เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 375 เคล็ดย่ำใจ

ตอนที่ 375 เคล็ดย่ำใจ

ตอนที่ 375 เคล็ดย่ำใจ


“ค่ายกลนี้เป็นของหอพิรุณ ไม่เกี่ยวข้องกับเจ้าตรอกเมืองมืด เจ้าตรอกเมืองมืดจะไม่มาที่นี่” ไต้ฟางซวนตอบเสียงเบา

“ข้าคงเชื่อเรื่องนี้หากเมื่อครู่อารมณ์ของเจ้าไม่ผันผวนก่อนสัมผัสค่ายกล”

เฉินเฟยเดินไปที่ประตูเหล็กและสังเกตอย่างรอบคอบ พลังป้องกันไม่แข็งแกร่งนัก หากเฉินเฟยต้องการใช้กำลังบุกเข้าไปก็สามารถทำได้ในสองกระบี่

แต่หากเฉินเฟยทำแบบนั้นจริง ก่อนจะได้เข้าไป กลุ่มระดับขัดเกลาทวารคงเข้ามาปิดล้อมเฉินเฟยก่อน

แม้กระทั่งการหลบหนีจากที่นี่ยังเป็นเรื่องยากและง่ายที่จะตกอยู่ในทางตัน

“เจ้าเข้าใจผิดแล้ว” ไต้ฟางซวนพยายามปกป้องตัวเอง น้ำเสียงเขาถ่อมตัวมากราวกับถูกกล่าวหา

“ร้องขอชีวิตเป็นเรื่องโกหก เป้าหมายแท้จริงคือพาข้ามาที่นี่?”

เฉินเฟยหันไปมองไต้ฟางซวน มองค่ายกลอีกครั้ง สีหน้าเปลี่ยนไปเล็กน้อย “ค่ายกลนี้นอกจากดึงดูดเจ้าตรอกเมืองมืด ควรสามารถนำเจ้าเข้าไปด้านในด้วย ในเวลานั้นเจ้าจะมีชีวิตรอดได้”

ไต้ฟางซวนมองเฉินเฟย สีหน้าค่อยๆเปลี่ยนจากความสับสนเป็นเย็นชาไม่พอใจ

ไต้ฟางซวนไม่เสแสร้งอีกต่อไป ตามสิ่งที่เฉินเฟยพูดเมื่อครู่ มันพิสูจน์แล้วว่าทุกสิ่งที่ทำก่อนหน้านี้ถูกเฉินเฟยมองผ่าน

ไร้ประโยชน์ที่จะเสแสร้งต่อไป

ก่อนหน้านี้ไต้ฟางซวนไม่ได้โกหก เขาอยากมีชีวิตอยู่จริง แต่นอกจากช่วยชีวิตตัวเองแล้วยังต้องการลากเฉินเฟยลงน้ำ ปล่อยให้เฉินเฟยตายไร้ที่ฝัง

ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางไม่อาจชนะเฉินเฟย เช่นนั้นให้เจ้าตรอกเมืองมืดซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายมาจัดการ ค่ายกลนี้เป็นของหอพิรุณจริงและไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเจ้าตรอกเมืองมืด

ทว่าหอพิรุณและตรอกเมืองมืดมีความสัมพันธ์แบบพันธมิตร เมื่อหอพิรุณตกอยู่ในอันตราย หากตรอกเมืองมืดช่วยได้ก็จะช่วยให้หอพิรุณพ้นจากอันตราย

เมื่อเปิดค่ายกลนี้ตามปกติจะสามารถเปิดคลังเก็บของภายในห้องลับได้โดยไม่มีความผิดปกติ แต่หากเปลี่ยนวิธีเปิด มันจะกลายเป็นกลไกลับส่งข้อมูลไปยังเจ้าตรอกเมืองมืด

ในขณะเดียวกันยังเป็นตามที่เฉินเฟยคาดเดา ค่ายกลนี้จะนำไต้ฟางซวนเข้าไปในห้องลับและใช้ค่ายกลของห้องลับปกป้องความปลอดภัยของไต้ฟางซวนชั่วคราวเพื่อรอการมาถึงของเจ้าตรอกเมืองมืด

