เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 335 ความขมขื่นทั้งแปด

ตอนที่ 335 ความขมขื่นทั้งแปด

ตอนที่ 335 ความขมขื่นทั้งแปด


“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังก้องในค่ายกลกระบี่ โฉวหยวนเฉิงที่กลายเป็นแสงเลือดถูกกระบี่เฉินเฟยตัดผ่านจนเผยให้เห็นร่างจริง โฉวหยวนเฉิงมองเฉินเฟยอย่างหวาดกลัว พลังมหาศาลดันเขาถอยกลับไปโดยไม่อาจต้านทาน

แต่ไม่ว่าจะถอยไปเท่าไหร่ ในขณะนี้โฉวหยวนเฉิงอยู่ในค่ายกลกระบี่จึงไม่มีทางให้ถอย

แสงเลือดที่ปกคลุมเขาถูกกระบี่เฉินเฟยตัดขาด

แสงเลือดที่ปกป้องร่างกายมาจากพลังต้นกำเนิดโลหิต ในตอนนั้นเขาเผชิญกับการปิดล้อมของระดับขัดเกลาทวารสองคนและสามารถถอยหนีได้โดยไม่มีบาดเจ็บ

แต่ตอนนี้เมื่อเผชิญหน้ากระบี่ของเฉินเฟย มันกลับพังทลายลง ดวงตาเหม่อลอย โฉวหยวนเฉิงเกิดภาพลวงตาว่ากำลังเผชิญกับระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

“เก๋อเซี่ย มีอะไรค่อยพูดค่อยจา มีอะไรค่อยพูดค่อยจา!”

โฉวหยวนเฉิงตะโกนเสียงดัง ในขณะนี้โฉวหยวนเฉิงเห็นการบ่มเพาะแท้จริงของเฉินเฟยอย่างชัดเจนซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ด้วยการใช้พลังเต็มกำลัง เฉินเฟยจึงไม่อาจซ่อนการบ่มเพาะได้อีก

โฉวหยวนเฉิงรู้สึกหดหู่ หากรู้ว่าเฉินเฟยตรงหน้าเป็นระดับขัดเกลาทวาร เมื่อครู่เขาคงไม่เย่อหยิ่งขนาดนั้นและยอมล่าถอยด้วยซ้ำ

ท้ายที่สุดระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเพียงพอที่จะปกป้องเฟิงซิวผู่และคนอื่น ไม่มีประโยชน์ที่จะหาเรื่องต่อ

แต่ใครจะคิดว่าด้วยใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟย การเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นก็ยอดเยี่ยมมากแล้ว คิไม่คาดคิดว่าจะเป็นถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง

แม้ศิษย์สำนักจะมีทรัพยากรดีกว่าผู้ฝึกฝนทั่วไป แต่ไม่ว่าทรัพยากรจะดีแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะมอบทรัพยากรทั้งสำนักให้คนคนเดียว และการบ่มเพาะยังให้ความสำคัญกับการก้าวหน้าทีละก้าว

ต้องใช้เวลาอย่างน้อยยี่สิบถึงสามสิบปีในการทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ไม่เคยได้ยินว่ามีระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางอย่างเฉินเฟยเลย

แต่นี่ไม่ใช่เวลามาพูดเรื่องนี้ ตอนนี้การรักษาชีวิตตัวเองเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

เฉินเฟยไม่ตอบ ร่างวูบไหวเข้าหาโฉวหยวนเฉิงและกระบี่เฉียนหยวนไปด้านหน้า

เมื่อกระบี่ขยับ เจตจำนงเฉียบคมก็เติมเต็มทะเลจิตสำนึกโฉวหยวนเฉิง

เมื่อครู่นี้พลังต้นกำเนิดโลหิตที่ปกป้องร่างกายโฉวหยวนเฉิงยังไม่อาจต้านทานกระบี่เฉินเฟย ตอนนี้พลังต้นกำเนิดโลหิตถูกทำลายไปแล้ว เขาจะป้องกันกระบี่นี้ได้อย่างไร?

หยุดไม่ได้ก็ต้องตาย!

เมื่อนึกถึงความตาย ดวงตาโฉวหยวนเฉิงก็เบิกกว้างด้วยความหวาดกลัว เขายังไม่อยากตาย เขาทำงานหนักจนมาถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางซึ่งหาได้ยากในบรรดาผู้ฝึกตนทั่วไป

ด้วยเหตุนี้โฉวหยวนเฉิงจึงมีความเย่อหยิ่งขึ้นเรื่อยๆ ผู้ฝึกตนทั่วไปจะกลายเป็นเหยื่อของเขาเท่านั้น แม้กระทั่งศิษย์สำนัก ตราบใดที่เคลื่อนไหวเร็วพอก็ไม่มีทางถูกตามล่า

ทุกวันนี้ไร้กังวลและเป็นอิสระ โฉวหยวนเฉิงไม่เคยอยากตาย เขาต้องการสนุกกับชีวิตแบบนี้ต่อไปหรือแม้กระทั่งก้าวหน้าสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายในอนาคต

“อ๊าก!”

โฉวหยวนเฉิงคำรามอย่างบ้าคลั่ง เลือดทั่วร่างเดือดพล่าน พริบตาเดียวเลือดลมนับไม่ถ้วนไหลออกมาจากร่างกาย

โฉวหยวนเฉิงได้รับพลังต้นกำเนิดโลหิตจากในเมืองล่มสลาย ผู้ฝังศพได้ฝังมันไว้ในส่วนลึกที่สุด มีข่าวลือว่าวิชานี้เป็นวิชาควบคุมสำนักของสำนักในสมัยนั้นและพลังของมันยังไร้เทียบเคียง

แต่พลังต้นกำเนิดโลหิตมีข้อเสียอยู่ ผู้ที่ฝึกฝนมัน ทุกหกเดือนเลือดในร่างกายจะเดือดพล่านซึ่งกินเวลาหนึ่งชั่วยาม ในช่วงเลือดเดือดผู้ฝึกฝนจะเจ็บปวดอย่างมาก

แต่ตราบใดที่รอดจากความเจ็บปวดนี้การบ่มเพาะจะเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ในขณะเดียวกันพลังหยวนในร่างกายยังบริสุทธิ์ขึ้น

ผู้ฝึกตนทั่วไปมีทรัพยากรน้อย โฉวหยวนเฉิงจึงอาศัยคุณสมบัติของพลังต้นกำเนิดโลหิตเพื่อฝึกฝนทีละขั้น แต่ความทรมานเช่นนี้ในทุกครั้งทำให้นิสัยของผู้ฝึกฝนเกิดความหงุดหงิดจนหน้ามืดตามัว

โฉวหยวนเฉิงกลายเป็นมนุษย์เลือด ข้างหลังมีเงาดำปรากฏขึ้นซึ่งเหมือนกับมารอสูร ในขณะนี้มันจ้องมองเฉินเฟย ความขุ่นเคืองนับไม่ถ้วนพุ่งเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกเฉินเฟย

เกิด แก่ เจ็บ ตาย รักต้องลาจาก ความแค้นยาวนาน ร้องขอแล้วไม่ได้ ปล่อยวางไม่ได้!

นี่คือความขมขื่นทั้งแปด เสียงคำรามอย่างเงียบงันดังขึ้นในใจเฉินเฟย ราวกับฝันร้ายที่ตื่นขึ้นมาและพยายามลากเฉินเฟยลงยมโลก

ตัดจิต!

ในทะเลจิตสำนักเฉินเฟย แสงกระบี่ตัดภาพลวงตาออกและพุ่งไปจนสุดทางโดยตอกไปที่ระหว่างคิ้วของเงาดำด้านหลังโฉวหยวนเฉิง

โฉวหยวนเฉิงร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างกายบิดเบี้ยวอย่างต่อเนื่อง เงาดำด้านหลังคำรามแล้วสลายไป

“ชึก!”

กระบี่เฉียนหยวนเจาะเข้าร่างโฉวหยวนเฉิง แสงเลือดที่ติดอยู่กับตัวโฉวหยวนเฉิงบิดเบี้ยว จากนั้นแตกเป็นชิ้นๆและหายไป

โฉวหยวนเฉิงที่อยู่ในแสงเลือดพยายามต้านทานกระบี่ แต่ทำได้เพียงมองพลังหยวนบนร่างกายแตกทลายอย่างไร้ประโยชน์ เฝ้าดูปลายกระบี่แทงเข้ามาใกล้ขึ้น

“เปิด!”

ดาบวิญญาณในมือโฉวหยวนเฉิงสั่นอย่างรุนแรงและปล่อยแสงออกมา แต่ทันใดนั้นแสงนี้ถูกกระบี่เฉียนหยวนระงับไว้

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังขึ้น โฉวหยวนเฉิงพ่นหมอกเลือดออกมาเต็มปาก ร่างกายบินกลับหัวไปกระแทกค่ายกลกระบี่และกระเด้งกลับลงพื้น ใบหน้าซีดราวกับกระดาษ ชี่เหมือนใยแมงมุม

หนึ่งกระบี่ทำลายการป้องกัน หนึ่งกระบี่ทำให้อยู่ในสภาพปางตาย โฉวหยวนเฉิงถูกเฉินเฟยโจมตีเพียงสองกระบี่เท่านั้น

