- หน้าแรก
- เริ่มต้นการฝึกฝนจากวิชายุทธ์แบบง่าย
- ตอนที่ 377 เนรเทศ
ตอนที่ 377 เนรเทศ
ตอนที่ 377 เนรเทศ
เฉินเฟยจดจ่อกับการฝึกค่ายกลปรับแต่งหัวใจเป็นเวลาหลายวันติดต่อกันและแม้กระทั่งหยุดฝึกวิชาอื่นชั่วคราว
ท้ายที่สุดการไม่ฝึกวิชาอื่นสักสองสามวันไม่ส่งผลกระทบใด หากภาพค่ายกลนี้เสร็จเร็วขึ้นหนึ่งวันและสามารถยืนยันหน้าที่ของมันในโลกหัวใจประหลาดได้ พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยจะพัฒนาอย่างก้าวกระโดด
ไม่รู้ว่าค่ายกลนี้มีข้อจำกัดหรือข้อเสียซ้อนเร้นในการดูดซับต้นกำเนิดหัวใจประหลาดหรือไม่ แต่ทั้งหมดนี้สามารถยืนยันได้หลังจากเข้าโลกหัวใจประหลาด
พลังจิตวิญญาณนับร้อยวาดภาพพร้อมกัน ความเร็วนั้นรวดเร็วอย่างยิ่ง ในวันที่เจ็ด เฉินเฟยฝึกค่ายกลปรับแต่งหัวใจซึ่งเทียบได้กับมรดกระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายถึงระดับรู้แจ้ง
ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมาเฉินเฟยได้สอบถามเรื่องตำแหน่งของแผนที่เหมียวชีเฉิง เดิมทีเฉินเฟยไม่ตั้งใจจะไปที่นั่น
ไม่ใช่ว่าเฉินเฟยไม่เคยไปโลกหัวใจประหลาด อันที่จริงเขาเข้าใจในกฎบางอย่างของโลกหัวใจประหลาด
สถานที่ใดมีปราณหยวนหนานแน่นสิ่งแปลกประหลาดยิ่งแข็งแกร่ง ในสถานที่ห่างไกลเข้าถึงไม่ได้เช่นนี้ สิ่งแปลกประหลาดย่อมมีน้อยและอ่อนแอ
ดังนั้นเฉินเฟยไม่จำเป็นต้องติดตามตำแหน่งบนแผนที่ แต่พอคิดว่าเหมียวชีเฉิงบันทึกแผนที่นี้เป็นพิเศษ สุดท้ายเฉินเฟยจึงตัดสินใจไปที่นั่นและเข้าโลกหัวใจประหลาดสักครั้งเพื่อดูว่ามีอะไรพิเศษหรือไม่
หากไม่มีสถานที่พิเศษในจุดนั้น เฉินเฟยสามารถเลือกสถานที่เข้าโลกหัวใจประหลาดด้วยตัวเอง
เฉินเฟยเดินออกจากลานบ้าน เมื่อกำลังจะออกจากประตูภูเขาเพื่อไปตามตำแหน่งของแผนที่ ทันใดนั้นพลันเห็นฉือซูชิงอยู่ไม่ไกล
“ท่านรู้ว่าข้าจะมา?” ฉือซูชิงเห็นเฉินเฟย ร่างวูบไหวเข้ามาหา ดวงตานางเต็มไปด้วยความนุ่มนวล
“ใช่ ข้าได้รับโอสถรักษารูปลักษณ์จึงกำลังจะไปบอกเจ้า”
เฉินเฟยแสร้งเอื้อมมือเข้าแขนเสื้อ โอสถสามขวดจากช่องมิติปรากฏในมือ เฉินเฟยมอบโอสถเหล่านั้นให้ฉือซูชิง
โอสถนี้ได้มาจากห้องลับหอพิรุณ มันต่างจากโอสถรักษารูปลักษณ์ทั่วไป สิ่งนี้หลอมจากสมุนไพรวิญญาณ ผลที่ได้จึงดีกว่าโอสถรักษารูปลักษณ์ทั่วไป
นักยุทธ์ชายส่วนใหญ่อาจสนใจโอสถประเภทนี้เพียงเล็กน้อย แต่สำหรับนักยุทธ์หญิง มูลค่าของโอสถนี้สูงกว่าโอสถอื่นหลายเท่า
ฉือซูชิงรับมันด้วยความประหลาดใจ เปิดขวดแล้วมองโอสถรักษารูปลักษณ์ด้านใน ใบหน้าปรากฏรอยยิ้มเหนือคำบรรยาย
