เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 400 เนตรกระบี่หวนคืนสองร้อยส่วน

ตอนที่ 400 เนตรกระบี่หวนคืนสองร้อยส่วน

ตอนที่ 400 เนตรกระบี่หวนคืนสองร้อยส่วน


เนตรกระบี่หวนคืนทำให้เฉินเฟยตกตะลึง ไม่รู้ว่าใครเป็นผู้สร้างวิชานี้ แนวทางกับการฝึกฝนต่างจากวิชาจิตวิญญาณหลายอย่าง

ใช่แล้ว เนตรกระบี่หวนคืนเป็นวิชาจิตวิญญาณ แนวทางและการฝึกฝนล้วนเป็นการเปลี่ยนแปลงพลังจิตวิญญาณ เช่นเดียวกับกระบี่ตัดจิตกับสังหารวิญญาณ

เพียงแค่กระบี่ตัดจิตกับสังหารวิญญาณมีไว้สังหารศัตรู ในขณะที่เนตรกระบี่หวนคืนเป็นการสนับสนุน

แน่นอนว่าการดึงลมปราณจากอดีตซึ่งบันทึกไว้ในช่วงหลังของเนตรกระบี่หวนคืนใช้ไม่ได้กับสิ่งที่ผ่านไปนานแล้ว มันยังมีข้อจำกัด

โดยปกติแล้วหากฝึกเนตรกระบี่หวนคืนถึงจุดสูงสุด ลมปราณที่คงอยู่ในชั่วยามนั้นจะจับไว้ตามต้องการโดยไม่กดดัน

แต่ถ้าเป็นอย่างเฉินเฟยที่มีท่าพิเศษอย่างสังหารวิญญาณซึ่งตัดลมปราณตัวเอง การจับจะเป็นเรื่องยากและต้องใช้พลังจิตวิญญาณที่แข็งแกร่งกว่าในการสนับสนุน

หากเกินเวลาหนึ่งชั่วยาม ความยากในการจับจะเพิ่มขึ้น แต่หากพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งพอก็สามารถใช้พลังจิตวิญญาณขยายเวลาในการจับต่อไปได้

ตามหลักแล้วตราบใดที่พลังจิตวิญญาณรองรับ ระยะเวลาสามารถขยายออกไปได้ตามใจ ตราบใดที่ทนไหวก็ไม่มีปัญหา

“ค้นพบวิชายุทธ์ ต้องการใช้ศิลาหยวนสี่สิบก้อนทำให้เนตรกระบี่หวนคืนเป็นแบบง่ายหรือไม่?”

“เนตรกระบี่หวน...ทำให้เป็นแบบง่ายสำเร็จ...เนตรกระบี่หวน → วาดภาพนิมิต!”

ค่าใช้จ่ายในการทำให้เป็นแบบง่ายมีราคาสูง แต่เฉินเฟยเลือกยืนยันโดยไม่ลังเล ตอนนี้มีวิชาน้อยมากที่เฉินเฟยชื่นชอบ โดยเฉพาะวิชาจิตวิญญาณ

ยิ่งไปกว่านั้นศิลาหยวนสี่สิบก้อนอาจเป็นค่าใช้จ่ายมหาศาลสำหรับเฉินเฟยในอดีต แต่ตอนนี้เฉินเฟยมีกระบี่วิญญาณระดับต่ำหกเล่มและกระบี่วิญญาณระดับกลางสองเล่ม

แม้วิญญาณของกระบี่วิญญาณเหล่านี้เสียหายเนื่องจากการต่อสู้ของเฉินเฟย แต่กระบี่วิญญาณระดับต่ำแต่ละอันสามารถขายได้สามสิบสี่สิบศิลาหยวนหรือมากกว่านั้น

กระบี่วิญญาณระดับกลางสามารถขายได้มากถึงสองสามร้อยศิลาหยวน ลองคำนวนดูแล้วน่าจะได้ศิลาหยวนประมาณแปดร้อยก้อน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่ายังมีกระจกปราบหยวนระดับสูงด้วย มูลค่าของสิ่งนี้ประเมินได้ยากเล็กน้อย

ดังนั้นแม้เฉินเฟยไม่พบศิลาหยวนมากมายในห้องลับหอกระบี่หวนคืน แต่กระบี่วิญญาณที่ได้รับมานั้นจ่ายส่วนต่างตรงนั้นแล้ว

ดังนั้นค่าใช้จ่ายในการทำให้เป็นแบบง่ายจึงไม่ทำให้เฉินเฟยเป็นทุกข์ ท้ายที่สุดค่าใช้จ่ายในการทำให้เป็นแบบง่ายคือการทำให้รากฐานเฉินเฟยแข็งแกร่งขึ้น

ผลลัพธ์การทำให้เนตรกระบี่หวนคืนเป็นแบบง่ายยังเป็นสิ่งที่เฉินเฟยเห็นแล้วมีความสุข การวาดภาพนิมิต ด้วยระดับพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยในตอนนี้ การวาดภาพนับร้อยต่อครั้งไม่ใช่เรื่องยาก

เฉินเฟยมองศิลามรดกในมือ คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วออกแรงบีบ ศิลามรดกแตกสลายทันที ไม่ใช่แค่ศิลามรดกนี้ เฉินเฟยทำให้ศิลามรดกอีกสองก้อนกลายเป็นผงเช่นกัน

ศิลามรดกทั้งสามมีขนาดใหญ่ มันค่อนข้างเกะกะเมื่อวางไว้ในช่องมิติ อย่างไรก็ตามบนแผงระบบได้บันทึกสามวิชานี้ไว้แล้ว ศิลามรดกเหล่านี้จะมีอยู่หรือไม่นั้น ไม่แตกต่างสำหรับเฉินเฟย

หลังกลับไปถึงสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หากต้องการบริจาควิชาทั้งสาม เฉินเฟยเพียงใช้แผ่นหยกบันทึกไม่กี่ชิ้น

แต่ตอนนี้เฉินเฟยไม่ได้คิดกลับสำนัก อาวุธวิญญาณในมือยังไม่ถูกขาย เฉินเฟยต้องไปหาสถานที่กระจายของเหล่านี้ก่อน

ตรอกเมืองมืดเป็นทางเลือกหนึ่ง แม้ครั้งก่อนมีปัญหากับหอพิรุณ แต่เหตุการณ์นั้นไม่ได้สร้างปัญหาให้เฉินเฟยและเฉินเฟยยังได้รับทรัพยากรฝึกฝนกลับมาด้วย

หากไม่ใช่เพราะการเก็บเกี่ยวจากตรอกเมืองมืด การบ่มเพาะของเฉินเฟยในตอนนี้คงไม่ถึงระดับแปดสิบสองจุดทวาร

แต่เฉินเฟยไม่คิดจะไปตรอกเมืองมืด เขาไม่ได้กังวลเรื่องการโต้ตอบของหอพิรุณหรือเจ้าตรอกเมืองมืดมาปราบ

ด้วยการบ่มเพาะของเฉินเฟยในตอนนี้ หากพวกเขามีความคิดเช่นนั้นจริง ในตอนสุดท้ายใครจะปราบใครคงต้องไตร่ตรองดูอีกที

ต่อให้เจ้าตรอกเมืองมืดยืมพลังค่ายกลในตรอกเมืองมืด สำหรับเฉินเฟยแล้วต้องสู้จริงเท่านั้นถึงจะรู้ผล

ไม่ว่าจะเป็นอย่างไรชีวิตเฉินเฟยไม่ควรตกอยู่ในอันตราย หากต้องการจากไปก็เป็นไปไม่ได้ที่จะหยุดเฉินเฟยซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

เหตุผลที่เฉินเฟยไม่ไปตรอกเมืองมืดเพราะตรอกเมืองมืดไม่สามารถให้ราคาที่น่าพอใจ

กระบี่วิญญาณระดับต่ำกับกระบี่วิญญาณระดับกลางพูดได้ว่าไม่แย่ เฉินเฟยเคยไปขายแล้วครั้งหนึ่ง ในช่วงเวลาสั้นๆราคาอาจลดลงเล็กน้อย แต่มันไม่ใช่ปัญหาใหญ่ขนาดนั้น

เหตุผลหลักคือกระจกปราบหยวนซึ่งเป็นอาวุธวิญญาณระดับสูง

หลายปีที่ผ่านมาในตรอกเมืองมืด ดูผิวเผินเหมือนไม่เคยมีการซื้อขายอาวุธวิญญาณระดับสูง แต่ไม่รู้ว่ามีการซื้อขายส่วนตัวหรือเปล่า

การบ่มเพาะเจ้าตรอกเมืองมืดอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แม้คนอื่นมีอาวุธวิญญาณระดับสูง แต่ไม่มีใครซื้อขายในตรอกเมืองมืดเพราะสถานที่เล็กเกินไป

เฉินเฟยตั้งใจไปยังเมืองจักรพรรดิซึ่งเป็นศูนย์กลางและเจริญรุ่งเรืองที่สุด ในที่แห่งนั้นสามารถหาผู้ซื้อกระจกปราบหยวนที่เหมาะสมและเสนอราคาที่เหมาะสม

คนทั่วไปไม่ค่อยขายอาวุธวิญญาณระดับสูงเมื่อได้รับ ท้ายที่สุดอาวุธวิญญาณระดับสูงหายาก แต่ตอนนี้เฉินเฟยต้องการทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมหาศาลเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะ

กระจกปราบหยวนนั้นดี สามารถสะกดผู้คนให้อยู่กับที่ได้อย่างแน่นหนา ไม่ว่าเป็นการสังหารหรือดักจับล้วนเป็นตัวเลือกชั้นยอด แต่กระจกปราบหยวนไม่ได้เพิ่มพลังต่อสู้ของเฉินเฟยมากนัก

ในการสังหารศัตรู พลังที่เฉินเฟยสามารถปลดปล่อยได้ในตอนนี้เพียงพอทำให้นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นปลายธรรมดาหวาดกลัว

ในการดักจับ ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนสามารถดักจับผู้คนได้ เพียงแค่ตอนนี้เฉินเฟยแทบไม่ได้ใช้มัน เพราะเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูเฉินเฟยไม่จำเป็นต้องจับ เพียงเข้าไปสังหารโดยตรง

สำหรับเฉินเฟย คนที่โดนจับได้นับว่าไร้ค่าไปหน่อย

เมื่อความแข็งแกร่งเพียงพอ กระบวนท่าหลายอย่างจะพัฒนาไปในทิศทางเรียบง่าย ไม่ใช่ว่ากระบวนท่าไร้ประโยชน์ แต่กระบวนท่าหลายอย่างผสมผสานกันและใช้งานได้จริงมากขึ้น

แน่นอนว่าหากมีศิลาหยวนเพียงพอ เฉินเฟยจะเก็บกระจกปราบหยวนเอาไว้ มันเป็นเรื่องธรรมดาที่จะเก็บมันไว้ แต่ปัญหาคือมีศิลาหยวนไม่พอ!

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้กระบี่เฉียนหยวนอยู่ในสถานะการเปลี่ยนแปลง เฉินเฟยกำลังจะเป็นเจ้าของกระบี่วิญญาณระดับสูง สำหรับเฉินเฟย วิธีทำให้กระจกปราบหยวนจะมีประโยชน์มากขึ้นคือการขายมัน

เมื่อไปเมืองจักรพรรดิ นอกจากเป็นสถานที่หาผู้ซื้อง่าย เฉินเฟยยังอยากรู้เรื่องเมืองจักรพรรดิด้วย

ย้อนกลับไปตอนอ่อนแอ เฉินเฟยต้องการเดินทางพันลี้เพื่อไปที่อื่น ความทะเยอทะยานเพียงพอแต่แข็งแกร่งไม่พอ ตอนนี้นอกจากผู้แข็งแกร่งแค่ไม่กี่คน ความแข็งแกร่งเฉินเฟยเพียงพอที่จะปกป้องตัวเองแล้ว

อ่านตำราหมื่นเล่มไม่เท่าเดินทางไกลหมื่นลี้

เฉินเฟยไม่ได้อ่านตำราหมื่นเล่ม แต่เขาเรียนรู้วิชายุทธ์เกือบร้อยเล่ม ตอนนี้การบ่มเพาะประสบความสำเร็จ เป็นธรรมดาที่เฉินเฟยต้องการใช้เท้าเดินไปยังราชวงศ์เพื่อมุ่งหน้าไปสู่พระอาทิตย์ตกดิน

บนฟูก เฉินเฟยกินโอสถและจดจ่อกับการปรับแต่งฤทธิ์ยา

ในขณะที่การบ่มเพาะพัฒนาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เจ็ดสิบสองจุดทวารในร่างกายก็เชื่อมโยงกันทั้งหมด ความเร็วในการปรับแต่งฤทธิ์ยาของเฉินเฟยยิ่งเร็วขึ้น

ต่างจากก่อนหน้านี้ที่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ในเวลานั้นทุกครั้งที่เปิดจุดทวาร เฉินเฟยจะค่อยๆเข้าใจและรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง

ในเวลานั้นมั่นใจเต็มเปี่ยมว่าทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายได้แน่นอน แต่ถึงอย่างนั้นยังไม่ทะลวงผ่านแท้จริงจึงคอยระวังอยู่เสมอ

ดูถูกกลยุทธ์ แต่ในกลวิธีต้องคอยระวัง

แต่ตอนนี้เฉินเฟยยังห่างไกลจากระดับขัดเกลาทวารสูงสุด เฉินเฟยมีเวลาพอที่จะค่อยๆตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงในตัวเอง

ดังนั้นเฉินเฟยแทบไม่หยุดการกินโอสถเลย ปรับแต่งเสร็จอันหนึ่งกินเพิ่มอีกเม็ดหนึ่ง

โอสถสิบกว่าขวดที่ได้รับจากหอกระบี่หวนคืนนั้นมีไว้เพื่อเพิ่มพลังหยวน คนอื่นอาจใช้เวลานานในการปรับแต่งฤทธิ์ยานี้

ต้องพิจารณาว่าร่างกายทนรับได้หรือไม่ การปรับแต่งฤทธิ์ยาถือเป็นภาระหนักสำหรับเส้นชีพจรและจุดทวาร

อีกอย่างคือความเข้าใจวิชาและพลังจิตวิญญาณตามทันหรือไม่

สิ่งเหล่านี้ไม่ใช่ปัญหาสำหรับเฉินเฟย ดังนั้นเขาจึงกลายเป็นคนไร้ศีลธรรมเมื่อกินโอสถ

หนึ่งวันผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยหยุดกินโอสถกลางคัน หลังฝึกฝนวิชาหลายชั่วยามโดยเฉพาะเนตรกระบี่หวนคืน พลังจิตวิญญาณเปลี่ยนเป็นไหมเกือบสองร้อยเส้นและวาดภาพนิมิตพร้อมกัน

พริบตาเดียวความเข้าใจเนตรกระบี่หวนคืนเกือบสองร้อยส่วนเข้าเติมเต็มทะเลจิตสำนึก

แม้แต่เฉินเฟยที่คุ้นเคยกับการรับความเข้าใจจากแผงระบบยังทนความรู้สึกนี้ไม่ไหว พริบตาเดียวได้รับความเข้าใจมากเกินไป มันเป็นรองจากความรู้สึกการปะทะหลิงจีเท่านั้น

แต่ตอนเกิดการปะทะหลิงจี จิตวิญญาณกับทะเลจิตสำนักอยู่ในสภาพปราดเปรียวซึ่งง่ายต่อการซึมซับความเข้าใจ

ในขณะนี้จิตวิญาณเฉินเฟยมั่นคงแล้ว ความรู้สึกที่แบ่งเป็นสองร้อยส่วนทำให้เฉินเฟยสับสนจริงๆ โชคดีที่พลังจิตวิญญาณไม่ธรรมดา เฉินเฟยจึงคุ้นเคยกับสภาวะนี้ในช่วงเวลาอันสั้น

และพอชินกับมัน เฉินเฟยก็เสพติดใจความรู้สึกที่ความเข้าใจสองร้อยส่วนเข้าสู่ทะเลจิตสำนึก

การเรียนรู้ทำให้ผู้คนมีความสุขได้ โดยเฉพาะความรู้สึกถึงความสำเร็จหลังเรียนรู้ มันสามารถทำให้ผู้คนเสพติด

เหตุผลหลักของคนธรรมดาคือไม่สามารถเรียนรู้เนื้อหาขั้นสูงได้มาก หรือหลังจากเรียนรู้ไม่นานจะลืมเนื้อหาในพริบตา

แต่เฉินเฟยไม่กังวลเรื่องนั้น ตราบใดที่เขาเรียนรู้จะได้เรียนรู้จริง ความรู้สึกของการถูกโอบอมไปด้วยความเข้าใจนี้ทำให้ผู้คนไม่สามารถหลุดพ้น

เฉินเฟยนั่งฝึกเนตรกระบี่หวนคืนตลอดทั้งคืนและลืมแม้กระทั่งกินโอสถ

ผลของการฝึกฝนตลอดทั้งคืนน่าประทับใจเช่นกัน เฉินเฟยบรรลุถึงระดับเชี่ยวชาญ

ความชำนาญในระดับเชี่ยวชาญยังเพิ่มไปไกลมาก เฉินเฟยคาดการณ์ว่าใช้เวลาอีกสิบวันจะฝึกเนตรกระบี่หวนคืนบรรลุระดับรู้แจ้ง

ต้องรู้ว่าก่อนหน้านี้ในหอกระบี่หวนคืนมีเพียงซิงซินเจาที่ฝึกเนตรกระบี่หวนคืนถึงจุดสูงสุด ส่วนคนอื่นยังอยู่ในระดับเริ่มต้น

จบบทที่ ตอนที่ 400 เนตรกระบี่หวนคืนสองร้อยส่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว