เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 356 ไล่ตาม

ตอนที่ 356 ไล่ตาม

ตอนที่ 356 ไล่ตาม


ดวงตาเหลียงจงผู่เบิกกว้างจนขอบตาแทบแตก สำนักหยาซานถือเป็นสำนักใหญ่ในพื้นที่โดยรอบ แต่ตามจริงแล้วในสำนักมีระดับขัดเกลาทวารไม่มากนักและไม่มีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายคอยดูแลเลย

สำหรับสำนักหยาซาน ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นนั้นมีคุณค่ามาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในสำนักหยาซานมีระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเพียงสามคนเท่านั้น

ในระหว่างการปิดล้อมเมืองซ่างอู๋เมื่อไม่นานนี้ หนึ่งในนั้นได้รับบาดเจ็บและยังพักฟื้นอยู่ในคฤหาสน์เจ้าเมือง

และตอนนี้จี้จั่วเหวินถูกฆ่าต่อหน้า เหลียงจงผู่จะยอมรับเรื่องนี้ได้อย่างไร

ดวงตาหงหยวนเฟิงหรี่ลง มองเฉินเฟยอย่างเย็นชา

เฉินเฟยตั้งใจฆ่าคนต่อหน้าแบบนี้เพราะจะสู้จนตัวตาย? ส่วนในมุมมองหงหยวนเฟิง ถึงปลาจะตายแต่อวนต้องไม่เป็นไร

เฉินเฟยไม่พูด เพียงมองเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิง เก็บอาวุธวิญญาณที่อยู่ในมือจี้จั่วเหวิน ร่างวูบไหววิ่งตรงไปด้านนอกของเมือง

ที่นี่คือค่ายทหาร ทหารจึงเข้ามาปิดล้อม หากในเวลานั้นถูกปิดล้อมและตกอยู่ในขบวนทัพ เฉินเฟยจะไปไหนไม่ได้

“สารเลว หยุดให้ข้า!”

เหลียงจงผู่คำรามด้วยความโกรธ ร่างกายวูบไหวไล่ตามเฉินเฟย สังหารคนสำนักหยาซานของเขา จากนั้นจะมาก็มาจะไปก็ไป!

หงหยวนเฟิงไม่พูด เพียงวิ่งตามหลังเหลียงจงผู่ไป วันนี้เฉินเฟยต้องตาย

จี้จั่วเหวินถูกสังหาร พลังต่อสู้ของเฉินเฟยอยู่เหนือความคาดหมายหงหยวนเฟิง สุดท้ายแล้วนั่นคือระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แม้จี้จั่วเหวินจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ไม่นานแต่ขอบเขตก็อยู่ตรงนั้น

เฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารนานเท่าไหร่เอง ตอนนี้ยังสังหารระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางได้อีก หากก้าวหน้าต่อไปจะไปได้ไกลแค่ไหน?

ถ้าวันนี้เฉินเฟยหนีไปได้และกลับไปซ่อนตัวอยู่ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว หงหยวนเฟิงคงไม่มีโอกาสสร้างปัญหาอีก

แจ้งสำนักกระบี่เซียนเมฆาว่าเฉินเฟยเป็นภัยคุกคาม? ตอนนี้ภัยคุกคามที่ใหญ่สุดสำหรับสำนักกระบี่เซียนเมฆามีเพียงสำนักเพลิงเทพกับตระกูลหยูที่เหมือนจะเป็นกลางเท่านั้น

เป็นไปไม่ได้เลยที่จะโจมตีสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ท้ายที่สุดแล้วสิ่งที่สังหารคือคนสำนักหยาซาน สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้สูญเสีย ขอบเขตกับพลังการต่อสู้ของเฉินเฟยอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ในสายตาของผู้นำอาวุโสระดับสูงของสำนักกระบี่เซียนเมฆามันไม่ได้สำคัญเลย

สิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาขาดคือระดับรวมทวาร ระดับขัดเกลาทวารนั้นไม่ขาดแคลนและยังมีนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดอยู่หลายคน

พูดตามตรงคือระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด ตราบใดที่ลงมืออย่างถูกต้องก็สามารถกลืนกินสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจนตายโดยที่ตัวเองไม่บาดเจ็บ

นี่คือความมั่นใจ

ดังนั้นหงหยวนเฟิงจึงต้องฆ่าเฉินเฟยวันนี้ ไม่เช่นนั้นจะทำได้เพียงเฝ้าดูเฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นเท่านั้น ซึ่งมันไม่ใช่เรื่องดีเลย

