- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 452 ไร้สอง
ตอนที่ 452 ไร้สอง
ตอนที่ 452 ไร้สอง
ทุกคนในถ้ำเทวาไห่เยว่หยุดสิ่งที่กำลังทำ ดวงตาเต็มไปด้วยความสับสน
พวกเขาฝึกฝนวิชาในม้วนตำราหลายม้วนและเข้าใจว่าระดับวิชาทั้งหมดนั้นเท่ากัน ดังนั้นเวลาที่ใช้ไปกับวิชาจึงเกือบเหมือนกัน
อย่างมากคือวิชาสอดคล้องกับร่างกาย การเริ่มต้นวิชาอาจเร็วกว่าเล็กน้อย แต่เพียงเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ตอนนี้บางคนฟื้นฟูการบ่มเพาะระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแล้ว แน่ใจหรือว่ากำลังรับการทดสอบแบบเดียวกัน?
พรสวรรค์แบบไหนถึงนำหน้าพวกเขาขนาดนี้? หรือตามจริงแล้วคนอื่นไม่ได้เข้าใจเร็วกว่า แต่ตัวเองเป็นคนโง่ที่สุด?
“ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน? มีคนฟื้นฟูการบ่มเพาะระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแล้ว? มันจะเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร?”
ตู๋กู่หมานยืนอยู่ในถ้ำ เมื่อครู่นี้ตู๋กู่หมายเพิ่งเริ่มต้นวิชาและฟื้นฟูการบ่มเพาะสู่ระดับหลอมกระดูก
ตู๋กู่มานเดินไปที่ทางเข้าถ้ำแล้วมองออกไปข้างนอก คนส่วนใหญ่ที่ตู๋กู่หมานพบก่อนหน้านี้ยังเป็นเหมือนเดิม อยู่ในระดับขัดเกลากล้ามเนื้อ
นั่นแสดงให้เห็นว่าความก้าวหน้าของทุกคนเกือบเหมือนกัน แม้พรสวรรค์และความเข้าใจของคนในถ้ำเทวาไห่เยว่จะต่างกัน แต่มันไม่ได้เกินจริงนัก
ท้ายที่สุดเวลาเพิ่งผ่านไปไม่นาน ผู้คนจำนวนมากจะมีความต่างกันมากขึ้นในภายหลัง เพราะพรสวรรค์ที่ต่างกันเล็กน้อยจะค่อยๆขยายช่องว่างกว้างขึ้นตลอดหลายสิบปี
ในช่วงเวลาอันสั้น เจ้าเข้าใจเร็วหน่อย ข้าเข้าใจช้าหน่อย ช่องว่างระหว่างสิ่งเหล่านี้น้อยมาก
ถึงอย่างนั้นบางคนก้าวสู่ระดับหลอมกระดูกก่อน แต่อย่างน้อยคนอื่นยังอยู่ในระดับขัดเกลาผิวหนัง อีกไม่นานจะทะลวงระดับขัดเกลาหลอมกระดูกเช่นกัน พวกเขายังอยู่ในสถานะไล่ตามกัน
แต่ตอนนี้ใครบางคนฟื้นฟูการบ่มเพาะสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ทำให้การทดสอบของถ้ำเทวาไห่เยว่เข้าสู่ขั้นต่อไป
ระดับหลอมกระดูกกับระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ช่องว่างใกล้เคียงกับม้วนตำราเจ็ดแปดม้วน
“เป็นใครกัน?”
ตู๋กู่หมานขมวดคิ้ว สิ่งแรกที่เข้ามาในใจคือโจวเทียนอิงซึ่งเป็นอันดับหนึ่งในรายชื่อมังกรซ่อนฟีนิกซ์หนุ่ม
คนคนนี้มีพรสวรรค์น่าอัศจรรย์ ว่ากันว่าเป็นพรสวรรค์ไร้สองในรอบร้อยปี การทะลวงระดับรวมทวารเป็นเรื่อฃแน่นอน บางคนถึงกับสรุปว่าโจวเทียนอิงมีโอกาสก้าวสู่ระดับขุนเขาสมุทร
ตู๋กู่หมานไม่เคยพบโจวเทียนอิงแต่พอรู้เรื่องของโจวเทียนอิงหลายอย่าง พิจารณาจากข่าวลือเพียงอย่างเดียว แม้โจวเทียนอิงมีพรสวรรค์มากแต่ไม่ควรเกินจริงขนาดนี้
ตู๋กู่หมานนึกถึงข้อมูลเกี่ยวกับอันดับบนในรายชื่อมังกรซ่อนฟีนิกซ์หนุ่ม แม้พวกเขาจะแข็งแกร่งกว่าตัวเอง แต่ไม่ควรเกินจริงขนาดนี้
ทันใดนั้นร่างหนึ่งปรากฏขึ้นในใจตู๋กู่หมาน
บนเกาะแห่งนั้น เปลวไฟสีเลือดแผดเผาท้องฟ้า หนึ่งคนหนึ่งกระบี่
“เป็นเขา?” ตู๋กู่มานคิดด้วยความไม่มั่นใจ
ในหนองน้ำ โจวเทียนอิงขมวดคิ้ว ตอนนี้การบ่มเพาะของเขาฟื้นฟูกลับสู่ระดับหลอมกระดูก
โจวเทียนอิงค่อนข้างพอใจกับความเร็วนี้ ไม่ว่าเป็นการค้นหาม้วนตำราหรือทำความเข้าใจวิชา ทั้งหมดนี้เป็นส่วนหนึ่งในแผนการ
แต่ตอนนี้มีคนแซงหน้าตัวเองไปมาก ไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน
โจวเทียนอิงเติบโตมากับคำชมทุกประเภทตั้งแต่เด็ก ยิ่งไปกว่านั้นโจวเทียนอิงไม่ได้ดำเนินชีวิตตามคำชม ทุกย่างก้าว โจวเทียนอิงจะนำหน้าคนอื่นเสมอ
แม้แต่ในศาลาฟีนิกซ์ร่ายรำซึ่งมีอัจฉริยะมากมาย โจวเทียนอิงยังเป็นผู้มีพรสวรรค์ที่สุดในกลุ่มอายุของเขา คาดการณ์ได้ว่าโจวเทียนอิงจะเป็นผู้นำต่อไป
แต่วันนี้เกิดอะไรขึ้น? สัตว์ประหลาดตัวไหนเข้ามาในถ้ำเทวาไห่เยว่?
ในเวลานี้ทุกคนในถ้ำเทวาไห่เยว่ต่างสับสน พวกเขาอยากรู้ว่าใครเป็นคนที่เกินจริงถึงขั้นฟื้นฟูการบ่มเพาะกลับสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ แต่กฎของถ้ำเทวาไห่เยว่คือถ้าไม่ได้เผชิญหน้ากันจะไม่มีวันรู้ว่าเป็นใคร
ทันใดนั้นทุกคนพบว่าม้วนตำราที่เคยเห็นในถ้ำเทวาไห่เยว่ก่อหน้านี้หายไป ในขณะเดียวกันบางคนในชุดแปลกๆเริ่มปรากฏตัว
ภายนอกถ้ำเทวาไห่เยว่
ทุกคนเห็นว่าม่านน้ำในถ้ำสั่นไหว จากนั้นมีจุดแสงดำปรากฏบนม่านน้ำ จำนวนจุดแสงดำเหล่านี้มีหลายร้อยหรือพันจุดซึ่งเยอะกว่าจำนวนผู้เข้ารับการทดสอบ
“การทดสอบเข้าสู่ขั้นสอง?”
“ควรมีคนกระตุ้นกฎของถ้ำเทวาก่อน ไม่รู้ว่าเป็นโจวเทียนอิงหรือเถิงเต๋าซวน”
“สองคนนี้มีแนวโน้มมากที่สุด”
“ทั้งสองมีพรสวรรค์มากกว่าคนอื่น การเกิดในยุคเดียวกับพวกเขาถูกกำหนดให้ถูกปราบปรามไปตลอดชีวิต”
“ไม่จำเป็นต้องเป็นเช่นนั้น ในเวลานั้นเสิ่นหยวนจุนไร้เทียบเคียง สุดท้ายกลับตายไปก่อน!”
“ระวังคำพูดด้วย!”
ทุกคนพูดกันเยอะมาก สายตาคนส่วนใหญ่มองที่จุดแสงของโจวเทียนอิงกับเถิงเต๋าซวน โดยเฉพาะจุดแสงเถิงเต๋าซวนซึ่งในขณะนี้เปลี่ยนเป็นแดงอมดำ จำนวนสังหารและขับไล่มีถึงเจ็ดคน
ภายในถ้ำเทวาไห่เยว่
เถิงเต๋าซวนซึ่งทุกคนให้ความสนใจกำลังกลิ้งหลบลูกธนูอยู่บนพื้นด้วยความลำบาก แม้เถิงเต๋าซวนพยายามหลบเลี่ยงอย่างเต็มที่ แต่เขายังถูกยิงอยู่หลายดอก
เถิงเต๋าซวนกลิ้งลงมาตามไหล่เขา วิ่งออกไปด้านหน้าสุดกำลัง ร่างกายเคลื่อนไหวตลอดเวลาเพื่อหลีกเลี่ยงลูกธนูที่พุ่งมาจากด้านหลัง
สีหน้าเถิงเต๋าซวนมืดมน ผู้โจมตีปรากฏตัวขึ้น มีทั้งหมดหกคน การบ่มเพาะทุกคนอยู่ในระดับหลอมกระดูก ในมือต่างถือธนูยาว
กล่าวคือในเวลานั้นระยะทางไกลพอสมควร เถิงเต๋าซวนยังระวังตัวมากพอตอนการทดสอบเลื่อนขั้น เมื่อพบสิ่งผิดปกติจึงรีบหนีทันที
หากตอนนี้การบ่มเพาะเถิงเต๋าซวนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ในการสู้กับนักธนูระดับหลอมกระดูกหกคน แม้ความเชี่ยวชาญท่าร่างจะไม่สูงนัก แต่การสังหารพวกเขาไม่ใช่ปัญหาใหญ่
แต่ตอนนี้เถิงเต๋าซวนอยู่ในระดับหลอมกระดูกเท่านั้น วิชาที่ได้เรียนรู้ยังอยู่ระดับเบื้องต้น แล้วแบบนี้จะสู้ได้อย่างไร? แม้เถิงเต๋าซวนถือว่าตัวเองมีพรสวรรค์ไร้เทียบเคียง แต่ในสถานการณ์แบบนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารระดับเดียวกันหกคน
“มันเป็นใคร!”
เถิงเต๋าซวนไม่พอใจ หากไม่มีใครไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในอย่างรวดเร็วจนเกิดกฎใหม่ เถิงเต๋าซวนคงไม่วุ่นวายเช่นนี้
ในขั้นแรก เถิงเต๋าซวนมีทัศนคติแบบเดียวเสมอเมื่อเผชิญกับทุกคน ไม่ว่าเพิกเฉยหรือสังหารทิ้งล้วนทำได้ง่ายดาย
ผลคือสถานการณ์พลิกกลับอย่างไร้เหตุผลและเถิงเต๋าซวนไม่ทันตั้งตัว
การสังหารคนเหล่านี้ที่ปรากฏขึ้นกะทันหันจะนำมาซึ่งผลประโยชน์ใหม่แน่นอน แต่น่าเสียดายที่เถิงเต๋าซวนไม่ได้มีพลังขนาดนั้น
เว้นแต่จะร่วมมือกับผู้ทดสอบคนอื่น จะดำเนินการทดสอบต่อไปได้ต่อเมื่อร่วมมือกับผู้อื่นเท่านั้น
ไม่เพียงแค่เถิงเต๋าซวนเท่านั้น ผู้ทดสอบคนอื่นพบผู้โจมตีเช่นกัน หากโชคดีจะพบหนึ่งหรือสองคน มีโอกาสสังหารพวกมันและรับผลประโยชน์
คนที่โชคร้ายหน่อยจะพบกลุ่มที่มีสมาชิกห้าคนขึ้นไป ถูกรังแตนโจมตีในคราวเดียว
ไม่ใช่ว่าความแข็งแกร่งตัวเองไม่ดี แต่ความแข็งแกร่งของผู้โจมตีแข็งแกร่งเกินไป
ไม่ได้มีแค่ผู้ใช้ธนูอยู่ระดับหลอมกระดูก ยังมีผู้โจมตีระดับขัดเกลาไขกระดูกและระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเป็นครั้งคราว จำนวนคนรอบผู้โจมตีเหล่านั้นยังเกินจริงขึ้นไปอีก
แต่ในขณะเดียวกันร่างกายผู้โจมตีส่องแสงแบบเดียวกับม้วนตำราก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าการสังหารคนเหล่านี้สามารถฟื้นฟูการบ่มเพาะและรับผลประโยชน์อื่น
ริมแม่น้ำ เฉินเฟยยืนอยู่บนยอดไม้ มองไปข้างหน้า มีหลายสิบคนประจำการอยู่ที่ค่ายแห่งนั้น
ในขณะนี้กิ่งไม้ในมือเฉินเฟยถูกแทนที่ด้วยกระบี่เหล็ก ไม่เพียงกระบี่เหล็ก เฉินเฟยยังแบกคันธนูเหล็กเนื้อดีและซองธนูหลายซองไว้ด้านหลัง
สิ่งเหล่านี้ล้วนมาจากผู้โจมตีที่ปรากฏตัวกะทันหัน
เป็นเช่นเดียวกับที่ทุกคนสงสัย การสังหารผู้โจมตีเหล่านี้จะได้รับสิ่งของใหม่ ไม่เพียงแค่ม้วนตำราแต่ยังมีกลุ่มแสง
สิ่งที่บันทึกในม้วนตำราคือวิชา ทว่าครั้งนี้ไม่ใช่แค่วิชาระดับขัดเกลาทวารเบื้องต้น มันเป็นวิชาระดับขัดเกลาทวารแท้จริง
ส่วนกลุ่มแสงเที่ตกลง หลังดูดซับจะเพิ่มความชำนาญวิชาที่เรียนรู้โดยตรง ทว่าปรับปรุงวิชาที่อยู่ในระดับเริ่มต้นเท่านั้น
สำหรับกลุ่มแสงเหล่านั้น ผู้ทดสอบคนอื่นอาจต้องการมันอย่างมาก ท้ายที่สุดมีแค่การบ่มเพาะบางส่วน ส่วนวิชาล้วนอยู่ในระดับเริ่มต้น
พลังต่อสู้ของคนขึ้นอยู่กับขอบเขตการบ่มเพาะเป็นรากฐาน วิชาทักษะเป็นหนทางในการแสดงขอบเขตการบ่มเพาะอย่างเต็มที่ ทั้งสองส่งเสริมกันและขาดไปไม่ได้
แต่สำหรับเฉินเฟย กลุ่มแสงเหล่านั้นสามารถแจกจ่ายได้ ม้วนตำราต่างหากคือสิ่งที่เฉินเฟยต้องการ ด้วยการใช้ม้วนตำราเหล่านั้น เฉินเฟยจึงสามารถฟื้นฟูการบ่มเพาะต่อไป
ในขณะเดียวกันเฉินเฟยเดาว่าหากสังหารผู้นำของผู้โจมตีที่เหมือนทหารเหล่านี้ ผลประโยชน์แท้จริงจะปรากฏขึ้นเช่นวัตถุวิญญาณ โอสถ สมบัติต่างๆที่สามารถสนับสนุนนักยุทธ์ขัดเกลาทวารสูงสุด
เฉินเฟยเก็บกระบี่ในมือเข้าฝักตรงเอว ธนูเหล็กเนื้อดีปรากฏในมือ ทันใดนั้นลูกธนูพุ่งไปหลายสิบหมี่ เจาะเข้าหัวใจทหาร
“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”
เฉินเฟยไม่หยุดมือเพียงเท่านั้น ท่ามกลางเสียงระเบิดสายฟ้า ลูกธนูหายไปเหมือนลำแสงและทะลุเข้าร่างทหารเหล่านั้น
กระบี่มหาฟ้าคำราม พลังที่เฉินเฟยใช้นั้นไม่เกินระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่เฉินเฟยฝึกกระบี่มหาฟ้าคำรามถึงจุดสูงสุดแล้ว
ดังนั้นแม้ลูกธนูเหล่านี้จะหายไปจนเหลือแค่หัวลูกธนูที่เป็นเหล็ก มันก็ไม่ได้ส่งผลต่อการเร่งความเร็วด้วยสายฟ้าของเฉินเฟย
ทหารหลายคนเป็นนักธนู แต่เมื่อเผชิญกับการโจมตีของเฉินเฟยกลับไม่สามารถต้านทานแม้แต่น้อย
เพียงพริบตาเดียวคนในค่ายตายไปยี่สิบกว่าคน
“โจรชั่วอยู่ไหน กล้าดียังไงมาทำร้ายคน!”
เสียงตะโกนดังมาจากค่าย คนสวมชุดเกราะหนักถือดาบใหญ่รีบวิ่งออกจากค่าย
ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุด เทียบกับสำนักต่างๆ นั่นเป็นการดำรงอยู่ที่สามารถทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ตลอดเวลา
เฉินเฟยมองขุนพล มุมปากยกยิ้มขึ้น ถือธนูในมือซ้าย วางลูกธนูด้วยมือขวา สายฟ้าหมุนรอบลูกธนูอย่างรวดเร็ว ลมปราณดุเดือดปะทุจากร่างเฉินเฟย
เมื่อขุนพลเร่งมาทางเฉินเฟยจนอยู่ห่างกันสิบหมี่ เฉินเฟยก็ปล่อยลูกธนูในมือ
ธนูยาวส่งเสียงแตก ในขณะเดียวกันหน้าอกขุนพลในระยะไกลแตกร้าว เกราะหนักอย่างดีถูกลูกธนูระเบิดเป็นรูโหว่ ทะลุหน้าอกขุนพลจากหน้าไปหลัง
ครู่ต่อมา ขุนพลหายตัวไป กลุ่มแสงปรากฏขึ้น มีโอสถปรากฏในกลุ่มแสงอย่างคลุมเครือ