เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 434 ทาส

ตอนที่ 434 ทาส

ตอนที่ 434 ทาส


หลายร่างวูบไหวปรากฏอยู่ที่บันใดสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว พวกเขาคือฉวีชิงเซิง โจวจื่อซุน และจี้รุ่ยชิงแห่งศาลาเฉินสุ่ย ทั้งสามมองสองคนที่เข้ามาใกล้ ใบหน้าเต็มไปด้วยความระวัง

“มากันแล้ว ตามข้ามา” โฉวฉางไท่มองฉวีชิงเซิงทั้งสามด้วยรอยยิ้ม

“ไม่รู้ว่าทำไมเก๋อเซี่ยถึงมาเกาะเฉินสุ่ย!” ฉวีชิงเซิงกุมมือขึ้นแล้วพูดเสียงทุ้ม

ระดับขัดเกลาทวารสูงสุดแข็งแกร่งระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายมาก

แม้ตอนนี้ฉวีชิงเซิงแข็งแกร่งกว่าเมื่อก่อนเพราะคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวฟื้นฟูกลับมา แต่ยังเทียบกับระดับขัดเกลาทวารสูงสุดไม่ได้อยู่ดี

ตอนนี้อยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว อย่างมากที่สุดพวกฉวีชิงเซิงสามารถรับการสนับสนุนค่ายกลและแสดงพลังได้มากขึ้น แต่ฉวีชิงเซิงไม่มั่นใจว่าจะทำอะไรระดับขัดเกลาทวารสูงสุดได้หรือไม่

“ตอนนี้มีเชื่อว่าเกาะเฉินสุ่ยแล้วหรือ เป็นชื่อที่ดี”

โฉวฉางไท่พยักหน้าเล็กน้อย รอยยิ้มบนใบหน้าจางลง “ตอนนี้เกาะนี้เป็นของพวกเจ้า ข้าจึงเข้ามาไม่ได้?”

“สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว? นี่เป็นวิธีที่พวกเจ้าปฏิบัติต่อแขก?” โหลวซานเฟิงภรรยาโฉวฉางไท่หัวเราะเบา แต่เสียงหัวเราะนั้นเย็นชา ไม่มีรอยยิ้มให้เห็นและเต็มไปด้วยความเฉียบคม

“ท่านจริงจังเกินไป หากทั้งสองต้องการชมเกาะเฉินสุ่ย แน่นอนสามารถทำได้ เชิญ!” ฉวีชิงเซิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ผายมือขวาเล็กน้อยต้อนรับทั้งสองขึ้นบันใด

โฉวฉางไท่กับโหลวซานเฟิงเดินขึ้นไประหว่างทั้งสามคนโดยไม่กลัวว่าจะโดนโจมตีกะทันหัน

โฉวฉางไท่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารสูงสุด โหลวซานเฟิงอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและเปิดจุดทวารร้อยกว่าจุด ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเขา การเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามคนไม่มีความกดดันใดเลย

ทั้งห้าขึ้นบันไดไปถึงไหล่เขา โฉวฉางไท่หยุดชั่วคราวและมาที่ศาลาหินข้างทาง มองอ่าวในระยะไกลด้วยรอยยิ้ม

“ภาพนี้ไม่เลว ภรรยาคิดว่าอย่างไร?” โฉวฉางไท่มองโหลวซานเฟิง

โหลวซานเฟิงเดินไปสองสามก้าวและพยักหน้าเล็กน้อยด้วยรอยยิ้ม นางค่อนข้างพอใจกับภาพตรงหน้า

โฉวฉางไท่ทั้งสองทำตัวเหมือนเป็นคนอยู่ที่นี่ เหมือนกับที่ไปเดินเที่ยวเล่นในศาลาเฉินสุ่ยแบบสบายๆ แต่ที่นี่คือสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและทั้งสองฝ่ายไม่เคยพบกันมาก่อน พวกเขาจะเดินเข้ามาเพลิดเพลินกับดอกไม้ในสำนักอื่นได้อย่างไร?

โฉวฉางไท่มองออกไประยะไกล หันไปมองโหลวซานเฟิงแล้วพูด “ถ้าภรรยาชอบที่นี่ ข้าจะพาภรรยามาบ่อยๆเมื่อมีเวลาว่าง”

“ไม่จำเป็น แม้ภาพนี้จะดี แต่เพียงแค่ดี ได้เห็นครั้งเดียวพอแล้ว ครั้งต่อไปที่เห็นจะไม่รู้สึกเหมือนตอนนี้” โหลวซานเฟิงพูดด้วยรอยยิ้ม

“ภรรยาพูดมีเหตุผล ดูมาสักพักแล้ว รู้สึกไม่ดีเหมือนก่อนหน้า สุดท้ายที่นี่ยังขาดอะไรอยู่บ้าง”

โฉวฉางไท่ส่ายหัว จับมือโหลวซานเฟิงเดินขึ้นบันไดต่อ โฉวฉางไท่ทำเหมือนเป็นเจ้าของที่นี่ ไม่ใช่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

โจวจื่อซุนหายใจเข้าลึกและระงับความโกรธไว้ในใจ ศัตรูแข็งแกร่งเกินไป ไม่สามารถเอาชนะด้วยความโกรธ หากเรื่องนี้คลี่คลายได้อย่างสันติ ความคับข้องใจเล็กน้อยนับว่าไม่เป็นอะไร

ฉวีชิงเซิงมองด้านหลังโฉวฉางไท่ทั้งสองด้วยใบหน้าเคร่งขรึม คนมาที่นี่ไม่ดี เกรงว่ามันจะไม่ง่ายขนาดนั้น

ฉวีชิงเซิงหันไปมองจี้รุ่ยชิงซึ่งขมวดคิ้วเล็กน้อยเช่นกัน

บนเกาะเฉินสุ่ยอาจกล่าวได้ว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยคอยเฝ้าดูและช่วยเหลือกัน หากฝ่ายใดประสบปัญหา อีกฝ่ายจะเข้าช่วย

จี้รุ่ยชิงเข้าใจความจริงข้อนี้เป็นอย่างดี

น่าเสียดายที่ในขณะนี้ผู้อาวุโสอีกคนของศาลาเฉินสุ่ยซึ่งอยู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายไม่ได้อยู่ในสำนัก นางออกไปทำภารกิจของสำนักเมื่อหลายวันก่อน

ดังนั้นความแข็งแกร่งของทั้งสองนิกายจึงค่อนข้างอ่อนแอในขณะนี้ แม้จะมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามคน แต่ยังด้อยกว่าเมื่อเทียบกับระดับขัดเกลาทวารสูงสุด

ห่างออกไปพันลี้ ร่างเฉินเฟยวูบไหว เขาออกจากเมืองไห่เหยียนและวิ่งด้วยความเร็วสูงไปทางเกาะเฉินสุ่ย

เพียงแต่เกาะเฉินสุ่ยตั้งอยู่ในสถานที่ห่างไกลซึ่งห่างจากเมืองไห่เหยียนพันลี้ ต่อให้เป็นความเร็วของเฉินเฟยในตอนนี้ก็เป็นไม่ได้ที่จะกลับไปถึงสำนักในเวลาชั่วครู่

เฉินเฟยทุ่มสุดกำลังเพื่อกลับไปยังสำนักโดยเร็วที่สุด

“ระดับขัดเกลาทวารสูงสุด!”

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ถีบเท้าขวาลงทะเล บนผิวน้ำทะเลเกิดระลอกคลื่น แต่ร่างเฉินเฟยหายไปและอยู่ห่างไปร้อยก้าว

ตอนที่ทั้งสองสำนักเลือกเกาะเฉินสุ่ย คิดว่ารอบเกาะเฉินสุ่ยไม่มีทรัพยากรที่ดีและมีโอกาสถูกสอดแนมน้อย

ไม่อย่างนั้นหากทรัพยากรอุดมสมบูรณ์ขึ้นสักหน่อย เป็นไปไม่ได้เลยที่จะรอจนสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเสินสุ่ยมาถึง ในเวลานั้นคงมีกองกำลังตั้งอยู่ก่อนแล้ว

ในช่วงหกเดือนที่ผ่านมาเกาะแห่งนี้สงบสุขอย่างแท้จริง บางครั้งกองกำลังจากเกาะอื่นก็มาเยือน ทั้งสองฝ่ายมีระดับเท่ากันจึงทัศนคติสงบสุขโดยธรรมชาติ

เฉินเฟยคาดไม่ถึงว่าหลังไปเมืองไห่เหยียนเพียงไม่กี่วันจะมีระดับขัดเกลาทวารสูงสุดมาเยือกเกาะเฉินสุ่ย

เกาะเฉินสุ่ย

โฉวฉางไท่จับมือโหลวซานเฟิง ทั้งสองเดินไปตามขั้นบันไดเหมือนเดินเล่น บางครั้งก็หยุดเพื่อเพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงาม

สำหรับฉวีชิงเซิงทั้งสาม นอกจากการสนทนาครั้งแรก พวกเขาไม่เคยคุยกันอีกเลย ฉวีชิงเซิงทั้งสามเหมือนเป็นผู้ติดตามโฉวฉางไท่ทั้งสอง

โฉวฉางไท่ทั้งสองเดินไปรอบๆจนกระทั่งมาถึงยอดเขาหลักสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ในขณะนี้ผู้อาวุโสระดับขัดเกลาทวารทุกคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและศาลาเฉินสุ่ยยืนอยู่บนยอดเขาหลักโดยมองโฉวฉางไท่ทั้งสอง

การจ้องมองของโฉวฉางไทข้ามผู้อาวุโสของทั้งสองสำนักโดยตรง มองไปที่โถงหลักด้านหลังพร้อมกับพยักหน้าเล็กน้อย

“อาคารแห่งนี้ค่อนข้างมีเอกลักษณ์ แต่อาคารบนเกาะเราดูเก่าไปหน่อย” โฉวฉางไท่หันไปมองโหลวซานเฟิงแล้วพูด

“เช่นนั้นข้าจะสั่งให้คนรื้อถอนและสร้างขึ้นใหม่” โหลวซานเฟิงมองห้องโถงหลักสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจากนั้นพยักหน้าให้ผู้อาวุโสสองสำนักด้วยรอยยิ้มที่มีความหมายแฝงบนใบหน้า

“ลองเข้าไปดูเถอะ”

โฉวฉางไท่เดินไปยังห้องโถงหลัก ผู้อาวุโสสองสำนักที่อยู่หน้าห้องโถงหลักถูกกดดันจากแรงกดดันของโฉวฉางไท่จนต้องถอยออกไปอย่างไม่เต็มใจ

สำหรับผู้อาวุโสสองสำนักที่อยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นหรือขั้นกลาง พวกเขาไม่มีพลังต้านทานแรงกดดันของระดับขัดเกลาทวารสูงสุดเลย

“ไม่เคยได้ยินชื่อพวกเจ้าสองสำนักมาก่อน พวกเจ้ามาจากไหน?”

โฉวฉางไท่ยืนอยู่ในห้องโถงหลักและมองไปรอบด้าน หันกลับไปหาฉวีชิงเซิง แม้ทัศนคติจะสงบแต่ยังมีคำสั่งในน้ำเสียง

“สำนักเล็กจากทะเลอื่น ไม่ควรค่าแก่การกล่าวถึง” ฉวีชิงเซิงมองโฉวฉางไท่และพูดอย่างเคร่งขรึม

“สำนักเล็ก เป็นเรื่องยากที่สำนักเล็กจะอยู่รอด”

โฉวฉางไท่มองผู้อาวุโสสองสำนัก ทุกคนมองเขาอย่างระมัดระวังจึงอดยิ้มไม่ได้

“ถ้าพวกเจ้ามองคนแบบนั้น มันอาจมีเรื่องบางอย่างเกิดขึ้น”

รอยยิ้มโฉวฉางไท่จางลงทันใด น้ำเสียงเย็นชาเช่นกัน แม้จะไม่ได้เปิดเผยลมปราณระดับขัดเกลาทวารสูงสุด แต่ความหนาวเย็นกลับปกคลุมไปทั่วห้องโถง

ผู้อาวุโสบางคนที่มีการบ่มเพาะต่ำรู้สึกว่าหัวใจเต้นรัวราวกับมีอันตรายใหญ่เข้าปกคลุม แม้แต่การหายใจยังทำได้ยาก

“พวกเราไม่รู้ว่าทำไมวันนี้เก๋อเซี่ยถึงมาที่นี่!” ฉวีชิงเซิงก้าวไปข้างหน้า โคจรคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวต่อต้านการเขย่าจิตวิญญาณของโฉวฉางไท่

“เห็นว่ามีสำนักมาตั้งรกรากที่เกาะแห่งนี้ ข้าก็อดไม่ได้ที่จะอยากรู้สักหน่อย”

โฉวฉางไท่เหลือบมองฉวีชิงเซิง จากนั้นหันไปมองกลางห้องโถงและพูดต่อ “วันนี้ข้ามาที่นี่เพื่อเรียนรู้จากท่าน แต่ตอนนี้ดูเหมือนจะไม่จำเป็น”

คำพูดนี้เต็มไปด้วยการเสียดสี แต่ไม่มีผู้อาวุโสจากสองสำนักคนใดกล้าพูด ด้วยการบ่มเพาะระดับขัดเลกาทวารสูงสุด เขามีคุณสมบัติที่จะพูดสิ่งนี้ได้อย่างแท้จริง

“ทำให้เก๋อเซี่ยผิดหวังแล้ว!” ฉวีชิงเซิงโล่งใจแล้วกุมมือขึ้นพูด

“ข้ามีนิสัยชอบเอาของติดตัวไปด้วยเมื่อไปสถานที่อื่น”

โฉวฉางไห่หันหลังให้ฉวีชิงเซิง ชี้รูปปั้นหน้าห้องโถงแล้วพูด “กระบี่เล่มนี้ไม่เลว ข้าต้องการมัน”

ทั้งห้องโถงเงียบลงทันใด ลมปราณของทุกคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวผันผวนทันที

รูปปั้นนี้คือผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ไม่ใช่รูปปั้นที่ประตูภูเขาของเมืองเซียนเมฆา ท้ายที่สุด ทกคนอพยพมาทะเลอู๋จิ้น เป็นไปไม่ได้ที่จะถือรูปปั้นหนักไปด้วย

ดังนั้นเมื่อมาถึงเกาะเฉินสุ่ย รูปปั้นนี้จึงถูกแกะสลักใหม่โดยช่างฝีมือ

รูปปั้นเป็นของใหม่แต่กระบี่ไม่ใช่ กระบี่นี้เป็นกระบี่วิญญาณที่ใช้โดยผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเมื่อเขาเยาว์วัย

หลายปีผ่านไป พลังของกระบี่วิญญาณนี้ลดลงจากที่เคยเป็นอยู่

แต่กระบี่นี้เป็นเสาหลักทางใจของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แม้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวประสบหายนะ กระบี่นี้ยังคงถูกเก็บรักษาไว้

สำหรับสำนัก มีสิ่งหนึ่งที่ไม่สามารถสูญหาย นั่นคือความเชื่อทางใจ

นักยุทธ์ก็เช่นกัน หากไม่มีความพากเพียรหรือการแสวงหาอยู่ในใจ คนคนนั้นจะทำได้แค่ใช้ชีวิตอย่างเรียบง่ายเท่านั้น

โฉวฉางไท่ต้องการเอากระบี่นี้ออกไป นั่นเป็นการเอากระดูกสันหลังทางใจของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวออกไป

ฉวีชิงเซิงคิดว่าโฉวฉางไท่จะเสนอขอทรัพยากร แบบนั้นฉวีชิงเซิงสามารถทำตามคำขอได้ ท้ายที่สุดตราบใดที่ผู้คนยังอยู่ อะไรก็เป็นไปได้ในอนาคต เช่นเดียวกับที่พวกเขาอพยพหลายพันลี้มาที่ทะเลอู๋จิ้น

แต่ฉวีชิงเซิงคิดไม่ถึงว่าโฉวฉางไท่จะตัดตอนจิตใจของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวแบบนี้

หากกระบี่นี้ถูกพรากไป วันนี้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเหมือนจะไม่มีการสูญเสีย แต่จิตวิญญาณของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะถูกทำลาย

หากต้องการทาสสักคน เพียงทำลายจิตใจจนไม่ให้รู้วิธีต่อต้านอีก แล้วทุกสิ่งที่ทำหลังจากนั้นจะเป็นเรื่องปกติ

“ขออภัย เราไม่สามารถเห็นด้วยกับคำขอนี้!” ฉวีชิงเซิงมองโฉวฉางไท่และพูดอย่างหนักแน่น

“มันก็แค่กระบี่”

โหลวซานเฟิงมองไปฉวีชิงเซิงแล้วพูดเสียงเบา “อย่าทำผิดพลาด”

“ใช่ มันเป็นแค่กระบี่” โฉวฉางไท่วางมือไขว่หลังแล้วหันไปมองฉวีชิงเซิง

“เก๋อเซี่ยโปรดเปลี่ยนคำขอ” คูชิงเฉิงกล่าวอย่างเคร่งขรึม

“แต่ข้าต้องการกระบี่เล่มนี้”

โฉวฉางไท่มองฉวีชิงเซิง หัวเราะเบาพร้อมยิ้มเยาะ

จบบทที่ ตอนที่ 434 ทาส

คัดลอกลิงก์แล้ว