หากวันหนึ่งเฉินเฟยกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย หงหยวนเฟิงคงต้องระวังเรื่องความปลอดภัยของตัวเอง สุดท้ายแล้วในสายตาสำนักกระบี่เซียนเมฆา ตราบใดที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ทำผิดพลาดเรื่องสำคัญก็สามารถยอมรับได้

ผลประโยชน์ส่วนตัวของหงหยวนเฟิงไม่ใช่ผลประโยชน์ส่วนรวมของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เว้นแต่สำนักกระบี่เซียนเมฆาจะพบว่าเฉินเฟยสังหารคนในสำนักพวกเขา นั่นจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะเข้าโจมตี

หงหยวนเฟิงจะไม่ยอมปล่อยภัยคุกคามอย่างเฉินเฟยอยู่ต่อ ใช้ประโยชน์จากวันนี้ ใช้ประโยชน์จากการอยู่ในเมืองฉินไห่ฆ่าเฉินเฟยโดยไม่มีใครเห็น

เมื่อสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหาหลักฐานไม่ได้ พันธมิตรสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะไม่ได้รับผลกระทบมากนัก และเขาสามารถกำจัดอันตรายซ่อนเร้นนี้ได้อย่างสมบูรณ์

ไม่อย่างนั้นหงหยวนเฟิงคงกินไม่ได้นอนไม่หลับ!

ซูเหยียนซินไปหาเฉิงเหิงจงที่ได้รับบาดเจ็บ เขาโล่งใจเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายได้รับความช่วยเหลือจากทหารคนอื่นและพ้นจากอันตรายชั่วคราว

เพียงแค่อาการบาดเจ็บของเฉิงเหิงจงทำให้ความมั่นใจของซูเหยียนซินหายไป ซูเหยียนซินไม่รู้ว่าเฉินเฟยเอาชนะเฉิงเหิงจงจนอยู่ในสภาพนี้ได้อย่างไร พอได้รับข่าวพวกเขาคฤหาสน์เจ้าเมืองก็รีบมาที่นี่ทันทีซึ่งใช้เวลาไม่นานนัก

ในช่วงเวลาสั้นๆเฉินเฟยทำให้เฉิงเหิงจงบาดเจ็บสาหัส จากนั้นสังหารจี้จั่วเหวินต่อหน้าพวกเขา

เป็นไปไม่ได้เลยที่พลังต่อสู้แบบนี้จะเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางทั่วไป

เมื่อนึกถึงเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงที่ไล่ตามไป ซูเหยียนซินเกิดความลังเลก่อนจะกัดฟันวิ่งตามไป เฉินเฟยจะแข็งแกร่ง แต่เหลียงจงผู่ไม่ได้อ่อนแอ อย่างน้อยยังแข็งแกร่งกว่าจี้จั่วเหวินซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารเหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีหงหยวนเฟิง นี่คือยอดฝีมือสืบทอดวิชาขั้นสูงของสำนักกระบีเซียนเมฆา เขาแข็งแกร่งกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางทั่วไปมาก

เมื่อทั้งสองร่วมมือกันจะต้องจับเฉินเฟยได้แน่

ตามข้อมูลที่ได้รับ เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเพียงสามปี สำหรับระดับขัดเกลาทวารหลายคน เวลาเท่านี้คาดว่าเพียงพอทำให้การบ่มเพาะมั่นคงและเปิดจุดทวารหนึ่งหรือสองจุด

ความแข็งแกร่งของเฉินเฟยในตอนนี้ไปไกลกว่าจุดนั้นและมาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แต่พอคิดดูแล้วนี่ควรจะเป็นขีดจำกัด

ด้วยการปิดล้อมของเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิง ซูเหยียนซินไม่เชื่อว่าเฉินเฟยจะสร้างปัญหาได้

ซูเหยียนซินคิดแบบนั้น เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงก็คิดแบบเดียวกัน ผ่านไปสามปีทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง เรื่องนี้เกินจริงพอแล้ว ในช่วงเวลานี้คงอ่อนแอไม่น้อย

แน่นอนว่าพรสวรรค์นี้น่ากลัวอย่างยิ่ง หากเฉินเฟยมีเวลาเพียงพอที่จะเติบโต เทพรู้ดีว่าเขาจะเติบโตไปถึงไหน

ขณะนี้ทั้งสองฝ่ายเป็นศัตรูไม่ตายไม่เลิกรา ไม่มีทางจับมือสร้างสันติอย่างแน่นอน ในเมื่อเป็นเช่นนั้นจะต้องฆ่าเฉินเฟยที่นี่ก่อนเขาจะแข็งแกร่งขึ้น

ไม่อย่างนั้นเฉินเฟยจะไม่ใช่แค่อันตรายซ่อนเร้นของหงหยวนเฟิง แต่ยังเป็นปัญหาของกองทัพหยาซานด้วย!

เฉินเฟยกลายเป็นภูตผี ด้วยการกระโดดไม่กี่ครั้งก็ตกไปนอกกำแพงเมือง เมื่อมาถึงที่นี่เฉินเฟยยังไม่หยุดและวิ่งไปข้างหน้าต่อ

เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงกระโดดข้ามกำแพงเมือง ตามหลังเฉินเฟยอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้ละสายตาจากเฉินเฟย

สักพักต่อมาซูเหยียนซินข้ามกำแพงเมืองออกมา ซูเหยียนซินสบายใจขึ้นเมื่อเห็นเฉินเฟยยังคงวิ่งต่อไปจนทั้งสามตรงหน้ากลายเป็นจุดสีดำ เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยไม่สามารถเอาชนะทั้งสองคนได้จึงวิ่งหนีไปแบบนั้น

ในเมืองชินไห่ ในเวลานี้ร่างแยกเฉินเฟยพาคนตระกูลหร่วนนับสิบกระโดดออกจากกำแพงเมืองอีกฝั่ง สุดท้ายไปหยุดอยู่บนที่ราบลุ่มภูเขา

จุดนี้ห่างจากเมืองฉินไห่กว่าสิบลี้ ไม่มีสิ่งกีดขวางระหว่างเมืองฉินไห่อีก หากคนจากเมืองฉินไห่ไล่ตามมาจะเห็นได้ทันที

“พี่ใหญ่เฉิน ท่านเป็นร่างแยกหรือ?” ฉู่หลันถามอย่างระวัง คนตระกูลหรวนที่เหลือหันไปมองเฉินเฟบเช่นกัน

เมื่อครู่เหยี่ยวล่วงหล่นกระต่ายลุกยืน สิ่งต่างๆเกินจะรับมือได้ แต่โดยทั่วไปแล้วพวกเขายังเข้าใจว่าคนที่อยู่ตรงหน้าและคนที่ปรากฏด้านหลังคือเฉินเฟย

ในโลกวิถียุทธ์เลียนแบบได้เหมือนจริงอย่างยิ่ง นั่นเป็นสิ่งเหนือจินตนาการและน่าหลงใหล แต่น่าเสียดาย ผู้สามารถไปถึงจุดนั้นเป็นคนกลุ่มน้อยเสมอ

“อืม ร่างหลักพาคนเหล่านั้นไปแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้า

“จะเป็นอันตรายหรือไม่?” ฉู่หลันถามอย่างกังวล สำนักหยาซานมีระดับขัดเกลาทวาร ในความทรงจำของฉู่หลัน เฉินเฟยคือระดับขัดเกลาทวารใหม่ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

การบ่มเพาะฉู่หลันไม่สูงนัก แต่ความรู้วิถียุทธ์บางอย่างยังคงมีอยู่ เมื่อเทียบผู้ฝึกฝนหลายปีเฉินเฟยควรมีช่องว่างขนาดใหญ่

“ไม่หรอก” เฉินเฟยลูบหัวฉู่หลานแล้วยิ้ม

ห่างออกไปสิบลี้ เฉินเฟยวิ่งเข้าไปในป่าทึบ หยุดบนก้อนหินแล้วหันไปมองด้านหลัง หากเฉินเฟยใช้เดินหนีสวรรค์ระดับรู้แจ้ง เหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงจะตามไม่ทัน

เฉินเฟยแขวนเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงตลอดเวลา จุดประสงค์นั้นง่ายมาก นั่นคือพาพวกเขามาฝังที่นี่

ในค่ายทหารเมื่อครู่นี้ คนที่เห็นเฉินเฟยล้วนถูกสังหารไปแล้ว วันนี้เพียงต้องฆ่าเหลียงจงผู่กับหงหยวนเฟิงที่นี่แล้วค่อยกลับไปฆ่าระดับขัดเกลาทวารกับกองทัพหยาซานให้หมด

เพียงเท่านี้เรื่องนี้จะสิ้นสุด

เหมือนกับที่หงหยวนเฟิงกล้าวางกับดักเฉินเฟยในเมืองฉินไห่ เพราะอยู่ห่างจากเมืองเซียนเมฆามาไกล สำหรับหลายเรื่อง ตราบใดที่ทำความสะอาดตั้งแต่ต้นจนจบ ข่าวจะแพร่กระจายไปถึงเมืองเซียนเมฆาได้ยาก

ดวงตาเหลียงจงผู่หรี่ลงเมื่อเห็นเฉินเฟยหยุดเท้า ในใจพลันเกิดความระวัง แต่เมื่อนึกถึงหงหยวนเฟิงที่อยู่ด้านข้าง เหลียงจงผู่เลยโล่งใจเล็กน้อย

สำนักกระบี่เซียนเมฆาปกคลุมหลายพันลี้ ระดับรวมทวารเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเรื่องนี้ แต่ระดับขัดเกลาทวารในสำนักยังแข็งแกร่งกว่าระดับเดียวกันในสำนักอื่น

นี่เป็นข้อได้เปรียบเรื่องวิชายุทธ์ซึ่งสำนักอื่นเทียบไม่ได้ สถานการณ์นี้จะชัดเจนขึ้นในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

“ไม่หนีแล้ว?” หงหยวนเฟิงมองเฉินแล้วพูดเยาะเย้ย

ด้วยท่าร่างที่เฉินเฟยแสดงเมื่อครู่ หงหยวนเฟิงกังวลจริงๆว่าหากเฉินเฟยจะวิ่งต่อไปแล้วเกิดเรื่องไม่คาดฝัน เขาอาจพลัดหลงกับเฉินเฟย

ตอนนี้เฉินเฟยกล้าหยุดและท้าทายพวกเขา ขณะที่หงหยวนเฟิงเยาะเย้ยอยู่ในใจก็รู้สึกโล่งใจเช่นกัน

สำหรับโอกาสที่เฉินเฟยจะฆ่าพวกเขาแทน? คิดว่าการฝึกฝนของเขาตลอดหลายปีที่ผ่านมาเป็นของปลอมหรือไง! ยิ่งไปกว่านั้นด้านข้างยังมีเหลียงจงผู่ซึ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางมาหลายปีอยู่ด้วย

ด้วยความแข็งแกร่งของทั้งสองยังไม่สามารถฆ่าเฉินเฟยอีกหรือ?

“จุดนี้ไกลพอแล้ว!”

เฉินเฟยมองหงหยวนเฟิง ปราณหยวนรอบตัวผันผวน ค่ายกลกระบี่ดำเคลื่อนลงมาจากท้องฟ้า แรงกดดันมหาศาลแผ่ขยายไปทุกทางครอบคลุมทั้งสองคน

“ค่ายกลกระบี่จ้งหยวน? อยากเรียนรู้มานานแล้ว!”

เหลียงจงผู่ตะโกนเบา เงากระบี่พุ่งขึ้นไปบนฟ้า ใต้เงากระบี่เกิดคลื่นซัดผ่าน นั่นคือกระบี่คลุมทะเล เมื่อเทียบกับที่จี้จั่วเหวินใช้ กระบี่คลุมทะเลของเหลียงจงผู่ทรงพลังกว่ามาก

คลื่นปั่นป่วนกระทบชายฝั่งราวกับว่ามีทะเลจริง เหลียงจงผู่ปกคลุมมันไว้และซัดใส่ค่ายกลกระบี่

หงหยวนเฟิงก้าวเท้าซ้ายไปข้างหน้ากำลังจะพุ่งเข้าโจมตีเฉินเฟยอย่างสุดกำลัง ทันใดนั้นพลันตกใจแล้วเงยหน้ามอง

ในความคิดหงหยวนเฟิง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนควรโดนกระบี่คลุมทะเลของเหลียงจงผู่สกัดไว้ แต่ในขณะนี้มันบดขยี้เงากระบี่ของเหลียงจงผู่ทันที เพียงพริบตาเดียวค่ายกลกระบี่ดำก็แผ่ไปทั่ว

ใบหน้าเหลียงจงผู่ซีดเซียว ลมปราณวุ่นวาย สิ่งที่วุ่นวายกว่าลมปราณคือสภาพจิตใจเหลียงจงผู่

กระบี่คลุมทะเลใช้การป้องกันนำไปสู่การโจมตี แม้การเผชิญหน้าในตอนนี้จะไม่ใช่สถานะแข็งแกร่งสุดของ กระบี่คลุมทะเล แต่เหลียงจงผู่ยากจะยอมรับได้ว่ามันถูกทำลายอย่างง่ายดาย

ในการรับรู้ของเหลียงจงผู่ ค่ายกลกระบี่นั้นเหมือนภูเขาจริงที่กำลังกดทับลงมาและไม่อาจต้านทาน

จบบทที่ ตอนที่ 356 ไล่ตาม

คัดลอกลิงก์แล้ว