เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 366 อัจฉริยะ

ตอนที่ 366 อัจฉริยะ

ตอนที่ 366 อัจฉริยะ


“แล้วครั้งนี้มาด้วยเรื่องใด?” หัวใจเฉินเฟยเต้นแรงเมื่อเห็นรูปลักษณ์บอบบางน่ารังแกของฉือซูชิง

“มีข้อสงสัยเรื่องการฝึกฝน อยากขอคำแนะนำจากผู้นำโถงเฉิน ไม่รู้ว่าท่านเห็นด้วยหรือไม่” ฉือซูชิงเงยหน้ามองเฉินเฟยและกัดริมฝีปากล่างเล็กน้อย

“ทำไมจะไม่ล่ะ เชิญเข้ามา” เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อยและต้อนรับฉือซูชิงเข้าบ้าน

หลังจากนั้นไม่นานเสียงครวญครางดังมาจากภายในห้อง เหมือนฉือซูชิงจะอดทนต่อบางสิ่ง มันควรเกิดความเจ็บปวดในระหว่างการฝึกฝน

“ผู้นำโถงเฉิน การบ่มเพาะของท่าน…” ฉือซูชิงลืมตาขึ้นเล็กน้อยและมองเฉินเฟย ดวงตานางเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ

ผ่านมานานแค่ไหนกัน ทำไมการบ่มเพาะเฉินเฟยก้าวหน้าขนาดนี้ มาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางแล้วใช่ไหม? และตอนนี้ไม่เหมือนคนที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางด้วย

แน่นอนว่านางเพิ่งมาเมื่อเดือนก่อน แม้ในเวลานั้นการบ่มเพาะของทั้งสองฝ่ายจะเพิ่มขึ้น แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะเร็วขนาดนี้!

“ไม่นานมานี้ได้รับอะไรหลายอย่างในการฝึกฝน”

“อืม...” ฉือซูชิงตอบเสียงแผ่วเบาและไม่ถามอะไรอีก กระดูกทั้งตัวไร้เรี่ยวแรง ทำได้เพียงปล่อยตัวไปตามธรรมชาติ

ปราณหยวนในลานบ้านเริ่มผันผวนและรวมตัวมาที่แห่งนี้ ตลอดหนึ่งชั่วยาม ปราณหยวนตรงกลางเพิ่มขึ้นลดลงตามลำดับ ลดลงเหมือนกระแสน้ำเชี่ยวกราด เพิ่มขึ้นเหมือนคลื่นสัดโหมกระหน่ำ

เสียงฉือซูชิงดังออกมาเป็นครั้งคราว ความหมายในเสียงร้องนั้นไม่ชัดเจน

การฝึกฝนวิชานี้เข้าใจยากนัก คาดว่ามีเพียงการอยู่ในนั้นเท่านั้นที่สามารถเข้าใจความลึกล้ำได้

ปราณหยวนทุกทางไหลมาช้าลง การเคลื่อนไหวในบ้านกลับมาสงบอีกครั้งราวกับเมื่อครู่ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ถามอะไรหน่อยสิ” เสียงเฉินเฟยดังขึ้น อารมณ์ของเขาค่อนข้างสงบ

“ผู้นำโถงเฉินโปรดถาม” เสียงฉือซูชิงเกียจค้านมากราวกับไม่ต้องการขยับตัว เพียงอยากนอนเฉยๆแบบนี้

นางรู้สึกเหนื่อยเล็กน้อย

“ในศาลาเฉินสุ่ยมีวิธีเพิ่มพลังจิตวิญญาณหรือไม่?”

“พลังจิตวิญญาณ?”

ฉือซูชิงเงยหน้ามองเฉินเยฟอย่างสับสน ด้วยการฝึกฝนร่วมกันเมื่อครู่ ฉือซูชิงสามารถรับรู้ถึงพลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยซึ่งแข็งแกร่งและยืดหยุ่น เหนือกว่าระดับขัดเกลาทวารทั่วไปมาก

แน่นอนว่าเฉินเฟยควรมีวิชาพลังจิตวิญญาณ จิตวิญญาณจึงก้าวหน้ามาถึงจุดนี้ในเวลาอันสั้น ในสถานการณ์เช่นนี้เพียงฝึกฝนตามขั้นตอนก็เพียงพอแล้ว

“เปิดจุดทวารเร็วกว่าเพิ่มจิตวิญญาณ” เฉินเฟยอธิบายเมื่อเห็นความสงสัยของฉือซูชิง

ดวงตาฉือซูชิงเบิกกว้าง พอคิดถึงการบ่มเพาะของเฉินเฟยในตอนนี้ก็รู้สึกตะลึง แต่มันเป็นความอิจฉามากกว่า ในขณะเดียวกันยังมีร่องรอยความสุขอยู่ในใจ

มีความผูกพันกับอัจฉริยะแบบนี้ ไม่รู้ว่าดีกว่าสหายร่วมสำนักตั้งเท่าไหร่

“ในสำนักมีวิชาลับหนึ่งเพิ่มจิตวิญญาณ แต่ฝึกฝนได้ยากยิ่ง หลายปีมานี้มีไม่กี่คนที่ฝึกฝนมัน” ฉือซูชิงพูดเสียงเบา

“ข้าฝึกฝนมันได้หรือไม่?” หัวใจเฉินเฟยเต้นแรง เฉินเฟยไม่ได้คำนึงถึงเรื่องความยากในการฝึกฝนเลย

“ท่านกับข้าฝึกฝนร่วมกัน สำนักย่อมเห็นด้วย” ฉือซูชิงพูดอย่างเขินอาย

“แม่นางฉือโปรดสอน!” เฉินเฟยพูดเสียงทุ้ม

หลังจากนั้นไม่นานปราณหยวนรอบลานผันผวนอีกครั้ง เมื่อเทียบกับครั้งก่อนความผันผวนของปราณหยวนนี้ไม่ได้รุนแรงเท่าตอนแรก แต่เมื่อเวลาผ่านไปความผันผวนของปราณหยวนยังคงเพิ่มขึ้น

สุดท้ายเป็นเหมือนคลื่นทะเล

“ผู้นำ...ผู้นำโถงเฉินเคยเรียนรู้วิชานี้มาก่อนหรือไม่?”

ร่างกายฉือซูชิงอ่อนแรง แต่อารมณ์ของนางตกตะลึงมากพอกับปราณหยวนเหล่านี้

เพิ่งสอนไปเมื่อครู่ แม้ตอนเริ่มตะโคจรวิชาได้เชื่องช้า แต่หลังจากนั้นความเร็วในการก้าวหน้าของเฉินเฟยน่าเหลือเชื่อยิ่ง

“ข้าไม่เคยเรียนรู้ แต่มันไม่ยาก”

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงการเปลี่ยนแปลงในจิตวิญญาณจึงอดยิ้มไม่ได้ วิธีนี้เสริมพลังจิตวิญญาณได้เร็วว่าวิธีที่เฉินเฟยใช้ก่อนหน้านี้มาก

ฉือซูชิงไม่พูดอะไรเพราะตอนนี้ไม่เหลือแรงจะพูด ปราณหยวนจากทุกทางไหลเข้าไปในตัว ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณเหมือนลอยอยู่ในหมู่เมฆ

ล่องลอยไปมาไม่รู้ว่าอยู่ที่ไหน

ฉือซูชิงรู้เพียงว่านางได้พบกับบุตรแห่งสวรรค์จริงๆ แม้แต่อัจฉริยะบางคนที่นางเคยได้ยินยังไม่สามารถเทียบกับเฉินเฟย

ฉือซูชิงพักอยู่ในลานบ้านเฉินเฟยเป็นเวลาห้าวัน หลังผ่านไปห้าวันฉือซูชิงก็ต้องจากไปเพราะทนไม่ไหว

เฉินเฟยเป็นเหมือนสัตว์ร้ายโบราณขนาดใหญ่ที่ไม่เหน็ดเหนื่อย

และเนื่องจากเฉินเฟยเป็นผู้นำโคจรวิชา ความก้าวหน้าจึงรวดเร็วจนน่าประหลาดใจซึ่งทำให้การบ่มเพาะและจิตวิญญาณของฉือซูชิงก้าวหน้าเกินกว่าร่างกายจะทนไหว

ในทางกลับกันเฉินเฟยไม่มีปัญหาใดและมีความสุขด้วยซ้ำ

ในเวลาห้าวันพลังจิตวิญญาณเพิ่มขึ้นจากระดับควบคุมห้าสิบสองจุดทวารเป็นหกสิบจุดทวาร ความเร็วในการฝึกฝนแบบนี้น่าเหลือเชื่อนัก

แม้ความเร็วในการฝึกฝนจะช้าลงเมื่อก้าวหน้า แต่สุดท้ายมันดีกว่าโอสถวิญญาณเสียอีก

อย่างไรก็ตามความก้าวหน้าที่รวดเร็วเช่นนี้คาดว่ามีผลในครั้งนี้เท่านั้น วิชาของศาลาเฉินสุ่ยนับว่าลึกล้ำ แต่ส่วนใหญ่ใช้การปะทะของหยินหยางเพื่อชักนำศักยภาพร่างกาย

ครั้งนี้พลังจิตวิญญาณเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเป็นหกสิบจุดทวาร เหมือนเปลี่ยนมาจากต้นกำเนิดของเมืองประหลาดที่เฉินเฟยเคยดูดซับก่อนหน้านี้และสะสมอยู่ในร่างกาย

ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะบรรลุผลเกินจริงแบบนี้ทุกครั้ง

อย่างไรแล้วการฝึกฝนวิชานี้ร่วมกันฉือซูชิงเร็วกว่าการฝึกฝนลำพังมาก

“ผู้นำโถงเฉินส่งเท่านี้พอ” ฉือซูชิงมองเฉินเฟยอย่างอ่อนโยน ก้าวเท้าเบาและหายไป

เฉินเฟยเฝ้ามองฉือซูชิงจากไปและหันหลังกลับเข้าบ้าน

ห้าวันนี้มีเพื่อเพิ่มพลังจิตวิญญาณเป็นหลัก แน่นอนว่าความก้าวหน้าพลังหยวนไม่ได้ลดลง ภายในห้าวันนี้ได้เปิดหนึ่งจุดทวารและมาถึงระดับห้าสิบสามจุดทวาร

การเพิ่มการบ่มเพาะเป็นจุดประสงค์เดิมที่ฉือซูชิงมาหาเฉินเฟย  แน่นอนว่าการเชื่อมโยงทางอารมณ์เป็นสิ่งจำเป็นเช่นกัน

พลังจิตวิญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหันเป็นสิ่งที่ไม่คาดคิด ท้ายที่สุดฉือซูชิงเพียงคิดว่าเฉินเฟยมีพรสวรรค์ แต่คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะใช้เวลาไม่นานในการเรียนรู้วิชา

ในขณะเดียวกันยังได้แก้ไขความสงสัยในใจฉือซูชิง นั่นคือสาเหตุว่าทำไมเฉินเฟยฝึกฝนอย่างรวดเร็ว ทำไมเขาถึงแข็งแกร่งนัก

ด้วยความเข้าใจที่น่ากลัวแบบนี้ สำหรับเฉินเฟยแล้วการเข้าใจวิชาเป็นเพียงเรื่องของเวลาและยังเป็นเวลาอันสั้น

สำหรับระดับขัดเกลาทวารคนอื่น การฝึกฝนวิชาอย่างหนักอาจไม่ได้อะไรเลยเป็นเวลาหลายวันหรือหลายเดือน ส่วนเฉินเฟยสามารถฝึกฝนวิชาให้ก้าวหน้าได้อย่างรวดเร็ว

ภายใต้สถานการณ์แบบนี้เฉินเฟยจะฝึกฝนอย่างไม่มีความสุขได้อย่างไร เขาจะอ่อนแอได้อย่างไร

ตอนนี้เฉินเฟยเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายอาจไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเฟย

กล่าวคือเพื่อตอบแทนบุญคุณที่ช่วยชีวิต สิ่งที่ผูกมัดฉือซูชิงโซ่ตรวนไม่ใช่แกนนำในอนาคต แต่เป็นการดำรงอยู่ที่กำลังจะเป็นต้นไม้ยักษ์สูงตระหง่าน

แม้ฉือซูชิงคิดว่าวิชาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวขาดหายไป แต่ด้วยพรสวรรค์เช่นนี้บางครั้งวิชาก็ไม่สามารถเป็นอุปสรรคในการขัดขวางความก้าวหน้า

ฉือซูชิงยังไม่รู้ว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวค้นพบวิชามรดกแล้ว ไม่อย่างนั้นความกังวลนี้จะหายไปอย่างสมบูรณ์

เฉินเฟยจดจ่อกับการฝึกฝนอีกครั้ง ปัญหาพลังจิตวิญญาณได้รับการแก้ไขชั่วคราว ทรัพยากรที่เฉินเฟยได้รับจากสำนักหยาซานสามารถนำมาใช้ต่อ จุดทวารจึงเปิดเพิ่มได้อีก

ขณะที่เฉินเฟยกำลังฝึกฝนอย่างหนัก โลกภายนอกเริ่มเกิดคลื่นใต้น้ำ

ย้อนกลับไปตอนนั้นสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้รับวิชาปรับแต่งตัวเองเป็นครึ่งความประหลาดจากดินแดนลมประหลาด แต่ครึ่งความประหลาดกับมนุษย์ประหลาดเป็นสองแนวทาวที่ต่างกันโดยสิ้นเชิง

และนั่นเป็นเพียงวิชาระดับขัดเกลาทวารซึ่งไม่สมบูรณ์แบบ เมื่อเทียบกับวิชาที่นักพรตซีเหลียนส่งต่อมาอาจพูดได้ว่าเทียบกันไม่ได้ติด

นักพรตซีเหลียนเป็นคนแรกที่ประสบความสำเร็จในการปรับแต่งตัวเองในระดับรวมทวารให้เป็นมนุษย์ประหลาด ในอดีตมีระดับขัดเกลาทวารกลายเป็นมนุษย์ประหลาด แต่นั่นเป็นแค่ระดับขัดเกลาทวาร ผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดก็ปราบปรามได้แล้ว

ยิ่งการบ่มเพาะสูงยิ่งกลายเป็นสิ่งแปลกประหลาดได้ยาก มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่ระดับรวมทวารจะเป็นมนุษย์ประหลาด

ประตูภูเขาตระกูลหยู

“บรรพบุรุษ วิชาที่นักพรตซีเหลียนสอนเป็นเรื่องจริงหรือ?” หยูจ้านหรงมองหยูโชวเฉิงและถามเสียงต่ำ

โลกภายนอกในตอนนี้ เนื่องด้วยวิชาของนักพรตซีเหลียน หัวใจคนจึงล่องลอย นักพรตซีเหลียนไม่ได้แอบมอบวิชาไปยังสถานที่ใดที่หนึ่งแต่เผยแพร่ให้ทุกคนรู้เพื่อทำให้ผู้คนเกิดความสงสัย

ในดินแดนนี้มีระดับรวมทวารไม่มากและส่วนใหญ่มีอายุขัยมากกว่าสองร้อยปี เพียงแค่ส่วนใหญ่เหลืออายุหลายสิบปีหรือร้อยปี และส่วนน้อยเหลืออายุสามสิบสี่สิบปี

พวกเขาไม่อาจก้าวผ่านไปไกลกว่าระดับรวมทวาร การหาสมบัติฟ้าดินที่สามารถยืดอายุขัยยังเป็นเรื่องยาก

เมื่อก่อนทำได้เพียงปลอบใจตัวเอง นี่เป็นสถานะของระดับรวมทวารและไม่สามารถเปลี่ยนแปลง แต่ตอนนี้นักพรตซีเหลียนเปลี่ยนเป็นมนุษย์ประหลาดสำเร็จซึ่งทำให้ผู้คนคิดหนักขึ้น

วิชาบนก้อนหินเป็นเพียงโครงร่างทั่วไป มีรายละเอียดมากมายที่นักพรตซีเหลียนไม่เปิดเผย แต่จากโครงร่างทั่วไปยังเห็นได้ว่าวิชานี้พิเศษเพียงใด

“เหนือขีดกำจัดอายุขัยระดับรวมทวาร ปีละห้าหมื่นคน นี่เป็นสิ่งล่อใจที่ใหญ่นัก!”

มุมปากหยูโชวเฉิงยิ้มเยาะเย้ยและพูด “ถ้ามันง่ายขนาดนั้นทะเลอู๋จิ้นคงเต็มไปด้วยมนุษย์ประหลาดแล้ว ทำไมในรอบหลายปีที่ผ่านมาการได้เห็นสักคนจึงยากนัก!”

“ไม่ใช่เพราะมีผู้แข็งแกร่งขุนเขาสมุทรปราบปรามหรือ?” หยูจ้านหรงถาม

“ข้ามีญาติระดับขุนเขาสมุทรอยู่ ถ้าต้องการแค่ปีละห้าหมื่นคน เขาจะเลือกระดับขุนเขาสมุทรอีกหรือ?”

หยูโชวเฉิงหันไปมองหยูจ้านหรงและพูดเสียงทุ้ม “หัวใจคนนั้นไม่เคยเพียงพอ หากบอกว่าเป็นกลอุบายจะเกิดอะไรขึ้น?”

สีหน้าหยูจ้านหรงเปลี่ยนไป หัวใจคนโลภมาก ผู้ที่เปลี่ยนตัวเองเป็นมนุษย์ประหลาดต้องมีใจโหดเหี้ยมแค่ไหน? ห้าหมื่นคนต่อปีเป็นเพียงสิ่งที่นักพรตซีเหลียนพูด ไม่มีใครรู้ว่าความจริงคืออะไร

“ท่านบรรพบุรุษ พวกเราควรทำอย่างไรดี?” หยูจ้านหรงถามเสียงต่ำ

“กระจายคำพูดข้าออกไป เพียงแค่ผู้ที่ตัดสินใจแล้วจะไม่ฟังอะไร พวกเขาจะทำเฉพาะสิ่งที่ตัวเองคิดว่าถูกต้อง!”

จบบทที่ ตอนที่ 366 อัจฉริยะ

คัดลอกลิงก์แล้ว