เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 477 เนตรสวรรค์

ตอนที่ 477 เนตรสวรรค์

ตอนที่ 477 เนตรสวรรค์


“พวกเขาไล่ตามมา? ลมปราณธงรบหายไปแล้ว มีคนเอาธงรบออกไปคนเดียว?”

ความคิดหลายอย่างแวบขึ้นมาในใจ เฉินเฟยค่อนข้างมั่นใจเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้น

อีกฝ่ายทำแบบนั้นอย่างไม่ต้องสงสัย ท้ายที่สุดการแข่งขันครั้งนี้คือการยึดธง การยึดธงเป็นกุญแจสำคัญแท้จริง ส่วนการกำจัดคนเป็นเพียงกระบวนการ ไม่ใช่ผลลัพธ์สุดท้าย

การไม่พบเฉินเฟยทั้งสี่เป็นเวลานานทำให้พวกโม่สืออี๋กังวลจนต้องเลือกทำแบบนี้ สุดท้ายแล้วลมปราณธงรบแข็งแกร่งเกินไป พวกเขาไม่สามารถปกปิดมันได้

เฉินเฟยสั่นจี้หยกที่เอว ฉินไห่ซานทั้งสามปรากฏตัวด้านข้าง เฉินเฟยโบกมือขวากำจัดลมปราณในจุดนั้นแล้วทั้งสี่ก็หายตัวไป

ฉินไห่ซานทั้งสามไม่สงสัยการกระทำของเฉินเฟย ท้ายที่สุดเป็นเฉินเฟยที่นำพวกเขาตั้งแต่ต้นจนถึงตอนนี้

ความจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเฉินเฟยหลีกเลี่ยงพวกโม่สืออี๋ได้อย่างสมบูรณ์แบบ การรับรู้แข็งแกร่งจนน่ากลัว

เฉินเฟยพาฉินไห่ซานทั้งสามวิ่งไปหลายทิศทาง ความรู้สึกอันตรายในใจลดลงเล็กน้อย

เพียงแค่เมื่อเทียบกับวิธีรับรู้ทิศทางอย่างชัดเจนโดยมีลมปราณธงรบเป็นเป้าหมาย การอาศัยความรู้สึกเพียงอย่างเดียวนับว่าอันตรายมาก

บางทีหากเลือกไม่ดีอาจตรงไปทางโม่สืออี๋โดยตรง ในเวลานั้นแม้จะเปลี่ยนทิศทางเพราะความรู้สึกถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นก็คงอยู่ในระยะการตรวจจับของไข่มุกซวนหยวนแล้ว

ในเวลานั้นจะไม่สามารถหลบหนีการไล่ตามของพวกโม่สืออี๋ได้

“โม่ซื่ออี๋ซ่อนธงรบ การหลีกเลี่ยงเหมือนก่อนหน้านี้ไม่ใช่เรื่องง่าย” เฉินเฟยหยุดในป่าทึบ หันไปมองฉินไห่ซานทั้งสาม

“ต้องใช้เวลาอีกสักหน่อย ธงรบถึงพัฒนาเป็นสมบัติเวทระดับกลาง” ฉินไห่ซานชูธงรบในมือ ธงรบสีดำเปล่งแสงมัวหมอง

เดิมทีธงรบเป็นอาวุธวิญญาณระดับต่ำ หลังกลืนกินทรัพยากรไปมากมายจึงกลายเป็นสมบัติเวทระดับต่ำ

ต้องบอกว่าความเร็วนี้เร็วมากแล้ว ยังต้องขอบคุณทรัพยากรที่อุดมสมบูรณ์ในดินแดนอีกฝ่ายด้วย

พลังของสมบัติเวทระดับต่ำอยู่ไกลจากความคาดหวังของทุกคนโดยธรรมชาติ ยกเว้นเฉินเฟย อีกสามคนในที่นี้มีสมบัติเวทระดับต่ำในมือ

ธงรบสมบัติเวทระดับต่ำอีกอันหนึ่งจะไม่ส่งผลต่อสถานการณ์การต่อสู้

ตามการคาดการณ์ของพวกเฉินเฟย สมบัติของฝั่งโม่สืออี๋อาจสามารถปิดล้อมคนโดยไม่มีทางหลบหนีได้ทันทีหรืออาจมีพลังโจมตีระดับรวมทวารขั้นกลาง

ถ้าเป็นสถานการณ์แรกคงไม่แย่นัก หากเป็นอย่างหลัง ถ้าพวกฉินไห่ซานต้องการสู้คงทำได้เพียงพัฒนาธงรบให้เป็นสมบัติเวทระดับกลาง

นั่นยังเป็นการเผชิญหน้า ภายใต้พลังของระดับรวมทวารขั้นกลาง แม้เป็นการโจมตีครั้งเดียว คนที่ถือสมบัติเวทระดับกลางจะได้รับบาดเจ็บสาหัสหากถูกโจมตีด้านหน้า

หากฉินไห่ซานต้องการชนะการต่อสู้ เป็นการดีที่สุดที่จะพัฒนาธงรบเป็นสมบัติเวทระดับสูง ต่อให้โดนโจมตีจากด้านหน้าก็ยังบาดเจ็บเพียงเล็กน้อย

ถือครองสมบัติเวทระดับสูง แม้ได้รับบาดเจ็บแต่ยังสามารถใช้พลังใกล้เคียงระดับรวมทวารขั้นกลาง นั่นเพียงพอกวาดล้างพวกโม่สืออี๋

แต่การพัฒนาธงรบเป็นสมบัติเวทระดับสูงต้องใช้เวลา พลังของสมบัติเวทแต่ละระดับนั้นต่างกันอย่างมากเหมือนกับระดับรวมทวาร

ดังนั้นตอนนี้ธงรบเหมือนกำลังเข้าสู่สมบัติเวทระดับกลาง แต่ต้องใช้เวลาอย่างน้อยครึ่งชั่วยามในการพัฒนาเป็นสมบัติเวทระดับสูง

ครึ่งชั่วยาม พวกโม่สืออี๋จะไม่ให้เวลาพวกเขามากขนาดนั้น

พูดได้แค่สมบัติในมือโม่สืออี๋ดีมากจนฉินไห่ซานทั้งสี่ต้องหลีกเลี่ยงชั่วคราวและรอโอกาสอื่น

“พวกเขากล้าแยกกัน เช่นนั้นเราจะไปยึดธง!” จ้าวเถียนซวนพูดอย่างเคร่งขรึม

“ไม่ ดินแดนทั้งสองกว้างใหญ่ การค้นหาธงรบพวกเขาไม่อาจทำในเวลาสั้นๆ ในเวลานั้นพวกเราจะไม่สามารถพัฒนาธงรบของตัวเองและอาจไปเจอพวกเขา”

ถงจ้งชิวคิดครู่หนึ่งแล้วส่ายหน้า

การต่อสู้ยึดธงครั้งนี้ดำเนินมาถึงจุดนี้ มันเป็นเรื่องที่ต้องเลือก บังคับให้ทั้งสองฝ่ายไปทิศทางเดียวกัน หากสองจิตสองใจสุดท้ายจะทำอะไรไม่สำเร็จ

พวกโม่สืออี๋ถูกบังคับให้แยกตัวซ่อนธงรบ หากพวกฉินไห่ซานค้นหาธงรบอีกฝ่ายตามจังหวะนี้คงเป็นการเต้นอยู่บนมือโม่สืออี๋

สิ่งที่พวกโม่สืออี๋กลัวที่สุดในตอนนี้คือธงรบฝั่งฉินไห่ซานพัมนาสู่ระดับที่ไม่อาจต้านทาน

“แต่เรามีเวลาไม่พอ บางทีอาจได้เจอโม่สืออี๋ก่อนธงรบพัฒนาเป็นสมบัติเวทระดับสูงอาวุธเวทย์มนตร์” จ้าวเถียนซวนขมวดคิ้ว

“กลับไปดินแดนเราก่อน พวกโม่สืออี๋เพิ่งกลับมาจากที่นั่น ตอนนี้คงไม่ไปอีก” ฉินไห่ซานพูดเสียงเบา

ทรัพยากรที่ได้รับในดินแดนอีกฝ่ายมีปราณหยวนมากกว่า พวกโม่สืออี๋ควรรู้เรื่องนี้แล้ว

ดังนั้นสิ่งที่โม่สืออี๋ต้องทำคือตรวจสอบดินแดนตัวเองก่อนเพื่อป้องกันไม่ให้ธงรบฉินไห่ซานพัฒนาอย่างรวดเร็ว

“ได้!”

