- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 473 กลืนกิน
ตอนที่ 473 กลืนกิน
ตอนที่ 473 กลืนกิน
หากตอนนี้ธงรบไม่ลอยอยู่ตรงนั้น ฉินไห่ซานทั้งสี่คงคิดว่าธงรบหายไป ลมปราณหายไปหมดจดเกินไป
ทุกคนอยู่ในระดับรวมทวาร มองครั้งเดียวบอกได้ทันทีว่าไม่มีค่ายกลอยู่รอบธงรบ เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยใช้วิชาลับกำจัดลมปราณของธงรบ
ถงจ้งชิวเหลือบมองธงรบแล้วมองเฉินเฟย ทันใดนั้นสายตาแสดงความเข้าใจ ถงจ้งชิวเข้าใจแล้วว่าเฉินเฟยซ่อนการบ่มเพาะตอนอยู่ในเมืองเซียนเมฆาได้อย่างไร
ด้วยวิชาลับนี้ แม้แต่ลมปราณธงรบยังถูกลบโดยตรง ในเวลานั้นย่อมเป็นเรื่องง่ายที่เฉินเฟยปกปิดการบ่มเพาะตัวเอง
แม้แต่พวกเขาระดับรวมทวารยังไม่สามารถเห็นข้อบกพร่องของวิชาลับ เป็นธรรมดาที่คนอื่นไม่รู้ว่าการบ่มเพาะแท้จริงของเฉินเฟยอยู่ภายใต้การปกปิด
แววตาถงจ้งชิวซับซ้อน ทั้งสี่ไม่เคยฝึกฝนวิชาลับปกปิดลมปราณ เห็นได้ชัดว่าการได้รับสิ่งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ถึงอย่างนั้นเฉินเฟยได้รับมันตั้งแต่เป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น
พูดได้แค่เวลาและโชคชะตา สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีโชคชะตากับเฉินเฟย เดินผ่านเฉินเฟยครั้งแล้วครั้งเล่า
“น้องเฉิน วิชานี้น่าทึ่งนัก!”
จ้าวเถียนซวนเดินไปที่ธงรบจนหน้าเกือบชิดติดกัน แต่กลับไม่รู้สึกถึงลมปราณธงรบแม้แต่น้อย พวกเขาอยู่ใกล้ขนาดนี้ยังไม่รู้สึกถึงลมปราณ อีกฝ่ายอย่าได้แม้แต่จะคิดถึงตำแหน่งของธงรบ
“ดี ถ้าปกปิดลมปราณธงรบไว้ได้ โอกาสชนะของเรายิ่งเพิ่มขึ้น”
ใบหน้าฉินไห่ซานปรากฏรอยยิ้ม เพียงก้าวแรกก็นำหน้าหนึ่งก้าว
ไม่ต้องพูดถึงเรื่องอื่น แค่สามารถถือธงรบติดตัวไปด้วย แม้ตอนนี้ทั้งสองมาพบกัน แต่อีกฝ่ายจะไม่สามารถบอกได้ว่าธงรบอยู่กับใคร
สิ่งนี้จะเพิ่มข้อต่อรองในการจับธงในภายหลังอย่างไม่ต้องสงสัย
ใบหน้าหยูโชวเฉิงเต็มไปด้วยรอยยิ้ม เฉินเฟยเป็นคนที่เขากับถงจ้งชิวพาเข้าร่วมพันธมิตร ในเวลานั้นพวกเขาเห็นคุณค่าของศักยภาพเฉินเฟยมากกว่าความช่วยเหลือในการแข่งขันครั้งนี้
แต่ตอนนี้วิชาลับของเฉินเฟยทำให้สถานการณ์ต่อสู้เอียงมาฝั่งพวกเขาทันที
เดิมพันในการต่อสู้นี้ใหญ่เกินไป หยูโชวเฉิงหวังว่าจะชนะได้อย่างราบรื่น เฉินเฟยสามารถช่วยได้มาก เป็นธรรมดาที่มีความสุข
“ธงรบอยู่ในสถานะนี้ได้นานแค่ไหน?” จ้าวเถียนซวนหันไปถามเฉินเฟย
ไม่มีใครถามเฉินเฟยว่าวิชาลับคืออะไร การถามวิชาอย่างหุนหันถือเป็นเรื่องต้องห้ามในหมู่นักยุทธ์ แม้พวกเขาจะเป็นพันธมิตรกันก็ตาม
“หากไม่ใช้สู้คงอยู่ได้ประมาณครึ่งชั่วยาม” เฉินเฟยชี้มือขวาไปที่ธงรบ รับรู้อยู่ครู่หนึ่ง
“ดี!”
ฉินไห่ซานเหลือบมองพวกเขาแล้วพูดต่อ “เช่นนั้นข้าจะเก็บธงรบนี้ไว้ก่อน”
ฉินไห่ซานถือว่าตัวเองเป็นคนที่แข็งแกร่งที่สุด ดังนั้นย่อมรักษาธงรบได้ปลอดภัยกว่า หลายคนมองหน้ากันแล้วพยักหน้า
ในระดับหนึ่ง แท้จริงแล้วผู้ถือธงรบตกอยู่ในอันตรายที่สุด
ฉินไห่ซานเดินไปเก็บธงรบไว้ในแขนเสื้อ ถ้ำเทวาไห่เยว่สั่นไหวเล็กน้อย ข้อความหนึ่งปรากฏในใจทั้งห้า
หลังจากนั้นครู่หนึ่ง เฉินเฟยลืมตาขึ้น
ธงรบถูกดึงออก การแข่งขันเริ่มต้นขึ้น ในเวลาเดียวมีการประกาศรายละเอียดบางอย่างเกี่ยวกับการยึดธง
การทำลายธงรบศัตรูและนำกลับมาที่ถ้ำนี้ถือว่าชนะ นอกจากนี้ทรัพยากรต่างๆจะเริ่มปรากฏให้เห็นในถ้ำ
ทรัพยากรเหล่านั้นไม่ได้มอบให้ทั้งห้าคนแต่ให้ธงรบกลืนกิน เมื่อธงรบกลืนกินถึงระดับหนึ่ง พลังของธงรบจะเพิ่มขึ้น
ในเวลานั้นธงรบจะไม่เป็นภาระอีกต่อไปแต่กลายเป็นผู้ช่วยแท้จริง ในระดับสูงสุดธงรบสามารถมีพลังของสมบัติเวทสูงสุด
ในบรรดาห้าคนไม่ว่าใครถือสมบัติเวทสูงสุด การกวาดล้างอีกฝ่ายไม่ใช่เรื่องแปลก
แน่นอนว่าหากต้องการพัฒนาถึงสมบัติเวทสูงสุดต้องใช้ทรัพยากรจำนวนมากและไม่สามารถทำสำเร็จในเวลาอันสั้น
แน่นอนว่านี่เป็นเพียงกฎข้อหนึ่ง หลายคนเพิกเฉยกฎนี้โดยสิ้นเชิงและรวมตัวกันค้นหาการต่อสู้ขั้นเด็ดขาดกับอีกฝ่าย
การรวบรวมทรัพยากรให้ธงรบกลืนกินเป็นเพียงทิศทางหนึ่งเท่านั้น
“สามารถลบลมปราณพวกเราได้หรือไม่?” ถงจ้งชิวหันไปถาม
หากลมปราณทั้งห้าหายไปพร้อมกัน การพบพวกเขาที่อยู่อีกฟากหนึ่งของถ้ำไห่เยว่อันกว้างใหญ่นี้เป็นเรื่องยาก
“หากพวกท่านไม่ขยับก็สามารถลบลมปราณได้ แต่ตราบใดที่ขยับจะถูกเปิดเผยลมปราณ”
เฉินเฟยส่ายหน้า แม้วิชาสังหารวิญญาณนี้น่าอัศจรรย์ แต่มีขีดจำกัดของตัวเองเช่นกัน ทุกการเคลื่อนไหวของระดับรวมทวารตอบสนองกับปราณหยวนฟ้าดินโดยรอบ
หากไม่เคลื่อนไหว วิชาสังหารวิญญาณยังระงับไว้ได้ หากเคลื่อนไหว วิชาสังหารวิญญาณไม่อาจทำอะไรได้เช่นกัน
กล่าวคือเมื่อเฉินเฟยใช้กับตัวเอง วิชาสังหารวิญญาณยังโคจรต่อไปและสามารถปกปิดลมปราณได้ แต่ตราบใดที่สัมผัสใครสักคน ลมปราณยังคงแผ่ออกมา
“รวบรวมทรัพยากรก่อน ลมปราณธงรบหายไป พวกเรามีข้อได้เปรียบมากแล้ว”
ฉินไห่ซานทั้งสี่รู้สึกเสียใจเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดเฉินเฟย แต่นี่เป็นเรื่องปกติ ไม่เช่นนั้นวิชาลับนี้คงทรงพลังเกินไป
“ต้องการให้ข้าไปตรวจสอบสถานการณ์ของอีกฝั่งหรือไม่?” หยูโชวเฉิงถามเสียงเบา
ต้องรู้จักตัวเองและรู้จักศัตรูเท่านั้นจึงสามารถชนะทุกการต่อสู้ หากจดจ่อกับการรวบรวมทรัพยากรโดยไม่รู้ว่าอีกฝ่ายทำอะไร สถานการณ์ไม่คาดคิดจะเกิดขึ้นได้ง่าย
“ดี อย่าไปไกลนัก เอาตัวเองให้รอดก่อน!” ฉินไห่ซานคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า
หากทำแบบตรงไปตรงมาคือกลุ่มห้าคนวิ่งไปสู้กับอีกฝ่าย แต่ความแข็งแกร่งทั้งสองฝ่ายยังไม่ถึงขั้นถูกฝ่ายหนึ่งบดขยี้
อย่างมากสุดมีข้อได้เปรียบบนหน้ากระดาษเท่านั้น แต่ข้อได้เปรียบไม่ใช่ชัยชนะ การต่อสู้สามารถเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายแข็งแกร่งแค่ไหนหากไม่ได้สู้จริง
ตอนนี้ลมปราณธงรบหายไปทำให้มีข้อได้เปรียบมากขึ้น เป็นเรื่องปกติที่เน้นการเล่นอย่างต่อเนื่อง
“ได้!”
หยูโชวเฉิงพยักหน้า ร่างวูบไหวหายไป
ลมปราณธงรบของอีกฝ่ายทะยานขึ้นฟ้า หยูโชวเฉิงสามารถค้นหาตำแหน่งอีกฝ่ายได้ง่ายดาย หยูโชวเฉิงไม่ตั้งใจสู้แบบตัวต่อตัวโดยธรรมชาติ เขาดูจากระยะไกลเท่านั้นและหลบหนีทันทีหากมีอะไรเกิดขึ้น
ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกายเล็กน้อยเมื่อเห็นหยูโชวเฉิงจากไป อันที่จริงเฉินเฟยเหมาะสำหรับการสืบสวนมากกว่าเพราะมีศาสตร์มองดาว แต่ปัญหาคือท่าร่างเฉินเฟยค่อนข้างธรรมดา
หากมีอะไรเกิดขึ้นเฉินเฟยอาจถูกสกัดกั้นได้ง่ายดาย ฉินไห่ซานและคนอื่นไม่วางใจให้เฉินเฟยทำอะไรตามลำพังเพราะมันเสี่ยงเกินไป
หยูโชวเฉิงจากไป ฉินไห่ซานและคนอื่นออกจากถ้ำไปพร้อมกัน มองครั้งเดียวก็พบแสงสว่างจ้าหลายดวงที่กระพริบในระยะไกล เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้ถูกทำเครื่องหมายโดยถ้ำเทวาไห่เยว่ หมายความว่าธงรบสามารถกลืนกินสิ่งเหล่านี้
ฉินไห่ซานทั้งสี่วูบไหวจนมาถึงแสงสว่างและพบแร่
จ้าวเถียนซวนเดินไปข้างหน้า ใช้ดาบฟันใส่แร่
การโจมตีธรรมดาของระดับรวมทวารนั้นทรงพลังอย่างยิ่ง สามารถสังหารภายใต้ระดับรวมทวารได้ตามต้องการ ระดับขัดเกลาทวารสูงสุดไม่ใช่ข้อยกเว้น
แต่เมื่อจ้าวเถียนซวนฟันดาบออกไป นอกจากเสียงกระแทกและเกิดช่องว่างบนแร่ แร่ส่วนที่เหลือไม่ได้รับอันตรายใด
ในทางตรงกลับกันจ้าวเถียนซวนโดนแรงสะท้อนกลับจนถอยหลังไปหนึ่งก้าว
ดวงตาจ้าวเถียนซวนเบิกกว้างเล็กน้อย หากดาบนี้อยู่ข้างนอก มันคงทลายภูเขาเปิดทะเล แต่กลับไม่สามารถทำอะไรแร่ขนาดเล็กอันนี้ ตัวเองยังถึงกับถอยหลังหนึ่งก้าว
สีหน้าเฉินเฟยขยับเล็กน้อย แร่นั้นแข็งอย่างไม่น่าเชื่อ แม้ดาบจ้าวเถียนซวนเมื่อครู่เป็นการโจมตีแบบสุ่ม แต่ผลลัพธ์ไม่ควรเป็นเช้นนี้
ฉินไห่ซานกับถงจ้งชิวขมวดคิ้วเล็กน้อย คิดว่าการได้รับทรัพยากรคงไม่ใช่เรื่องยาก คิดไม่ถึงว่าถ้ำเทวาไห่เยว่จะให้ใช้ความพยายามไปกับเรื่องนี้
“ข้าไม่เชื่อ!” จ้าวเถียนซวนรู้สึกอายเล็กน้อย
ฉินไห่ซานและคนอื่นไม่ได้หยุด พวกเขาอยากเห็นว่าทรัพยากรในการยึดธงครั้งนี้แข็งแค่ไหน ถ้าคนหนึ่งทำไม่ได้ก็ต้องร่วมมือกัน
ร่างจ้าวเถียนซวนไม่ขยับ ดาบในมือกลายเป็นภาพติดตาปกคลุมไปด้วยไฟแต่ไร้เสียง ช่วงเวลาต่อมา ดาบตกกระทบแร่
“ปัง!”
พื้นดินสั่นสะเทือนเล็กน้อย จ้าวเถียนซวนดึงดาบกลับแล้วมองด้านหน้า แร่ถูกตัดเป็นชิ้นๆและยังมีสีดำไหม้อยู่บนพื้นผิว
“พี่จ้าวเก่งเรื่องดาบ!” ถงจ้งชิวด้านข้างหัวเราะเบา
“น่าเสียดาย เกือบถูกหินหยุดไว้แล้ว” จ้าวเถียนซวนโบกมืออย่างรวดเร็ว หากยังเอาแร่ออกไม่ได้ จ้าวเถียนซวนคงอายมาก
สุดท้ายผ่านมาตั้งกี่ปีแล้ว ไม่ต้องพูดถึงระดับรวมทวารในตอนนี้ เริ่มต้นวิถียุทธ์ไม่นาน หลังเข้าสู่ระดับหลอมกระดูกก็ไม่มีปัญหากับหินสักก้อน
ฉินไห่ซานขยับมือขวา แร่บนพื้นลอยขึ้น ฉินไห่ซานดันใส่ธงรบ แร่นั้นหายไป ในขณะเดียวกันมีแสงสว่างวาบบนผิวธงรบแล้วหายไป
“มีจุดทรัพยากรมากมาย เราควรแยกกันหรือไม่ ไม่อย่างนั้นจะช้าเกินไป” จ้าวเถียนซวนเหลือบมองรอบด้านและเห็นจุดทรัพยากรเปล่งแสดงมากมาย
การอยู่ด้วยกันสี่คนย่อมปลอดภัยกว่า แต่การพัฒนาของธงรบได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
เรื่องปลากับอุ้งตีนหมีต้องเลือกอย่างหนึ่ง
“ได้ แต่อย่าอยู่ห่างกันนัก หากมีการเคลื่อนไหวให้มารวมตัวกันทันที”
ฉินไห่ซานพูดและมองเฉินเฟย ในหมู่พวกเขา ฉินไห่ซานกังวลเรื่องเฉินเฟยมากที่สุด ไม่ใช่ว่าดูถูก เพียงแค่ระยะเวลาที่เฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวารนั้นสั้นเกินไป
ไม่ว่าเก่งแค่ไหนก็ต้องใช้เวลาในการเปลี่ยนแปลง
อีกฝ่ายไม่ได้ดูที่พรสวรรค์ พวกเขาดูที่ความแข็งแกร่งเท่านั้น ถ้าเป็นฉินไห่ซาน หากต้องการโจมตีคู่ต่อสู้จะเลือกกำจัดสองคนที่เพิ่งทะลวงผ่าน
เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อยและพยักหน้าให้เมื่อเห็นการจ้องมองของฉินไห่ซาน