เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 446 ไร้พ่ายภายใต้ระดับรวมทวาร

ตอนที่ 446 ไร้พ่ายภายใต้ระดับรวมทวาร

ตอนที่ 446 ไร้พ่ายภายใต้ระดับรวมทวาร


“เคร้ง!”

กระบี่เฉียนหยวนส่งเสียงกึกก้อง หยวนกระบี่ตัดผ่านเถาวัลย์ทั้งหมดที่พุ่งเข้ามา เถาวัลย์หล่นลงพื้น ดิ้นบิดเบี้ยวไปมา

“กรี๊ด!”

เสียงร้องแหลมดังมาจากอสูรประหลาดในระยะไกล ความกดดันปกคลุมทั่วเกาะ เทียบกับก่อนหน้านี้ ความกดดันนี้รุนแรงขึ้นเล็กน้อย

เฉินเฟยออกแรงมือซ้าย เถาวัลย์บนมือกลายเป็นเนื้อบด เฉินเฟยหันไปมองสระน้ำ ร่างวูบไหวเร่งไปทางนั้น

“ปึงปึงปึง!”

ภายในร้อยก้าวขณะเข้าใกล้อสูรประหลาด เฉินเฟยส่งเสียงทื่อในอากาศทุกสองสามก้าว นั่นคือเสียงจากการปะทะจิตวิญญาณของเฉินเฟยกับอสูรประหลาด

“คุณหนู มีคนนี้อยู่ด้วย พวกเราคงไม่มีโอกาส” ไต้อวี้ฉิวมองเฉินเฟยแล้วกระซิบบอก

แม้แต่เกิงหวังเซิงยังทำอะไรเฉินเฟยไม่ได้ แม้ตู๋กู่หมานเป็นอัจฉริยะที่เหนือกว่า ทว่าผลลัพธ์ไม่ต่างกันเลย เว้นแต่หลายคนจะร่วมกันสังหารเฉินเฟยก่อน!

ตู๋กู่หมานไม่พูดอะไร หันไปมองเกิงหวังเซิง เกิงหวังเซิงเห็นถึงจ้องมองของตู๋กู่หมานจึงมองกลับ

“ขับไล่เขาออกไป เจ้ากับข้าได้อสูรประหลาดคนละครึ่ง!” ตู๋กู่หมานพูดเสียงทุ้ม

ตู๋กู่หมานใช้เวลาเกือบหนึ่งปีกับอสูรประหลาดตัวนี้ นางไม่เต็มใจยอมแพ้แบบนี้ ส่วนการปิดล้อมยุติธรรมหรือไม่ ตู๋กู่หมานไม่ใช่เด็กจึงไม่สนใจเรื่องนี้

สำหรับเป็นสิ่งที่นางพูดก่อนหน้านี้ที่ว่ามาก่อนได้ก่อน นั่นเป็นคำพูดจากมุมมองของนางเท่านั้น

ในโลกของผู้ใหญ่ ผลประโยชน์สำคัญมากกว่าโดยเฉพาะกับนักยุทธ์

เกิงหวังเซิงครุ่นคิด หากเป็นก่อนหน้านี้เกิงหวังเซิงจะไม่ฟังข้อเสนอด้วยซ้ำ เพราะเขาสามารถจัดการทุกอย่างได้ด้วยตัวเองและไม่จำเป็นต้องรวมกลุ่ม

แต่เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฟย เกิงหวังเซิงยอมรับเลยว่าไม่สามารถเอาชนะเฉินเฟยเพียงลำพัง ต่อให้ใช้ท่าต้องห้าม แต่ผลลัพธ์คงไม่ต่างกันนัก

มองอสูรประหลาดในระยะไกล หากปรับแต่งอสูรประหลาดตัวนี้เสร็จ การทะลวงระดับรวมทวารจะง่ายขึ้นมาก

บนเส้นทางวิถียุทธ์ เมื่อถึงเวลาสู้ก็ต้องสู้ ไม่ใช่มีปัญหาเรื่องใหญ่ เมื่อทะลวงขอบเขตที่สูงขึ้น นั่นคือใบหน้าที่ใหญ่สุด ทุกสิ่งอย่างล้วนเป็นเท็จ

“ตกลง!” เกิงหวังเซิงมองด้านแผ่นหลังเฉินเฟยและตอบเสียงทุ้ม

หัวใจเฉินเฟยเต้นแรงเล็กน้อยเมื่อเข้าใกล้สระน้ำ มองย้อนกลับไป เห็นตู๋กู่หมานทั้งสามกำลังวิ่งมาทางนี้โดยเล็งมาที่ตัวเอง

