เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 346 พังทลายตั้งแต่แรก

ตอนที่ 346 พังทลายตั้งแต่แรก

ตอนที่ 346 พังทลายตั้งแต่แรก


หล่อเลี้ยงด้วยความเงียบงัน หมอกเลือดนี้ไม่มีการกัดกร่อน เพียงแทรกซึมเข้าไปอย่างรุนแรง ค่ายกลเริ่มกลายเป็นของตัวเองโดยไม่แจ้งเตือนไปยังโลกภายนอก

หากเกิดการตอบสนอง ทั้งค่ายกลจะผันผวนอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้หรือแม้กระทั่งส่งการแจ้งเตือนออกไป แต่ในขณะนี้ท่าสัมผัสโลหิตพลังต้นกำเนิดโลหิตกำลังถูกบีบอัดเข้าค่ายกล

อย่างไรก็ตามค่ายกลไม่ได้ต่อต้านหมอกเลือด ราวกับมันถือว่าหมอกเลือดเป็นปราณหยวนที่มีอยู่ทั่วทุกแห่ง

เฉินเฟยมองเลือดไหลจากแขนอย่างนิ่งเฉย ในการใช้สัมผัสโลหิต หากไม่เรียนรู้พลังต้นกำเนิดโลหิตอย่างสมบูรณ์จะสร้างภาระต่อร่างกาย สุดท้ายแล้วมันเป็นการใช้เลือดจำนวนมาก

แม้เป็นร่างกายของนักยุทธ์ก็ยากที่จะสร้างเลือดอย่างต่อเนื่องในช่วงเวลาอันสั้น แต่เฉินเฟยมีสยบมังกรคชสารจึงควบคุมร่างกายได้ถึงขีดสุด การหลั่งเลือดระดับนี้ไม่มีผลต่อเฉินเฟยแม้แต่น้อย

เวลาผ่านไป ความลับบางอย่างของค่ายกลเริ่มปรากฏในทะเลจิตสำนึก ข้อมูลมากมายของค่ายกลมีมากขึ้นเรื่อยๆ

การแทรกซึ่มเป็นสิ่งที่ยากสุดในช่วงเริ่มต้น แต่ตราบใดที่เปิดได้จุดหนึ่ง ส่วนที่เหลือจะเป็นน้ำหลากมาถึงเขื่อนก็สร้างเสร็จ[1]

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ ทันใดนั้นเลือดไหลจากตาเฉินเฟย ร่างกายเคลื่อนไหวเล็กน้อย มาถึงด้านหน้าค่ายกลและยื่นมือขวาออกไป

ถ้าไม่กี่วันก่อนเฉินเฟยเข้าใกล้ค่ายกลแบบนี้ ค่ายกลส่งการแจ้งเตือนล่วงหน้า แต่ในขณะนี้ส่วนหนึ่งของการควบคุมค่ายกลอยู่ในมือเฉินเฟยแล้ว

มือขวาเฉินเฟยเหมือนผ่านชั้นน้ำโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม ทั้งร่างหายไปในก้นทะเลสาบ

ถ้ำหินปรากฏต่อหน้า เมื่อเข้ามาที่นี่เฉินเฟยสัมผัสได้ถึงลมปราณระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นอยู่ด้านหน้า

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนเล็กน้อย ไม่รู้ว่าระดับขัดเกลาทวารคอยปกป้องที่นี่หรือเพียงนั่งสมาธิทบทวนวิชา

เฉินเฟยกลายเป็นเหมือนแมว ร่อนลงบนพื้นเบาโดยไม่ส่งเสียงแม้แต่น้อย

ฉือจ้าวเฟิงที่กำลังนั่งขัดสมาธิลืมตาขึ้น ในดวงตามีความสงสัยบางอย่าง ในใจเกิดความรู้สึกไม่สบายใจอย่างกะทันหัน

ความรู้สึกนี้ยากจะอธิบายให้ชัดเจน ราวกับภัยพิบัติกำลังจะมาถึง แต่ที่นี่คือพื้นที่สืบทอดของหอกระบี่หวนคืน แม้ค่ายกลจะไม่แข็งแกร่งที่สุด แต่นับว่ามีสัมผัสว่องไวที่สุดในสำนัก

เมื่อใดที่เกิดการรบกวน ค่ายกลจะแจ้งเตือนล่วงหน้าโดยไม่ละเว้น แต่ขณะนี้ในค่ายกลไม่มีความผันผวน เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครบุกเข้ามาที่นี่

ในเมื่อเป็นเช่นนั้นแล้วจะเกิดภัยพิบัติได้อย่างไร? หรือตอนนี้มีศัตรูทรงพลังอยู่นอกประตูภูเขา เหตุใดในใจถึงรู้สึกเช่นนี้?

