- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 441 ดุร้าย
ตอนที่ 441 ดุร้าย
ตอนที่ 441 ดุร้าย
หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยขึ้นเรือตระกูลเจิ้งสำเร็จ
เฉินเฟยตอบคำถามทั่วไป จ่ายค่าขึ้นเรือราคาแพง ด้วยการใช้วิชาสังหารญาณ ลมปราณที่แผ่ออกมาในเวลานี้จึงอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเท่านั้น
ในสมาคมเชียนอวี่และทะเลอู๋จิ้น นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นกลางไม่นับว่าแข็งแกร่ง และด้วยการบ่มเพาะระดับนี้เองที่ทำให้เฉินเฟยขึ้นเรือได้ง่ายดาย
ในระยะใกล้ เฉินเฟยรู้สึกถึงลมปราณเข้มข้นของสิ่งนั้นอยู่บนเรือ ดวงตาพลันเกิดรอยยิ้ม
เนื่องจากเรือตกเป็นเป้าหมาย เฉินเฟยอาจค้นหาสิ่งนั้นได้ตราบเท่าที่อยู่บนเรือ
ท้องฟ้าค่อยๆมืดลง ทุกคนกลับไปพักผ่อนที่ห้องโดยสาร
เนื่องจากเฉินเฟยขึ้นเรือกลางทางจึงไม่มีห้องโดยสาร ต้องให้กะลาสีตระกูลเจิ้งย้ายออกแล้วมอบห้องให้เฉินเฟย
เฉินเฟยนั่งขัดสมาธิบนเตียง เสียงคลื่นซัดกระทบตัวเรือดังเข้าหู
ในขณะนี้บนเรือเหลือเพียงเสียงแผ่วเบา ผู้คนส่วนใหญ่ผล็อยหลับหรือฝึกฝน แสงจันทร์ส่องสว่างทะลุหมอกกลายเป็นจุดแสงกระจัดกระจายบนดาดฟ้า
“อ๊าก!”
ทันใดนั้นมีเสียงร้องแหลมดังมาจากห้องโดยสารอื่น เฉินเฟยลืมตาขึ้น มุ่งหน้าไปยังจุดเกิดเสียง
ในเวลานี้คนจำนวนมากมารวมตัวกันที่นี่ สายตาของทุกคนจับจ้องกองเสื้อผ้าตรงหน้า
ไม่ใช่ว่าเสื้อผ้ามีอะไรดี แต่เมื่อครู่นี้มีคนสวมใส่เสื้อผ้าชุดนี้อยู่ แต่ตอนนี้คนที่สวมเสื้อผ้าเหลือเพียงผิวหนังภายใต้เสื้อผ้า
เลือดเนื้อใต้ผิวหนังทั้งหมดหรือแม้กระทั่งกระดูกล้วนหายไป
หากไม่มีเศษผิวหนังเหลืออยู่ คงไม่มีใครคิดว่าเมื่อครู่มีคนสวมชุดนี้
“ใคร มันเป็นใคร!” เสียงเฉิงฮุ่ยฟางค่อนข้างเฉียบคม ดวงตามองไปรอบด้าน มองทุกคนด้วยท่าทางฆาตกร
เห็นชัดว่าศิษย์พี่นางกำลังฝึกฝนอยู่ด้านข้าง พอนางรู้สึกแปลกๆ ศิษย์พี่นางกลับเหลือเพียงผิวหนัง
ตลอดขั้นตอนนี้เฉิงฮุ่ยฟางไม่รู้ว่าศิษย์พี่นางถูกสังหารได้อย่างไร
แต่บนเรือมีคนมากมาย ในเวลานี้คนที่สังหารศิษย์พี่นางต้องอยู่ใกล้ๆแน่!
ผู้เห็นเหตุการณ์ไม่พูดอะไร สีหน้ายังเคร่งขรึมเล็กน้อย วันนี้พวกเขาพบศิษย์พี่ของเฉิงฮุ่ยฟาง การบ่มเพาะเกือบเท่ากับเฉิงฮุ่ยฟาง ทั้งสองยังอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น
แม้การบ่มเพาะระดับนี้ไม่แข็งแกร่งนัก แต่ยังอยู่ในระดับขัดเกลาทวาร
ถึงอย่างนั้นกลับถูกสังหารอย่างเงียบเชียบ เรื่องนี้ค่อนข้างน่าตกใจ หากต้องการสังหารระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสักคน หลายคนในที่นี้สามารถทำได้
แต่ถ้าต้องการทำอย่างเงียบเชียบไม่ทิ้งร่องรอย ไม่มีใครกล้าพูดว่าสามารถทำแบบนี้ได้
สิ่งสำคัญคือศิษย์พี่เฉิงฮุ่ยฟางตายจนเหลือเพียงผิวหนัง วิธีแบบนี้โหดร้ายอย่างยิ่ง
ด้วยจิตวิญญาณระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น ในระหว่างโดนปรับแต่งจะต้องตื่นตัวระดับหนึ่ง เพราะนั่นเป็นความเจ็บปวดแสนสาหัส
ไม่เพียงแค่ร่างกาย จิตใจยังทรมานเช่นกัน
เฉินเฟยยืนมองดูกองเสื้อผ้าอยู่ข้างหลัง นอกจากลมปราณศิษย์พี่เฉิงฮุ่ยฟาง ยังมีลมปราณเบาบางที่มองข้ามได้ง่าย แต่เฉินเฟยสังเกตเห็นโดยตรง
มันเป็นสิ่งที่ตอบสนองจุดกึ่งกลางในร่างกายเฉินเฟยก่อนหน้านี้
ดวงตาเฉินเฟยครุ่นคิด นี่เป็นสัตว์อสูรหรืออย่างอื่น? อย่างไรก็ตามมันกลืนกินนักยุทธ์เป็นมนุษย์ มีโอกาสสูงที่โน้มเอียงไปทางสัตว์อสูร
เฉินเฟยเหลือบมองเจิ้งฉวนเหวินซึ่งอยู่ไม่ไกล ตระกูลเจิ้งจะทำอย่างไรกับสถานการณ์นี้
ทำตัวเป็นเหยื่อไม่รู้อะไรเลย?
“แม่นาง โปรดอภัยให้ด้วย นี่อาจเป็นฝีมืออสูรทะเล!”
เจิ้งฉวนเหวินเดินไปหาเฉิงฮุ่ยฟาง พูดเสียงทุ้ม “ทุกปีที่หมอกปรากฏ ผู้คนจะถูกสังหารในลักษณะ”
“สัตว์อสูร? ทำไมสัตว์อสูรถึงเลือกศิษย์พี่ข้าแทนที่จะเป็นพวกเจ้า!” เฉิงฮุ่ยฟางดูบ้าคลั่ง เห็นได้ชัดว่าการตายของศิษย์พี่นางส่งผลกระทบต่อนางอย่างมาก
“แม่นาง ระวังคำพูดด้วย!” เจิ้งฉวนเหวินขมวดคิ้วตะคอกเสียงต่ำ
เฉิงฮุ่ยฟางสับสน ก้าวถอยกลับโดยไม่รู้ตัว มองเจิ้งฉวนเหวินซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หันไปมองเสื้อผ้าศิษย์พี่และไม่อาจหยุดน้ำตาที่ไหลลงมา
“พวกเราอาจตกเป็นเป้าหมายของอสูรทะเลแล้ว ระวังตัวด้วย! ต่อจากนี้เราจะเดินเรือเต็มกำลังเพื่อออกจากหมอกโดยเร็วที่สุด” เจิ้งฉวนเหวินหันไปมองคนอื่นและพูดเสียงทุ้ม
“นี่คือสัตว์อสูรแบบใด? สามารถดูดเลือดเนื้อมนุษย์จนเหลือเพียงผิวหนัง ข้าไม่เคยได้ยินเรื่องนี้มาก่อน!”
“ข้าได้ยินเรื่องนี้มาหลายครั้ง คิดไม่ถึงว่าวันนี้จะได้เจอกับตัว!”
“มีวิธีป้องกันหรือไม่?”
“ข้าไม่รู้!”
เมื่อเจิ้งฉวนเหวินพูดจบ เสียงรอบข้างดังขึ้นทันที ท้ายที่สุดการถูกดูดจนเหลือผิวหนังอย่างเงียบๆน่ากลัวเกินไป
ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นยังเป็นแบบนั้น บนเรื่องมีนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายไม่น้อย นั่นจะไม่ตกอยู่อันตรายยิ่งกว่าหรือ?
“ทำไมเราไม่ไปอยู่บนดาดฟ้าล่ะ คอยจับตามองกันและแจ้งเตือนทันทีหากมีอะไรเกิดขึ้น!” มีคนแนะนำ
“วิธีนี้ดี!” ทุกคนพยักหน้าหลังได้ยินคำแนะนำนี้
แม้ดาดฟ้าไม่สบายเหมือนห้องโดยสาร แต่ในเวลานี้จะคิดถึงสบายได้อย่างไร สิ่งสำคัญคือเอาชีวิตรอด
ครู่ต่อมา ทุกคนมารวมตัวกันบนดาดฟ้า ดาดฟ้าซึ่งดูกว้างขวางเล็กน้อยเต็มไปด้วยผู้คนทันที
แต่ขณะนี้ไม่มีใครบ่น อีกไม่กี่ชั่วยามจะผ่านพ้นหมอกนี้ แค่อดทนไม่กี่ชั่วยามไม่ใช่ปัญหา
การสนทนาบนดาดฟ้าเรือเงียบลง ทุกคนมองรอบด้านด้วยความระมัดระวังโดยกลัวว่าจะมีอสูรทะเลบางตัวกระโจนเข้าใส่จากนอกเรือ
ไม่มีใครฝึกฝน ไม่มีใครงีบหลับ ทุกคนต่างจับต่อมองเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ
เวลาผ่านไปทีละน้อย ไม่มีอะไรเกิดขึ้น จิตใจทุกคนสงบลงเล็กน้อย
เฉินเฟยกำลังนั่งขัดสมาธิบนดาดฟ้า จิตวิญญาณปกคลุมรอบด้าน เฉินเฟยสงสัยเกี่ยวกับวิธีกลืนเลือดเนื้อ ตอนที่ศิษย์พี่เฉิงฮุ่ยฟางถูกสังหาร เฉินเฟยไม่เห็นสิ่งผิดปกติใด
แต่ถึงอย่างนั้นศิษย์พี่เฉิงฮุ่ยฟางกลับตายอย่างเงียบๆ
“ซื่อ!”
ท่ามกลางเสียงคลื่นรอบด้าน ทันใดนั้นมีเสียงประหลาดดังขึ้นราวกับมีบางอย่างละลาย
ทันใดนั้นดวงตาเฉินเฟยมองไปด้านข้าง มีคนหนึ่งอยู่ตรงนั่นโดยมีควันเขียวลอยขึ้นมาทั่วร่างกาย ใบหน้าดุร้ายเหมือนเจ็บปวดทรมานแสนสาหัส แต่น่าเสียดายที่ไม่ร้องแม้แต่คำเดียว
ปากเหมือนถูกบางสิ่งปิดผนึกจึงทำได้เพียงเปลี่ยนสีหน้า
ทันใดนั้นเฉินเฟยปรากฏตรงหน้าคนนั้น ในขณะนี้อยู่ในระยะใกล้ เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงสิ่งคุ้นเคยบางอย่าง
การเคลื่อนไหวของเฉินเฟยและเสียงแผ่วเบาทำให้ทุกคนรอบตัวตื่นตัว บางคนมองภาพตรงหน้าด้วยความหวาดกลัวและถอยไปหลายก้าว
คนที่มีการบ่มเพาะสูงหน่อยขมวดคิ้วมอง พวกเขาทั้งหมดอยู่บนดาดฟ้า แต่กลับไม่รู้สึกถึงการตอบสนองแม้แต่น้อยเมื่อคนคนนี้ถูกโจมตี สิ่งนี้น่ากลัวแค่ไหน?
เฉินเฟยใช้นิ้วกระบี่ด้วยมือขวา แตะระหว่างคิ้วคนตรงหน้า
บ้าคลั่ง วุ่นวาย มีแม้กระทั่งความรุนแรง จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกของคนนี้อยู่ในสภาพสิ่งแปลกประหลาด ความผิดปกติของจิตวิญญาณทำให้พลังหยวนในร่างกายเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง
จากมุมมองของเฉินเฟย คนนี้เหมือนจุดไฟเผาตัวเอง
“พึบ!”
เสียงเสื้อผ้าหล่นพื้นดังขึ้น ผิวหนังมนุษย์ชนเสื้อผ้าเล็กน้อย
เฉินเฟยต้องการหยุดมันแต่ก็สายเกินไป
เทียบกับครั้งก่อน ระดับการแตกร้าวของจุดทวารน้อยกว่าเดิม คนคนนี้ใช้วิธีรุนแรงที่สุด เผาผลาญทุกสิ่งในร่างกายโดยไม่เหลือสิ่งใดไว้ข้างหลัง
สายตาคนรอบตัวเต็มไปด้วยความกลัวยิ่งกว่าเดิม เทียบกับศิษย์พี่เฉิงฮุ่ยฟาง กล่าวได้ว่าพวกเขาเฝ้าดูขั้นตอนการตายของคนตรงหน้าทั้งหมด
ในช่วงเวลาอันสั้น คนนี้กลายเป็นแบบนี้ ใครๆต่างกลัวทั้งนั้น
คนนี้ควรเป็นนักเดินทางคนเดียว ในเวลานี้ไม่มีใครรอบตัวร้องไห้ บางคนหลบเลี่ยงเขาโดยไม่รู้ตัวเพราะกลัวว่าถ้าติดเชื้อแล้วจะกลายเป็นแบบนั้น
เมื่อครู่ใบหน้าคนคนนั้นเต็มไปด้วยความดุร้ายเหมือนอยู่ไม่ได้ตายไม่ได้ มันน่ากลัวเกินไป ความเจ็บปวดนั้นเป็นอย่างไรไม่อาจอธิบายได้
“เมื่อครู่เหมือนเขาผล็อยหลับไป” ทันใดนั้นมีคนพูดเสียงเบา
“ใช่ ข้าเห็นเขาหลับเช่นกัน” มีคนตอบกลับ
หลายคนบนดาดฟ้ามองซ้ายขวาเพราะความกังวล ดังนั้นก่อหน้านี้หลายคนจึงเห็นรูปลักษณ์ของคนคนนี้
“กล้าดียังไงถึงมาหลับในสถานการณ์เช่นนี้” คนอื่นถามด้วยความประหลาดใจ
การนอนหลับในช่วงระวังตัวเป็นสิ่งที่เลวร้ายที่สุด คนอื่นหวังว่าจะลืมตาต่อไป คนคนหนึ่งจะใจกว้างจนเผลอหลับได้อย่างไร?
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย หลับหรือ? วิชาจมสู่ฝัน?
ทันใดนั้นเฉินเฟยพบว่าความรู้สึกคุ้นเคยเมื่อครู่มาจากไหน มันคล้ายวิชาจมสู่ฝันเลยไม่ใช่หรือ! แน่นอนว่ามีความต่างกับวิชาจมสู่ฝันอยู่บ้าง ทั้งสองไม่ควรเป็นวิชาเดียวกัน
ใช้ความฝันทำลายทะเลจิตสำนึกคนอื่นและเข้าควบคุม จากนั้นจุดไฟเผาตัวเอง กลืนกินเลือดเนื้อทั้งหมด
ทันใดนั้นเฉินเฟยได้เข้าใจวิธีโจมตีของอีกฝ่าย
ห่างออกไปสิบลี้
สองร่างกำลังนั่งเรือลำเล็ก แล่นไปตามลมคลื่นของทะเล
คนหนึ่งอยู่ที่หัวเรือ ในมือถือเข็มทิศใต้ คอยปรับทิศทางตำแหน่งอยู่ตลอดเวลา
“ต้องใช้เวลานานแค่ไหน?”
ตู๋กู่หมานยืนอยู่ด้านหลัง เสียงแหบแห้งเหมือมีกระบี่ดาบแทงอยู่ที่คอ
“มันค่อนข้างฉลาด ด้วยชั้นหมอกแบบนี้เป็นไปไม่ได้ที่จะพบตำแหน่งของมัน” ไต้อวี้ฉิวขมวดคิ้วมองเข็มทิศใต้ในมือ
“พวกเราอยู่ในหมอกนี้มาหลายวันแล้ว จะให้เป็นแบบนี้ต่อไปไม่ได้!” ตู๋กู่หมานขมวดคิ้วพูดด้วยเสียงไม่พอใจ
พอพูดจบ อากาศรอบตัวเย็นลงทันทีราวกับมีอาวุธนับพันอยู่รอบตัว
“ตอนนี้มันกำลังกินคนกับอสูร ในอีกไม่กี่วันน่าจะระบุตำแหน่งมันได้!” ไต้อวี้ฉิวไม่กล้าละเลยและตอบกลับอย่างรวดเร็ว
ตู๋กู่หมานค่อนข้างใจร้อน สุดท้ายไม่พูดอะไรอีก บรรยากาศหนาวเย็นรอบตัวจางหายไป
เรือตระกูลเจิ้ง
บนดาดฟ้า หลายคนลุกเดินไปมา
เฉินเฟยมองหมอกด้านหน้า ครั้งต่อไปน่าจะจับมันได้!