เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 469 ขีดจำกัด

ตอนที่ 469 ขีดจำกัด

ตอนที่ 469 ขีดจำกัด


“ผู้อาวุโสถงมาหาข้าด้วยเรื่องอื่นหรือไม่?” เฉินเฟยละสายตาจากแผงระบบหันไปมองถงจ้งชิว

“ไม่มีอะไรหรอก ข้าเดาว่าจ้าวเถียนซวนจะมาขายกระบี่ตัดทมิฬให้เจ้าก็เลยมาเตือน” ถงจ้งชิวหัวเราะเบา

เฉินเฟยถูกนำเข้าร่วมพันธมิตรโดยถงจ้งชิวและหยูโชวเฉิง ถงจ้งชิวรู้สึกว่าเขาต้องเตือนเฉินเฟยบางอย่าง นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมจึงเกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

“ขอบคุณผู้อาวุโสถง” เฉินเฟยกุมมือขึ้น สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย

“ข้ากังวลมากเกินไป” ถงจ้งชิวส่ายหน้า ถงจ้งชิวรู้ว่าเฉินเฟยจะไม่ลำบากแม้เขาไม่ได้อยู่ที่นี่ก็ตาม

“ผู้อาวุโสถง วิชารวมศูนย์ลึกลับนี้ไม่เลว ท่านต้องการหรือไม่ ข้าจะขายให้ถูกๆ” เฉินเฟยหยิบแผ่นหยกออกมาอีกอันแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยไม่ได้ตั้งใจแสดงวิชาฟ้าครามที่ได้รับจากการสังการกวนหงซวน ไม่ใช่ว่าต้องการปกปิดความจริงที่มีวิชาระดับรวมทวารสองอย่าง เพียงแค่วิชาฟ้าครามนั้นด้อยกว่า

กวนหงซวนเป็นเพียงผู้ฝึกตนทั่วไป วิชาที่หาได้จะไม่ทรงพลังเกินไปเว้นแต่จะมีโชคน่าอัศจรรย์ และถ้ากวนหงซวนมีโชคแบบนั้นจริง เขาคงไม่พยายามปล้นเต๋าแบบนี้

ยอมเสียหน้าเพื่อคว้าบางสิ่งจากระดับขัดเกลาทวาร การกระทำแบบนี้น่าเกลียดไม่น้อย

“นี่ไม่ใช่สิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาต้องการในตอนนี้” ถงจ้งชิวยิ้มอย่างขมขื่นและส่ายหน้า

“เป็นข้าเองที่หุนหัน” เฉินเฟยเข้าใจความหมายของคำพูดถงจ้งชิว

สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับสำนักกระบี่เซียนเมฆาในตอนนี้คือการที่ใครบางคนทะลวงระดับรวมทวาร สานต่อธงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเพื่อป้องกันไม่ให้ตกสู่กองกำลังระดับห้า

ถงจ้งชิวได้รับโอสถหรือวัตถุวิญญาณยืดอายุทำให้อยู่ได้อีกหลายสิบปีจนกว่าผู้สืบทอดสำนักกระบี่เซียนเมฆาปรากฏตัว

เพียงแค่สองทางเลือกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย ไม่ว่าเป็นศิษย์สาวกทะลวงระดับรวมทวาร รับโอสถและวัตถุวิญญาณยืดอายุขัยล้วนเป็นเรื่องยาก

“หากเจ้าต้องการขายวิชา เจ้าลองไปเมืองไห่เฟิงดู ที่นั่นมีหลายสิ่งอย่างที่เป็นประโยชน์สำหรับพวกเรา” ถงจ้งชิวพูด

“ขอบคุณผู้อาวุโสถงที่ชี้แนะ”

เฉินเฟยพยักหน้า เทียบกับเมืองไห่เหยียนก่อนหน้านี้ เขตไห่เฟิงเจริญรุ่งเรืองกว่าเพราะปราณหยวนฟ้าดินหนาแน่นและระดับรวมทวารไม่น้อยได้อยู่รวมกัน

“ไม่ต้องสุภาพเช่นนั้น” ถงจ้งชิวโบกมือ

เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย พูดคุยกับถงจ้งชิวอีกสองสามคำก่อนกล่าวลาและจากไป

ถงจ้งชิวมองแผ่นหลังเฉินเฟยแล้วถอนหายใจ แม้รู้อยู่แล้วว่าอดีตไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แต่เมื่อใดที่เห็นเฉินเฟย ถงจ้งชิวจะนึกโดยไม่รู้ตัวว่าในเวลานั้นเฉินเฟยต้องการเข้าร่วมสำนักกระบี่เซียนเมฆา

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่มีโอกาสก้าวเข้าประตูภูเขาด้วยซ้ำ

ผู้คนเป็นเช่นนี้ การไม่บอกตัวเองว่าอย่าคิดไปทุกอย่างหมายความว่าไม่สามารถคิดถึงมันได้ ระดับรวมทวารเป็นมนุษย์เช่นกัน ดังนั้นพวกเขาไม่สามารถหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้โดยธรรมชาติ

ถงจ้งชิวส่ายหัว หันหลังบินกลับไปที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา ไม่ว่าคิดมากแค่ไหนสิ่งต่างๆก็ไม่เปลี่ยนแปลง สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือแสดงน้ำใจ ไม่มีอะไรไปมากกว่านี้

เฉินเฟยบินกลับไปยังประตูภูเขาแห่งใหม่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งยาม สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวยังคงอยู่ในสภาวะตื่นเต้น

พอใจและสบายใจกับทุกสิ่งบนประตูภูเขา

สำนักกระบี่เซียนเมฆาและตระกูลหยูร่วมกันสร้างประตูภูเขาอย่างรอบคอบ แต่คนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้คิดอะไรขนาดนั้น สิ่งสำคัญคือความภาคภูมิใจและความทะนงตนในหัวใจทำให้ผู้คนตื่นเต้น

สำนักนักกระบี่เริ่มดวงดาวรอวันนี้มานาน วันนี้กลับมาถึงอย่างรวดเร็ว เร็วมากจนคาดไม่ถึง

ลานบ้านของเฉินเฟยถูกจัดวางอย่างโดดเดี่ยวบนยอดเขา ปราณหยวนของที่นี่หนานแน่นที่สุดและยังช่วยป้องกันไม่ให้เฉินเฟยถูกรบกวน

เฉินเฟยลอยอยู่กลางอากาศ ใช้จิตวิญญาณรับรู้และเข้าใจสถานการณ์ในลานบ้านอย่างถ่องแท้

วัสดุทุกชิ้นในลานบ้านเป็นของหรูหรา แต่มองผ่านตาจะไม่ได้ดูสูงส่งหรือโอ่อ่า กลับกันแล้วยังดูเรียบง่าย

พอมองอยู่นานยังรู้สึกสบายใจ

เห็นได้ชัดว่าการสร้างบ้านหลังนี้ได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบ

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่สนใจเรื่องนี้ ร่อนลงไปที่ลานบ้าน สุ่มนั่งลงขัดสมาธิ มองเครื่องหมายอัศเจรีย์ที่แจ้งเตือนบนแผงระบบตลอดเวลา

เฉินเฟยจดจ่ออยู่กับมันและเข้าใจความหมายของแผงระบบ

มูลค่าศิลาหยวนมากกว่าศิลาหยวนระดับต่ำห้าพันก้อน แผงระบบนี้จึงแสดงตัวเลือกการซื้อช่องมิติใหม่

เฉินเฟยซื้อช่องมิติแรกด้วยเงินห้าพันตำลึง ตอนเฉินเฟยคิดว่าช่องมิติที่สองต้องใช้เงินห้าพันตำลึงเท่านั้น

ในเวลาต่อเฉินเฟยตระหนักได้ว่าตัวเองช่างไร้เดียงสา

แม้เฉินเฟยเก็บได้ห้าพันตำลึงในภายหลัง แผงระบบกลับไม่เคยแจ้งเตือนเรื่องช่องมิติที่สอง สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยคิดว่าสามารถซื้อช่องมิติจากแผงระบบได้ช่องเดียวหรือเปล่า หรือต้องมีศิลาหยวนห้าพันถึงสามารถช่องมิติที่สอง?

แต่ตอนนี้ความจริงได้เปิดเผยแล้ว จำเป็นต้องใช้เงินจำนวนมหาศาลอย่างศิลาหยวนระดับต่ำห้าพันก้อนจริงๆ ก่อนมาทะเลอู๋จิ้น เฉินเฟยไม่รู้ด้วยซ้ำว่าศิลาหยวนมีหลายระดับ

เพราะศิลาหยวนที่เฉินเฟยเห็นในราชวงศ์นั้นเป็นเพียงศิลาหยวนระดับต่ำ ท่ามกลางนั้นอาจมีศิลาหยวนระดับกลาง แต่เฉินเฟยในเวลานั้นไม่มีคุณสมบัติได้เห็นพวกมัน

เฉินเฟยมองคำแนะนำบนแผงระบบแล้วไตร่ตรองเล็กน้อย

ตามจริงแล้วในสมาคมเชียนอวี่มีอาวุธวิญญาณเก็บสิ่งของอย่างถุงเฉียนคุนเช่นกัน แต่ไม่มีระดับขัดเกลาทวารคนไหนใช้มันเพราะราคาแพงเกินไป แม้จะเป็นอาวุธวิญญาณ แต่ราคาขั้นต่ำของถุงฉียนคุนคือศิลาหยวนระดับสูงหนึ่งก้อน

สำหรับราคานี้ยังได้พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งลูกบาศก์เมตรซึ่งเล็กกว่าช่องมิติของแผงระบบมาก

แน่นอนว่าเทียบกับช่องมิติที่แผงระบบกำหนดไว้ ถุงเฉียนคุนสามารถใส่ทุกสิ่งได้ตามใจชอบ ต่างจากช่องมิติที่เฉินเฟยต้องใช้ประโยชน์จากช่องโหว่เพื่อเก็บของหลายอย่าง

และทุกครั้งที่เก็บสิ่งใหม่เข้าช่องมิติจะต้องดึงตู้ไม้ออกมา ดูแล้วลำบากไม่น้อย

เนื่องจากถุงเฉียนคุนธรรมดาใหญ่ไม่พอ คนจำนวนมากที่มีเงินน้อยจึงไม่กล้าซื้อ เช่นเดียวกับกวนหงซวนที่เฉินเฟยสังหาร เขาไม่มีถุงเฉียนคุนอยู่บนตัว

หากเฉินเฟยมีศิลาหยวนระดับสูงหนึ่งก้อน ตัวเลือกแรกของเฉินเฟยคงไม่ใช่ถุงเฉียนคุน เขาจะใช้เงินนั้นเสริมความแข็งแกร่งของตัวเอง

บางทีในอนาคตอาจมีระดับรวมทวารใจดีส่งมาให้เฉินเฟยสักอัน?

สำหรับการใช้ศิลาหยวนระดับต่ำห้าพันก้อนเพื่อซื้อช่องมิติ เฉินเฟยไม่ลังเลมากนักเพราะช่องมิติไม่ใช่ถุงเฉียนคุน ช่องมิติที่แผงระบบมอบให้ไม่ใช่เพียงจัดเก็บสิ่งของได้เท่านั้น

เวลาหยุดนิ่ง พื้นที่ภายในยังหยุดนิ่งเช่นกัน ต้องอาศัยความคิดของเฉินเฟยถึงจะเคลื่อนไหว

หากใช้สิ่งนี้เก็บของอย่างเดียวคงค่อนข้างเกินกำลัง เมื่อหลายปีก่อนเฉินเฟยทดลองกับมันและพบวิธีอื่นใช้แบบอื่น

ศิลาหยวนระดับกลางห้าสิบก้อนในมือเฉินเฟยหายไป ในการรับรู้เฉินเฟย ช่องมิติหนึ่งลูกบาศก์เมตรค่อยๆปรากฏ

เฉินเฟยยืนขึ้น กระบี่เฉียนหยวนลอยเข้ามือและเกิดเสียงชิ้งดังกึกก้อง

ร่างเฉินเฟยวูบไหว ครู่ต่อมา คนอยู่กลางอากาศ พลังของระดับรวมทวารแผ่จากตัวเฉินเฟย แต่เฉินเฟยยับยั้งมันไว้

เฉินเฟยหลับตาลง เริ่มระดมพลังในร่างกาย

เสียงคำรามมังกรคชสารดังจากตัวเฉินเฟย เปลวไฟสีเลือดเผาไหม้บนร่างกายทำให้บริเวณโดยรอบกลายเป็นสีเลือด

เฉินเฟยไม่ได้ใช้พลังขนาดนี้ตอนสังการกวนหงซวนซึ่งเป็นระดับรวมทวาร แต่ตอนนี้ไม่มีใครอยู่ตรงหน้า เฉินเฟยกลับแสดงพลังสูงสุดออกมา

ไม่ต้องพูดถึงสิ่งใด ภายใต้เคล็ดผลาญเลือด อุณหภูมิร่างกายเฉินเฟยยังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง หัวใจเฉินเฟยเต้นรัวไม่หยุดหย่อน แม้แต่มังกรคชสารในร่างกายยังสั่นสะเทือน

หลังเค้นพลังและสะสมไว้จนไม่มีทางเพิ่มพลังได้อีก เฉินเฟยเริ่มบีบอัดพลังเพื่อปลดปล่อยกระบวนท่าที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น แม้สิ่งนี้จะทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บก็ตาม

การสะสมพลังแบบนี้ใช้ในการต่อสู้จริงไม่ได้ หากกล้าสะสมพลังเช่นนี้ กระบี่ศัตรูคงตัดผ่านคอไปหลายครั้ง

แต่ในขณะนี้เฉินเฟยเริ่มบีบอัดพลังเพื่อความรุนแรงของหนึ่งกระบี่ที่เหนือกว่าทฤษฎี

สิบลมหายใจผ่านไปในพริบตา อากาศรอบตัวเฉินเฟยสั่นไหว เฉินเฟยรู้สึกถึงหยดน้ำที่ไหลผ่านร่างกาย

แต่เฉินเฟยไม่หยุดและผลักดันต่อไป

บนยอดเขาอิสระ ในขณะนี้เฉินเฟยจงใจยับยั้งพลังเอาไว้ ไม่เช่นนั้นคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะหันมาสนใจ คนที่ไม่รู้จะคิดว่าเฉินเฟยเผชิญกับศัตรู

ทันใดนั้นแผ่นหลังเฉินเฟยเกิดรอยแตก เพราะการสะสมพลังจึงทำให้ร่างกายเฉินเฟยเป็นเช่นนี้

เมื่อรอยแตกปรากฏ รอยแตกบนร่างกายเฉินเฟยยิ่งกระจายออกไป แม้แต่การฟื้นฟูอันน่ากลัวของสยบมังกรคชสารยังไม่สามารถฟื้นฟูรอยแตกเหล่านี้

เพราะความเร็วของการทำลายอยู่เหนือความสามารถในการรักษาของสยบมังกรคชสาร

ทันใดนั้นเฉินเฟยลืมตาขึ้น หากสังเกตุให้ดีจะเห็นว่าดวงตาเฉินเฟยกลายเป็นสีแดงเลือด

ช่วงเวลาต่อมา เฉินเฟยก้าวเท้าขวาไปด้านหน้าเหยียบลงบนอากาศ ระลอกคลื่นนับไม่ถ้วนกระเพื่อมจากฝ่าเท้า แทงกระบี่เฉียนหยวนซึ่งกลายเป็นสีดำออกไป

“ตู้ม!”

เมื่อแทงกระบี่เฉียนหยวนออกไป อากาศพลันระเบิด เมฆคลื่นกระแทกขนาดใหญ่ปะทุขึ้นทันที

พลังของกระบี่นี้อยู่เหนือความแข็งแกร่งที่เฉินเฟยสามารถใช้ได้ภายใต้สถานการณ์ปกติ แม้เฉินเฟยจะทลายจุดรวมทวาร แต่พลังนั้นน่าจะเหนือกว่ากระบี่นี้เพียงเล็กน้อย

แต่ก่อนที่พลังนี้จะกวาดไปทุกทาง แสงแวววาวตรงปลายกระบี่เฉียนหยวนหายฉับพลัน กระบี่เฉียนหยวนหยุดนิ่งกลางอากาศ

พลังของเฉินเฟยลดลงถึงจุดต่ำสุดอย่างกะทันหัน

แต่เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ มองเข้าไปในช่องมิติใหม่

มีบางอย่างอยู่ในช่องมิติที่ว่างเปล่าเมื่อครู่ นั่นคือขีดจำกัดหยวนกระบี่ที่หายไป ในขณะนี้หยวนกระบี่หยุดนิ่งอยู่ในช่องมิติ

จบบทที่ ตอนที่ 469 ขีดจำกัด

คัดลอกลิงก์แล้ว