แต่หากมีศัตรูทรงพลังเข้ามาจริง พวกศิษย์พี่คนอื่นควรสังเกตเห็นสัญญาณเตือนภัยของสำนักที่ดังขึ้น แทนที่จะนิ่งเงียบอย่างที่เป็นอยู่ตอนนี้

ความกระสับกระส่ายในใจรุนแรงขึ้น ฉือจ้าวเฟิงลุกยืนอย่างหงุดหงิด มองไปรอบตัว กระบี่ปรากฏในมือ

ทันใดนั้นความหวาดกลัวถึงขีดสุดผุดขึ้นในใจ ก่อนที่ฉือจ้าวเฟิงจะตอบสนอง เขารับรู้ได้ว่ามีแสงกระบี่ปรากฏในจิตวิญญาณ

การป้องกันจิตวิญญาณตามสัญชาตญาณของฉือจ้าวเฟิงเป็นเหมือนกระดาษแผ่นหนึ่งเมื่ออยู่ต่อหน้าแสงกระบี่นี้ มันไม่อาจป้องกันได้แม้แต่น้อย

ความมึนงงเกิดขึ้นชั่วขณะ ฉือจ้าวเฟิงรู้สึกว่าจิตวิญญาณของตัวเองถูกเจาะเป็นรูขนาดใหญ่ ความเจ็บปวดเหนือจินตนาการระเบิดขึ้นในทะเลจิตสำนัก ฉือจ้าวเฟิงต้องการกุมหัวโดยไม่รู้ตัว

เมื่อฉือจ้าวเฟิงยกแขนขึ้นได้ครึ่งทาง การตอบสนองต่ออันตรายตามสัญชาตญาณของฉือจ้าวเฟิงทำให้เขายกกระบี่วิญญาณในมือและระเบิดปราณกระบี่ไปทั่วทิศอย่างไม่ลังเล

ไม่ว่าปราณกระบี่เหล่านี้จะต้านทานผู้โจมตีได้หรือไม่ ตราบใดที่ปราณกระบี่สัมผัสกับค่ายกลโดยรอบ การเคลื่อนไหวที่นี่จะถูกส่งไปยังยอดเขาหลักทันที

ด้วยความเร็วระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายจะสามารถมาถึงที่นี่ได้ในเวลาอันสั้น ไม่ว่าเป็นวิชาในพื้นที่สืบทอดหรือตัวฉือจ้าวเฟิงก็มีโอกาสได้รับความช่วยเหลือ

สิ่งที่ฉือจ้าวเฟิงต้องการคือการยื้อเวลาสักหน่อย เพียงเท่านั้นก็เพียงพอแล้ว!

“ฟู่ม!”

ในการรับรู้ฉือจ้าวเฟิง เหมือนสัตว์ร้ายโบราณขนาดใหญ่ตื่นขึ้น ลมปราณอันน่าสะพรึงหล่นกดทับ ในความสับสน ฉือจ้าวเฟิงเหมือนเห็นร่างหนึ่ง ทั้งร่างกายและจิตวิญญาณปกคลุมไปด้วยแสงกระบี่

ปราณกระบี่ที่ฉือจ้าวเฟิงปล่อยออกมาเป็นเหมือนฟองอากาศเมื่ออยู่ต่อหน้าแสงกระบี่นี้ พวกมันสลายไปอย่างสมบูรณ์ด้วยการสัมผัสเบาๆ

ดวงตาฉือจ้าวเฟิงเบิกกว้าง ต้องการตอบโต้กลับแต่พบว่าไม่อาจทำอะไรได้ ทำได้เพียงมองแสงกระบี่แทงเข้ามาเท่านั้น

บีบอัด แตกกระจาย และกลายเป็นฟองเลือด เพียงครู่เดียวดวงตาฉือจ้าวเฟิงมืดสนิทและสูญเสียประสาทสัมผัสทั้งหมดไป

“ฟู่ว!”