“ข้ามีข้อสงสัยบางอย่างในการฝึกฝน ต้องการให้ท่านช่วยชี้แนะ” ฉือซูชิงมองเฉินเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความรัก
เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อยโดยไม่พูด เดินไปจับมือฉือซูชิงพาเข้าในห้อง
การเข้าโลกหัวใจประหลาดเพื่อฝึกฝนพลังจิตวิญญาณเป็นสิ่งสำคัญ แต่การฝึกฝนแบบนี้ต้องรู้จักผสมผสานและพักผ่อน ไม่เช่นนั้นจะแตกหักได้ง่าย
เฉินเฟยคิดว่าหยุดพักสักหน่อยคงไม่เป็นไร
หลังจากนั้นไม่นาน ปราณหยวนลอบบ้านเริ่มสะเทือนอย่างสม่ำเสมอ คลื่นแล้วคลื่นเล่าราวกับระลอกคลื่นบนผิวทะเลสาบ เพิ่มขึ้นทีละขั้นไม่หยุดหย่อน
“วิธีนี้ทำให้ผลฝึกฝนดีขึ้นหรือไม่?” เสียงนุ่มนวลของฉือซูชิงดังขึ้น
“ไม่รู้สิ แต่ลองอีกได้”
เฉินเฟยผงะเล็กน้อยแล้วหัวเราะเบา ประสานมือทั้งสองเป็นมุทรา ช่วงเวลาต่อมาปราณหยวนรอบด้านสั่นไหวอย่างรุนแรงราวกับคลื่นปั่นป่วนกระทบชายฝั่ง
หลังจากนั้นไม่นาน ปราณหยวนรอบด้านลดลง ความสงบช่วงสั้นๆกลับคืนมา
ทว่าความสงบนี้อยู่ได้ไม่นาน ปราณหยวนรอบด้านเริ่มสั่นไหวอีกครั้ง เห็นได้ชัดว่าการฝึกฝนนี้ยังไม่สิ้นสุด
หลังดำเนินไปเช่นนี้เป็นเวลาหลายชั่วยาม ปราณหยวนรอบบ้านสงบลงอย่างสมบูรณ์
“ข้าต้องเดินทางไกล คงต้องใช้เวลาหลายวันถึงจะกลับ” เฉินเฟยมองฉือซูชิงแล้วพูดเสียงเบา
ฉือซูชิงพยักหน้าด้วยความรู้สึกคลุมเครือ เมื่อฉือซูชิงสงบลงก็พบว่าเฉินเฟยหายไปแล้ว
ฉือซูชิงลุกขึ้นนั่ง มองโอสถรักษารูปลักษณ์สามขวดบนโต๊ะและอดยิ้มไม่ได้ มันไม่เกี่ยวกับมูลค่าของโอสถรักษารูปลักษณ์ เป็นเพราะเฉินเฟยเป็นผู้มอบสิ่งนี้ให้
เท่านี้ก็เพียงพอแล้ว นั่นเป็นสาเหตุที่วันนี้ฉือซูชิงทำงานหนักเพื่อร่วมฝึกฝนกับเฉินเฟย
ดูแล้วมีเพียงวิธีนี้เท่านั้นที่ฉือซูชิงจะสามารถแสดงความชื่นชมยินดีในใจได้อย่างเต็มที่
ด้านนอกประตูภูเขา ร่างเฉินเฟยวูบไหวกลายเป็นภาพเงาวิ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
การฝึกฝนเมื่อครู่ไม่ทำให้เฉินเฟยเหนื่อยล้าแม้แต่น้อย ด้วยร่างกายภายใต้สยบมังกรคชสาร เฉินเฟยสามารถฝึกแบบนี้ต่อได้หากต้องการ
รวดเร็วดั่งสายฟ้า โคจรเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุด สองชั่วยามต่อมา เฉินเฟยหยุดอยู่บนหน้าผาแล้วมองไปรอบด้าน จุดนี้ไม่สามารถไปได้อีก แต่ไม่มีคนธรรมดาจะมาที่นี่เชนกัน
น้ำตกขนาดใหญ่เหมือนตกจากท้องฟ้ากระแทกสระน้ำทำให้เกิดเสียงดัง หมอกน้ำลอยขึ้นมา ภายใต้แสงอาทิตย์จึงเกิดเป็นรุ้งหลากสี
เฉินเฟยก้าวเท้าขวาดไปด้านหน้า ราวกับเทพเซียนถูกเนรเทศลงสู่โลก ดิ่งลงมาจากหน้าผาสูงหลายร้อยหมี่สู่สระน้ำราวกับขนนก
น้ำใสสะท้อนรูปลักษณ์เฉินเฟย ปลาใต้น้ำไม่กลัวเมื่อเห็นเฉินเฟยและว่ายไปมาอย่างแผ่วเบา
เฉินเฟยมองไปรอบด้าน มองสระน้ำอีกครั้ง ร่างกายเริ่มจมลงไปใต้น้ำ
เมื่อจิตวิญญาณเข้าโลกหัวใจประหลาด ร่างกายจะอยู่ในสภาพไร้การปกป้อง แน่นอนว่าเฉินเฟยจะตื่นขึ้นมาหากรับรู้ถึงอันตรายจากระดับขัดเกลาทวารและมีการเคลื่อนไหวผิดปกติ
ด้านล่างสระน้ำ ค่ายกลมังกรคชสารมีศูนย์กลางอยู่ตรงฝ่าเท้าเฉินเฟยเชื่อมต่อกับปราณปฐพีในระยะสิบหมี่ ก่อตัวเป็นค่ายกลปกคลุมเฉินเฟย
ในขณะเดียวกันร่างแยกเดินออกจากตัวเฉินเฟย ถือกระบี่เฉียนหยวนยืนอยู่ด้านนอกค่ายกลมังกรคชสาร
ร่างแยกเดินหนีสวรรค์สามารถควบคุมหรือดำเนินการเองหลังออกคำสั่ง
ทว่าเมื่อแทียบกับการควบคุมเอง ร่างแยกที่ดำเนินการเองค่อนข้างเงอะงะ มันจะดำเนินตามตรงเท่านั้น เมื่อเผชิญกับนักยุทธ์ระดับเดียวกันอาจมีผลกระทบเล็กน้อย
แต่การต้านทานเพียงเล็กน้อยยังสามารถทำได้ และเพียงเท่านั้นก็เพียงพอสำหรับเฉินเฟยแล้ว
ใช้สังหารวิญญาณ ลมปราณร่างหลักกับร่างแยกหายไป หากไม่ได้ติดตามเฉินเฟยมาที่นี่เป็นพิเศษ ระดับขัดกลาทวารทั่วไปยากจะพบร่องรอยของเฉินเฟยเมื่อเดินผ่านหน้าผา
หลังจากนั้นไม่นาน เฉินเฟยหลับตา พอลืมตาขึ้นอีกครั้งสภาพแวดล้อมโดยรอบก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง
ฟ้าดินมีเพียงสีเทา ที่นี่ไม่มีที่ว่างสำหรับสิ่งของหลากสีสันแม้กระทั่งสิ่งมีชีวิตจริง
เสียงพึมพำคลุมเครือดังขึ้นในหู สิ่งปนเปื้อนพุ่งเข้าจิตวิญญาณอย่างเงียบเชียบ ทว่าสิ่งปนเปื้อนนี้ไม่สามารถสร้างปัญหาให้เฉินเฟยได้อีกต่อไป
เฉินเฟยมองไปรอบด้าน โดยเฉพาะทางภูเขาในระยะไกลซึ่งตรงกับแผนที่อย่างรวดเร็ว เฉินเฟยขยับตัววิ่งไปทางด้านหลังขวา
เมื่อเทียบกับความเป็นจริง ท่าร่างหลายอย่างไม่สามารถใช้ในโลกหัวใจประหลาดรวมถึงท่าร่างเดินหนีสวรรค์
ในที่แห่งนี้สิ่งเดียวที่วางใจได้คือพลังจิตวิญญาณและวิชาจิตวิญญาณ
โชคดีที่เฉินเฟยใส่ใจวิชาจิตวิญญาณมาตลอด ไม่ว่าจะเป็นเคล็ดพันไหมหรือสยบจิตสยบมังกรคชสาร ตราบใดที่ไม่จงใจมองหาสิ่งแปลกประหลาดแข็งแกร่ง ปัญหาจะไม่ใหญ่เกินไป
ในที่แห่งนี้แนวคิดเรื่องเวลาพล่ามัวอย่างมาก แม้แต่เฉินเฟยยังไม่สามารถบอกได้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน ทันใดนั้นซากวิหารปรากฏขึ้นตรงหน้า
สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปเล็กน้อย เฉินเฟยเคยเข้าโลกหัวใจประหลาดหลายครั้ง แม้จะไม่ได้วิ่งไปไกลแต่คิดว่าตัวเองยังได้เห็นอะไรมากมาย
อย่างไรก็ตามนี่เป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยได้เห็นสิ่งก่อสร้างที่มนุษย์สร้างขึ้นในโลกหัวใจประหลาด
สายตาเฉินเฟยจ้องมองซากวิหาร พบว่าด้านหลังซากวิหารนั้นมีอาคารสองสามหลังแม้นั่นจะทรุดโทรมก็ตาม
เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย รับรู้ถึงซากวิหารกับอาคารที่อยู่ไกลออกไปและพบว่าไม่มีอะไรผิดปกติ
เฉินเฟยลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเข้าไปใกล้อย่างระวัง
ทีละก้าวทีละก้าว เฉินเฟยค่อยๆเคลื่อนตัวไปด้านหน้าซากวิหาร ประตูซากวิหารหายไป แม้แต่กำแพงยังพังลงครึ่งหนึ่ง
สำหรับกำแพงอีกสามด้านที่ค่อนข้างสมบูรณ์ยังมีรูขนาดใหญ่หลายแห่ง
ภายในซากวิหารมืดมาก ทว่าทั้งโลกหัวใจประหลาดมืดเช่นกัน ดังนั้นเฉินเฟยจึงเห็นทุกสิ่งในซากวิหารทันที
ไม่มีรูปปั้น ไม่มีโต๊ะเก้าอี้ ซากวิหารว่างเปล่า แต่บนกำแพงด้านในซากวิหารมีบันทึกข้อความและเป็นข้อความของมนุษย์
เฉินเฟยครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ค่อยๆเดินเข้าซากวิหารและมาที่กำแพง พบว่าบันทึกนั้นคือค่ายกลปรับแต่งหัวใจ
เนื่องจากบนแพงมีจุดเสียหายมากมายจึงมีการช่องว่างเป็นครั้งคราวในบันทึกค่ายกลปรับแต่งหัวใจ แต่โดยทั่วไปแล้วยังครบถ้วน
เฉินเฟยหันไปมองกำแพงอีกสามแห่ง มันมีข้อความเขียนอยู่เช่นกัน น่าเสียดายที่คำส่วนใหญ่บนกำแพงทั้งสามถูกทำลายไปแล้ว
เป็นไปไม่ได้ที่จะได้รับวิชาสมบูรณ์ด้วยการเชื่อมโยงข้อความที่เหลือ
สำหรับคนอย่างเหมียวชีเฉิง หลังได้รับค่ายกลปรับแต่งหัวใจแล้วจะไม่ทำลายมันเหรอ?
เฉินเฟยเดินไปที่กำแพง สังเกตอย่างระมัดระวังครู่หนึ่ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย ยื่นมือไปวางบนอิฐ อิฐกลายเป็นเถ้าลอยไปราวกับว่ามันเน่าเปื่อยนานแล้ว
แต่ช่วงเวลาต่อมา อิฐที่กลายเป็นเถ้าลอยไปฟื้นฟูตัวเองราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พลังนี้...”
เฉินเฟยประหลาดใจและไม่เข้าใจหลักการฟื้นฟูอิฐ ด้วยพลังฟื้นฟูแบบนี้ยังมีความเสียหายมากมายบนกำแพงโดยรอบ ต้องเป็นพลังแบบไหนที่ทำลายพวกมันได้?
ความลึกลับในโลกหัวใจประหลาดในใจเฉินเฟยถูกยกระดับไปอีกขั้น
เป็นสายเลือดควบคุมความประหลาดหรือนักยุทธ์ที่หายตัวไปในแม่น้ำกาลเวลา?
เฉินเฟยมองไปรอบด้านเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีอะไรขาดหายไป ออกจากซากวิหารและเริ่มเดินขึ้นไป เฉินเฟยต้องการดูว่ามีอะไรอยู่ในอาคารอื่น