เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 349 พลิกฟ้า

ตอนที่ 349 พลิกฟ้า

ตอนที่ 349 พลิกฟ้า


ซิงซินเจาที่กำลังวิ่งมาหยุดเท้ากะทันหัน ในสายตาเนตรกระบี่หวนคืน ซิงซินเจาเห็นลมปราณแปลกหน้าสองคน ลมปราณสองสายในสายตาเนตรกระบี่หวนคืนหนาแน่นมาก เห็นได้ชัดว่าผู้มาเยือนนั้นแข็งแกร่ง

“มีคนคอยช่วยจริงๆ!” ใบหน้าซิงซินเจามืดมน คิดอยู่ครู่หนึ่ง ฝีเท้าวูบไหวไล่ตามต่อ

หลังวิ่งไปไม่กี่ลี้ จิตวิญญาณซิงซินเจารับรู้ได้ถึงลมปราณทั้งสอง สีหน้าซิงซินเจาฮึกเฮิม ไล่ตามอีกฝ่ายได้ง่ายดาย ดูเหมือนความแข็งแกร่งของสองคนนั้นจะธรรมดา

ซิงซินเจาขยับเท้า ร่างกลายเป็นภาพติดตาไล่ตามเร็วขึ้น แต่ซินซิงเจาอดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเมื่อกำลังเข้าใกล้ สองลมปราณนั้นทำให้เขารู้สึกว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ก่อนซิงซินเจาจะคิดได้ก็เห็นเงาสามร่างด้านหน้า ในเวลานี้ระยะห่างระหว่างสองฝ่ายมีไม่ถึงหนึ่งลี้

ความไม่สบายใจในใจซิงซินเจารุนแรงขึ้น เมื่อกำลังจะหยุดเท้า ทันใดนั้นเห็นสองร่างปรากฏตรงหน้า

ในระยะหนึ่งลี้ ซิงซินเจากำลังจะก้าวไปต่อ แต่ตอนนี้สองคนนั้นพุ่งกลับมาในทางตรงข้าม เพียงพริบตาเดียว ระยะห่างสองฝ่ายก็น้อยกว่าร้อยหมี่

ในระยะนี้ซิงซิงเจาเห็นหน้าตาของทั้งสองได้อย่างชัดเจน ใบหน้าเขาเปลี่ยนไปทันที

ใช่แล้ว ซิงซินเจารู้ว่าฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนหน้าตาเป็นอย่างไร ในหอกระบี่หวนคืนมีวิชามรดกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวถึงหกชุด เขาจะไม่สนใจสมาชิกสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้อย่างไร

ซิงซินเจาคิดถึงสถานการณ์ทุกอย่างที่ทั้งสองฝ่ายได้พบกัน แต่สิ่งเดียวที่คาดไม่ถึงคือจะพบกันในสถานการณ์เช่นนี้

ที่สำคัญกว่านั้นการบ่มเพาะสูงสุดสองคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมาที่นี่พร้อมกันได้อย่างไร โจวจื่อซุนยังไม่เท่าไหร่ ฉวีชิงเซิงเจ้าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวกล้าออกนอกเมืองเซียนเมฆาในสถานการณ์แบบนี้ด้วยหรือ

ซิงซินเจากกระทืบเท้าขวาถอยกลับอย่างรวดเร็ว เมื่อต้องเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคน ซิงซินเจาเพียงคนเดียวย่อมไม่กล้ารับมือ เป็นธรรมดาที่จะถอยหนีทันที

“ไอ้หัวขโมย เจ้าจะไปไหน!”

โจวจื่อซุนตะโกนด้วยความโกรธ นับตั้งแต่ได้ยินสิ่งที่เฉินเฟยพูด ในใจโจวจื่อซุนก็เต็มไปด้วยความโกรธ วิชามรดกเป็นสิ่งสำคัญที่สุดสำหรับทุกสำนัก

หากสูญเสียวิชาไปหนึ่งชุด หลายสำนักจะพยายามเต็มที่เพื่อนำมันกลับมา แต่หอกระบี่หวนคืนเก็บซ่อนวิชาหกชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเอาไว้

ฉวีชิงเซิงจ้องมองซิงซินเจา ชี้กระบี่วิญญาณในมือไปข้างหน้า ค่ายกลกระบี่สีดำเข้าปกคลุมไปทางซิงซินเจา

สีหน้าซิงซินเจาเปลี่ยนไป กระบี่วิญญาณในมือระเบิดแสงสลัว เงากระบี่ยักษ์ลวงตาพุ่งขึ้นฟ้า สกัดค่ายกลกระบี่จ้งหยวนไม่ให้มันเข้ามา