ดวงตาเฉินเฟยหรี่ลง ยืนมองตู๋กู่หมานทั้งสาม

หากคนอื่นโดนอสูรประหลาดโจมตีอย่างแข็งขันในด้านหนึ่งและสิบอันดับแรกสองคนในรายชื่อมังกรซ่อนฟีนิกซ์หนุ่มเข้าปิดล้อมในอีกด้าน เกรงว่าสิ่งแรกที่จะทำคือหลบหนีชั่วคราว

ท้ายที่สุดพลังของศัตรูที่เผชิญด้วยแข็งแกร่งเกินไป

แต่เฉินเฟยไม่ขยับ เถาวัลย์ที่อสูรประหลาดโจมตีโดยนั้นถูกหยวนกระบี่ตัดอย่างง่ายดายก่อนจะเข้าถึงตัวเฉินเฟย

ตู๋กู่หมานมองเฉินเฟยที่ยืนนิ่งตรงหน้าโดยมีแสงเย็นเฉียบอยู่ในดวงตา เฉินเฟยตั้งใจสู้ประจันหน้าเมื่อเผชิญกับการร่วมมือของพวกเขา ต้องมั่นใจในตัวเองแค่ไหน?

คิดว่าตัวเองเป็นผู้แข็งแกร่งรวมทวารหรือไง!

ไต้อวี้ฉิวอยู่ด้านหลัง เดิมทีนางคิดว่าเฉินเฟยจะหลีกเลี่ยงการต่อสู้นี้ ท้ายที่สุดมันไม่ใช่เรื่องตลกที่ต้องเผชิญสิบอันดับแรกสองคนในรายชื่อมังกรซ่อนฟีนิกซ์หนุ่มเพียงลำพัง

หากไม่ระวัง การตายเป็นสิ่งหลีกเลี่ยงไม่ได้

เกิงหวังเซิงไม่พูด แต่เจตนาฆ่าในใจรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

คนอื่นเรียกเขาว่าดาบคลั่ง แต่ตอนนี้เกิงหวังเซิงตระหนักว่าคนที่อยู่ตรงหน้าต่างหากที่บ้าคลั่งของจริง

ในสถานการณ์นี้ เกิงหวังเซิงอยากรู้ว่าเมื่อเผชิญกับการปิดล้อม อีกฝ่ายจะรักษาท่าทางแบบนี้ได้อีกหรือไม่!

“หลับ!”

ห่างออกไปหลายสิบก้าว ไต้อวี้ฉิวถือเข็มทิศใต้ไว้ในมือโดยชี้ใส่เฉินเฟย ปราณหยวนฟ้าดินในอากาศ สั่นสะเทือน ค่ายกลลอยขึ้นมาจากอากาศเบาบางรอบตัวเฉินเฟย

เฉินเฟยหันสายตาไปมอง ทันใดนั้นแสงกระบี่พุ่งออกจากทะเลจิตสำนึกโจมตีอากาศตรงนั้น

ระลอกคลื่นกระเพื่อมตรงจุดที่แสงกระบี่ตกลง เมื่อระลอกคลื่นแผ่ออกไป ค่ายกลที่ควรเป็นรูปเป็นร่างรอบตัวเฉินเฟยแตกสลายทันที กลายเป็นปราณหยวนกระจายไปทุกทาง

ไต้อี้ฉิวกรีดร้อง มีเลือดไหลออกจากจมูก

เฉินเฟยเห็นรอยต่อค่ายกลไต้อวี้ฉิวอย่างรวดเร็วและฟันผ่านมันด้วยกระบี่ตัดจิตโดยตรง ไต้อวี้ฉิวจึงได้รับบาดเจ็บเพราะการสะท้อนกลับโดยธรรมชาติ

“พวกท่านต้องไปพัวพันกับเขาก่อน ข้าถึงตั้งค่ายกลได้!”

ไต้อวี้ฉิวกระซิบบอก การบ่มเพาะของนางอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย สายตาที่นางมองเฉินเฟยเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ นี่เป็นครั้งแรกที่ไต้อวี้ฉิวโดนใครบางตัดค่ายกลผ่านอากาศก่อนจะทันก่อตัว

แม้แต่ตอนซ้อมกับตู๋กู่หมาน นางยังทำลายค่ายกลหลังมันก่อตัวขึ้นเท่านั้น

นั่นหมายความว่าความเข้าใจจิตวิญญาณของเฉิยเฟยพิเศษอย่างยิ่ง ไม่มีรายละเอียดใดรอดพ้นสายตาอีกฝ่าย แม้กระทั่งรอยต่อค่ายกลที่ไม่ชัดเจนยังไม่มีข้อยกเว้น

ตู๋กู่หมานขมวดคิ้วไม่พูด ระยะหลายสิบก้าวผ่านไปพริบตา นางวิ่งไปตรงหน้าเฉินเฟย ตู๋กู่หมานอยากลองดูว่าคนคนนี้แข็งแกร่งแค่ไหน

“ฟู่ม!”

ขณะที่ตู๋กู่หมานฟันกระบี่ในมือ ทันใดนั้นกระบี่นับไม่ถ้วนฉายแววในอากาศรอบตัว กระบี่เหล่านี้ตามติดตู๋กู่หมานเหมือนเงา ตู๋กู่หมานชี้กระบี่วิญญาณไปข้างหน้า ทันใดนั้นเหมือนมีหลายสิบคนพุ่งแทงกระบี่ใส่เฉินเฟย

วิชากระบี่หมื่นมนุษย์ หนึ่งคนหนึ่งกองทัพ หนึ่งคนสังหารหนึ่งเมือง!

วิชาหลักตระกูลตู๋กู่เริ่มต้นจากการฝึกวิชากระบี่หมื่นมนุษย์ กินปราณแก่นเหล็กดาบกระบี่ทุกวันและสะสมไว้ในร่างกาย

กระบี่หนึ่งเล่มต่อหลายเดือน กระบี่หนึ่งเล่มต่อหลายวัน จนเป็นกระบี่หนึ่งเล่มต่อวัน หลังฝึกฝนนานกว่ายี่สิบปี ตู๋กู่หมานจะอยู่กับดาบกระบี่และกินปราณแก่นเหล็กทุกวัน

กินมากจนคอตู๋กู่หมานถูกกัดกร่อนด้วยปราณแก่นเหล็ก ตอนนี้เสียงนางจึงแหบแห้งมาก ไม่ใช่แค่ลำคอเท่านั้น แต่ในร่างกายยังมีปัญหาอีกหลายส่วน

มีเพียงการทะลวงระดับรวมทวารในอนาคตและตัดไขกระดูกอี้จิงที่สามารถกำจัดข้อบกพร่องเหล่านี้ได้ทีละอย่าง

วิชากระบี่หมื่นมนุษย์จะฝึกฝนยาก แต่ผลที่ได้รับน่าประทับใจอย่างยิ่ง ขยับหนึ่งกระบี่ ปราณแก่นเหล็กนับหมื่นในร่างกายจะเคลื่อนไหวด้วย ไม่ใช่เรื่องโกหกที่บอกว่าหนึ่งคนกลายเป็นกองทัพได้เมื่อฝึกฝนถึงระดับสูง

เฉินเฟยมองวิชากระบี่หมื่นมนุษย์ที่ตู๋กู่หมานแสดงออกมาด้วยสายตาประหลาดใจ วิชาดาบนี้คล้ายกระบี่คมดาบสังหารในคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว

เพียงแค่เทียบกับกระบี่คมดาบสังหาร วิชากระบี่หมื่นมนุษย์รุนแรงและดุร้ายกว่า

ในสายตาเฉินเฟย แสงกระบี่นับไม่ถ้วนกำลังพุ่งเข้าหา ในสถานการณ์นี้มันไม่สำคัญอีกต่อไปว่ามีจุดอ่อนหรือไม่ วิธีที่ใช้ในจัดการกับเกิงหวังเซิงไม่เหมาะสำหรับใช้กับตู๋กู่หมาน

เพื่อจัดการวิชาแบบนี้ วิธีเดียวที่เอาชนะได้คือใช้พลัง นางแข็งแกร่ง คุณแค่ต้องแข็งแกร่งกว่านาง เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว!

กระบี่เฉียนหยวนถูกปกคลุมด้วยสีดำเหมือนเหวลึก หลังเฉินเฟยเหยียดตรง เริ่มโคจรสยบมังกรคชสารในร่างกาย พลังมหาศาลแผ่ไปทั่วร่างทันที

เฉินเฟยจ้องมองตู่กู๋หมาน ครู่ต่อมา เฉินเฟยก้าวไปข้างหน้า

ตู๋กู่หมานเห็นการจ้องมองของเฉินเฟย หัวใจนางเต้นรัวด้วยเหตุผลบางอย่าง แต่ตู๋กู่หมานระงับความรู้สึกนี้ทันที ปราณแก่นเหล็กพลุ่งพล่านในร่างกายหลั่งไหลออกมาอย่างบ้าคลั่ง

เกิงหวังเซิงยืนอยู่ข้างตู๋กู่หมาน เขาได้เห็นพลังของเฉินเฟยแล้ว เกิงหวังเซิงจะกล้าปล่อยให้ตู๋กู่หมานกับเฉินเฟย เพียงลำพังได้อย่างไร หากตู๋กู่หมานต้องทุกข์ทรมานจากสิ่งนี้ การปิดล้อมจะกลายเป็นเรื่องตลก

พระจันทร์สาดส่องเหนือทะเล!

เกิงหวังเซิงกลายเป็นแสงสีเงิน ร่างนั้นพลันหายไปกลายเป็นพระจันทร์เสี้ยวฟันใส่เฉินเฟย

“หลับ! จำกัด! ผนึก! สงบ!”

มือไต้อวี้ฉิวกลายเป็นภาพติดตาและมีเครื่องหมายนับไม่ถ้วนบินออกไป เข็มทิศใต้ในมือนางยังคงสั่นเทาส่งเสียงเหมือนรับของหนัก

สี่ค่ายกลผสานเข้าด้วยกันกลางอากาศและตกอยู่รอบตัวของเฉินเฟย

ปราณหยวนฟ้าดินเหมือนหายไป ใต้เท้าเป็นโคลน ความกดดันอันหนักหน่วง แม้แต่พลังหยวนยังเหมือนถูกบังคับปิดกั้น

เมื่อนักยุทธ์ต่อสู้ การต่อสู้จะอยู่ในแนวที่หนึ่ง บางครั้งแนวที่หนึ่งสูงเกินไป สูงจนไร้ขอบเขต ในเวลานี้สี่ค่ายกลรอบตัวเฉินเฟยอยู่เหนือกว่าแนวที่หนึ่ง

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”

เมื่อรับรู้ถึงสถานการณ์ที่นี่ อสูรประหลาดข้างสระน้ำได้ยิงเถาวัลย์ออกมานับร้อย ท้องฟ้าทั้งเกาะเหมือนถูกปกคลุม

มันถูกบดบังจนไม่เห็นช่องว่าง ได้ยินเพียงเสียงพุ่งผ่านอากาศนับไม่ถ้วน

เถาวัลย์นับร้อยพันกันและหดตัวลงกลางอากาศ ทันใดนั้นมันกลายเป็นหอกพุ่งเข้าบดขยี้เฉินเฟย

ในเวลานี้อสูรประหลาดใช้การโจมตีที่แข็งแกร่งที่สุดของมัน

เห็นได้ชัดว่าอสูรประหลาดตัวนี้โยนความผิดทั้งหมดที่ตัวเองโดนเปิดเผยไปให้เฉินเฟย

“โฮก!”

เสียงมังกรคชสารคำรามดังมาจากตัวเฉินเฟย จุดกึ่งกลางของมังกรคชสารในตัวเฉินเฟยหดตัวและขยายตัว ในเวลาเดียวกันไฟสีเลือดพุ่งออกมาจากตัวเฉินเฟย เคล็ดผลาญเลือด!

ในเวลาต่อมา เฉินเฟยยกกระบี่เฉียนหยวนขึ้นฟ้า

“ตู้ม!”

เกาะที่มีพื้นที่หนึ่งลี้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง รอยแตกขนาดใหญ่นับไม่ถ้วนขยายออกไปทุกทางจากจุดที่เกิดการระเบิด บางจุดจมลงและตกลงไปในทะเล คลื่นผันผวนซัดออกไปทำให้เกิดพายุ

“แกรก!”

สี่ค่ายกลแตกออกกลายเป็นจุดสว่างสลายไป

“พรู่ด!”

ไต้อวี้ฉิวเหมือนถูกโจมตีอย่างรุนแรง หมอกเลือดพุ่งออกมาเต็มปาก ศีรษะนางยกเอนไปด้านหลัง เจ็ดทวารหลั่งเลือด นางล้มลงพื้นอย่างอ่อนแรงและหมดสติไป

“ปัง!”

หอกเถาวัลย์สั่นไหว ไฟสีเลือดลุกโชนขึ้นฟ้าขับไล่มัน เถาวัลย์กลายเป็นเถ้าลอยไปทันที ลมปราณอสูรประหลาดในระยะไกลเริ่มลดลงและเฉื่อยชา

ใบหน้าตู๋กู่หมานซีดลงราวกับกระดาษ นางถอยหลังไปสองสามก้าว แขนขวาที่ถือกระบี่เต็มไปด้วยรอยแตกร้าว เหมือนกลายเป็นเศษเลือดเนื้อด้วยการสัมผัสเพียงเล็กน้อย

แขนขวาเกิงหวังเซิงหัก พลังมหาศาลบดขยี้ร่างกายอย่างไร้ความปราณี อวัยวะภายในเหมือนกลายเป็นเนื้อบด เลือดคำหนึ่งสั่งสมอยู่ในลำคอ เกิงหวังเซิงกลืนกลับลงไปอย่างหนัก

เกิงหวังเซิงจ้องมองด้านหน้าต้องการเห็นว่าเฉินเฟยเป็นอย่างไร ด้วยคนมากมายรายปิดล้อม เกิงหวังเซิงไม่เชื่อว่าเฉินเฟยจะไม่ได้รับบาดเจ็บ

ควันกระจายหายไป เผยให้เห็นร่างภายในซึ่งคือเฉินเฟย

ไฟสีเลือดยังคงลุกไหม้ ร่างกายเฉินเฟยเกิดหลุมเลือดหลายจุด บางจุดทะลุจากด้านหน้าไปด้านหลังด้วยซ้ำ พลังของสามคนหนึ่งอสูรไม่ใช่เรื่องง่าย แม้แต่เฉินเฟยยังได้รับบาดเจ็บ

แต่เป็นเพียงอาการบาดเจ็บ!

เมื่อเฉินเฟยเงยหน้าขึ้น ลมปราณเฉินเฟยกลับมาอีกครั้ง บาดแผลบนตัวฟื้นฟูอย่างรวดเร็วจนน่าตกใจพริบตาเดียวส่วนใหญ่ล้วนดีขึ้น

เปลือกตาเกิงหวังเซิงกระตุกอย่างแรง เขาหันหลังหายไปทันที คนผิดปกติแบบนี้ ใครจะสู้ก็สู้ไป ส่วนข้าสู้ด้วยไม่ไหวแล้ว

สามคนหนึ่งอสูรได้รับบาดเจ็บสาหัส แต่อีกฝ่ายสบายดี ไม่มีอะไรเหลือให้ต้องสู้แล้ว ถ้าสู้อีกคงได้ทิ้งชีวิตไว้ที่นี่!

ปากตู๋กู่หมานสั่นเล็กน้อย นางจับไต้อวี้ฉิวบนพื้นแล้ววิ่งหนีไปทันที

“พวกเจ้าโจมตีเสร็จแล้ว ตอนนี้ถึงคราวข้าบ้าง!”

เฉินเฟยมองแผ่นหลังเกิงหวังเซิงกับตู๋กู่หมาน ในทะเลจิตสำนึก กระบี่ตัดจิตสิบเล่มระเบิดเจตจำนงกระบี่แล้วพุ่งออกไป

ธนูเหล็กเนื้อดีปรากฏในมือเฉินเฟย สร้างการยิงสายฟ้า ครู่ต่อมา เมฆคลื่นกระแทกเกิดขึ้นด้านหลัง ลูกธนูสีดำสองลูกหายจากมือเฉินเฟย

เสียงร้องดังขึ้น ลมปราณเกิงหวังเซิงและตู๋กู่หมานลดลงทันที แต่ทันใดนั้นท่าต้องห้ามที่สร้างความเสียหายให้ร่างกายก็ปะทุขึ้น ความเร็วไม่ลดลงและยังเพิ่มขึ้น พวกเขาหลบหนีเร็วยิ่งกว่าเดิม

ถ้าไม่หนีพ้นเกรงว่าจะไม่ได้จากไปจริงๆ

เฉินเฟยมองสองคนในระยะไกล ลังเลอยู่ครู่หนึ่งสุดท้ายไม่ได้ไล่ตาม เหลือบมองอสูรประหลาดที่อยู่ข้างหลังซึ่งหนีไปร้อยหมี่ หันหลังวิ่งไล่ตามอสูรประหลาดไป

ขณะที่เฉินเฟยเคลื่อนไหว บาดแผลบนร่างกายเล็กลงเรื่อยๆจนกลับเป็นปกติ

จบบทที่ ตอนที่ 446 ไร้พ่ายภายใต้ระดับรวมทวาร

คัดลอกลิงก์แล้ว