เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 339 ฉีก

ตอนที่ 339 ฉีก

ตอนที่ 339 ฉีก


ภายใต้ความมืดมิดยามค่ำคืน เฉินเฟยปีนข้ามกำแพงเมืองอย่างราบรื่นโดยไม่มีใครเห็น แม้แต่ทหารลาดตระเวนไปมาบนกำแพงเมืองยังรู้สึกเพียงลมแรงพัดผ่าน

พอมองให้ดีกลับไม่พบอะไรเลย

ทหารเหล่านี้ไม่สงสัยแม้แต่น้อย เพราะถ้ากระโดดข้ามกำแพงได้เร็วขนาดนั้นจะต้องเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร ระดับขัดเกลาทวารยากนั้นยากจะปกปิดลมปราณเนื่องจากปราณหยวนกับจุดทวารทั่วร่างกาย

และตอนนี้พวกเขาไม่เห็นลมปราณของระดับขัดเกลาทวารเลย

เฉินเฟยจับโฉวหยวนเฉิงล่อนลงในมุมหนึ่ง ถนนทั้งหมดของเมืองซ่างอู๋ว่างเปล่า เห็นได้ชัดว่าเมืองซ่างอู๋ใช้มาตรการไม่ให้ประชาชนออกจากพื้นที่เพราะกำลัเผชิญกับการปิดล้อมของกองทัพหยาซานด้านนอก ดังนั้นในตอนกลางคืนจึงไม่มีใครได้รับอนุญาตให้วิ่งไปมา

“สหายเจ้าพักอยู่ที่ไหน?” เฉินเฟยหันไปมองชิวหยวนเซิง

“ทางนั้น” โฉวหยวนเฉิงระบุตำแหน่งโดยรอบและชี้ไปทางขวา

เฉินเฟยพยักหน้า ร่างวูบไหวหายไป

ในเมืองซ่างอู๋ยังมีทหารลาดตระเวนไปมา แต่เมื่อเทียบกับร่างเงาหนานแน่นบนกำแพง การลาดตระเวนในเมืองไม่ได้เกินจริงนัก ยิ่งไปกว่านั้นทหารเหล่านี้เพียงรักษาความสงบยในเมือง

ขณะที่กองทัพหยาซานปิดล้อมอยู่ข้างนอก หากเกิดความโกลาหลภายในหรือคนที่ซ่อนเร้นจงใจสร้างปัญหา เมืองซ่างอู๋คงเกิดปัญหาจริงๆ

เฉินเฟยจับโฉวหยวนเฉิงเดินหลีกเลี่ยงทหารไปตลอดทาง ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยหยุดอยู่หน้าคฤหาสน์หลังหนึ่ง วันปกติสหายโฉวหยวนเฉิงมักอาศัยอยู่ที่นี่

เฉินเฟยเงยมองคฤหาสน์ ป้ายเขียนว่าคฤหาสน์จ้าว

คฤหาสน์มีขนาดใหญ่ แต่ในคฤหาสน์ที่ควรมีลมปราณระดับขัดเกลาทวารกลับไม่มี ในขณะนี้มีเพียงลมปราณระดับขัดเกลาทวารในคฤหาสน์เจ้าเมืองซึ่งอยู่ห่างไกลออกไป

โฉวหยวนเฉิงรับรู้ลมปราณในคฤหาสน์แล้วหันไปมองเฉินเฟย พอเห็นเฉินเฟยไม่ได้โกรธจึงโล่งใจ

เฉินเฟยจับโฉวหยวนเฉิงกระโดดเข้าไปในคฤหาสน์

“ทางนั้น!”

โฉงหยวนเฉิงชี้สถานที่อย่างรวดเร็ว ร่างเฉินเฟยวูบไหวร่อนลงลานบ้านหลัก ในคฤหาสน์จ้าว สมาชิกในตระกูลทุกคนอยู่ที่นั่น เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในบางส่วน

พิจารณาจากสถานการณ์นี้ ดูแล้วไม่น่าเป็นไปได้ที่สหายโฉวหยวนเฉิงจะจากไป

เฉินเฟยพาโฉวหยวนเฉิงมาที่ห้องตำรา เห็นว่ามีการใช้พู่กัน หมึก กระดาษ และหินหมึกในห้อง สีหน้าเฉินเฟยจึงผ่อนคลายลงเล็กน้อย ดูเหมือนการมาครั้งนี้จะไม่ได้ไร้ประโยชน์

“เขาอาจถูกคฤหาสน์เจ้าเมืองเรียกตัว ตอนนี้กองทัพหยาซานปิดล้อมเมือง เขาต้องเรียกระดับขัดเกลาทวารในเมืองไปหารือแน่นอน เราอยู่ที่นี่เพื่อรอให้เขากลับมาหรือไม่?”