ถงจ้งชิวและจ้าวเถียนซวนพยักหน้า แม้ทรัพยากรกับปราณหยวนของดินแดนตัวเองจะน้อย แต่อย่างน้อยยังสามารถพัฒนาธงรบให้เป็นสมบัติเวทระดับกลาง

ตราบใดที่ยังมีสมบัติเวทระดับกลาง สถานการณ์ในฝั่งพวกเขาจะมั่นคงทันที แม้พวกเขาเจอพวกโม่สืออี๋ในภายหลังก็ต้องสู้ก่อนเท่านั้นถึงจะรู้ผล

“พวกท่านกลับไปก่อน ข้าจะลองไปค้นหาธงรบ” เฉินเฟยด้านข้างพูดขึ้นทันใด

“เจ้าจะไปค้นหาคนเดียว?” ฉินไห่ซานทั้งสามมองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ

“ใช่!”

เฉินเฟยพยักหน้าและพูดต่อ “ข้ามีวิชาลับที่สามารถติดตามร่องรอยลมปราณ มีโอกาสขุดตำแหน่งอีกฝ่ายออกมา”

ฉินไห่ซานทั้งสามมองหน้ากัน สายตาพวกเขาเต็มไปด้วยความประหลาดใจ แท้จริงแล้วยังมีวิชาลับอีก!

จากการลบลมปราณไปจนถึงสังเกตการณ์จากระยะไกล พาพวกเขาหลีกเลี่ยงพวกโม่สืออี๋ เฉินเฟยแสดงวิชาลับมากมาย วิชาลับแต่ละอย่างยังมีผลมาก

ตอนนี้มีวิชาลับใหม่สามารถติดตามตำแหน่งของธงรบโม่สืออี๋ได้

พวกเขารู้ว่าเฉินเฟยมากจากสำนักเล็กที่ตกต่ำมานานหลายปี หากพวกเขาไม่รู้ภูมิหลังของเฉินเฟยคงคิดว่าเฉินเฟยมาจากกองกำลังใหญ่

ตอนนี้ทุกคนในสำนักเล็กทำงานหนักขนาดนี้เลยหรือ?

สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยเพิ่มการบ่มเพาะจนถึงระดับรวมทวารในอายุสามสิบปี ในระหว่างนี้ยังฝึกพลังหยวนกับวิชาต่างๆ ต้องใช้เวลาคุ้มค่าขนาดไหน?

ช่างเป็นพรสวรรค์สัตว์ประหลาดอะไรเช่นนี้!

“เจ้าแน่ใจหรือ?” ฉินไห่ซานถามอย่างกังวล

ตอนนี้เหลือแค่สี่คนเท่านั้น หากเสียไปอีกหนึ่งโดยไม่ได้ตั้งใจ พวกเขาจะไม่มีโอกาสชนะแม้จะมีสมบัติเวทระดับกลางในมือ

“ข้าจะพยายามค้นหามัน หากไม่พบในเวลาสั้นๆจะกลับมารวมกับพวกท่าน” เฉินเฟยพูดเสียงเบา

พวกเขาทั้งสี่มีหยกห่วงสัมพันธ์ เฉินเฟยสามารถหาตำแหน่งพวกเขาได้อย่างรวดเร็ว

ฉินไห่ซานคิดอยู่ครู่หนึ่ง มองหน้าถงจ้งชิวและจ้าวเถียนซวน สุดท้ายก็พยักหน้า

ในการต่อสู้ยึดธงครั้งนี้ต้องขอบคุณเฉินเฟยที่เปลี่ยนสถานการณ์เสียเปรียบให้กลายเป็นอย่างที่เป็นอยู่ในตอนนี้ เฉินเฟยพิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ใช่คนธรรมดา

ครั้งนี้พวกเขาเลือกเชื่อใจเฉินเฟยต่อไป

“จงระวังทุกย่างก้าว หากมีอะไรเกิดขึ้นให้แจ้งพวกเราทันที” ฉินไห่ซานเตือน

“ได้!”

เฉินเฟยพยักหน้า ลอยขึ้นฟ้าแล้วบินไปทางตะวันออกเฉียงใต้

ฉินไห่ซานมองแผ่นหลังเฉินเฟย จากนั้นพาถงจ้งชิวกับจ้าวเถียนซวนบินกลับไปที่ดินแดนตัวเอง

เฉินเฟยรับรู้สภาพแวดล้อมอย่างระมัดระวัง บินไปยังตำแหน่งที่ธงรบโม่สืออี๋เพิ่งหายไป ครั้งสุดท้ายที่เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงธงรบอีกฝ่ายคือตรงนี้

หากต้องการติดตามธงรบอีกฝ่ายสามารถเริ่มจากที่นี่เท่านั้น

เนตรย้อนหลัง!

เฉินเฟยทำนิ้วกระบี่มือขวาปัดผ่านดวงตา ช่วงเวลาต่อมา ข้อมูลรอบตัวที่มองข้ามได้อย่างง่ายดายพลันปรากฏอยู่ในสายตา

เนตรย้อนหลังเป็นท่าลับในวิชาฟ้าคราม กล่าวได้ว่าเป็นท่ามีค่าที่สุดในวิชาฟ้าคราม

ดังนั้นเฉินเฟยจึงไม่ได้เรียนรู้วิชาฟ้าคราม เพียงดึงเนตรย้อนหลังออกมาและฝึกฝนถึงระดับรู้แจ้ง

เนตรย้อนหลังอ้างว่าสามารถมองเห็นอดีตเหมือนครอบครองกฎแห่งเหตุและผล

แต่หลังจากเฉินเฟยฝึกฝนก็ค้นพบว่าเนตรย้อนหลังไม่ได้อัศจรรย์ขนาดนั้น

ยิ่งฝึกฝนได้ลึกซึ้ง ยิ่งเก็บรายละเอียดและอนุมานรายละเอียดได้มากขึ้น

ดังนั้นที่บอกว่าเนตรย้อนหลังเห็นอดีต เป็นการดีกว่าที่จะบอกว่ามันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ปัจจุบันและอนุมานอดีตแบบย้อนกลับ ทุกสิ่งที่เนตรย้อนหลังเห็นนั้นเป็นผลจากการอนุมาน

หญ้าสีเขียวบนพื้น กิ่งก้านและใบไม้ที่กระจัดกระจาย ทิศทางลม การเปลี่ยนแปลงของปราณหยวน ทุกสิ่งล้วนถูกจับภาพไว้ในดวงตาเฉินเฟยโดยไม่พลาดแม้แต่ส่วนเดียว

ในสายตาเฉินเฟย เงาของหวู่เต๋าโม่ปรากฏกลางอากาศ

สี่คนบินไปทางที่เฉินเฟยมา ส่วนเงาหวู่เต๋าโม่บินไปข้างหน้าโดยถือธงอยู่ในมือ

“เหลือไว้ดูแลธงรบคนเดียวจริงๆ!”

เฉินเฟยตามไปทันที แต่ผ่านไปไม่กี่ร้อยหมี่ก็ต้องหยุดอีกครั้ง รวบรวมข้อมูลโดยรอบและอนุมานทิศทางอีกฝ่าย

“ช้าเกินไป การบินของระดับรวมทวารทำให้สภาพแวดล้อมโดยรอบเปลี่ยนแปลงน้อยนัก ปราณหยวนฟ้าดินที่ชัดเจนที่สุดยังคาดเดาไม่ได้มากที่สุด”

เฉินเฟยทำนิ้วกระบี่ด้วยมือขวาแล้วกรีดระหว่างคิ้ว โคจรเนตรกระบี่หวนคืน รวบรวมลมปราณรอบตัว

แต่ทันใดนั้นเฉินเฟยต้องขมวดคิ้ว

ลมปราณธงรบแข็งแกร่งเกินไป เมื่อรวบรวมข้อมูลจากอดีต ปรากฎว่าลมปราณนี้มีอยู่ทุกหนทุกแห่งทำให้ยากต่อการค้นหา

“เปิด!”

จิตวิญญาณเฉินเฟยสั่นไหวอย่างรุนแรง ผสานเนตรกระบี่หวนคืน เนตรย้อนหลัง และศาสตร์มองดาวโดยตรง รอยแตกระหว่างคิ้วเฉินเฟยขยายออก ลำแสงโผล่ออกมาจากมัน

เนตรสวรรค์!

โลกทั้งใบเหมือนหยุดนิ่งชั่วขณะ ในดวงตาเฉินเฟย โลกที่ประกอบด้วยลายเส้นถือกำเนิดขึ้น

พลังจิตวิญญาณเฉินเฟยถูกใช้อย่างหนัก แต่ในขอบเขตการมองเห็นของเฉินเฟย เส้นบางสีแดงแสดงจุดที่ธงรบอีกฝ่ายเคลื่อนผ่านไปอย่างชัดเจน

ไม่มีทางหนีพ้น!

จบบทที่ ตอนที่ 477 เนตรสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว