- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 457 เดือดพล่าน
ตอนที่ 457 เดือดพล่าน
ตอนที่ 457 เดือดพล่าน
สายลมพัดผ่านทำให้เกิดระลอกคลื่นบนผิวทะเลอันเงียบสงบ ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นอย่างเงียบๆด้านบน สำรวจสภาพแวดล้อมจากมุมสูง
“ค่อนข้างเฉียบแหลมเลย ตั้งใจเคลื่อนย้ายออกมาไกลขนาดนี้ ดูแล้วคงได้รับผลประโยชน์ไม่น้อย”
กวนหงซวนวางมือไพล่หลัง ไข่มุกเย่หมิงลอยอยู่ตรงหน้า ระลอกคลื่นแผ่ไปด้านนอกขณะที่ไข่มุกเย่หมิงลอยขึ้นลง
การทดสอบถ้ำเทวาไห่เยว่เป็นงานใหญ่ที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารมารวมตัวกัน สมบัติที่ได้รับในถ้ำเทวานั้นแทบไม่ได้พบเห็น
บางอันมีประโยชน์มากแม้กระทั่งสำหรับระดับรวมทวาร
หากมีผลประโยชน์ย่อมมีการแข่งขัน ถ้ามีการแข่งขันย่อมมีการต่อสู้กัน ดังนั้นสำนักที่แข็งแกร่งจะส่งคนไปปกป้องศิษย์ของตน
โดยปกติจะไม่มีใครวางแผนใดกับผู้ที่มีภูมิหลังเช่นนี้ อย่างไรก็ตามไม่ใช่ผู้ทดสอบถ้ำเทวาไห่เยว่ทุกคนที่มีภูมิหลังลึกล้ำ
คนเหล่านี้จึงตกเป็นเป้าหมายของหมาจิ้งจอก เสือ และเสือดาวบางกลุ่ม
ระดับรวมทวารดูถูกสิ่งที่อยู่ในมือระดับขัดเกลาทวารธรรมดา แต่สมบัติในถ้ำเทวาไห่เยว่มีความต่างอยู่บ้าง
เทียบกับการดิ้นรนแย่งชิงทรัพยากรจากที่อื่น การแย่งชิงจากระดับขัดเกลาทวารเป็นเรื่องง่ายกว่า
ถ้ำเทวาไห่เยว่ให้สิทธิในการเคลื่อนย้ายแก่ผู้ทดสอบ หลายปีที่ผ่านมามีคนจำนวนมากรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนั้นจึงมีระดับรวมทวารบางคนนั่งซุ่มอยู่ห่างจากถ้ำเทวาร้อยลี้
หนึ่งคนหนึ่งพื้นที่ ใครก็ตามที่พบจะตกเป็นของเขา สิ่งนี้กลายเป็นกฎการล่าที่ไม่พูด
อย่างไรก็ตามด้วยระยะที่กว้างขวางเกินไปจึงไม่สามารถล่าคนได้ทุกครั้ง แต่สำหรับระดับรวมทวารเหล่านี้ มันไม่มีการสูญเสียใดนอกจากเวลา
ถ้าสำเร็จจะได้รับกำไรมหาศาล
กวนหงซวนสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวในพื้นที่ของตัวเองจึงรีบมาที่นี่ คาดไม่ถึงว่าอีกฝ่ายจะเฉียบแหลมและหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอย
แต่ไม่เพียงกวนหงซวนไม่โกรธ ใบหน้ายังแสดงรอยยิ้มออกมา ตอนนี้สัมผัสได้ถึงอีกฝ่าย กวนหงซวนจะปล่อยเป็ดที่เกือบเข้าปากตัวเองได้อย่างไร
กวนหงซวนยื่นมือขวาจับไข่มุกเย่หมิงตรงหน้า ไข่มุกเย่หมิงเปล่งแสงเจิดจ้าปกคลุมระยะร้อยหมี่ทันที
“หืม ลมปราณหายไปแล้ว!”
กวนหงซวนขมวดคิ้ว ภายใต้ไข่มุกเย่หมิง กวนหงซวนเห็นรายละเอียดทุกอย่างของทะเลโดยรอบอย่างชัดเจน แต่ตอนนี้กลับไร้ซึ่งลมปราณของอีกฝ่าย
ไข่มุกเย่หมิงสว่างขึ้นจนเหมือนดวงจันทร์สุกใสบนท้องฟ้า แต่ยังไม่พบแหล่งลมปราณมนุษย์ในทะเล ราวกับสิ่งที่กวนหงซวนสัมผัสได้เมื่อครู่เป็นเพียงภาพลวงตา
“น่าสนใจ มีวิชาซ่อนตัวลึกล้ำเช่นนี้ด้วย!”
กวนหงซวนประสานสองมือทำมุทรา จากนั้นใช้นิ้วกระบี่ด้วยมือขวาชี้ดวงตาตัวเอง
การหาคนจากลมปราณเป็นวิธีที่ง่ายและมีประสิทธิภาพที่สุด ลมปราณมีเอกลักษณ์เฉพาะตัวและไม่ผสมปนเป ทว่าด้วยการใช้วิชาอื่นๆจึงมีสิ่งรบกวน ยิ่งก้าวหน้ายิ่งรบกวนมาก
เนตรย้อนหลัง!
สามารถเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้าตัวเองก่อนหน้านี้
ในสายตากวนหงซวน เห็นเงาพร่ามัวปรากฏด้านล่าง จากนั้นดำดิ่งลงทะเลแล้วหายไป
“มาดูกันว่าเจ้าจะหนีไปไหนได้!”
ร่างกวนหงซวนขยับและหายไปราวกับฟองสบู่ในฝัน เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่ในทะเลลึก
ห่างออกไปสิบลี้ เฉินเฟยกำลังวิ่งอยู่ใต้น้ำทะเล ภายใต้กระบี่หยกวารี เฉินเฟยสามารถควบคุมน้ำได้ในระดับหนึ่ง ดังนั้นแม้อยู่ในน้ำทะเล ความเร็วเฉินเฟยช้ากว่าบนทะเลเพียงเล็กน้อย
ทันใดนั้นคิ้วเฉินเฟยพลันขมวดลง ด้วยศาสตร์มองดาวในร่างกาย การรับรู้ของเฉินเฟยจึงเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารมากและอาจดีเท่าระดับรวมทวาร
ดังนั้นในการรับรู้ของเฉินเฟยในขณะนี้ มีลมปราณยิ่งใหญ่ไล่ตามเขามาจากทางที่เพิ่งผ่านมา
ลมปราณแบบนี้คงเป็นระดับรวมทวาร สิ่งเดียวที่เฉินเฟยคิดได้คือสังหารคนแย่งสมบัติ
นี่เป็นเรื่องธรรมดาในโลกนี้ ตราบใดที่มีผลประโยชน์มากพอ ใครๆก็สามารถเสี่ยงได้ ยิ่งไปกว่านั้นเรื่องนี้ไม่เป็นอันตรายในสายตาของระดับรวมทวาร
ระดับรวมทวารเผชิญหน้ากับระดับขัดเกลาทวาร มันแทบเป็นการบดขยี้ ต่อให้เป็นระดับขัดเกลาทวารสูงสุดผลลัพธ์ก็ไม่ต่างกันนัก
“ตัดลมปราณทิ้งไปแล้ว อีกฝ่ายตามมาได้อย่างไร?”
เฉินเฟยมองปลารอบตัวเขา สีหน้าเปลี่ยนไปและรีบไปยังจุดที่มีปลามากมาย ไม่ว่าอีกฝ่ายไล่ตามมาอย่างไร ด้วยเบาะแสหลากหลายจะยิ่งยากต่อการไล่ตาม
ในทะเลลึก ทุกอย่างขาดได้แต่ไม่ใช่กับปลาเหล่านี้
เฉินเฟยวิ่งไปทุกที่ที่มีปลาจำนวนมาก แม้ความเร็วจะลดลง แต่ปริมาณเบาะแสที่รบกวนจะเพิ่มขึ้นหลายสิบเท่าอย่างไม่ต้องสงสัย
เฉินเฟยต้องการดูว่าวิธีนี้สามารถชะลอการไล่ตามของอีกฝ่ายได้หรือไม่ หากมันไม่มีผลเฉินเฟยจะใช้วิธีอื่น
ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ร่างหนึ่งปรากฏที่ตำแหน่งเดิมของเฉินเฟย นั่นคือกวนหงซวนที่ไล่ตามมา
แต่ในขณะนี้กวนหงซวนขมวดคิ้ว ในสายตาของเขา ร่างของคนคนนั้นผสมปนเปกับกลุ่มปลานับไม่ถ้วน
แม้เนตรย้อนหลังมีความพิเศษ แต่มันมีข้อจำกัดของตัวเองเช่นกัน ยิ่งเบาะแสดูง่าย ผลการติดตามของเนตรย้อนหลังจะยิ่งดี เดิมทีกวนหงซวนคิดว่าคนนั้นจะกลับขึ้นทะเลหลังหลบหนีระยะหนึ่ง
บนพื้นผิวทะเลแทบไม่มีสิ่งรบกวนใด หากใช้เนตรย้อนหลังติดตามจะไม่มีอะไรถูกปิดซ่อน ผลคือกวนหงซวนคิดไม่ถึงว่าคนคนนั้นระวังตัวขนาดนี้
หลังหลบหนีไปสิบลี้อีกฝ่ายยังคงซ่อนอยู่ใต้ทะเล
สิ่งสำคัญคืออีกฝ่ายเหมือนสัมผัสได้ว่ากำลังถูกติดตาม สิ่งนี้ไม่สามารถอธิบายได้ง่ายๆด้วยจิตใจเฉียบแหลมอีกต่อไป ในร่างกายต้องมีวิชาพิเศษถึงสามารถทำเช่นนี้ได้
“เจ้าหนีไม่พ้นหรอก!”
ดวงตากวนหงซวนหรี่ลง ทันใดนั้นลายเส้นในตาดำหมุนวนเร็วขึ้น ขจัดสิ่งรบกวนรอบตัวออกไป เพ่งความสนใจไปที่เงาซึ่งเป็นตัวแทนอีกฝ่าย
โคจรเนตรย้อนหลังถึงขีดสุด ผลของมันเพิ่มขึ้นมาก แต่เทียบกับเมื่อครู่ยังช้ากว่าเล็กน้อย สิ่งรบกวนใต้ทะเลยังคงอยู่ ลดได้แต่ปิดกั้นทั้งหมดไม่ได้
ร่างกวนหงซวนวูบไหวหายไป กวนหงซวนอยากเห็นนักว่าระดับขัดเกลาทวารหลีกเลี่ยงการติดตามได้อย่างไร
ห่างออกไปสิบลี้ เฉินเฟยรู้สึกว่าลมปราณด้านหลังเริ่มช้าลงจึงรู้สึกโล่งใจ อย่างไรก็ตามแม้ไล่ตามช้าลงแต่ยังคงเกาะติดอยู่ด้านหลัง
เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่คิดจะปล่อยเฉินเฟย แน่นอนว่าในความเห็นของอีกฝ่าย เฉินเฟยคือคนตายในตอนท้าย
“ระดับรวมทวาร!”
สีหน้าเฉินเฟยเคร่งขรึม ตอนนี้เขามีทางเลือกคือวิ่งเข้าเมืองใกล้เคียงและซ่อนตัวในที่หลบภัย ใช้พลังของเมืองสู้กับระดับรวมทวารด้านหลัง
แต่ปัญหาอย่างหนึ่งคือถ้ากองกำลังในเมืองเผชิญระดับรวมทวาร พวกเขาจะทิ้งเฉินเฟยเพื่อเปิดรับสหายที่ดีหรือไม่?
เป็นไปได้ไหม? มีความเป็นไปได้ สุดท้ายแล้วคุณค่าของระดับขัดเกลาทวารและระดับรวมทวารไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกัน
สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาทวารไม่มีภูมิหลังอะไร ดังนั้นการปล่อยเฉินเฟยไปแทบไม่เป็นภาระทางใจ
ในขณะนี้สถานที่ที่ใกล้กับเฉินเฟยที่สุดคือเมืองไห่โว เมืองนี้ไม่ได้ใหญ่นัก ผู้แข็งแกร่งที่สุดอยู่ในระดับรวมทวารขั้นต้น ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในวลานี้ ต้องใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วยามในการไปถึงที่นั่น
หนึ่งชั่วยาม หลังตระหนักได้ถึงความตั้งใจของเฉินเฟย ระดับรวมทวารด้านหลังจะเลือกอะไร?
ยอมแพ้หรือเร่งความเร็วตามให้ทัน?
หนึ่งชั่วยามนั้นนานเกินไป หากระดับรวมทวารยังไล่ตามมา บอกได้ยากว่าจะเกิดอะไรขึ้น
เฉินเฟยขมวดคิ้ว มองลงไปที่มือซ้าย
อีกทางเลือกหนึ่งคือทะลวงระดับรวมทวาร
แต่การทะลวงระดับรวมทวารเป็นสิ่งที่นักยุทธ์ทุกคนต้องระวังอย่างยิ่ง หากไม่ปรับสภาพตัวเองให้อยู่ในจุดสูงสุดแล้วหาที่สงบไม่มีใครรบกวนเพื่อรอโอกาสทะลวงระดับ
ต่อให่เป็นอัจฉริยะอย่างโจวเทียนอิง แม้ระดับรวมทวารไม่อาจหยุดเขาได้ แต่โจวเทียนอิงยังต้องทำอย่างระมัดระวังอยู่ดี หากทำผิดพลาดในระหว่างทะลวงระดับคงได้เสียใจไปตลอดชีวิต
หากต้องการทะลวงระดับรวมทวารในระหว่างหลบหนีแบบนี้ คาดว่าไม่มีระดับขัดเกลาทวารคนไหนบ้าพอที่จะทำ แต่ตอนนี้ทางเลือกบ้าบอนั้นอยู่ตรงหน้าเฉินเฟย
ดวงตาเฉินเฟยหรี่ลง การไปเมืองไห่โวเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่ทางเลือกนี้คือฝากชะตากรรมของตัวเองไว้ในมือผู้อื่นและมีตัวแปรมากเกินไป
หรือดูดซับดอกไห่เฉิงตอนนี้ ทะลวงระดับรวมทวารโดยตรง?
สำหรับคนอื่น วิธีที่สองคือการเดิมพันโดยหลีกหนีความตายอย่างหวุดหวิด ท้ายที่สุดมันเป็นเรื่องบ้ามาก แต่สำหรับเฉินเฟย ร่างกายเขาอยู่ในระดับรวมทวารก่อนแล้ว สิ่งที่ขาดคือพลังจิตวิญญาณ
หนึ่งร้อยแปดจุดทวารในร่างกายเฉินเฟยรวมตัวกันเร็วขึ้นหลังจากร่างกายเฉินเฟยไปถึงระดับรวมทวาร ในขณะนี้มันรวมตัวอย่างสมบูรณ์อยู่ใกล้กับจุดกึ่งกลางมังกรคชสาร
เหลือเพียงทำลายขีดจำกัดจิตวิญญาณ เฉินเฟยสามารถทะลวงระดับรวมทวารได้โดยตรง
แน่นอนว่าการทำลายขีดจำกัดจิตวิญญาณมีอันตรายเช่นกัน อาจพูดได้ว่าเป็นจุดที่อันตรายที่สุดในการทะลวงระดับรวมทวาร หากไม่ระวังจะทะลวงระดับล้มเหลว
แต่ในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยมีสยบจิตสยบมังกรคชสารซึ่งช่วยลดอันตรายนี้ให้เหลือน้อยที่สุด
เฉินเฟยมองดอกไห่เฉิง หันกลับไปสัมผัสถึงระดับรวมทวารที่ไล่ตามตลอดเวลา ในขณะที่อีกฝ่ายกำลังปรับตัว ความเร็วในการไล่ตามก็ค่อยๆเพิ่มขึ้น
ความคิดนับไม่ถ้วนแวบขึ้นมาในใจเฉินเฟย ดวงตาเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม
สังหารคนแย่งสมบัติ?
ร่างแยกเดินออกไป จับเฉินเฟยเอาไว้แล้ววิ่งไปด้านหน้าต่อ
มือขวาเฉินเฟยสั่นเทา ดอกไห่เฉิงลอยเข้าปาก เฉินเฟยกลืนมันลงคอในคำเดียว
“ฟู่ม!”
ราวกับว่ามีแรงสั่นสะเทือนมาจากวิญญาณ จิตวิญญาณเฉินเฟยเดือดพล่าน