ซิงซินเจาใช้ประโยชน์จากช่องว่างนี้ถอยออกไปอย่างบ้างคลั่ง

สองคนอยู่ในขอบเขตเดียวกัน ถ้าการบ่มเพาะต่างกันไม่มากและมีระยะห่างเพียงพอ หากหนึ่งในนั้นต้องการถอยหนีก็มีโอกาสสูงที่จะออกไปได้

ซิงซินเจาโชคดีมี่สังเกตเห็นสิ่งผิดปกติจึงเว้นระยะห่างเอาไว้

เดินหนีสวรรค์ของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นสิ่งที่ดี แต่มรดกท่าร่างของหอกระบี่หวนคืนไม่เลวเช่นกัน ดังนั้น ซิงซินเจาจึงมั่นใจว่าเขาจะถอยได้อย่างสมบูรณ์ ท้ายที่สุดแล้วฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนไม่ใช่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด

“จงอยู่ซะ!”

โจวจื่อซุนตะโกนดังลั่น ตัวเขาเหมือนกลายเป็นกระบี่ไร้เทียบเคียง พริบตาเดียวข้ามระยะหลายร้อยหมี่มาถึงตัวซิงซินเจา

ช่วงเวลาถัดมา โจวจื่อซุนกระแทกเข้าซิงซินเจา

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงพลังปะทะมหาศาลแม้จะยืนอยู่ไกล

โจวจื่อซุนทะลวงระดับรวมทวารล้มเหลวส่งผลให้จิงชี่อ่อนลง แต่โจวจื่อซุนได้รับประโยชน์จากการทะลวงระดับเล็กน้อย การระเบิดพลังในตอนนี้คือหนึ่งในนั้น

ระดับรวมทวารจะรวมจุดทวารทั้งหมดในร่างกายเป็นหนึ่งเดียว นั่นเป็นพลังที่ทรงพลังอย่างยิ่งซึ่งเหนือกว่าระดับขัดเกลาทวาร

โจวจื่อซุนทะลวงระดับล้มเหลว แต่เขาเข้าใจความลึกลับของการรวมจุดทวาร เมื่อครู่ที่ข้ามระยะทางร้ายหมี่ โจวจื่อซุนใช้กระบี่วิญญาณยักษ์บังคับรวมพลังในจุดทวารแล้วระเบิดออกมา

ท่านี้ก่อนจะทำร้ายศัตรูต้องทำร้ายตัวเองก่อน แต่โจวจื่อซุนไม่สนใจเรื่องนี้ อายุขัยของเขาเหลืออีกไม่มาก การบาดเจ็บนี้จึงไม่ร้ายแรงแต่อย่างใด

และเพราะตระหนักถึงการเชื่อมโยงจุดทวารเป็นหนึ่งเดียวเล็กน้อย พูดได้ว่าพลังต่อสู้ของโจวจื่อซุนแข็งแกร่งที่สุดในบรรดาผู้คนที่นี่

กระบี่เข้าปะทะกัน ซิงซินเจาถอยหลังไป เพียงกระบวนท่าเดียวก็สามารถตัดสินความต่างได้ แม้จะไม่แพ้แต่เป็นที่ชัดเจนว่าเสียเปรียบ

ในขณะที่ซิงซินเจากำลังปลดปล่อยพลัง ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนได้เข้าปิดล้อมซิงซินเจาอย่างสมบูรณ์ คราวนี้ซิงซินเจาหนีไม่พ้น

ซิงซินเจารับรู้สถานการณ์โดยรอบ ดวงตาเบิกกว้างแล้วคำรามเสียงดัง พลังหยวนในร่างกายเดือดพล่านทันที เมื่อเผชิญกับการปิดล้อมของยอดฝีมือระดับเดียวกันสองคน หากไม่สามารถหลบหนี สิ่งที่ทำได้คือสู้กลับ

สุยเหวินกงอยู่ห่างเพียงไม่กี่ลี้ หากต้านทานได้สักพักสุยเหวินกงจะมาที่นี่ ในเวลานั้นจะมีระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนเท่านั้น มันไม่ง่ายที่จะตัดสินผู้ชนะ

“ฆ่า!”

โจวจื่อซุนตะโกนดังลั่น กระบี่วิญญาณยักษ์ยกขึ้น ราวกับพลิกฟ้า พลังมหาศาลเข้าปกคุลมทุกทาง

สำหรับกระบี่วิญญาณยักษ์ โจวจื่อซุนฝึกฝนมาตลอดชีวิตจนเข้าใจมันอย่างลึกล้ำ วิชากระบี่ที่เขาใช้นั้นอยู่เหนือขอบเขตที่กระบี่วิญญาณยักษ์ควรมี

เฉินเฟยในระยะไกลกระพริบตาปริบ กระบี่วิญญาณยักษ์ของเขาใกล้ถึงระดับรู้แจ้งแล้ว หากไม่รวมช่องว่างในการบ่มเพาะ เฉินเฟยพบว่ากระบี่วิญญาณยักษ์ที่โจวจื่อซุนใช้ในขณะนี้แตกต่างอยู่เล็กน้อย

แน่นอนว่าไม่ใช่โจวจื่อซุนฝึกกระบี่วิญญาณยักษ์ผิด แต่กระบี่วิญญาณยักษ์ที่โจวจื่อซุนแสดงออกมานั้นมีแนวทางของโจวจื่อซุนแฝงอยู่

สำหรับคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กระบี่วิญญาณยักษ์และกระบี่จ้งหยวนถือเป็นจุดสูงสุดของการบ่มเพาะและจุดสูงสุดของวิชา หากต้องการก้าวหน้าต่อก็ไม่มีทางไป

ต้องไปหาวิชาอื่นมาผสานหรือออกไปจากเส้นทางนี้

หลายปีก่อนการบ่มเพาะของฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนยังคงเท่าเดิม หลังผ่านไปหลายปีมันยังคงเท่าเดิม

การหาวิชาฉบับสมบูรณ์นั้นยากเกินไป และยังเป็นเรื่องของโชคด้วย

โจวจื่อซุนต้องการหาเส้นทางด้วยตัวเอง เขาสร้างสรรค์สิ่งใหม่ภายใต้กระบี่วิญญาณยักษ์ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าวิธีนี้ยากเกินไปและโจวจื่อซุนไม่ได้ผลลัพธ์มากนัก

แต่ผลลัพธ์เล็กน้อยนี้เองที่ทำให้เฉินเฟยมีความรู้สึกว่ามันแตกต่าง

“ตู้ม!”

ในค่ายกลกระบี่จ้งหยวน เสียงแตกดังขึ้นอย่างไม่มีสิ้นสุด เฉินเฟยยังได้ยินเสียงคำรามซิงซินเจาซึ่งค่อยๆเบาลง

ตอนนี้ลมปราณซิงซินเจาซึ่งเหมือนไฟโหมกระหน่ำลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรแล้วเขาอยู่การป้องกันและไม่ได้โจมตีทุกกระบวนท่า แม้เขาจะแสดงความพ่ายแพ้ แต่การจะฆ่ายังมีหนทางอีกยาวไกล

ขอบเขตการบ่มเพาะเท่ากัน ฝ่ายหนึ่งป้องกันโดยสมบูรณ์ เป็นเรื่องยากที่จะโจมตีและฆ่า ในขณะนี้ความคิดซิงซินเจาเหนียวแน่นมาก ท้ายที่สุดลมปราณสุยเหวินกงปรากฏอยู่ไม่ไกลแล้ว

ตราบใดที่ยืนหยัดได้อีกสักพัก สุยเหวินกงก็จะมาถึง ในเวลานั้นด้วยจำนวนระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายและความแข็งแกร่งเท่ากัน ในการต่อสู้แท้จริงจึงไม่รู้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ

มีโอกาสสูงที่จะแพ้ทั้งสองฝ่าย ซิงซินเจารู้สึกได้ว่าพลังของโจวจื่อซุนลดลงเมื่อเทียบกับตอนแรก

คนที่กดดันเขามากที่สุดในตอนแรก ในขณะนี้เริ่มกดดันน้อยลง

แต่น่าเสียดายที่มีฉวีชิงเซิงอยู่เคียงข้าง ซิงซินเจาจึงไม่มีโอกาสหนีออกไป

ซิงซินเจารู้ถึงสภาพของโจวจื่อซุน ฉวีชิงเซิงย่อมรู้เช่นกัน หลังทะลวงระดับล้มเหลวในครั้งนั้น สภาพร่างกายโจวจื่อซุนก็ถดถอยลง

โดยปกติสามารถรักษาการบ่มเพาะระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเอาไว้ได้ นอกจากนั้นยังมีพลังต่อสู้ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่พลังต่อสู้นี้อยู่ได้ไม่นานนัก สิ่งข้างต้นอาจไม่ชัดเจนเมื่อเผชิญกับศัตรูต่ำกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

แต่หากเป็นการสู้กับระดับเดียวกับ โจวจื่อซุนสามารถแสดงพลังระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายได้เพียงช่วงเวลาสั้นๆเหมือนที่เป็นอยู่ตอนนี้

ไม่รู้ว่าเฉินเฟยปรากฏตัวห่างจากสนามต่อสู้สิบหมี่ตั้งแต่เมื่อไหร่ ในจุดนี้เขาสัมผัสได้ถึงลมปราณและแรงกดดันที่แผ่มาจากระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสามคนได้อย่างชัดเจน

ผมเฉินเฟยปลิวไปตามลม เสื้อผ้าบนร่างกายถูกกดทับแนบชิดร่างกาย

ภายในค่ายกลกระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณซิงซินเจาตั้งทแยงป้องกันการโจมตีจากรอบด้านอย่างต่อเนื่อง หางตาเหลือบไปเห็นเฉินเฟยอยู่นอกค่ายกล ในดวงตาเต็มไปด้วยเคร่งขรึมทันที

คนนี้เองที่ทำให้ข้าตกอยู่ในสถานการณ์อันตรายและน่าอับอายเช่นนี้ หากมีโอกาสซิงซินเจาจะฆ่าเฉินเฟยแน่นอน ไม่มีทางเมตตาเด็ดขาด!

เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของซิงซินเจา เหลือบมองซิงซินเจาและรับรู้ถึงลมปราณสุยเหวินกงที่เข้ามาใกล้ ช่วงเวลาถัดไป ในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย โคจรเคล็ดพันไหมถึงขีดสุด พลังจิตวิญญาณเดือดพล่านทันที

ตัดจิต!

แสงกระบี่มองไม่เห็นพุ่งจากทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยเข้าไปในค่ายกลกระบี่ในพริบตาและมาอยู่ตรงหน้าซิงซินเจา ซิงซินเจารู้สึกถึงสิ่งผิดปกติ พลังจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกหดตัวฉับพลัน

“ฟู่ม!”

ซิงซินเจารู้สึกว่าทะเลจิตสำนึกสั่นไหวและจิตวิญญาณเกิดรูโหว่ ความเจ็บปวดยิ่งกว่าโดนเฉือนผิวหนังหลายเท่าระเบิดในทะเลจิตสำนึก

ความเจ็บปวดนี้ไม่นับว่าเป็นอะไรเลยสำหรับซิงซินเจา หากเป็นยามปกติซิงซินเจาคงไม่แม้แต่ขมวดคิ้ว

แม้แต่การบาดเจ็บจิตวิญญาณนี้ก็ไม่นับว่าเป็นอะไร บางครั้งการโจมตีด้วยทักษะจิตวิญญาณอาจเป็นดาบสองคม ทำร้ายทั้งผู้อื่นและตนเอง อีกฝ่ายบาดเจ็บและตัวเองโดนสะท้อน

แต่ในขณะนี้ซิงซินเจากำลังแกว่งกระบี่วิญญาณป้องกันการโจมตี การบาดเจ็บกะทันหันของจิตวิญญาณทำให้ซิงซินเจาหยุดนิ่งชั่วขณะ

นี่เป็นการหยุดชั่วขณะ แต่ในการต่อสู้ดุเดือด การหยุดชั่วขณะถือเป็นข้อบกพร่อง

หากฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนคนใดคนหนึ่งใช้ทักษะจิตวิญญาณตอนนี้ หนึ่งในนั้นจะหยุดนิ่ง แม้อีกฝ่ายจะคว้าโอกาสนี้ได้ แต่ยากจะกำหนดผลลัพธ์อยู่ดี

แต่ในขณะนี้ฉวีชิงเซิงกับโจวจื่อซุนยังปลอดภัยเช่นเดิม ด้วยประสบการณ์ร่วมกันหลายปี โจวจื่อซุนอัดพลังกระบี่วิญญาณยักษ์เข้าค่ายกระบี่จ้งหยวนของฉวีชิงเซิง

“ชิ้ง!”

พลังกระบี่จ้งหยวนในมือฉวีชิงเซิงเพิ่มขึ้นทันที ซิงซินเจาต้องการป้องกันแต่สายเกินไป ดังนั้นจึงทำได้เพียงหลีกเลี่ยง

ครู่ต่อมา แขนที่มีส่วนเล็กๆของสะบักลอยขึ้นไปในอากาศ หมอกเลือดกระจายไปทั่ว

ห่างเพียงเส้นผม ซิงซินเจาจะโดนกระบี่นั้นฟันหัว

“อ๊าก!”

ซิงซินเจาร้องดังลั่น จุดทวารทั่วร่างขยายออกแล้วหดตัวลง รอยแตกกระจายไปทั่วจุดทวาร ช่วงเวลาต่อมา พลังมหาศาลพุ่งสูง ซิงซินเจากลายเป็นแสงกระบี่ฉีกค่ายกลกระบี่หายไป

เฉินเฟยเงยหน้ามอง แสงกระบี่ปกคลุมสุยเหวินกงในระยะไกลและหายไปจากเขตแดนนี้พร้อมกัน

จบบทที่ ตอนที่ 349 พลิกฟ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว