เซียวอย่างสมบูรณ์
“เก๋อเซี่ย นี่เป็นเรื่องเข้าใจผิด!”
ตวนมู่เซียวลืมตา ปีนขึ้นมาอย่างอ่อนแรงและมองดูเฉินเฟยอย่างจริงใจ
“ดูเหมือนเจ้าไม่ต้องการพูด” เฉินเฟยไม่สะทกสะท้าน
“ไม่ใช่ว่าไม่อยากพูด แต่ข้า...”
ก่อนตวนมู่เซียวจะพูดจบ ทันใดนั้นก็เงยหน้าขึ้นส่งเสียงคร่ำครวญ
ในทะเลจิตสำนึกตวนมู่เซียว ดาบโลหิตซึ่งเปลี่ยนมาจากจิตวิญญาณจางลง ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส เป็นธรรมดาที่จิตวิญญาณไม่ปลอดภัย ในขณะนี้แสงกระบี่ของกระบี่ตัดทมิฬสะท้อนเงาตัดดาบโลหิตของตวนมู่เซียวอย่างต่อเนื่อง
ดาบโลหิตของตวนมู่เซียวทนรับหนึ่งกระบี่สิบกระบี่ได้ แต่ตวนมู่เซียวไม่อาจทนรับกระบี่ตัดทมิฬโจมตีอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะตอนนี้ที่ร่างกายได้รับบาดเจ็บสาหัส
เพียงครู่เดียวตวนมู่เซียวเริ่มร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวด ดาบโลหิตในทะเลจิตสำนึกเต็มไปด้วยรูโหว่ แต่ถึงอย่างนั้นยังมีแสงกระบี่ทะลวงผ่านทะเลจิตสำนึกตลอดเวลา
ตวนมู่เซียวตกอยู่ในความสับสน เขาได้รู้เรื่องน่าเหลือเชื่อมากมายของเฉินเฟย
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งที่พูดก่อนหน้านี้ แค่ในตอนนี้ ทักษะจิตวิญญาณไร้สิ้นสุดพวกนี้มันอะไร? พวกเขาต่างเป็นระดับรวมทวาร ทักษะจิตวิญญาณของเฉินเฟยพังทลายลงกลับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
ตวนมู่เซียวรู้ข้อมูลเฉินเฟยเป็นอย่างดี โดยเฉพาะหลังติดตามสังเกตหนึ่งชั่วยาม ตวนมู่เซียวคิดว่าสิ่งที่เขาต้องการในการลอบสังหารเฉินเฟยคือโอกาส
ตอนนี้ตวนมู่เซียวเท่านั้นที่ตระหนักได้ว่าความคิดของตัวเองไร้สาระเพียงใด แต่น่าเสียดายที่ตวนมู่เซียวไม่มีโอกาสได้เสียใจ
“ค่อก!”
ตวนมู่เซียวพ่นเลือดออกมาเต็มปาก ไม่เพียงเท่านั้น เลือดยังไหลออกจากทวารทั้งเจ็ด จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกใกล้แตกสลาย หากออกแรงอีกนิดคงแตกสลาย
เฉินเฟยเดินไปหาตวนมู่เซียว ตวนมู่เซียวเงยหน้ามองเฉินเฟย ทั้งสองสบตากัน
ตวนมู่เซียวหลบสายตาโดยไม่รู้ตัว พอมองอีกครั้งก็เห็นเฉินเฟยหันหลังจากไป
ตวนมู่เซียวล้มลงกับพื้นราวกับได้เกิดใหม่ สัมผัสเย็นของหินทำให้ตวนมู่เซียวรู้สึกว่าตัวเองรอดตาย
ตวนมู่เซียวมองเฉินเฟยจากไป รวบรวมพลังหยวนเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในร่างกายอย่างเงียบๆ
ร่างกายบาดเจ็บสาหัส จิตวิญญาณเสียหายอย่างรุนแรง แต่ตวนมู่เซียวไม่ละทิ้งความหวังในการมีชีวิตรอด ตราบใดที่ยังมีโอกาส ตวนมู่เซียวจะสู้เพื่อมัน
ในระหว่างเหม่อลอย ตวนมู่เซียวรู้สึกว่าอาการบาดเจ็บหายดีขึ้นเล็กน้อย แต่ตวนมู่เซียวซ่อนมันไว้โดยไม่เปิดเผยอะไรเลย
เฉินเฟยมาสอบปากคำตัวเองเป็นครั้งคราว ตวนมู่เซียวบอกเพียงสิ่งที่แต่งขึ้นโดยไม่เปิดเผยตัวตนแท้จริง
ไม่ใช่ว่าตวนมู่เซียวกระดูกแข็ง แต่ตวนมู่เซียวรู้ดีว่าเมื่อบอกความจริง สิ่งที่รออยู่คือความตาย
ไม่มีใครแสดงความเมตตาต่อคนที่ต้องการสังหารตัวเอง ถ้าตวนมู่เซียวไม่พูดความจริงก็ยังมีโอกาสรอด
ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการบาดเจ็บหรือเปล่า ตวนมู่เซียวไม่ค่อยตื่นตัวมากนัก ส่วนใหญ่จะหลับลึก ดังนั้นตวนมู่เซียวจึงรู้สึกว่าเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว
เหมือนหลายวันผ่านไปในพริบตา ตวนมู่เซียวใช้โอกาสนี้ฟื้นฟูอาการบาดเจ็บในร่างกายหลายส่วน
“ตู้ม!”
ด้านนอกถ้ำ ทันใดนั้นเสียงรุนแรงดังขึ้น ตวนมู่เซียวได้ยินเสียงคำรามของเฉินเฟย ไม่นานักเสียงเฉินเฟยหายไป ความผันผวนจากการต่อสู้ไกลออกไปมากขึ้น
ตวนมู่เซียวฟังอยู่ครู่หนึ่ง พอยืนยันว่าการรับรู้ของตัวเองถูกต้องจึงลุกขึ้นจากพื้น
ด้วยพลังหยวนที่ฟื้นคืนมาเล็กน้อย เช่นเดียวกับคนขายเนื้อขนวัว เขาฝ่าข้ามข้อจำกัดที่กำหนดโดยเฉินเฟย ตวนมู่เซียวฟื้นความแข็งแกร่งขึ้นมาเล็กน้อย
ตวนมู่เซียวรีบหนีออกจากถ้ำโดยไม่กล้ารอช้า แน่นอนว่าไม่เห็นเฉินเฟยเลย
ตวนมู่เซียวระงับความสุขในใจแล้วกระโดดลงไปในทะเล เขาต้องการใช้น้ำทะเลล้างลมปราณและร่องรอย ตราบใดที่เวลาผ่านไปมากพอ แม้เฉินเฟยกลับมาในภายหลังก็ไม่มีทางหาเขาพบ
ตวนมู่เซียวพุ่งไปตลอดทาง ไม่กี่ชั่วโมงต่อมา ตวนมู่เซียวปรากฏบนเกาะแห่งหนึ่ง
ตวนมู่เซียวฝังตัวเองอยู่ในใจกลางภูเขาแห่งหนึ่งอย่างสมบูรณ์ โคจรวิชาลมหายใจเต่าเพื่อฟื้นฟูอาการบาดเจ็บ
ไม่รู้ผ่านไปนานเท่าไหร่ ตวนมู่เซียกค่อยๆลืมตาขึ้น พบว่าอาการบาดเจ็บของตัวเองดีขึ้นมาก ฟื้นตัวอาการบาดเจ็บสาหัสปางตายก่อนหน้านี้
บนเกาะแห่งนี้ไม่มีคนอาศัยอยู่จึงไม่มีใครรบกวนตวนมู่เซียว
เมื่ออาการบาดเจ็บหายดีถึงระดับนี้ ความตึงเครียดของตวนมู่เซียวจึงสงบลง การฟื้นตัวอย่างต่อเนื่องใช้เวลานาน ตวนมู่เซียวต้องการโอสถรักา
“เฉินเฟย!”
ตวนมู่เซียวคิดถึงประสบการณ์ของตัวเอง ดวงตาหรี่ลงราวกับงูพิษ
“กลับไปนิกายเงาก่อน ด้วยความแข็งแกร่งของมัน ตอนนี้ข้าคงไม่สามารถสังหารได้ แต่มีคนสังหารมันได้แน่นอน!”
ความคิดหนึ่งแวบขึ้นมาในใจตวนมู่เซียว เขาลอยขึ้นฟ้าบินไปทางตะวันตกเฉียงใต้โดยตรง
หลังบินไปห้าชั่วยาม ตวนมู่เซียวมาถึงดินแดนสุ่ยหลางไห่ ร่อนลงไปในเมืองป๋อไห่
เมืองป๋อไห่ไม่ใช่เมืองใหญ่ในดินแดนสุ่ยหลางไห่ ผู้ควบคุมเมืองป๋อไห่เป็นสำนักที่มีระดับรวมทวารขั้นต้น
ตวนมู่เซียวเดินไปข้างหน้า หยุดหน้าหอใจกลางเมืองแล้วเดินเข้าไป
“ท่านลูกค้ามีอะไรให้รับใช้?” เจ้าของร้านเห็นตวนมู่เซียวจึงเดินเข้าหาอย่างกระตือรือร้น
“ฟันทะเล!” ตวนมู่เซียวพูดอย่างใจเย็น
“ขอรับ เชิญมาทางนี้” รอยยิ้มเจ้าของร้านสดใสยิ่งกว่าเดิมเมื่อได้ยินคำพูดตวนมู่เซียว เขาพาตวนมู่เซียวไปสวนหลังบ้านเป็นการส่วนตัว
ครู่ต่อมา ตวนมู่เซียวยืนอยู่ในห้องลับพร้อมกล่องเหล็กวางอยู่ในห้อง
มีแสงลอดมาจากกล่องเหล็ก เห็นได้ชัดว่ามีค่ายกลอยู่ในนั้น ตราบใดที่วิธีถอดค่ายกลไม่ถูกต้อง ไม่เพียงแค่ไม่สามารถเปิดกล่องเหล็กได้ แต่ของด้านในยังถูกทำลายจนไม่เหลือชิ้นดี
หอนี้เป็นสมบัติของนิกายเงา ตวนมู่เซียวเก็บบางสิ่งไว้ที่นี่ ตอนนี้เขาต้องการนำมันออกมาจากนั้นไปรายงานสถานการณ์ที่นิกายเงา
ตวนมู่เซียวยืนอยู่หน้ากล่องเหล็ก ประสานมือมุทรา ค่ายกลบนกล่องเหล็กทำงานเร็วขึ้นราวกับมันกำลังจะระเบิด แต่ไม่นานนักแสงของค่ายกลอ่อนลงและหายไป
ตวนมู่เซียวเปิดกล่องเหล็ก หยิบขวดโอสถออกมาด้วยรอยยิ้ม
ขณะที่ตวนมู่เซียวกำลังมองโอสถ นอกหอหรือพูดอีกอย่างคือบนท้องฟ้า ใบหน้ามนุษย์พร่ามัวขนาดใหญ่มองลงมาที่นี่ มองเห็นทุกสิ่งได้อย่างชัดเจน
วิชาจมสู่ฝัน!
เฉินเฟยเป็นเหมือนผู้สร้างโลก รอยยิ้มพลันปรากฏบนใบหน้าเมื่อเห็นทุกสิ่งที่ตวนมู่เซียวทำ