เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 443 ไม่สั่นไหว

ตอนที่ 443 ไม่สั่นไหว

ตอนที่ 443 ไม่สั่นไหว


หากเมื่อครู่ไม่ได้เผชิญหน้ากับมัน เฉินเฟยคงสัมผัสถึงพลังนี้ไม่ได้

แต่เฉินเฟยได้ฟันความฝันและจับลักษณะพลังความฝันของมัน ตอนนี้จึงสามารถสัมผัสได้อย่างชัดเจน

เฉินเฟยมองเรือตรงเท้า จากนั้นมองเจิ้งฉวนเหวินในระยะไกล สีหน้าเจิ้งฉวนเหวินดูแปลกเล็กน้อย กำลังมองเฉินเฟยอย่างอธิบายไม่ถูก

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้ ความสงสัยในใจคลี่คลายลง

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงเรือลำนี้เพราะลมปราณอสูรประหลาดอยู่บนเรือ เฉินเฟยคิดว่าเรือลำนี้โชคไม่ดีเลยตกเป็นเป้าหมายของอสูรประหลาด

ตอนนี้เฉินเฟยเข้าใจแล้วว่านี่ไม่ใช่เรื่องของโชค แต่เรือลำนี้มีสิ่งผิดปกติ

กล่าวคือยกเว้นคนตระกูลเจิ้ง ทุกคนบนเรือถูกระบุว่าเป็นอาหารของอสูรประหลาดตั้งแต่ขึ้นเรือ

แทนที่จะพาคนข้ามสายหมอก เรือลำนี้กลับพาคนไปส่งเป็นอาหารให้อสูรประหลาดแทน

หากไม่มีเรือลำนี้เป็นหลัก แม้พลังความฝันของอสูรประหลาดจะน่าอัศจรรย์ แต่มันไม่สามารถจับผู้คนบนเรือลำนี้ในทะเลกว้างใหญ่

พลังจิตวิญญาณต้องแข็งแกร่งขนาดไหน การครอบคลุมระยะร้อยลี้ได้นั้นเกินจริงเกินไป หากจิตวิญญาณแข็งแกร่งเช่นนี้ สิ่งแรกที่เฉินเฟยจะทำคือวิ่งหนีโดยไม่ลังเลทันที

เจิ้งฉวนเหวินเห็นการจ้องมองของเฉินเฟย ทันใดนั้นเจิ้งฉวนเหวินเริ่มเป็นกังวลเล็กน้อยเหมือนเฉินเฟยมองเห็นความลับบางอย่างของตัวเอง

“เก๋อเซี่ย เมื่อครู่ท่านทำแบบนั้นได้อย่างไร? อะไรกำลังโจมตีพวกเราอยู่?” มีคนเดินไปถามเฉินเฟยด้วยความเคารพ

“ท่านสู้กับสิ่งนั้นหรือ? พวกเราปลอดภัยหรือยัง?”

“ครั้งต่อไปจะเกิดขึ้นกับพวกเราอีกหรือไม่?”

เมื่อเห็นคนถามเฉินเฟย คนรอบข้างจึงเริ่มถามเช่นกัน

“พวกเจ้าควรถามเขา!”

ร่างเฉินเฟยวูบไหวไปอยู่ตรงหน้าเจิ้งฉวนเหวิน เข้าคว้าคอเจิ้งฉวยเหวินเอาไว้

คนรอบตัวตกใจเมื่อเห็นการกระทำของเฉินเฟย ดวงตาพวกเขาเต็มไปด้วยความสับสน บางคนคิดถึงความเป็นไปได้บางอย่าง แต่บางคนยังสับสนไม่มั่นใจ

“ช่างกล้านัก!”

เจิ้งฉวนเหวินตกใจและโกรธเมื่อเห็นเฉินเฟยลงมือกับตัวเอง แต่เจิ้งฉวนเหวินไม่ได้สู้กลับ ทว่าหนีไปรวดเร็ว

ภาพที่เฉินเฟยช่วยชีวิตสามคนทำให้เจิ้งฉวนเหวินไม่มั่นใจเรื่องภูมิหลังเฉินเฟย ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจะมีความสามารถแบบนี้ได้อย่างไร?

เจิ้งฉวนเหวินนำคนผ่านดินแดนลับมาหลายปี แม้จะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายก็ยังต้านทานพลังอสูรประหลาดไม่ได้ สุดท้ายถูกกลืนหายไปจนเหลือเพียงชิ้นส่วนเดียวนั่นคือผิวหนังมนุษย์

แต่เฉินเฟยกลับช่วยคนได้ในทันที นั่นทำให้เจิ้งฉวนเหวินไม่มั่นใจ

เฉินเฟยยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเจิ้งฉวนเหวินถอยกลับ มือขวาเร่งความเร็วเข้าคว้าคอเจิ้งฉวนเหวินในช่วงเวลาที่เป็นไปไม่ได้

เจิ้งฉวนเหวินมองเฉินเฟยด้วยดวงตาเบิกกว้าง เจิ้งฉวนเหวินไม่เห็นการเคลื่อนไหวเมื่อครู่ พอรู้ตัวอีกทีก็อยู่ในมือเฉินเฟยแล้ว

ขณะถูกจับคอ เจิ้งชวนเหวินพบว่าพลังหยวนในร่างกายถูกปิดกั้น ไม่อาจใช้พลังใดได้เลย

ไม่เพียงพลังถูกผนึก ความรู้สึกหายใจไม่ออกยังเติมเต็มหัวใจ ความสิ้นหวังและความตื่นตระหนกปรากฏในดวงตาเจิ้งชวนเหวิน

“หยุดมือ!”

“วางคนลง!”

บนเรือ สมาชิกคนอื่นของตระกูลเจิ้งตะโกนเสียงดังเมื่อเห็นเจิ้งฉวนเหวินโดนเฉินเฟยจับ เพียงแค่เฉินเฟยมองผ่าน แรงกดดันระดับขัดเกลาทวารสูงสุดก็ปกคลุมไปทั่วเรือ

ทุกคนบนดาดฟ้ารู้สึกว่าหัวใจจมเหมือนอยู่ในช่วงวิกฤติ ความรู้สึกอธิบายไม่ได้ปรากฏในใจ ราวกับถ้าเคลื่อนไหวมากเกินไปจะตกอยู่ในหายนะ

ทุกคนมองเฉินเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางจะกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารสูงสุดในทันที

ด้วยพลังของระดับขัดเกลาทวารสูงสุด ต่อให้ทุกคนบนเรือรวมกันเป็นกลุ่ม สุดท้ายอาจถูกกวาดล้างเรียงคน

สมาชิกตระกูลเจิ้งเหอหุบปากทันที บางคนถึงกับถอยหลังช้าๆโดยต้องการออกห่างเฉินเฟย

“อสูรประหลาดนั่นอยู่ที่ไหน?”

เฉินเฟยไม่สนใจการตอบสนองของคนรอบตัวเขา เพียงจ้องมองเจิ้งฉวนเหวิน

เจิ้งฉวนเหวินต้องการพูด แต่เฉินเฟยไม่ยอมปล่อยคอและเริ่มกำคอแน่นขึ้น ดวงตาเจิ้งฉวนเหวินเต็มไปด้วยความกลัว ร่างกายต้องการที่สู้กลับแต่ไม่อาจขยับได้

ความกลัวในดวงตาเจิ้งฉวนเหวินรุนแรงขึ้น เขาต้องการพูดแต่เฉินเฟยไม่ให้โอกาสได้พูด

สติเริ่มจางหาย เจิ้งชวนเหวินไม่สามารถรับรู้สถานการณ์โดยรอบได้อีก

ทันใดนั้นมือที่จับคอคลายออก เจิ้งฉวนเหวินฟื้นคืนสติ ความรู้สึกของการเกิดใหม่หลังภัยพิบัติเกิดขึ้นเต็มหัวใจ แต่ในขณะเดียวกันความกลัวตายยิ่งลึกซึ้งขึ้น

“ข้า...ข้าไม่รู้ว่าอสูรประหลาดอยู่ที่ไหน!” เจิ้งฉวนเหวินเงยหน้าขึ้นมองเฉินเฟยแล้วตอบ

เจิ้งฉวนเหวินรู้ว่าสิ่งที่เฉินเฟยทำตอนนี้คือป้องกันไม่ให้เขาโกหก เจิ้งฉวนเหวินไม่กล้าโกหก เขาไม่อยากสัมผัสความรู้สึกใกล้ตายอีกครั้ง

แต่น่าเสียดายที่เจิ้งฉวนเหวินไม่รู้จริงๆว่าอสูรประหลาดซ่อนตัวอยู่ที่ไหน

“ทุกครั้งที่ข้าส่งคนมาที่นี่ หลังจากอสูรประหลาดกินคนเสร็จ มันจะมอบวัตถุวิญญาณให้ นี่คือวิธีที่พวกเราแลกเปลี่ยนกัน”

เจิ้งฉวนเหวินกลัวว่าเฉินเฟยจะไม่เชื่อสิ่งที่เขาพูดจึงพูดต่ออย่างรวดเร็ว

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านตระกูลเจิ้งพัฒนาได้อย่างรวดเร็วเพราะการแลกเปลี่ยนนี้ ใช้ชีวิตคนอื่นแลกกับวัตถุวิญญาณ

ไม่เพียงแค่วัตถุวิญญาณ หลังคนบนเรือตาย สิ่งที่เหลืออย่างศิลาหยวน อาวุธวิญญาณ และโอสถ หากไม่มีใครอ้างสิทธิ์เป็นเจ้าของ สิ่งเหล่านี้จะตกเป็นของตระกูลเจิ้ง

การสังหารไม่กี่คนเป็นครั้งคราว ไม่เพียงได้รับวัตถุวิญญาณ บางทีอาจได้รับอาวุธวิญญาณและศิลาหยวน ตระกูลเจิ้งจะไม่ยอมรับสิ่งที่ดีเช่นนี้ได้อย่างไร?

เพียงแค่เจิ้งฉวนเหวินคิดไม่ถึงว่าวันนี้จะถูกควบคุมเช่นนี้และไม่สามารถต่อต้านได้แม้แต่น้อย

คนรอบด้านยังคงสับสนอยู่บ้าง พอได้ยินคำพูดของเจิ้งฉวนเหวิน ดวงตาพวกเขาก็เบิกกว้าง ความรู้สึกกลัวเข้ามาในใจทันที

หลังขึ้นเรือของตระกูลเจิ้งแห่งเมืองหยานอวี้ นั่นเท่ากับการขึ้นเรือมรณะไม่มีวันหวนกลับโดยตรง!

หากไม่ใช่เพราะในเวลานี้แรงกดดันระดับขัดเกลาทวารสูงสุดของเฉินเฟยปกคลุมไปทั่ว เกรงว่าทุกคนจะร่วมกันต่อต้านตระกูลเตจิ้งทันที

เฉินเฟยไม่พูด ตระกูลเจิ้งไม่รู้ว่าที่อสูรประหลาดซ่อนอยู่ที่ไหน

เฉินเฟยมองเจิ้งฉวนเหวิน อีกฝ่ายไม่ได้โกหก หากเฉินเฟยต้องการตามหาอสูรประหลาดคงต้องหาทางด้วยตัวเอง

เฉินเฟยเหลือบมองพลังความฝันที่มาจากระยะไกล ดวงตาเป็นประกาย ครู่ต่อมา มือเฉินเฟยที่จับคอเจิ้งฉวนเหวินเริ่มหดลง

“ไม่!”

เจิ้งฉวนเหวินตะโกนด้วยความหวาดกลัว ตะโกนได้เพียงครึ่งหนึ่งเสียงก็หยุดลงทันทีเพราะคอหัก

แก่นแท้วิญญาณเจิ้งฉวนเหวินไหลลงกระสวยผ่านทะยานในอ้อมแขนเฉินเฟย เฉินเฟยขยับมือขวา อาวุธวิญญาณระดับสูง ศิลาหยวน และโอสถที่อยู่บนตัวเจิ้งฉวนเหวินลอยเข้ามือเนเฟย

เฉินเฟยถีบเท้าขวาลงดาดฟ้า ทั้งคนหายไปจากจุดนั้น พุ่งตรงไปยังพลังความฝันที่มาจากระยะไกล

สำหรับเรือตระกูลเจิ้ง สิ่งที่เกิดขึ้นต่อไปไม่ได้อยู่ในความกังวลของเฉินเฟย เฉินเฟยได้ช่วยเหลือคนมากมายบนเรือลำนี้ระดับหนึ่ง

ถ้าไม่ใช่เพราะเฉินเฟย คนที่ขึ้นเรือลำนี้คงไม่รู้ว่าใครเป็นรายต่อไปที่จะกลายเป็นผิวหนังมนุษย์ล่องลอยอยู่ในทะเลแห่งนี้

“ฟู่ม!”

ในไม่กี่ลี้ พลังความฝันของอสูรประหลาดชนเข้าจิตวิญญาณเฉินเฟย

ทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยเหมือนเป็นคลื่นสะเทือนฟ้า แต่จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกยังไม่สั่นไหว ไม่ว่าพลังความฝันของอสูรประหลาดจะทรงพลังแค่ไหน มันไม่สามารถรบกวนจิตวิญญาณเฉินเฟยได้แม้แต่น้อย

บนดาดฟ้าก่อนหน้านี้ เฉินเฟยริเริ่มหลับเอง ไม่เช่นนั้นพลังของอสูรประหลาดตัวนี้จะดึงจิตวิญญาณเฉินเฟยได้อย่างไร

เสียงแหลมดังก้องในหูเฉินเฟย อสูรประหลาดดูโกรธมากที่ไม่สามารถปล่อยให้เฉินเฟยหลับได้ เมื่อเวลาผ่านไป พลังของอสูรประหลาดยังอ่อนลง

ระยะทางไกลเกินไป แม้พลังความฝันจะมหัศจรรย์ แต่มันมีข้อจำกัดในตัวเอง

เสียงคำรามไม่เต็มใจของอสูรประหลาดยังดำเนินต่อไป แต่ความผันผวนน้อยลงเรื่อยๆ

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงความเสื่อมถอยของพลังอสูรประหลาด ทันใดนั้นปล่อยวางจิตวิญญาณ ปล่อยให้พลังของอสูรประหลาดเชื่อมโยงจิตวิญญาณตัวเองอย่างสมบูรณ์

จิตวิญญาณเฉินเฟยเริ่มผันผวนและเหี่ยวย่น แต่พลังนี้อ่อนแอเกินไป อ่อนแอมากจนโจมตีได้เพียงระดับนี้เท่านั้น

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม ร่างวูบไหวรีบพุ่งไปไกล

ดวงตาเฉินเฟยส่องแสงสลัว โคจรศาสตร์มองดาวถึงขีดสุด ลมปราณห่างไกลปรากฏในการรับรู้เฉินเฟย

หากเชื่อมโยงกันแล้วย่อมมีการตอบสนองเป็นธรรมดา

อสูรประหลาดที่ไม่รู้ว่าซ่อนอยู่ที่ไหนเมื่อครู่โดนเฉินเฟยกำหนดเป้าไว้อย่างสมบูรณ์ ในเวลานี้ไม่ว่ามันจะหนีไปไหน เฉินเฟยสามารถตามไปสังหารมันได้

เหมือนอสูรประหลาดสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวของเฉินเฟย มันต้องการถอนพลังตัวเองออก แต่ด้วยการโคจรสยบมังกรคชสารในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย พลังของอสูรประหลาดจึงถูกจับไว้อย่างแน่นหนาในทะเลจิตสำนึก

“ปึง!”

อสูรประหลาดฉีกพลังตัวเองออก ส่วนใหญ่กระจายสู่ฟ้าดิน

สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย ศาสตร์มองดาวกำหนดเป้าไว้อย่างสมบูรณ์ มันสายเกินไปที่อีกฝ่ายจะคิดถึงการกระจายพลังตัวเองตอนนี้

ห่างออกไปสิบลี้

“พบแล้ว อยู่ตรงนั้น!” ไต้อวี้ฉิวมองเข็มทิศใต้ในมือด้วยใบหน้ามีความสุขและหันไปมองตู๋กู่หมาน

“ดี ไปกันเถอะ!”

ดวงตาตู๋กู่หมานเป็นประกายเล็กน้อย เรือใต้เท้าเป็นเหมือนลูกธนูพุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ตู๋กู่หมานกับไต้อวี้ฉิวมาถึงเกาะแห่งหนึ่ง

เกาะมีขนาดไม่ใหญ่ พื้นที่ไม่ถึงหนึ่งลี้

เมื่อมาถึงจุดนี้ สีเข็มทิศใต้ในมือไต้อวี้ฉิวหมุนอย่างบ้าคลั่ง สีหน้าไต้อวี้ฉิวเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม

“อสูรประหลาดตัวนี้แข็งแกร่งมาก ระวังตัวด้วย!” ไต้อวี้ฉิวพูดเสียงเบา

“ไม่ว่ามันแข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นเพียงอสูรประหลาดระดับสอง การสังหารมันวันนี้จะทำให้การบ่มเพาะข้าก้าวหน้าไปอีกขั้น!” ตู๋กู่หมานเดินหน้าเข้าเกาะทีละก้าวพร้อมแสงเย็นในดวงตา

ห่างออกไปสิบลี้ เฉินเฟยกำลังไล่ตามลมปราณมา

จบบทที่ ตอนที่ 443 ไม่สั่นไหว

คัดลอกลิงก์แล้ว