นี่คือวิธีที่ไต้ฟางซวนคิดได้ตอนเผชิญกับความตาย

เมื่อไต้ฟางซวนยืนอยู่หน้าประตูแก่นเหล็ก ฝ่ามืออยู่ห่างจากค่ายกลไม่กี่ชุ่น ความตื่นเต้นในการหลบหนีจากความตายและลากเฉินเฟยลงน้ำไปด้วยได้เข้าเติมเต็มสมองไต้ฟางซวน

แม้จะอยู่ห่างเพียงไม่กี่ชุ่น ไต้ฟางซวนกลับไม่สามารถสัมผัสมันได้อีกต่อไป เฉินเฟยหยุดทั้งหมดนี้โดยตรง

อารมณ์ของไต้ฟางซวนในขณะนั้นเหนือคำบรรยาย เพื่อทำให้เฉินเฟยมั่นคง ไต้ฟางซวนจึงซื่อสัตย์มากตั้งแต่เข้าตรอกเมืองมืด

ตามจริงแล้วมีหลายครั้งที่ไต้ฟางซวนมีโอกาสส่งข้อมูลอย่างลับๆ แต่มันมีโอกาสที่เฉินเฟยจะรู้ตัว และแม้ว่าเฉินเฟยจะไม่รู้ แต่ลมปราณเจ้าตรอกเมืองมืดที่กำลังมาที่นี่จะทำให้เฉินเฟยตื่นตระหนกแน่นอน

ในเวลานั้นเฉินเฟยยังมีเวลาสังหารไต้ฟางซวนก่อนหลบหนี

ไต้ฟางซวนต้องการมีชีวิตอยู่ หากตัวเองตาย แม้เฉินเฟยจะตายไต้ฟางซวนก็ไม่ยินดี

สิ่งที่ไต้ฟางซวนหวังมากที่สุดคือภายใต้การปกป้องของค่ายกลจะได้เห็นเฉินเฟยถูกเจ้าตรอกเมืองมืดปิดล้อม จากนั้นโดนทุบตีจนตาย

ดังนั้นไต้ฟางซวนจึงพาเฉินเฟยไปลานบ้านเหมียวชีเฉิงอย่างเชื่อฟังและพาไปที่ห้องลับ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใด อยู่ห่างเพียงเล็กน้อยก็สามารถบรรลุเป้าหมายสูงสุดได้

แต่สุดท้ายยังมีระยะห่างเล็กน้อย

“หากไม่มีข้า เจ้าจะไม่สามารถเปิดค่ายกลได้ เจ้าจะไม่ได้รับอะไรเลย” ไต้ฟางซวนมองเฉินเฟยแล้วพูดประชด

“ไม่มีอะไรแน่นอน! เจ้ารู้เรื่องนี้หรือไม่?”

รอยแผลเกิดขึ้นบนแขนเฉินเฟย เลือดพุ่งออกมาและกลายเป็นหมอกเลือดปกคลุมค่ายกลตรงหน้า ค่ายกลผันผวนเล็กน้อยแต่ไม่มีพลังขับไล่หมอกเลือด

ดวงตาไต้ฟางซวนเบิกกว้างขณะที่เฝ้ามองหมอกเลือดและการเปลี่ยนแปลงในค่ายกล มรดกที่เคยเห็นในตำราโบราณปรากฏในใจไต้ฟางซวน

หอพิรุณเป็นองค์กรมือสังหาร แต่รับทำภารกิจอื่นมากมายเช่นกันตราบใดที่มีคนตั้งภารกิจ ดังนั้นการรวบรวมข้อมูลจึงมีความละเอียดรอบคอบอย่างยิ่ง

แน่นอนว่าต้องมีข้อมูลของพลังต้นกำเนิดโลหิตด้วย เพราะในพลังต้นกำเนิดโลหิตมีท่าที่สามารถควบคุมค่ายกลได้ชั่วคราว ตราบใดที่มันไม่ใช่ค่ายกลเกินจริงหรือเป็นระดับสูงสุด โดยปกติแล้วสามารถทำได้ เพียงแค่ขึ้นอยู่กับเวลา

ท่าที่คล้ายกันนี้สามารถพบได้ในมรดกวิชาหลายอย่าง แต่โดยพื้นฐานแล้วล้วนสูญหายไป

พลังต้นกำเนิดโลหิตเป็นหนึ่งในวิชาที่สูญหาย คาดไม่ถึงว่าการมาที่นี่วันนี้จะได้เห็นวิชานี้ และด้วยพลังต้นกำเนิดโลหิต เฉินเฟยจะไม่สามารถเข้าไปในห้องลับอย่างง่ายดายอีกหรือ?

ไต้ฟางซวนเงยมองเฉินเฟย สิ่งที่เห็นคือแสงกระบี่ส่องสว่างต่อหน้า ช่วงเวลาต่อมา จิตสำนึกไต้ฟางซวนตกอยู่ในความมืดไร้สิ้นสุด

จนกระทั่งตายแล้วไต้ฟางซวนยังมีสิ่งหนึ่งที่ต้องการถาม ในขณะเดียวกันต้องการด่าเฉินเฟยเพื่อระบายความไม่เต็มใจและความโกรธ แต่เฉินเฟยไม่ให้โอกาสไต้ฟางซวนอีกครั้งหลังจากแสดงพลังต้นกำเนิดให้เห็น

ไต้ฟางซวนล้มลงบนพื้นด้วยความโกรธแค้นไม่เต็มใจและหยุดหายใจไป

แก่นแท้วิญญาณลอยจากร่างไต้ฟางซวนและจมลงกระบี่เฉียนหยวน เฉินเฟยโบกมือ เก็บอาวุธวิญญาณกับโอสถและศิลาหยวนบนตัวไต้ฟางซวน จากนั้นสลายค่ายกลห้องลับต่อ

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ค่ายกลหน้าประตูแก่นเหล็กเปิดช่องว่าง แต่ภายใต้ค่ายกลนี้ยังมีค่ายกลที่สองอยู่ด้านหน้าประตูแก่นเหล็ก

นี่คือค่ายกลซ้อนทับซึ่งเป็นส่วนสนับสนุนที่ไต้ฟางซวนจะอาศัยเพื่อพลิกตารางเมื่อครู๋ น่าเสียดายที่เฉินเฟยไม่เคยเชื่อใจไต้ฟางซวนตั้งแต่แรก

สัมผัสโลหิตเริ่มสลายค่ายกลชั้นสอง ค่ายกลชั้นสองไม่แข็งแกร่งนัก ในเวลาเพียงชั่วครู่ สัมผัสโลหิตเข้าควบคุมส่วนหนึ่งของอำนาจ

เฉินเฟยวางมือบนประตูแก่นเหล็กและออกแรงเพียงเล็กน้อย เขาค่อยๆผลักประตูให้เปิดออก

ห้องลับไม่ใหญ่นักและมีชั้นวางมากมาย บนชั้นวางมีสมุนไพรวิญญาณ โอสถ และสิลาหยวนนับร้อย

เฉินเฟยเหลือบมอง พบว่าคุณค่าของทุกสิ่งไม่ได้มากมายอย่างที่จินตนาการไว้ มันไม่ดีเท่ากับทรัพยากรที่สำนักหยาซานทิ้งไว้ด้วยซ้ำ

แต่หลังคิดสักพัก นี่เป็นเพียงสาขาหนึ่งของหอพิรุณ เป็นธรรมดาที่จะเก็บทรัพยากรบางส่วนที่นี่สำหรับรางวัลภารกิจ

มันไม่เหมือนสำนักหยาซานที่นำทรัพย์สินเกือบทั้งหมดกองรวมกันไว้ ดังนั้นจึงเทียบกันไม่ได้

เฉินเฟยไม่เคยมีสิ่งเหล่านี้น้อยเกินไปซึ่งนับว่าเป็นโชคลาภโดยสมบูรณ์ เฉินเฟยไม่ได้ระบุตัวตนสิ่งของมากนักและยัดเก็บทั้งหมดลงช่องมิติ

หากเก็บไม่ได้แล้วเพียงแค่กินสมุนไพรวิญญาณขนาดใหญ่บางส่วนทันที แม้จะไม่ได้หลอมเป็นโอสถแต่ยังมีฤทธิ์ยามากมายและสะดวกกว่าการแบกไว้ด้านหลัง

