- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 475 หัวรุนแรง
ตอนที่ 475 หัวรุนแรง
ตอนที่ 475 หัวรุนแรง
ร่างแยกเฉินเฟยบินไปข้างหน้าอย่างระวัง ความเร็วในการเคลื่อนไหวยังช้าอยู่มากเมื่อเทียบกับร่างหลัก
ร่างแยกเฉินเฟยมาจากเดินหนีสวรรค์ของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว วิชานี้เปิดเจ็ดสิบห้าจุดทวารซึ่งเป็นของธรรมดาในระดับขัดเกลาทวาร
ในเวลาต่อมาผสานกับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว เจ็ดวิชาส่งเสริมซึ่งกันและกันทำให้ความเร็วในการเคลื่อนไหวของเดินหนีสวรรค์เพิ่มขึ้นมาก ความเร็วในการเคลื่อนไหวของร่างแยกเพิ่มขึ้นเช่นกัน
แต่สถานการณ์นี้เปลี่ยนไปเมื่อเฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวาร
ร่างแยกเดินหนีสวรรค์อ้างว่ามีความแข็งแกร่งสามส่วนของร่างหลัก แต่ในความเป็นจริงเมื่อเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารสูงสุด ความแข็งแกร่งร่างแยกไม่ได้เพิ่มขึ้นตามสัดส่วน
ตอนนี้เฉินเฟยมาถึงระดับรวมทวาร การพัฒนาของร่างแยกยังคงต่ำมาก ยกเว้นความสามารถในการบิน ความแข็งแกร่งแทบเหมือนเฉินเฟยในระดับขัดเกลาทวารสูงสุด
สิ่งนี้ไม่สามารถตำหนิจุดอ่อนของเดินหนีสวรรค์ วิชานี้อยู่ในระดับขัดเกลาทวารเท่านั้น หากต้องการให้มันมีประสิทธิภาพดังกล่าวในระดับรวมทวารคงเป็นเรื่องไร้เหตุผล
ด้วยเหตุนี้เองที่เฉินเฟยไม่ได้ออกตัวรับงานสอดแนมเมื่อหยูโชวเฉิงบอกว่าจะไป ด้วยความเร็วและความแข็งแกร่งของร่างแยก เมื่อมีคนค้นพบจะหลบหนีไม่พ้น
แต่คาดไม่ถึงว่าหยูโชวเฉิงที่ออกไปจะไม่ได้กลับมา
ร่างแยกเฉินเฟยเคลื่อนไหวไปข้างหน้าหลายสิบลี้ สามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณธงรบอีกฝ่ายจากระยะไกล อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่สามารถสัมผัสได้ถึงลมปราณของอีกห้าคน
ดวงตาร่างแยกเปล่งแสงสลัว ภายใต้ศาสตร์มองดาว สัมผัสได้ถึงลมปราณหลายคนอย่างคลุมเครือ
ความแข็งแกร่งร่างแยกอ่อนแอเกินไป แม้จะมีศาสตร์มองดาว ระยะการรับรู้ยังถูกจำกัดอยู่มากเว้นแต่ระยะห่างจะสั้นลงอีก แต่ด้วยความแข็งแกร่งร่างแยก แม้กำจัดลมปราณบนตัวด้วยวิชาสังหารวิญญาณแล้วก็ยังถูกค้นพบได้ง่าย
หลังจิตวิญญาณทะลวงขีดจำกัดระดับรวมทวาร ความแม่นยำและระยะรับรู้ก็เพิ่มขึ้นมากเมื่อเทียบกับระดับรวมทวาร
เฉินเฟยเคยใช้ร่างแยกวิ่งไปมาภายใต้สายตาระดับขัดเกลาทวาร แต่ภายใต้การรับรู้ของระดับรวมทวาร สิ่งนี้เห็นได้ชัดเจน
ท้ายที่สุดแล้วคุณเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่ามีลมปราณอยู่บนตัวหรือไม่ ระดับรวมทวารคนอื่นย่อมสามารถสัมผัสได้ถึงความผิดปกติได้ชัดเจน แม้แต่ก้อนหินที่ขยับไปมายังเป็นปัญหาใหญ่
“ถึงจะเห็นไม่ชัดว่าพวกเขากำลังทำอะไร แต่พวกเขาไม่ได้ใช้ประโยชน์จากสถานการณ์นี้เร่งรีบไปหา ชัดเจนแล้วว่ามีข้อจำกัดบางอย่างในการกำจัดหยูโชวเฉิง”
ร่างแยกเฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนแจ้งให้ฉินไห่ซานทั้งสามทราบถึงสถานการณ์นี้
ร่างแยกเฉินเฟยไม่ได้ก้าวไปต่ออย่างหุนหัน เขารู้สึกอยู่เสมอว่าหากก้าวไปข้างหน้าต่ออาจเกิดอันตราย
ร่างแยกไม่ได้แข็งแกร่งมากนัก แต่เนื่องจากจิตใจมาจากต้นกำเนิดเดียวกัน การรับรู้ถึงอันตรายจึงเฉียบแหลมอย่างยิ่ง
หลังสังหารหัวใจประหลาดระดับสองของโลกหัวใจประหลาดในปีนี้ จิตวิญญาณเฉินเฟยพัฒนาขึ้นระดับหนึ่ง ควบคู่การสนับสนุนของสยบจิตสยบมังกรคชสาร
ไม่ต้องพูดถึงสิ่งอื่นใด ในด้านการรับรู้ จิตวิญญาณของเฉินเฟยแข็งแกร่งกว่าทุกคนในถ้ำ
“ควรมีความสามารถในการรับรู้ระยะไกล ไม่น่าแปลกใจที่เกิดเรื่องทันทีเมื่อหยูโชวเฉิงมาถึง”
ร่างแยกเฉินเฟยขมวดคิ้ว ไม่อาจก้าวหน้าหรือถอยหลัง สิ่งต่างๆกลายเป็นเรื่องยุ่งยาก
หากเดินหน้าต่อไปร่างแยกคงถูกทุบตี ตอนนั้นอาจได้เห็นว่ามีสิ่งผิดปกติกับคนที่เคลื่อนไหวหรือไม่ อย่างไรก็ตามร่างแยกจะถูกทำลายโดยสมบูรณ์เช่นกัน ในช่วงเวลาอันสั้นไม่สามารถสร้างร่างแยกใหม่
หากถอยกลับ สถานการณ์ที่เพิ่งค้นพบอาจมีค่าอยู่บ้าง แต่คุณค่าของมันมีจำกัด
ร่างแยกเฉินเฟยลูบคาง มองไปรอบด้าน สถานที่หลายแห่งส่องแสง นั่นคือทรัพยากรที่ช่วยให้ธงรบพัฒนา
เฉินเฟยเงยหน้ามองไประยะไกลอีกครั้ง ลมปราณหลายอย่างรวมตัวกัน มีโอกาสสูงที่ไม่ได้พยายามรวรวมทรัพยากรอย่างเต็มที่ กล่าวคือจุดประสงค์ของอีกฝ่ายไม่ใช่การพัฒนาธงรบตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตามด้วยสมบัติที่ทำให้หยูโชวเฉิงไม่มีเวลาป้องหรือหลบหนี ตราบใดที่พบโอกาสในภายหลังและกำจัดฝั่งเฉินเฟยได้อีกคน โดยพื้นฐานแล้วสถานการณ์สุดท้ายจะถูกตัดสิน
การพัฒนาธงรบสามารถเป็นตัวเลือกอันดับสองโดยธรรมชาติ อย่างไรก็ตามหากต้องการพัฒนาธงรบ จำเป็นต้องมีทรัพยากรจำนวนมากและไม่สามารถทำให้สำเร็จในเวลาอันสั้น
ถ้ามันกลายเป็นการต่อสู้ยึดธงของกันและกัน ข้อได้เปรียบของอีกฝ่ายซึ่งกำจัดฝั่งเฉินเฟยได้คนหนึ่งจะลดลงทันที ในฝั่งเฉินเฟย แม้อีกฝ่ายมีคนมากกว่า แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเลือกวิธีสู้ระยะยาว
ต้องเลือกสู้อย่างรวดเร็วโดยอาศัยสมบัติของตัวเอง มองหาโอกาสกำจัดคนหนึ่งซึ่งจะเปลี่ยนสถานการณ์โดยสมบูรณ์
ร่างแยกเฉินเฟยมาที่หลุมแห่งหนึ่งอย่างระมัดระวัง มองหยกที่ส่วนใหญ่ห่อหุ้มด้วยแนวหิน สีหน้าขยับเล็กน้อย
เทียบกับทรัพยากรที่เห็นเมื่อครู่ ปราณหยวนในทรัพยากรที่นี่ค่อนข้างน่าทึ่ง
นี่เป็นการเสริมสร้างการเผชิญหน้าด้วยการรับทรัพยากรจากดินแดนอีกฝ่ายเพื่อช่วยให้ธงรบตัวเองพัฒนาได้ดีขึ้น?
ควรเป็นเช่นนั้น ด้วยวิธีนี้การแข่งขันระหว่างทั้งสองฝ่ายจะรุนแรงขึ้น ไม่เช่นนั้นทุกคนจะรวบรวมทรัพยากรในดินแดนตัวเองและสู้ยึดธงในตอนท้าย ในเวลานั้นจะเป็นคำถามว่าใครขยันมากกว่ากัน
“ดังนั้นทางเลือกที่ดีที่สุดในการต่อสู้ยึดธงคือส่งทรัพยากรของอีกฝ่ายกลับไปอย่างลับๆ?” เฉินเฟยคิดในใจ
โม่สืออี๋ทั้งห้าอาจกลัวว่าเฉินเฟยจะเข้าปิดล้อมหรือใช้โอกาสนี้กำจัดหนึ่งในนั้น ดังนั้นในขณะนี้ทั้งห้าคนจึงไม่ได้แยกกัน
คาดเดาได้ว่าอีกฝ่ายไม่เข้าใจสถานการณ์ในป่าหรือมีความเข้าใจอยู่บ้าง แต่ความคิดทั้งหมดอยู่ที่การใช้สมบัติของตัวเอง
จุดประสงค์ค่อนข้างตรงไปตรงมา นั่นคือรอให้สมบัติเปิดใช้งานได้อีกครั้งแล้วเร่งเข้าไปหา
เฉินเฟยแจ้งให้ฉินไห่ซานทั้งสามทราบถึงสิ่งที่ร่างแยกเห็น สีหน้าฉินไห่ซานทั้งสามเปลี่ยนไป
สิ่งที่เห็นตอนนี้คือสมบัติในมือของโม่สืออี๋ทั้งห้าอยู่ในช่วงจำกัดเวลา หรือมีผลสืบเนื่องที่ยังไม่ได้รับการแก้ไข
หากฉินไห่ซานรีบไปสังหารอย่างสุดกำลังในขณะที่โม่สืออี๋ทั้งห้ากำลังทนทุกข์ทรมานจากผลที่ตามมา เมื่อทำความเข้าใจสถานการณ์อย่างท่องแท้แล้ว บางทีอาจมีโอกาสชนะเล็กน้อย
แน่นอนว่าการมีผลสืบเนื่องหรือข้อจำกัดของสมบัติหรือไม่ล้วนเป็นการคาดเดาจากฝั่งฉินไห่ซาน เนื่องจากไม่เห็นภาพที่หยูโชวเฉิงถูกจำกัดจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะตัดสินอย่างแม่นยำ
หยูโชวเฉิงที่เห็นทุกอย่างถูกกำจัดไปแล้วจึงไม่สามารถให้ข้อมูลที่ถูกต้องได้
ดังนั้นการรีบไปสังหารย่อมมีความเสี่ยง หากนี่คือสิ่งที่โม่สืออี๋และคนอื่นกำลังรอคอย การต่อสู้ยึดธงนี้จะสิ้นสุดทันที
แต่ถ้าไม่รีบไปสังหารคงทำได้เพียงวางสมบัติทั้งหมดไว้บนธงรบ พัฒนาธงรบโดยเร็วที่สุดเพื่อจะได้มีพลังมากขึ้น
เทียบกับโม่สืออี๋ทั้งห้า ข้อได้เปรียบที่ใหญ่ที่สุดของฝั่งฉินไห่ซานคือลมปราณธงรบโดนกำจัดออกไป โม่สืออี๋ทั้งห้าต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการค้นหามัน
ส่วนพวกเขาสามารถเห็นโม่สืออี๋ทั้งห้าได้จากระยะไกล อย่างไรแล้วลมปราณธงรบแข็งแกร่งเกินไป จากจุดนี้ การเปลี่ยนตำแหน่งตลอดเวลาอาจทำให้ล่าช้า
เพียงครู่เดียวฉินไห่ซานก็คิดสิ่งต่างๆและตัดสินใจ
ในการต่อสู้ครั้งนี้ต้องขอบคุณเฉินเฟย หากลมปราณธงรบไม่ถูกกำจัดออกไป ฉินไห่ซานคงเหลือทางเลือกเดียวเท่านั้น
เฉินเฟยพาฉินไห่ซานทั้งสามไปที่ชายแดน เฉินเฟยให้ฉินไห่ซานทั้งสามเข้ามาใกล้อีกเล็กน้อยเพื่อรวบรวมทรัพยากรตรงชายแดน
ดวงตาเฉินเฟยเปล่งแสงสลัว โคจรศาสตร์มองดาวซึ่งเป็นวิชาจิตวิญญาณในการสืบสวนถึงขีดสุด ควบคู่ไปกับการรับรู้ถึงอันตรายของจิตวิญญาณโดยสังเกตสภาพแวดล้อมและระยะห่างอยู่เสมอ
เทียบกับร่างแยก ศาสตร์มองดาวของเฉินเฟยร่างหลักมีประสิทธิภาพมากกว่า ดังนั้นจึงสัมผัสได้ถึงตำแหน่งของธงรบอีกฝ่ายและสถานที่โดยรอบได้ชัดเจน
ช่วงเวลาต่อมา เฉินเฟยแทบโจมตีทรัพยากรด้วยกระบี่เดียว จากนั้นให้ร่างแยกขนกลับไปให้ฉินไห่ซาน
ในเวลาเดียวกันฉินไห่ซานทั้งสามไม่ได้นิ่งเฉย พวกเขาทำงานอย่างหนักเพื่อใช้ประโยชน์จากทรัพยากรที่ชายแดน
เทียบกับทรัพยากรที่อยู่ใกล้ถ้ำตัวเอง ทรัพยากรที่นี่มีปราณหยวนหนาแน่นกว่า ธงรบพัฒนาเร็วกว่าอย่างเห็นได้ชัด
ตำแหน่งนี้เกือบอยู่ที่ขอบการรับรู้ของอีกฝ่าย การใช้ประโยชน์ทรัพยากรอย่างลับๆแบบนี้จึงน่าตื่นเต้นไม่น้อย
เฉินเฟยเสียใจที่ไม่บอกให้หยูโชวเฉิงแล้วขอไปเอง
อย่างไรก็ตามถ้าหยูโชวเฉิงไม่ถูกกำจัด เฉินเฟยคงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีสมบัติเช่นนี้ เมื่ออีกฝ่ายใช้ประโยชน์จากมัน ใครบางคนย่อมถูกกำจัดออกไป
คนคนนี้อาจเป็นเฉิยเฟยหรือคนอื่นในฝั่งฉินไห่ซาน
เมื่อมองแบบนี้ การถูกกำจัดของหยูโชวเฉิวจึงดูมีค่าขึ้น อย่างน้อยทำให้เฉินเฟยระวังตัวกว่าเดิม ในขณะเดียวกันยังหัวรุนแรงกว่าเดิมไม่น้อย
ไม่อย่างนั้นหากหยูโชวเฉิงไม่ถูกกำจัด เฉินเฟยคงไม่ได้มารวบรวมทรัพยากรที่ชายแดนเช่นนี้
หากตอนแรกดื้อรั้นและไม่ส่งไปตรวจสอบ คงไม่รู้ว่าทรัพยากรที่ชายแดนและดินแดนของอีกฝ่ายสมบูรณ์มาก
ในเวลาเดียวกันหากอีกฝ่ายพบเรื่องทรัพยากรที่ชายแดนก่อนแล้วเริ่มพัฒนาธงรบ ในเวลานั้นเฉินเฟยคงพ่ายแพ้ย่อยยับกว่าเดิม
แต่บังเอิญว่ามันกลายเป็นสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้
ในฝั่งเฉินเฟย เขากำลังเพลิดเพลินกับการขุด ทุกคนที่อยู่นอกถ้ำเทวาไห่เยว่ต่างจ้องมองภาพบนม่านน้ำด้วยดวงตาเบิกกว้าง
ไม่มีใครคาดหวังว่าฉินไห่ซานจะหัวรุนแรงขนาดนี้ หลังโดนกำจัดไปหนึ่งคนก็ตรงไปขุดทรัพยากรที่ดินแดนอีกฝ่ายทันที
อย่างไรก็ตามโม่สืออี๋ที่ไม่รู้ว่าพวกเขากำลังทำอะไรอยู่ต่างอยู่รวมกัน มีเพียงโม่สืออี๋ที่เดินไปรอบด้านเป็นครั้งคราวเพื่อดูว่ามีอะไรเกิดขึ้นหรือไม่
แต่พื้นที่ที่โม่สืออี๋ลาดตระเวนนั้นไม่ได้ไกลนักและอยู่ห่างชายแดนอีกไกล จากระยะนี้สามารถเห็นลมปราณธงรบอีกฝ่าย แต่ไม่สามารถสัมผัสถึงลมปราณคน
เวลาผ่านไป ลมปราณโม่สืออี๋ทั้งห้าที่ลดลงเพราะการถ่ายพลังค่อยๆฟื้นตัวจนกระทั่งไม่มีปัญหาในการถ่ายพลังอีก