- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 463 เหตุและผล
ตอนที่ 463 เหตุและผล
ตอนที่ 463 เหตุและผล
ตอนอยู่ในเมืองเซียนเมฆา ถงจ้งชิวไม่ค่อยสนใจกิจการของสำนักโดยรอบเพราะกงกวนจื่อเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องเหล่านี้
ดังนั้นความทรงจำของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจึงติดอยู่ในอดีต วิชาสำนักไม่สมบูรณ์ การบ่มเพาะสูงสุดอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเท่านั้น
แม้คราวนี้มาทะเลอู๋จิ้นด้วยกัน ถงจ้งชิวเพียงเหลือบมองสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่กี่ครั้ง พบว่าไม่มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว
แต่นี่เป็นสถานการณ์ผิดปกติ เมื่อวิชาของสำนักเสียหาย เป็นเรื่องยากที่สำนักจะพัฒนาไปได้ไกล หากสามารถดำรงอยู่ได้โดยไม่ถดถอยอาจกล่าวได้ว่ามีผู้นำดี
“ใครเป็นผู้ทะลวงผ่าน?” ถงจ้งชิวมองกงกวนจื่อแล้วพูดเสียงทุ้ม
มันยากแค่ไหนที่ระดับรวมทวารถือกำเนิดในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว จากสิ่งที่ถงจ้งชิวเห็นในวันนั้น สองคนที่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายอายุไม่น้อย
แม้แต่หนึ่งในนั้นอายุขัยกำลังจะสิ้นสุด จิงชี่เสินหมดลง อยู่ได้อีกเพียงไม่กี่ปี
ในสถานการณ์แบบนี้ไม่ควรมีคนทะลวงระดับรวมทวารได้ แม้ทั้งสองพยายามเสี่ยงชีวิตทะลวงผ่าน สุดท้ายก็ไม่มีความเป็นไปได้ที่สองนอกจากตัวตายเต๋าสลาย
การทะลวงระดับรวมทวารไม่จำเป็นต้องเสี่ยงชีวิตเพื่อประสบความสำเร็จ หากสามารถเปลี่ยนชีวิตได้จริงโดยไม่สนใจชีวิต สถานะของระดับรวมทวารคงไม่สูงส่งนัก
แม้แต่ในสมาคมเชียนอวี่ สถานะของระดับรวมทวารอยู่เหนือธรรมดาซึ่งสูงกว่าสถานะของระดับขัดเกลาทวารมาก
ในเส้นทางวิถียุทธ์ ผลของการไม่สนใจชีวิตบางทีอาจไม่ใช่ชีวิตในที่สุด
“ชื่อเฉินเฟย นี่เป็นข้อมูลของเขา”
กงกวนจื่อหยิบแผ่นหยกมอบให้ถงจ้งชิว กวนกงจื่อสั่งให้คนเตรียมข้อมูลไว้ก่อนมา กงกวนจื่อเองอยากรู้เรื่องเฉินเฟยเช่นกัน
ถงจ้งชิวหยิบแผ่นหยก ใส่จิตวิญญาณลงไป ครู่ต่อมา ถงจ้งชิวละสายตาจากแผ่นหยก
“เข้าร่วมสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ถึงสิบปี วันนี้เปลี่ยนจากนักยุทธ์ตัวน้อยระดับหลอมกระดูกสู่ระดับรวมทวาร?”
ถงจ้งชิวมองกงกวนจื่อ แม้แววตาไม่เปลี่ยนไป แต่กงกวนจื่อหัวใจเต้นแรงทันที
กงกวนจื่อเข้าใจดี ถงจ้งชิวกำลังตั้งคำถามว่าทำไมสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่เคยสังเกตเห็นพรสวรรค์อันยิ่งใหญ่เช่นนี้มาก่อน หากกงกวนจื่อไม่รู้อะไรเกี่ยวกับเรื่องใหญ่เช่นนี้ กงกวนจื่อคงล้มเหลวในฐานะเจ้าสำนัก
“เขาซ่อนการบ่มเพาะเอาไว้ สิ่งที่เขาแสดงให้โลกภายนอกเห็นนั้นเป็นเพียงระดับัขดเกลาทวารขั้นต้น” กงกวนจื่อตอบอย่างรวดเร็ว
หลังฝึกฝนมาหลายปี ได้ทะลวงระดับหลอมกระดูกสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น พรสวรรค์แบบนี้ยอดเยี่ยมโดยธรรมชาติ แต่อย่างน้อยยังอยู่ในช่วงที่ยอมรับได้
ท้ายที่สุดในการแข่งขันศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆา เฉินเฟยแสดงความโดดเด่นและผูกติดกับเสิ่นถูฉาง ศิษย์แท้จริงอันสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆา
ในเวลานั้นทุกคนเห็นว่าพรสวรรค์ของเฉินเฟยนั้นดี แต่มันแค่ดีเท่านั้น หากต้องการทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสู่ระดับขัดเกลาทวาร เป็นเรื่องง่ายที่จะติดอยู่จุดนี้เป็นเวลาหลายปีหรือแม้กระทั่งล้มเหลวโดยตรง
ผลลัพธ์ หนึ่งปีต่อมาเฉินเฟยประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตามด้วยการแสดงในสำนักกระบี่เซียนเมฆาก่อนหน้านี้ ทุกคนจึงคาดหวังไว้ในใจอยู่แล้ว ดังนั้นพวกเขาจึงยอมรับมันอย่างรวดเร็ว
สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้ขาดระดับขัดเกลาทวาร ต่อให้พรสวรรค์ของเฉินเฟยเหนือกว่า แต่ด้วยการเข้าร่วมสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เขาอาจถูกลิขิตให้บรรลุระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเป็นความสำเร็จสูงสุดในชีวิต
ด้วยทรัพยากรของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เฉินเฟยต้องใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย
ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาถูกรบกวนจากการปรากฏตัวอย่างกะทันหันของสำนักเพลิงเทพ ในไม่ช้าจึงเลิกสนใจเฉินเฟย หลังจากนั้นแม้เฉินเฟยเอาชนะเสิ่นถูชางต่อหน้าคนจำนวนมาก แต่มันก็เท่านั้น
ในสายตาสำนักกระบี่เซียนเมฆา นั่นเป็นเพียงการยืนยันพรสวรรค์ของเฉินเฟยอีกครั้ง
“ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้ หากไม่ซ่อนมันไว้คงไม่ได้เติบโต” ถงจ้งชิวลูบแผ่นหยกในมือแล้วถอนหายใจ
แผ่นหยกยังบอกอีกอย่างว่าเมื่อเฉินเฟยมาถึงเมืองเซียนเมฆา สำนักแรกที่เขาต้องการเข้าร่วมคือสำนักกระบี่เซียนเมฆา
ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นกองกำลังเจ้าปกครองซึ่งควบคุมพื้นที่หลายพันลี้ ดังนั้นผู้คนจำนวนมากจึงมาเข้าร่วมสำนักทรงพลังนี้โดยธรรมชาติ
แต่น่าเสียดาย เพราะกลยุทธ์คัดเลือกคนของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในเวลานั้น เห็นว่าเฉินเฟยมีอายุมากกว่าและการบ่มเพาะไม่เพียงพอ ดังนั้นจึงถูกประตูสำนักกระบี่เซียนเมฆาปิดกั้นโดยตรง
ไม่มีแม้แต่โอกาสได้เข้าประตูภูเขาเพื่อรับการทดสอบ เพราะหากผ่านการทดสอบจะมีบันทึกไว้ในสำนักกระบี่เซียนเมฆา
ไม่มีบันทึก เห็นชัดว่าไม่ได้ก้าวเข้าประตูภูเขาด้วยซ้ำ
ระดับรวมทวารควรกำเนิดในสำนักกระบี่เซียนเมฆาของพวกเขาเอง แต่สุดท้ายกลับถูกพวกเขาปฏิเสธ
ไม่อาจพูดได้ว่าวิธีที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาคัดเลือกศิษย์ในเวลานั้นผิด ด้วยสงครามในเวลานั้น ผู้คนจำนวนมากจึงมาที่เมืองเซียนเมฆา สำนักกระบี่เซียนเมฆาสามารถใช้เพียงวิธีนี้ในการคัดเลือกศิษย์คุณภาพสูง
แต่บังเอิญว่าหยกชิ้นหนึ่งอย่างเฉินเฟยถูกทิ้งไป
พูดได้แค่เฉินเฟยกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่มีโชคชะตาร่วมกัน
นี่คือความจริง แต่พอถงจ้งชิวคิดถึงมังกรซ่อนและสำนักกระบี่เซียนเมฆา ในใจเขายังคงรู้สึกไม่สบายใจ
ระดับรวมทวารอายุสามสิบ แม้แต่ในสมาคมเชียนอวี่ซึ่งมีคนเก่งมากมาย ระดับรวมทวารแบบนี้สามารถนับนิ้วด้วยมือเดียว เพียงแห่งเดียวที่อัจฉริยะเช่นนี้จะปรากฏ นั่นคือกองกำลังหลักของสมาคมเชียนอวี่
กองกำลังหลักเหล่านั้นแข็งแกร่งขนาดไหน ท่ามกลางพวกเขามีผู้แข็งแกร่งรวมทวารสูงสุด ในกองกำลังระดับนี้เท่านั้นที่ระดับรวมทวารอายุน้อยปรากฏตัว
ก่อนหน้านี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาหวังว่าจะมีอัจฉริยะเช่นกัน แต่สุดท้ายก็ไม่มี
“ข้ารู้เรื่องนี้แล้ว เจ้ากลับไปได้!” ถงจ้งชิวมองกงกวนจื่อแล้วโบกมือ
“กวนจื่อขอตัว!” กงกวนจื่อมองสีหน้าถงจ้งชิว รู้สึกว่าถงจ้งชิวดูแก่ขึ้นเล็กน้อยจึงรู้สึกอึดอัดใจ
แต่ตอนนี้พูดอะไรไปก็ไม่อาจเปลี่ยนความจริงที่สำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับรวมทวาร กงกวนจื่อโค้งคำนับถงจ้งชิวและค่อยๆออกจากลานบ้าน
ถงจ้งชิวมองต้นสนในลานบ้าน รอยยิ้มไม่เห็นค่าตัวเองปรากฏบนใบหน้า
สำนักกระบี่เซียนเมฆาพยายามทุกวิถีทางเพื่อให้ได้ระดับรวมทวาร แต่จนถึงตอนนี้ยังไม่มีผลลัพธ์ แม้ในสำนักมีระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่ไม่มีใครบอกได้ว่าจะประสบความสำเร็จในตอนท้ายหรือไม่
ในสมาคมเชียนอวี่มีระดับขัดเกลาทวารสูงสุดมากมาก แต่มีคนเพียงไม่กี่คนที่ทะลวงผ่านได้อย่างแท้จริง
โชคชะตาล้มลมตกอยู่ที่สำนักกระบี่เซียนเมฆา? ถงจ้งชิวไม่มั่นใจ
ถงจ้งชิวอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจอีกครั้งเมื่อนึกถึงเฉินเฟย เวลาและโชคชะตา เหล่าเทียนเจินไม่สนใจสำนักกระบี่เซียนเมฆาแล้วหรือ?
“ฟู่ม!”
ทันใดนั้นมีเสียงระเบิดดังมาจากระยะไกล ถงจ้งชิวเงยหน้ามอง เห็นคนหนึ่งกำลังมา นั่นคือหยูโชวเฉิงแห่งตระกูลหยู
ขณะที่ค่ายกลป้องกันของสำนักกระบี่เซียนเมฆากำลังจะก่อตัว ถงจ้งชิวได้หยุดมันไว้ก่อน หยูโชวเฉิงร่อนลงหน้าลานบ้านถงจ้งชิว
“ขอโทษที่มาโดยไม่ได้รับเชิญ!” หยูโชวเฉิงมองถงจ้งชิวแล้วกุมมือพูด
“ไม่เป็นไร เชิญนั่ง!”
ถงจ้งชิวโบกมือ ต้อนรับหยูโชวเฉิงเข้าลานบ้าน ตอนนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเป็นพันธมิตรกับตระกูลหยู ต้องขอบคุณตระกูลหยูที่ทำให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาตั้งหลักในสมาคมเชียนอวี่ได้อย่างรวดเร็ว
ดังนั้นทั้งสองกองกำลังจึงเข้ากันได้อย่างกลมเกลียว หยูโชวเฉิงมาโดยตรงเช่นนี้ แม้จะกะทันหันไปหน่อยแต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่
“เจ้าน่าจะได้ยินเรื่องสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแล้วใช่ไหม?” หยูโชวเฉิงนั่งตรงข้ามถงจ้งชิวและพูดเข้าประเด็น
วันนี้หยูโชวเฉิงมาที่นี่เพราะได้ยินข่าวเมื่อไม่นานมานี้
ตอนนั้นหยูโชวเฉิงเต็มไปด้วยความประหลาดใจเช่นกัน หลังอยู่ใกล้เมืองเซียนเมฆาหลายปี ตระกูลหยูจึงคุ้นเคยกับสถานการณ์ของกองกำลังโดยรอบ
ในสายตาหยูโชวเฉิง สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นเหมือนกองกำลังระดับหกจำนวนมากในสมาคมเชียนอวี่ซึ่งไม่มีคุณสมบัติโดดเด่น
แน่นอนว่าเมื่อหลายร้อยปีก่อนสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอยู่ในช่วงรุ่งโรจน์และมีมรดกระดับรวมทวาร แต่หลังผ่านไปหลายปี วิชามรดกไม่สมบูรณ์ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสูญเสียความรุ่งโรจน์ในอดีตไป
สถานการณ์นี้มักเกิดขึ้นในสมาคมเชียนอวี่ เมื่อระดับรวมทวารในสำนักล้มลง ความแข็งแกร่งจะลดลงทันทีหรือแม้กระทั่งหายไปตลอดกาล
ในสายตาหยูโชวเฉิง สำนักกระบี่เซียนเมฆามีแนวโน้มดังกล่าว โชคดีที่เมื่อมาถึงทะเลอู๋จิ้น ถงจ้งชิวยังมีโอกาสได้รับวัตถุวิญญาณยืดอายุ
ตราบใดที่มีวัตถุวิญญาณยืดอายุ ถงจ้งชิวสามารถอยู่ได้อีกหลายสิบปี ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆามีโอกาสให้กำเนิดระดับรวมทวารคนใหม่ สานต่อความรุ่งโรจน์ของสำนัก
“เพิ่งได้ยินมา เจ้าคงมาด้วยเรื่องนี้” รอยยิ้มปรากฏบนใบหน้าถงจ้งชิว แต่ดวงตาไม่มีรอยยิ้มเลย
หยูโชวเฉิงเห็นสีหน้าถงจ้งชิว นึกถึงข้อมูลบางอย่างเกี่ยวกับเฉินเฟยและเข้าใจ ใครที่พลาดระดับรวมทวารอายุสามสิบคงรู้สึกเหมือนถงจ้งชิว
ถ้าหยูโชวเฉิงอยู่ในจุดเดียวกับถงจ้งชิว หยูโชวเฉิงคงโกรธเป็นอย่างยิ่ง
“ศักยภาพของเฉินเฟยเห็นได้ชัดเจนแล้ว พวกเจ้ามาจากที่เดียวกัน คงน่าเสียดายหากไม่นำอีกฝ่ายเข้าร่วมพันธมิตร” หยูโชวเฉิงพูดเสียงต่ำ
“เขาอาจไม่เห็นด้วย ท้ายที่สุดเจ้ากับข้ามีปัญหามากมาย” ถงจ้งชิวส่ายหัว
แม้เจี่ยนจิ้นเซิงแห่งสำนักเพลิงเทพไม่ได้อยู่ในทะเลอู๋จิ้น แต่มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะตามทัน ทุกคนรู้ดีว่า เจี่ยนจิ้นเซิงมีโอกาสสูงในการทะลุระดับรวมทวารขั้นกลางในอีกไม่กี่ปี
หากสร้างพันธมิตรกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาต้องรับกรรมของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ใครที่เข้าร่วมเป็นพันธมิตรต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่ามันคุ้มค่าหรือไม่
นอกจากนี้ในตระกูลหยูยังมีปัญหามากมายซึ่งไม่ได้ดีไปกว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆา ไม่อย่างนั้นพวกเขาคงไม่หาทางหนีไปเมืองเซียนเมฆาเพื่อหลีกเลี่ยง
“ดินแดนลับระดับสาม น้ำหนักเท่านี้พอหรือไม่?” หยูโชวเฉิงพูดเสียงเบา
“เจ้าต้องการแบ่งส่วนหนึ่งของดินแดนลับระดับสามแก่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว?”
สีหน้าถงจ้งชิวเปลี่ยนไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำพูดหยูโชวเฉิง ข้อต่อรองนี้ทำให้ใจคนสั่นคลอน