เนื่องจากศิลาหยวนใช้พื้นที่บางส่วน เฉินเฟยจึงเติมบางส่วนลงแผงระบบ

ศิลาหยวนที่เติมเข้าแผงระบบจะไม่สามารถถอนออกมา อย่างไรแล้วเพื่อให้วิชาฝึกฝนง่ายขึ้นจึงจำเป็นต้องใช้และเติมศิลาหยวนเสมอ แม้จะไม่ใช้ในทันทีก็ไม่เสียเปล่า

หลังจัดของอยู่สักพักในที่สุดก็ทำทุกอย่างเสร็จ เฉินเฟยมองไปรอบด้านเพื่อให้แน่ใจว่าไม่พลาดอะไรไป

ในห้องลับไม่มีชั้นสองอีก สิ่งที่ไต้ฟางซวนพูดเมื่อครู่ถูกใช้เบี่ยงเบนความสนใจเฉินเฟยโดยสิ้นเชิง แม้แต่ ไต้ฟางซวนเองยังมีอำนาจเหนือห้องลับน้อยมาก

ไต้ฟางซวนมาห้องลับเพื่อลากเฉินเฟยไปตายและช่วยชีวิตตัวเอง น่าเสียดายที่ไต้ฟางซวนล้มเหลวในการบรรลุเป้าหมายหนึ่งในสองสิ่งนี้

เฉินเฟยก้าวออกจากห้องลับ เหลือบมองร่างไต้ฟางซวน โบกมือเล็กน้อย ไต้ฟางซวนกลายเป็นเถ้าลอยไป ร่างเฉินเฟยไปตามทางเดิน

ผู้คุ้มกันรอบทางเดินมองเฉินเฟย พอเห็นว่าเฉินเฟยมือเปล่าจึงไม่ได้หยุดโดยคิดว่าไต้ฟางซวนมีบางอย่างต้องทำจึงให้เฉินเฟยขึ้นมาก่อน

เฉินเฟยเหลือบมองด้านบน  มีค่ายกลเล็กๆอยู่ตรงนั่น ผลนั้นง่ายมาก หากเกิดบางสิ่งในห้องลับจะส่งสัญญาณเตือน

มีสถานที่ต้องคอยสนใจในค่ายกลของห้องลับ สิ่งของที่เก็บในห้องลับระยะเวลาหนึ่งจะปนเปื้อนลมปราณบางอย่าง

ในขณะนี้ค่ายกลด้านบนสามารถตรวจจับลมปราณนั้นได้ หากลมปราณนี้ออกไปข้างนอก ไม่นานก็จะสลายไป แต่ด้วยเวลาน้อยนิดนี้เพียงพอแล้วที่ค่ายกลจะพบปัญหา

ในด้านการป้องกัน หอพิรุณนั้นทำได้ดีมาก ไม่ว่าค่ายกลจะแข็งแกร่งแค่ไหน แต่ในด้านความคิดนั้นมีความยืดหยุ่นมาก

หากเฉินเฟยไม่มีช่องมิติ สิ่งที่ทำได้ในตอนนี้คือสู้เพื่อหาทางออก ในเวลานั้นอาจมีการเคลื่อนไหวใหญ่เล็กน้อย ตามรูปแบบของหอพิรุณ หากมีคนตายมากมายอาจกระตุ้นกลไกเล็กๆได้

หนึ่งอันเชื่อมโยงอีกอัน แต่ในสายตาผู้แข็งแกร่งแท้จริง ผลลัพธ์ไม่จำเป็นต้องดีเสมอไป

ด้วยพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟย เขาสามารถพบกับดักที่ซ่อนเร้นมากมายได้อย่างง่ายดาย ในโลกนี้ความแข็งแกร่งแท้จริงยังคงพูดได้

เฉินเฟยถอนสายตาและเดินออกไปอย่างสงบ

ในคฤหาสน์ ระดับขัดเกลาทวารในลานบ้านที่อยู่ไม่ไกลยังไม่สังเกตุเห็นความผิดปกติของที่นี่ เฉินเฟยถือเหรียญหยกไต้ฟางซวนไว้ในมือและเดินออกจากคฤหาสน์โดยไม่มีปัญหา

เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงตำแหน่งเจ้าตรอกเมืองมืดในระยะไกล ลมปราณลึกล้ำมืดมนเหมือนตรอกเมืองมืดแห่งนี้ ในที่แห่งนี้ความแข็งแกร่งเจ้าตรอกเมืองมืดจะเพิ่มขึ้นมาก

แต่สิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวข้องกับเฉินเฟย

ร่างเฉินเฟยวูบไหวตรงออกจากประตูตรอกเมืองมืด จากนั้นกลายเป็นภาพเงาวิ่งไปทางสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวอย่างสุดกำลัง

การเดินทางมาตรอกเมืองมืดครั้งนี้ให้ผลเก็บเกี่ยวมากมายซึ่งเกินความคาดหมายเดิมของเฉินเฟย หลังจากขสยกระบี่วิญญารเหล่านั้นไป ทรัพยากรที่แลกเปลี่ยนมาเพียงพอให้เฉินเฟยไปอีกสักพัก

ด้วยการปรากฏตัวของไต้ฟางซวน ทรัพย์สินของเฉินเฟยจึงเพิ่มขึ้นอีกทันที

ในบรรดาผลเก็บเกี่ยวเหล่านี้ โอสถกับศิลาหยวนย่อมเป็นของดี แต่สิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเฉินเฟยมากกว่าคือแผ่นหยกสองสามแผ่นในห้องตำราเหมียวชีเฉิง

เหมียวชีเฉิงเป็นหนึ่งในระดับขัดเกลาทวารไม่กี่คนที่เฉินเฟยพบว่ามีพลังจิตวิญญาณเหนือกว่าจุดทวาร

เฉินเฟยมีพลังจิตวิญญาณมากกว่าจุดทวาร แต่เฉินเฟยฝึกฝนวิชามากมาย มีวิชาหลายอย่างเกี่ยวข้องกับพลังจิตวิญญาณเช่นสยบจิตสยบมังกรคชสารซึ่งเป็นการดำรงอยู่เหนือกว่าชั้นยอด

ดังนั้นเฉินเฟยจึงเข้าใจว่าการทำให้พลังจิตวิญญาณเหนือกว่าจุดทวารนั้นยากเพียงใด

เฉินเฟยพบบางคนที่มีจิตวิญญาณเหนือกว่าจุดทวารซึ่งจะเหนือกว่าจุดทวารเพียงเล็กน้อย แต่พลังจิตของ เหมียวชีเฉิงมาถึงจุดสูงสุดของระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง

คาดว่าจุดทวารของเหมียวชีเฉิงเกือบเท่าจุดทวารของเฉินเฟย ซึ่งหมายความว่าพลังจิตวิญญาณส่วนเกินนั้นใกล้เคียงยี่สิบจุด

สิ่งนี้ทำให้เฉินเฟยอยากรู้มากว่าเหมียวชีเฉิงทำได้อย่างไร

เฉินเฟยใช้เวลาหลายชั่วยามในการเดินทางจากตรอกเมืองมืดกลับสำนักโดยไม่พบสิ่งใดระหว่างทาง ใครก็ตามที่เห็นความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยจากระยะไกล หากมีเจตนาร้ายจะนำกลับไป

ในห้องลับลานบ้าน ปาข่าพักอย่างเงียบๆในกระถางต้นไม้ อยู่ในสภาวะเก็บตัว ความแข็งแกร่งกำลังฟื้นฟูปราณหยวนในดินมีเพียงพอ

เฉินเฟยไม่ได้รบกวนปาข่าและนำแผ่นหยกทั้งหมดในช่องมิติอออกมา

มีแผ่นหยกค่อนข้างมาก บางส่วนอยู่ในห้องเหมียวชเฉิงและหลายแผ่นมาจากห้องลับของหอพิรุณ

แผ่นหยกของเหมียวชีเฉิงพัวพันด้วยจิตวิญญาณ เฉินเฟยไม่รีบร้อนที่จะแก้ไข ก่อนอื่นอ่านแผ่นหยกในห้องลับหอพิรุณทีละอัน