เมื่อเห็นสถานการณ์ในห้องตำรา โฉวหยวนเฉิงเหมือนจะมีความสุขเล็กน้อย เขาเดินไปที่นั่งเก้าอี้ด้วยสีหน้าผ่อนคลาย

“แกรก!”

เมื่อโฉวหยวนเฉิงนั่งลง เสียงกลไกหนึ่งก็ดังขึ้น เฉินเฟยหันไปโฉวหยวนเฉิง โฉวหยวนเฉิงยิ้มให้เฉินเฟยอย่างพึงพอใจ

ทันใดนั้นโฉวหยวนเฉิงพลันหายไปพร้อมกับเก้าอี้ แสงกระบี่วูบไหว แต่เพียงกระแทกโดนผนังด้านหลังเก้าอี้และทิ้งร่องรอยเอาไว้

เฉินเฟยเข้ามายังตำแหน่งเก้าอี้ เห็นว่ามีหลุมอยู่ตรงนั้น เมื่อเฉินเฟยยื่นหน้าไปดู เข็มเหล็กนับไม่ถ้วนที่บางเหมือนขนวัวก็พุ่งออกมา

ก่อนที่เข็มเหล็กจะมาถึง กลิ่นคาวหวานอบอวลไปทั่วบริเวณ มันทำให้ผู้คนง่วงนอน ทะเลจิตสำนึกขุ่นมัว แม้กระทั่งสติปัญญายังถูกระงับ

“ชึกชึกชึก...”

เข็มเหล็กนับไม่ถ้วนเจาะหลังคาห้องตำราและทะลุออกไป พลังของเข็มเหล็กนั้นแข็งแกร่งมาก แม้จะเป็นระดับขัดเกลาทวาร หากไม่ระวังก็ถูกแทงได้

และพิษที่กระจายออกมา ต่อให้เป็นระดับขัดเกลาทวารก็ต้องใช้เวลาสักพักในการขับออกจากร่างกาย

“ฟู่ม!”

ค่ายกลสว่างขึ้นทั่วห้องตำรา ทันใดนั้นค่ายกลหนึ่งปกคลุมทั้งห้องตำรา ในขณะเดียวกันเสียงร้องแหลมคมดังก้องไปทั่วคฤหาสน์จ้าวหรือแม้แต่ทั่วเมืองซ่างอู๋

เมืองซ่างอู๋อยู่ในสภาวะเฝ้าระวังอยู่แล้ว ด้วยเสียงกรีดร้องนี้สายตาทุกคนจึงหันไปหาคฤหาสน์จ้าว ในสถานที่ตั้งของคฤหาสน์เจ้าเมือง ลมปราณมากมายพุ่งมายังคฤหาสน์จ้าว

ดูจากลมปราณเหล่านั้น มีระดับขัดเกลาทวารไม่น้อยเลย ในคนกลุ่มนั้นยังมีระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางสองคนด้วย

ในห้องตำรา เฉินเฟยเดินไปยังหลุม ในขณะนี้ไม่มีกลไกใดปล่อยอาวุธลับออกมาอีก แต่หลุมถูกปิดด้วยแผ่นเหล็กขนาดใหญ่

เพียงครู่เดียวเฉินเฟยรู้ได้ว่าแผ่นเหล็กนี้ถูกสร้างจากแก่นเหล็ก แก่นเหล็กมีคุณสมบัติเดียวคือความหนา

หากระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นธรรมดาต้องการทำลายแก่นเหล็กนี้ หากไม่ใช้มากกว่าสองกระบวนท่าก็ไม่อาจทำลายได้ ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้ห้องตำราถูกค่ายกลปกคลุม

ค่ายกลนี้กว้างใหญ่งดงาม พลังทั้งหมดไม่ได้ใช้สำหรับโจมตีแต่เป็นการกังขัง เมื่อค่ายกลหนึ่งทำหน้านี้เพียงอย่างเดียว นั่นหมายความว่าความสามารถนี้จะแข็งแกร่งอย่างยิ่ง

แต่ตอนนี้วิธีเดียวที่จะทำลายแผ่นเหล็กนี้ได้คือทำลายค่ายกลก่อน ซึ่งมันต้องใช้เวลาและโฉวหยวนเฉิงหนีไปแล้ว

สำหรับคนที่ติดอยู่ที่นี่ นอกจากไม่สามารถจับโฉวหยวนเฉิงยังต้องเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารที่รีบเร่งมาจากคฤหาสน์เจ้าเมือง และต้องอธิบายให้พวกเขาฟังว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร

มันยากจะบอกได้ว่าคนในเมืองซ่างอู๋ยินดีรับฟังหรือไม่

“เจ้าเล่ห์เหมือนสุนัขจิ้งจอก”

เฉินเฟยมองทุกสิ่งตรงหน้าแล้วหัวเราะเบาๆ ช่วงเวลาต่อมา ร่างเฉินเฟยแกว่งไปมาและสลายไป

นั่นเป็นเพียงร่างแยกของเฉินเฟย ขณะนี้ร่างจริงเฉินเฟยกำลังยืนอยู่ในมุมหนึ่งของเมืองซ่างอู๋ อสูรหนูในแขนเสื้อกระโดดขึ้นไปบนไหล่เฉินเฟย จมูกสั่นตลอดเวลา จากนั้นกลายเป็นแสงดำพุ่งออกไป

หูเฉินเฟยขยับเล็กน้อย คุณสมบัติฟังเสียงลมของวิชารวมลมถูกใช้ถึงขีดสุด

โฉวหยวนเฉิงอยู่ใต้ดินลึกหลายร้อยหมี่ในเมืองซ่างอยู๋ เดินตามทางกลไกไปยังห้องลับ ห้องลับนี้ค่อนข้างใหญ่ ค่ายกลบนผนังห้องลับครอบคลุมที่นี่ทั้งหมด

ภายในห้องลับในขณะนี้ ในถังเลือดที่เต็มไปด้วยเลือด มีร่างหนึ่งนั่งขัดสมาธิอยู่ในนั้น ปราณหยวนถูกชักนำโดยค่ายกลและไหลเข้าสู่ร่างนั้นเพื่อรักษากำลังและชีวิต

โฉวหยวนเฉิงมองร่างนั้นและเดินมายังถังเลือด จับหัวของร่างนั้นและใช้ท่าต้องห้ามของวิชาพลังต้นกำเนิดโลหิต วิญญาณโลหิตยึดร่าง!

ร่างในถังเลือดคือสหายโฉวหยวนเฉิงนั่นเอง แน่นอนว่าอีกฝ่ายถือว่าโฉวหยวนเฉิงเป็นสหายเป็นตาย วันหนึ่งเขากลับโดนโฉวหยวนเฉิงโจมตีและถูกปรับแต่งจนกลายเป็นสิ่งที่เป็นอยู่ในตอนนี้

พลังต้นกำเนิดโลหิตเป็นวิชามารโดยเนื้อแท้ ทุกอย่างมีไว้เพื่อให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น ทุกอย่างมีไว้เพื่อการอยู่รอด เมื่อเกิดอาการบาดเจ็บที่รักษาไม่หายก็ยังมีทางออกซึ่งก็คือยึดร่าง

ดังนั้นโฉวหยวนเฉิงจึงเตรียมหนทางไว้ให้ตัวเอง ท้ายที่สุดมีผู้คนมากมายในโลกนี้ที่เหนือกว่าเขา สักวันหนึ่งอาจมีบางอย่างเกิดขึ้น

คฤหาสน์ตระกูลจ้าว สมาชิกในตระกูล ร่องรอยของการศึกษา โฉวหยวนเฉิงจัดเตรียมทุกสิ่งอย่างระมัดระวัง และนี่คือทางออกที่เขาเตรียมไว้

เมื่อเกิดข้อผิดพลาดบางอย่าง แผนการในที่แห่งนี้จะมีประโยชน์

นับตั้งแต่โฉวหยวนเฉิงแพ้เฉินเฟย โฉวหยวนเฉิงก็วางแผนล่อเฉินเฟยมาที่นี่ นี่เป็นเส้นทางหลบหนีที่เขาเตรียมไว้ให้ตัวเอง เส้นทางสู่ความเป็นความตาย

แต่เรื่องหนึ่งที่โฉวหยวนเฉิงไม่ได้โกหกคือสหายเขาฝึกฝนกระบี่มหาฟ้าคำรามจริง ไม่อย่างนั้นโฉวหยวนเฉิงคงไม่รู้ข้อมูลบางอย่างของกระบี่มหาฟ้าคำราม

ร่างกายโฉวหยวนเฉิงเริ่มเกิดรอยเลือดนับไม่ถ้วน เลือดเริ่มพุ่งออกมาและไหลไปบนร่างภายในถัง

นี่คือวิญญาณโลหิตยึดร่าง ไม่ใช่เพียงบังคับยึดร่างด้วยพลังจิตวิญญาณ แต่พลังงานของเลือดจากพลังต้นกำเนิดโลหิตทำให้ยึดร่างได้ง่ายขึ้น

“อ๊าก!”

เสียงคำรามต่ำดังมาจากปากโฉวหยวนเฉิง การยึดร่างเป็นเรื่องเจ็บปวดอย่างยิ่งสำหรับผู้ยึดร่างและผู้ถูกยึดร่าง

อย่างไรก็ตามจิตวิญญาณในทะเลจิตสำนึกของคนในถังเลือดกระจัดกระจายไปแล้ว ตอนนี้เป็นเพียงคนที่มีร่างแข็งแกร่งและไม่มีสติปัญญา ดังนั้นเป็นธรรมดาที่จะไม่รู้สึกเจ็บปวด

การทำให้ผู้คนมีชีวิตโดยไร้ซึ่งสติปัญญานั้นเป็นเรื่องยากสำหรับวิชาอื่น มันเกี่ยวข้องกับการควบคุมอันซับซ้อน แต่พลังต้นกำเนิดโลหิตทำได้

ในขณะนี้ใบหน้าโฉวหยวนเฉิงซีดขาวเหมือนผี ทุกสิ่งที่ไหลออกจากร่างกายเขาในขณะนี้คือแก่นเลือดของพลังต้นกำเนิดโลหิตซึ่งเป็นแก่นแท้ของวิชานี้

“ปัง!”

ทันใดนั้นเสียงกระแทกดังขึ้นในห้องลับ พูดอีกอย่างคือดังจากผนังห้องลับ

โฉวหยวนเฉิงสะดุ้งทันทีและหันไปมองผนังซึ่งเกิดรอยแตก ก่อนที่โฉวหยวนเฉิงจะทันโต้ตอบก็เกิดเสียงกระแทกอีกครั้ง รอยแตกบนผนังใหญ่ขึ้นแล้วแตกกระจาย

จากรูโหว่นั้น สองมือเหยียดออกมา สองมือจับผนังทั้งสองข้างและฉีกกำแพงที่หล่อด้วยแก่นเหล็ก

“แกรกแกรกแกรก”

เสียงแตกดังขึ้นในห้องลับ โฉวหยวนเฉิงมองกำแพงถูกฉีกออกด้วยพลังมหาศาลโดยไม่อาจทำอะไรได้

แก่นเหล็กไม่อาจป้องกันการโจมตีที่รุนแรงเกินไป แต่โฉวหยวนเฉิงคิดไม่ถึงเลยว่าวันหนึ่งแก่นเหล็กจะถูกฉีกออกด้วยพลังบริสุทธิ์แบบนี้ ช่างเป็นพลังที่น่าพรึงกลัวยิ่งนัก

รูขนาดใหญ่ถูกฉีกออกจากผนัง เฉินเฟยเดินเข้ามาจากด้านนอก พอเห็นภาพในห้องลับ ใบหน้าพลันเกิดรอยยิ้ม

“เจ้ามาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร!”

โฉวหยวนเฉิงมองเฉินเฟยด้วยความหวาดกลัวและสับสน โฉวหยวนเฉิงจัดเตรียมสถานการณ์ในคฤหาสน์ไว้เป็นอย่างดี แม้แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางก็ต้องติดอยู่ในนั้นอย่างน้อยครึ่งชั่วยาม

หากโฉวหยวนถูกค่ายกลนั้นกักขังไว้ เขาไม่สามารถออกมาภายในครึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นด้วยสถานการณ์ปัจจุบันในเมืองซ่างอู๋และระดับขัดเกลาทวารในคฤหาสน์เจ้าเมือง เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะหลบหนีได้ง่ายดาย

เฉินเฟยไม่ตอบคำถามของโฉวหยวนเฉิง หลังจากฝึกฝนพลังต้นกำเนิดโลหิต ด้วยลมปราณดุร้ายแบบนั้นคนแบบนี้จะมีสหายได้อย่างไร เฉินเฟยไม่เชื่อคำพูดอีกฝ่ายแม้แต่คำเดียว

เฉินเฟยเดินไปที่ถังเลือด โฉวหยวนเฉิงต้องการถอยหลังแต่ไม่อาจขยับตัว

การยึดร่างใช้เวลาเพียงหนึ่งเค่อ จากนั้นยังเหลือเวลาวางแผนอีก แต่เฉินเฟยกลับปรากฏตัว

เฉินเฟยยืนอยู่หน้าถังเลือดและมองร่างในถังเลือด เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณของกระบี่มหาฟ้าคำรามบนร่างนั้น

จบบทที่ ตอนที่ 339 ฉีก

คัดลอกลิงก์แล้ว