ลมแรงพัดเข้าถ้ำ กระบี่เฉียนหยวนอยู่ห่างจากพื้นสามฉื่อเมื่อเฉินเฟยหยุดมัน พลังรุนแรงไม่ได้ทำให้พื้นแตก เป็นธรรมดาที่จะไม่ได้สัมผัสกับค่ายกล

ส่วนฉือจ้าวเฟิงนั้นยังไม่ตาย ทว่าบาดเจ็บสาหัสและสลบไป ตอนนี้นอนสลบอยู่ข้างหน้าโดยหลั่งเลือดอย่างต่อเนื่อง

การฆ่าฉือจ้าวเฟิงไม่ใช่เรื่องยากสำหรับเฉินเฟย แต่เฉินเฟยไม่รู้ว่าการตายของฉือจ้าวเฟิงจะกระตุ้นหอกระบี่หวนคืนเตรียมตัวนำระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายสองคนมาที่นี่หรือไม่

เพื่อความปลอดภัย เป็นธรรมดาที่จะให้บาดเจ็บแต่ไม่ถึงตาย ท้ายที่สุดแล้วเป้าหมายการมาหอกระบี่หวนของเฉินเฟยคือวิชายุทธ์เท่านั้น

เฉินเฟยมาอยู่ด้านข้างฉือจ้าวฟิง ขยับมือขวาเล็กน้อย พลังจิตวิญญาณกลายเป็นคุก ปิดผนึกจิตวิญญาณกับพลังหยวนของฉือจ้าวเฟิง

หลังทำเสร็จ เฉินเฟยหันไปมองด้านหลังซึ่งมีแผ่นศิลามรดกเก้าอัน ในการแนะนำของหอกระบี่หวนคืน แผ่นศิลามรดกมีเพียงหกอันเท่านั้น

ร่างเฉินเฟยวูบไหวมายังแผ่นศิลา แผ่นศิลานี้ทำให้เฉินเฟยมีความรู้สึกเฉียบคมอย่างยิ่ง เมื่อไม่เห็นความผิดปกติหรืออันตรายจึงวางมือลงบนนั้น

ครู่ต่อมา วิชายุทธ์ปรากฏในทะเลจิตสำนึก หลังจากนั้นไม่นาน ใบหน้าเฉินเฟยเต็มไปด้วยความสุข หากจำไม่ผิดมันเป็นวิชาสูญหายของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กระบี่คมดาบสังหาร!

กระบี่คมดาบสังหารผสมผสานคมกระบี่เข้าด้วยกัน เป็นมรดกที่โดดเด่นสุดในบรรดาเจ็ดมรดกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วยาม เฉินเฟยลืมตาขึ้น เฉินเฟยไม่หยุดเพียงเท่านี้ เดินไปหาแผ่นศิลาอีกอันและวางมือลงบนนั้น

ทันใดนั้นเจตจำนงกระบี่นับพันปรากฏในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย นี่เป็นมรดกอีกอย่างหนึ่งของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กระบี่หยกวารี!

กระบี่หยกวารีเป็นวิชากระบี่ยืดหยุ่นเพียงหนึ่งเดียวในบรรดาเจ็ดมรดกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ไม่ว่าจะเป็นกระบี่จ้งหยวน กระบี่วิญญาณยักษ์ กระบี่มหาฟ้าคำราม หรือกระบี่คมดาบสังหารที่เฉินเฟยเพิ่งสืบทอด

แม้วิชากระบี่เหล่านี้จะมีลักษณะแตกต่างกัน แต่ทั้งหมดนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างมาก สามารถตัดทุกสิ่งด้วยพลังมหาศาล

มีเพียงกระบี่หยกวารีที่ใช้ป้องกันได้มากกว่า นอกจากนี้ยังเป็นวิชากระบี่เดียวในบรรดาเจ็ดมรดกที่ป้องกันได้ดี

หยินโดดเดี่ยวไม่ให้กำเนิด หยางโดดเดี่ยวไม่เติบโต!

นี่เป็นแนวคิดกระบี่ในคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งผสานวิชาทั้งเจ็ด พูดได้ว่าเป็นความรู้วิถียุทธ์

เฉินเฟยไม่รู้ว่าหลักการวิถียุทธ์นี้ถูกต้องหรือไม่ แต่อย่างน้อยเฉินเฟยในตอนนี้เห็นด้วยกับมัน บางทีในอนาคต เมื่อเฉินเฟยก้าวหน้าขึ้น เขาอาจพบกับคนอื่นที่ถูกต้องกว่า พูดอีกอย่างคือเหมาะสมกับตัวเองมากกว่า

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยปล่อยมือ มรดกกระบี่หยกวารีถูกดูดซับจนหมด ในเวลานี้เฉินเฟยครอบครองวิชามรดกหกชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวโดยสมบูรณ์แล้ว

เหลือเพียงร่างกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ที่นี่ไม่มีลมปราณของวิชานี้

เฉินเฟยมีความเข้าใจเกี่ยวกับลมปราณวิชาเจ็ดชุดเป็นอย่างดี ท้ายที่สุดมีแผ่นศิลาวิชาเจ็ดอันอยู่ในพื้นที่สืบทอดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ข้อแตกต่างคือสามชุดสมบูรณ์ ส่วนอีกสี่ชุดมีวิธีฝึกฝนเพียงส่วนหนึ่ง

แม้อีกสี่ชุดจะเสียหาย แต่ลมปราณของวิชาก็เป็นเช่นนั้นและไม่เปลี่ยนแปลง แต่เฉินเฟยรับรู้ถึงร่างกระบี่เริ่มดวงดาวจากที่นี่ไม่ได้

เฉินเฟยยังคงสงบและเดินไปยังแผ่นศิลาอีกอัน นี่เป็นลมปราณเฉพาะของคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว

ความคิดเฉินเฟยผันผวนเล็กน้อย คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวเป็นโครงร่าง หากคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวไม่สมบูรณ์ ไม่ว่าจะได้รับวิชาอื่นอีกเท่าใดก็ไร้ประโยชน์

ฉือจ้าวเฟิงซึ่งบาดเจ็บปางตายตื่นขึ้นและพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ สิ่งนี้ทำให้ฉือจ้าวเฟิงประหลาดใจ ฉือจ้าวเฟิงต้องการเงยหน้ามองด้านหน้า แต่พบว่าไม่สามารถขยับตัวและเห็นเพียงภาพติดตาภายใต้แผ่นศิลาเท่านั้น

ฉือจ้าวเฟิงดิ้นรนอย่างหนัก แต่เฉินเฟยปิดกั้นจิตวิญญาณและพลังหยวนทั้งหมดในร่างกาย การดิ้นรนของฉือจ้าวเฟิงจึงไร้ผล เขาไม่สามารถกระดิกนิ้วได้ด้วยซ้ำ

ตอนนี้ฉือจ้าวเฟิงรู้ว่าภาพติดตาหน้าแผ่นศิลาเป็นผู้ลอบโจมตีตัวเองและกำลังขโมยมรดกวิชา พอคิดได้แบบนั้นฉือจ้าวเฟิงก็โกรธมากจนเลือดไหลล้นจากมุมปาก

ฉือจ้าวเฟิงไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเข้ามาที่นี่ได้อย่างไร มันเงียบมาก ไม่พบการเคลื่อนไหวใด ไม่อาจรับรู้ถึงลมลมปราณอีกฝ่าย

หากในใจไม่รู้สึกแปลกๆ ฉือจ้าวเฟิงคงไม่มีโอกาสยืนด้วยซ้ำ

แต่มันสายไปแล้วที่จะพูดสิ่งเหล่านี้ เขาแพ้ในกระบวนท่าเดียว ตอนนี้จิตวิญญาณกับพลังหยวนถูกปิดกั้นทำให้ไม่สามารถขยับตัวได้

ฉือจ้าวเฟิงต้องการให้อีกฝ่ายฆ่าตัวเอง อย่างน้อยเพื่อให้คนในสำนักรู้ว่ามีเรื่องเกิดขึ้นที่นี่ แต่อีกฝ่ายระวังตัวเกินไปจึงกักขังตัวเองแทนที่จะฆ่าทิ้ง

ด้วยเหตุนี้อีกฝ่ายจึงฝึกฝนวิชาได้อย่างเปิดเผย แต่คนอื่นในสำนักไม่รู้ว่าเกิดปัญหาขึ้น

เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงการตื่นของฉือจ้าวเฟิง แต่เฉินเฟยไม่สนใจ อีกฝ่ายใกล้ตายและยังถูกปิดผนึก ในเวลานี้ฉือจ้าวเฟิงไม่อาจทำอะไรได้

เฉินเฟยยื่นมือขวาวางบนแผ่นศิลา ช่วงเวลาต่อมา การสืบทอดคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวปรากฏในทะเลจิตสำนึก

ขั้นหนึ่ง ขั้นสอง ขั้นสาม!

การสืบทอดวิชายังไม่สิ้นสุด ข้อมูลวิชายังคงหลั่งไหลจากแผ่นศิลา!

[1]น้ำหลากมาถึงเขื่อนก็สร้างเสร็จ เงื่อนไขพร้อม

จบบทที่ ตอนที่ 346 พังทลายตั้งแต่แรก

คัดลอกลิงก์แล้ว