หลังใช้เวลาเกือบสองชั่วยาม ในที่สุดเฉินเฟยอ่านแผ่นหยกทั้งหมดในห้องลับสำเร็จ เฉินเฟยวางแผ่นหยกและมองอย่างครุ่นคิด

ในบรรดาแผ่นหยกเหล่านี้อันที่เป็นประโยชน์ต่อเฉินเฟยมีไม่มากนัก พูดอีกอย่างคือมีน้อยมาก

เช่นเดียวกับเคล็ดย่ำหัวใจที่เป็นเอกลักษณ์ขอหอพิรุณ เสียงก้าวเดินรบกวนการไหลเวียนเลือดลมผู้อื่น เมื่อฝึกฝนถึงระดับสูง เสียงแบบสุ่มอาจทำให้หัวใจและปอดแตกสลายและตายได้

ฟังดูดีและใช้งานได้จริง แต่นี่เป็นเพียงสำหรับนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย หากต้องการใช้มันขัดขวางระดับขัดเกลาทวาร ไม่ต้องพูดถึงความต้องการเลย มันส่งผลเพียงน้อยนิด

สุดท้ายแล้วเคล็ดย่ำใจเป็นเพียงการกระตุ้นด้วยเสียง ระดับขัดเกลาทวารสามารถแยกเสียงได้ง่ายดายด้วยการปิดกั้นโดยพลังหยวน ยิ่งไปกว่านั้นการควบคุมร่างกายตัวเองของระดับขัดเกลาทวารจะไม่ถูกผู้อื่นควบคุมตามใจชอบ

นอกจากนี้ยังมีเครื่องหมายจิตวิญญาณซึ่งใช้ไล่ตามผู้อื่นหลังจากวางเครื่องหมาย

สัมผัสของระดับปรับแต่งร่างกายไม่ไวต่อพลังจิตวิญญาณเพียงพอจึงอาจไม่สามารถตรวจพบได้ว่าถูกทำเครื่องหมายจิตวิญญาณเอาไว้ แต่ระดับขัดกลาทวารสามารถพบเครื่องหมายจิตวิญญาณบนตัวเองหรือไม่ใช่ของตัวเองได้แน่นอน

มีวิชาอื่นอีกไม่น้อยและส่วนใหญ่ใช้ในระดับปรับแต่งร่างกาย

เพียงแค่หนึ่งในนั้นเป็นวิชาผลาญแก่นเลือด เคล็ดผลาญเลือด

ใช้เพื่อสู้ตายหรือหลบหนี หากใช้มากเกินไปจะกลายเป็นคนกึ่งพิการในภายหลัง หากแย่กว่านั้นจุดทวารจะแตกสลาย

แต่ในสถานการณ์สิ้นหวัง เมื่อจำเป็นต้องสู้ตายจะสนใจเรื่องหลังจากนั้นได้อย่างไร? แน่นอนว่าการช่วยชีวิตเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เฉินเฟยสนใจวิชานี้ นอกจากเพิ่มรากฐานให้ตัวเอง สิ่งสำคัญกว่าไม่รู้ว่าการสนับสนุนที่สยบมังกรคชสารมอบให้ร่างกายจะเกิดการเปลี่ยนแปลงแตกต่างไปจากเดิมหลังใช้เคล็ดผลาญเลือดหรือไม่?

เฉินเฟยตัดสินใจลองฝึกเคล็ดผลาญเลือด บางทีอาจเกิดเรื่องประหลาดใจบ้าง

เฉินเฟยหันไปมองแผ่นหยกเหมียวชีเฉิง ในดวงตาเกิดประกาย หวังว่าในบรรดาแผ่นหยกเหล่านี้จะมีเหตุผลว่าทำไมพลังจิตวิญญาณเหมียวชีเฉิงถึงแข็งแกร่ง

บางทีมันอาจช่วยแก้ปัญหาความรำคาญของเฉินเฟยที่เขาถูกจำกัดด้วยพลังจิตวิญญาณได้

ตราบใดที่พันธนาการของพลังจิตวิญญาณถูกปลดปล่อย ทรัพยากรที่ได้รับในครั้งนี้เพียงพอสำหรับเฉินเฟยที่จะก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว!

จบบทที่ ตอนที่ 375 เคล็ดย่ำใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว