- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 465 ขจัดความสงสัย
ตอนที่ 465 ขจัดความสงสัย
ตอนที่ 465 ขจัดความสงสัย
หนึ่งเดือนต่อมา เรือขนาดใหญ่หลายสิบลำบรรทุกคนสองสำนักและชาวเกาะเฉินสุ่ยมุ่งหน้าไปยังเขตไห่เฟิง
เกาะเฉินสุ่ยซึ่งก่อนหน้านี้คึกคักเป็นอย่างมากเหลือผู้อาศัยเพียงไม่กี่คน คนส่วนใหญ่เลือกจากไป
เพราะนี่อาจเป็นโอกาสเดียวสำหรับผู้อาศัยในเกาะเฉินสุ่ยที่จะย้ายไปยังพื้นที่ทะเลอื่นและรับสิทธิการอาศัย
ไม่อย่างนั้นด้วยความแข็งแกร่งของผู้อาศัยในเกาะเฉินสุ่ย การรับสิทธิ์ในการอยู่อาศัยในเมืองต่างๆในพื้นที่ทะเลอื่นคงเป็นเรื่องยาก เมืองที่เจริญรุ่งเรืองกว่าในสมาคมเชียนอวี่มีผู้คนอยู่อาศัยหนาแน่นอยู่แล้ว
ด้วยการย้ายไปกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในลักษณะ พวกเขาย่อมถูกตราหน้าว่าเป็นของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะจัดสรรบ้านในสถานที่ใหม่ให้พวกเขาอาศัย รับประกันการดำรงชีวิต
เทียบกับเกาะเฉินสุ่ยที่อยู่ห่างไกล เขตไห่เฟิงที่อยู่ห่างไปหลายพันลี้เจริญรุ่งเรืองมากกว่า ทรัพยากรโดยรอบยังอุดมสมบูรณ์ไม่แพ้กัน ในสถานที่เช่นนั้นตราบใดที่ทำงานหนักขึ้น บางทีโชคชะตาอาจเปลี่ยนไป
แทนที่จะเป็นเหมือนเกาะเฉินสุ่ยซึ่งอยู่แบบเดิมมาหลายสิบปี แม้กระทั่งในอดีตยังไม่มีกองกำลังสำนักใดเลือกปักหลักที่นี่ จินตนาการได้เลยว่าสถานที่แห่งนั้นแห้งแล้งขนาดไหน
ในช่วงหนึ่งเดือนนี้ นอกจากทุกคนจะเก็บข้าวของอย่างต่อเนื่อง ยังมีอีกเรื่องหนึ่งเกิดขึ้น ศาลาเฉินสุ่ยเลือกรวมเข้ากับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
หลังการหารือระหว่างสองสำนัก สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะตั้งชีพจรพิเศษภายในสำนักเพื่อรองรับคนในศาลาเฉินสุ่ย
คำขอนี้ไม่ได้จัดทำโดยสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแต่เป็นศาลาเฉินสุ่ย
สำนักกระบี่เซียนเมฆากับตระกูลหยูเลือกสร้างพันธมิตรกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย้ายไปเขตไห่เฟิงโดยไม่มีปัญหาเพราะมีเฉินเฟยผู้แข็งแกร่งรวมทวาร
แต่ศาลาเฉินสุ่ยต้องไปเขตไห่เฟิงด้วยสถานะแบบไหน?
พันธมิตรของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว?
ความสัมพันธ์พันธมิตรจะเหมาะสมต่อเมื่อมีความแข็งแกร่งเท่ากัน เห็นได้ชัดว่าความแข็งแกร่งของศาลาเฉินสุ่ยในเวลานี้ไม่สามารถรองรับความสัมพันธ์พันธมิตรได้อีก
หากเป็นบริวารของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แบบนั้นยังเป็นไปได้ เดิมทีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคิดว่าศาลาเฉินสุ่ยจะเลือกทิศทางนี้อยู่แล้ว
ท้ายที่สุดเมื่อทั้งสองสำนักมาถึงทะเลอู๋จิ้นก็แยกตัวจากสำนักกระบี่เซียนเมฆาเพราะไม่ต้องการให้มรดกของสำนักหายไป ดังนั้นพวกเขาจึงเลือกอยู่ด้วยกันและมาที่เกาะเฉินสุ่ยอันห่างไกล
เกือบทุกคนในสองสำนักคิดว่าคงอยู่ที่นี่นานหลายสิบปี แม้กระทั่งฉวีชิงเซิงและคนอื่นที่มั่นใจในตัวเฉินเฟยเต็มเปี่ยมยังรู้สึกว่าหลายสิบปีนั้นไม่นาน
ท้ายที่สุดหากทะลวงจากระดับขัดเกลาทวารสู่ระดับรวมทวารในเวลาหลายสิบปีได้ นั่นจะเป็นพรที่ยิ่งใหญ่สำหรับพวกเขา
ผลลัพธ์ ไม่มีใครคาดคิดว่าเฉินเฟยกลายเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวารอย่างรวดเร็ว
นี่เป็นเรื่องน่าประหลาดใจอย่างยิ่งสำหรับสองสำนัก แต่ในขณะเดียวกันยังเป็นทางเลือกต่อหน้าศาลาเฉินสุ่ยด้วย ควรติดตามสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่อไปหรือแยกตัวออกแล้วพัฒนาด้วยตัวเอง
พัฒนาอย่างอิสระรักษามรดกไว้ แต่ทุกคนในศาลาเฉินสุ่ยเข้าใจดีว่าพวกนางแทบไม่มีโอกาสได้เป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวาร วิชาของพวกนางยังไม่สมบูรณ์เพียงพอ
ไม่ใช่ว่ามีคนผิดปกติอย่างเฉินเฟยปรากฏในสำนักเสมอไป เรื่องนี้สามารถคิดได้แต่ไม่อาจคาดหวัง
ดังนั้นหากศาลาเฉินสุ่ยเลือกพัฒนาโดยลำพัง วันหนึ่งอาจได้หายไปในทะเลอู๋จิ้น แม้สมาคมเชียนอวี่ให้ความคุ้มครองในนาม แต่ความจริงแล้วอันตรายต่างๆมองเห็นได้ทุกที่
ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายยังไม่เพียงพอให้ส่งต่อศาลาเฉินสุ่ยเป็นเวลานาน
ตอนที่ศาลาเฉินสุ่ยเลือกติดตามสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มันยังมีอีกเหตุผลหนึ่งซึ่งก็คือเฉินเฟย นอกจากข้อมูลที่สำนักกระบี่เซียนเมฆารวบรวมในมุมมืด ศาลาเฉินสุ่ยยังรู้เกี่ยวกับศักยภาพอันมหาศาลของเฉินเฟย
ศาลาเฉินสุ่ยติดตามสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว สิ่งที่คิดไม่ถึงคือเฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวารและจะนำศาลาเฉินสุ่ยไปด้วย
แต่ตอนนี้เฉินเฟยกลายเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวารแล้ว ศาลาเฉินสุ่ยต้องตัดสินใจว่าจะเลือกติดตามต่อไปหรือไม่
หลังชั่งน้ำหนักข้อดีข้อเสีย ศาลาเฉินสุ่ยเลือกรวมเข้ากับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กลายเป็นอีกหนึ่งชีพจร เทียบกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีข้อได้เปรียบมากกว่า พูดอีกอย่างคือข้อได้เปรียบของเฉินเฟยนั้นมากเกินไป
ผู้แข็งแกร่งรวมทวารอายุสามสิบ อายุน้อยมีพรสวรรค์ เทียบกับแนวโน้มเฉื่อยชาของสำนักกระบี่เซียนเมฆา คุณค่าของทั้งสองไม่เหมือนกัน
ในอนาคตอันใกล้นี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะก้าวหน้าไปอีกหลายร้อยปี การเข้าร่วมในเวลานี้ถือเป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดสำหรับศาลาเฉินสุ่ยอย่างไม่ต้องสงสัย
และด้วยประสบการณ์ยืนเคียงข้างกันบนเกาะเฉินสุ่ยก่อนหน้านี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจึงแสดงความจริงใจอย่างมากเมื่อศาลาเฉินสุ่ยเข้าร่วม
ชีพจรเฉินสุ่ยยังคงรักษาสิทธิ์ในการรับสมัครศิษย์สตรีอย่างอิสระภายในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวโดยที่ชีพจรหลักไม่เข้าไปแทรกแซง ทรัพยากรส่วนหนึ่งที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้รับจะถูกจัดสรรให้ชีพจรเฉินสุ่ย
แน่นอนเนื่องจากชีพจรเฉินสุ่ยเป็นสมาชิกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ชีพจรเฉินสุ่ยจึงต้องแบกภาระผูกพันของสำนักด้วย
โดยรวมแล้วคือการรักษาสิทธิ์ในการสืบทอดวิชามรดกของชีพจรเฉินสุ่ย เพื่อให้ชีพจรเฉินสุ่ยมีท่าเรือกำบังโดยไม่ต้องกังวลว่าจะถูกคลื่นในทะเลอู๋จิ้นกลืนหายไป
อย่างไรแล้วเมื่อเวลาผ่านไป มันเป็นเพียงเรื่องของเวลาก่อนที่ชีพจรเฉินสุ่ยจะรวมเข้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอย่างแท้จริง แต่นี่เป็นทางเลือกดีที่สุดที่ได้รับจากศาลาเฉินสุ่ยก่อนถึงเวลานั้น
เช่นเดียวกับทุกสิ่งอย่างในโลก ไม่มีทางใดได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
หากมีก็ต้องเป็นเพราะมีพลังควบคุมชีวิตของตัวเองได้อย่างสมบูรณ์ แบบนั้นจึงได้รับประโยชน์ทั้งสองฝ่าย
ความแข็งแกร่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเพราะศาลาเฉินสุ่ยเพิ่มเข้ามา และด้วยการเป็นสำนักเดียวกันความสัมพันธ์จึงกลมเกลียวขึ้น
ในทะเล เรือขนาดใหญ่มากกว่าสิบลำแล่นตัดลมทลายคลื่น
ในขณะนี้คนจำนวนมากรออยู่บนดาดฟ้าเรือลำใหญ่ตรงกลาง หลังจากนั้นไม่นาน ประตูห้องโดยสารเปิดออก ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเดินออกมาด้วยสีหน้าตื่นเต้นและพึมพำอะไรบางอย่าง
“ผู้อาวุโสจ้าว เจ้าเข้าใจความหมายแท้จริงของกระบี่จ้งหยวนหรือยัง?” ผู้คนบนดาดฟ้าเดินไปหาอย่างรวดเร็วและเอ่ยปากถามทันที
“ผู้อาวุโสเฉินชี้แนะเป็นการส่วนตัว หากข้าไม่รับรู้อะไรเลย หัวนี้จะไม่ใช่ก้อนเนื้อหรือ” ผู้อาวุโสจ้าวหัวเราะเสียงดังหลังได้ยินคำพูดคนอื่น
พอพูดจบ ผู้อาวุโสจ้าวชี้กระบี่ไปข้างหน้าด้วยมือขวา
ทันใดนั้นสนามพลังแผ่กระจายไปทุกทาง ทุกคนบนดาดฟ้าเรือรู้สึกว่าร่างกายจมลง สนามพลังสลายไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าผู้เชี่ยวชาญลงมือจะได้เห็นเสือผ่านท่อ
ในการพูดคุยสั้นๆเมื่อครู่ ทุกคนรู้เพียงเล็กน้อยเกี่ยวกับการบรรลุกระบี่จ้งหยวนของผู้อาวุโสจ้าว เทียบกับก่อนเข้าห้องโดยสาร กระบี่จ้งหยวนของผู้อาวุโสจ้าวพัฒนาขึ้นจริง
และนี่ยังเป็นเวลาอันสั้น ในขณะที่ผู้อาวุโสจ้าวแยกแยะความเข้าใจ ความเข้าใจของกระบี่จ้งหยวนยังพัฒนาขึ้นอย่างต่อเนื่อง
พอคิดได้แบบนั้นผู้คนบนดาดฟ้าต่างมองไปที่ห้องโดยสารอย่างกระตือรือร้น การได้รับคำชี้แนะเป็นการส่วนตัวจากระดับรวมทวารเป็นสิ่งที่ไม่มีใครในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเคยได้รับ
ไม่ต้องพูดถึงการชี้แนะ แม้แต่โอกาสได้พบผู้แข็งแกร่งรวมทวารยังมีน้อย
ตอนไปสำนักกระบี่เซียนเมฆาก็ไม่เคยพบถงจ้งชิว กงกวนจื่อยังปรากฏตัวเพียงไม่กี่ครั้ง
“ตาข้าแล้ว”
อู๋กวงอินพูดเสียงดังและเดินไปทางห้องโดยสาร ศิษย์ดูแลบนดานฟ้าหักค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนนของอู๋กวงอินอย่างรวดเร็ว
ค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนนไม่มากเกินไปสำหรับผู้อาวุโสหลายคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ส่วนใหญ่มีค่าผลงานมากกว่าหนึ่งหมื่นคะแนน
แต่ด้วยทรัพย์สินของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ผู้อาวุโสหลายคนในระดับขัดเกลาทวารจึงไม่สามารถใช้ค่าผลงานแลกสิ่งที่ดีสำหรับตัวเอง
แต่ตอนนี้ค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนนสามารถรับคำชี้แนะจากระดับรวมทวารได้ ค่าผลงานเหล่านั้นต้องนำมาใช้ให้หมด
อู๋กวงอินเดินไปที่ห้องโดยสาร เปิดประตูด้วยความเคารพและเห็นร่างในห้องโดยสารทันที นั่นคือเฉินเฟย
แต่ถ้ามองให้ดีจะพบว่าดวงตาเฉินเฟยดูหมองคล้ำซึ่งต่างจากคนทั่วไปอย่างเห็นได้ชัด
เพราะนั่นไม่ใช่เฉินเฟยแต่เป็นร่างแยกของเฉินเฟย
ไม่รู้ว่ามันเกี่ยวข้องกับเคล็ดพันไหม สยบจิตสยบมังกรคชสารระดับรู้แจ้ง หรือการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เกิดจากการทะลวงระดับรวมทวารหรือไม่
ร่างแยกเฉินเฟยสามารถดำรงอยู่ได้เป็นเวลานาน สามารถดูดซับปราณหยวนฟ้าดินเติมเต็มร่างกายได้เอง เฉินเฟยยังไม่ต้องควบคุม มันสามารถจัดการปัญหาบางอย่างเช่นการสอนวิชาด้วยตัวเอง
ตามคำสั่งของเฉินเฟยเอง ร่างแยกจะแสดงความลึกล้ำของเจ็ดมรดกของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวหลังถูกถาม
เฉินเฟยรู้สึกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอ่อนแอเกินไป ดังนั้นจึงคิดวิธีเพิ่มความแข็งแกร่งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวโดยที่เฉินเฟยไม่ต้องไปสนใจ
“ผู้อาวุโสเฉิน โปรดชี้แนะกระบี่หยกวารี” อู๋กวงอินมองร่างแยกเฉินเฟย พูดด้วยความเคารพอย่างไม่ลังเล
เมื่อเฉินเฟยทะลวงระดับรวมทวาร แม้ยังไม่ใช่ผู้อาวุโสใหญ่แต่ก็อยู่ในตำแหน่งนั้นแล้ว เพียงแค่ตัวเฉินเฟยเองที่ไม่เต็มใจยอมรับตำแหน่ง
ดังนั้นผู้คนในสำนักจึงเรียกเฉินเฟยตามเดิม
อย่างไรก็ตามด้วยอายุของเฉินเฟย การขึ้นเป็นผู้อาวุโสใหญ่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวในอนาคตเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้
“ได้!”
ร่างแยกเฉินเฟยเหลือบมองอู๋กวงอิน จับกระบี่เหล็กเนื้อดี เริ่มแสงกระบี่หยกวารีโดยไม่พูดอะไรอีก
เนื่องจากเป็นการชี้แนะ เฉินเฟยจึงใช้กระบี่หยกวารีอย่างเชื่องช้า แม้กระทั่งเริ่มหยุดเพื่ออธิบายสิ่งสำคัญของกระบวนท่าและการโคจรพลังหยวน
นอกจากร่างแยกไม่มีจุดรวมทวารกับวิญญาณของร่างเดิม ความเข้าใจในวิชาล้วนเหมือนกันทุกประการ ดังนั้นการชี้แนะนี้จึงแสดงให้เห็นส่วนสำคัญของวิชากระบี่หยกวารีอย่างสมบูรณ์
อู๋กวงอินด้านข้างเบิกตากว้างไม่ยอมพลาดรายละเอียดใด หากไม่เข้าใจสิ่งใดก็ถามทันที ร่างแยกจะตอบคำถามเหล่านั้น
หนึ่งถามหนึ่งตอบ หนึ่งชั่วยามผ่านไปในพริบตา