โฉวหยวนเฉิงคิดมาตลอดว่าตัวเองจะกลายเป็นแบบนี้ได้ต่อเมื่อยั่วยุผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลาย ใต้ระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ต่อให้พบกับนักยุทธ์ของสำนักก็ต้องสู้ดูก่อนถึงจะรู้ผล

แต่ตอนนี้โฉวหยวนเฉิงเข้าใจแล้วว่าเมื่อพบอัจฉริยะตัวจริง ต่อให้เล่นกลมากแค่ไหนก็ไร้ความหมาย

เห็นได้ชัดว่าทั้งสองอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ผลคืออยากจะหนีก็หนีไม่ได้ แม้อีกฝ่ายจะลงมือเพียงสองกระบวนท่า เขาก็อยู่ในสภาพปางตายแล้ว

โฉวหยวนเฉิงพยายามเงยหน้าขึ้น เห็นเฉินเฟยมายืนอยู่ตรงหน้า กระบี่เฉียนหยวนเป็นภาพติตตาแทงใส่ระหว่างคิ้ว

“ข้ารู้ว่ากระบี่มหาฟ้าคำรามอยู่ไหน ข้ารู้ว่ากระบี่มหาฟ้าคำรามอยู่ไหน!” โฉวหยวนเฉิงตะโกนอย่างบ้าคลั่งจนหมดเรี่ยวแรงโดยกลัวว่าหากพูดช้าเกินไปจะตายเสียก่อน

ปลายกระบี่เฉียนหยวนหยุดตรงคิ้วโฉวหยวนเฉิง เฉินเฟยขมวดคิ้วมองโฉวหยวนเฉิง กระบี่มหาฟ้าคำราม?

โฉวหยวนเฉิงมองกระบี่อยู่ตรงหน้าและคลานถอยหลังไปอย่างสิ้นหวัง จนกระทั่งอยู่ห่างจากปลายกระบี่เพียงไม่กี่ฉื่อ โฉวหยวนเฉิงก็ล้มลงบนพื้นอย่างไร้เรี่ยวแรง

“กระบี่มหาฟ้าคำรามอยู่ที่ไหน?” เฉินเฟยมองต่ำโฉวหยวนเฉิงแล้วถาม

วิชาสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวหายไปนั้นไม่ใช่ความลับในเมืองเซียนเมฆา ไม่ใช่เรื่องแปลกที่ผู้ฝึกตนทั่วไปจะรู้เรื่องนี้

หากโฉวหยวนเฉิงพูดเรื่องอื่น เฉินเฟยคงไม่สนใจแม้แต่น้อย แต่วิชาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย่อมแตกต่างออกกไป

กระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้งแล้ว กระบี่วิญญาณยักษ์กับเดินหนีสวรรค์ต้องใช้เวลาอีกเล็กน้อยเท่านั้นก่อนจะบรรลุระดับรู้แจ้ง เมื่อไม่นานนี้เฉินเฟยยังคิดเกี่ยวกับวิชายุทธ์เป็นครั้งคราว

หากสามารถชดเชยวิชาทั้งหมดของสำนักได้ เฉินเฟยสามารถฝึกฝนได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องกังวลเรื่องวิชาอีก

ยิ่งไปกว่านั้นคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งผสานเจ็ดวิชานั้นอาจทรงพลังยิ่งกว่ามรดกสืบทอดของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

แต่น่าเสียดายที่คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวได้รับความเสียหายก่อนที่เฉินเฟยจะเข้าร่วมสำนัก

ตอนนี้พอได้ยินเรื่องกระบี่มหาฟ้าคำราม เป็นธรรมดาที่เฉินเฟยจะอยากฟัง หากโฉวหยวนเฉิงโกหก มันก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการใช้กระบี่โจมตีโดยไม่ต้องรอช้า

“เมื่อไม่นานมานี้ข้าเห็นคนใช้วิชาของสำนักเจ้า มันเหมือนกระบี่มหาฟ้าคำรามในข่าวลือมาก” โฉวหยวนเฉิงพูดอย่างระวัง

ในขณะนี้เขาจะรอดตายได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความคิดของเฉินเฟย โฉวหยวนเฉิงระงับความเจ็บปวดอย่างรุนแรงในร่างกายและไม่กล้าแม้แต่หายใจแรง

“เจ้ารู้สถานะของกระบี่มหาฟ้าคำรามหลังฝึกฝนหรือไม่?”

เฉินเฟยหัวเราะเบา ในสายตาฉินหยวนเจิง รอยยิ้มนี้เต็มไปด้วยความเย็นชา เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยไม่เชื่อคำพูดของโฉวหยวนเฉิง

หน้าผากโฉวหยวนเฉิงเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น เมื่อเห็นสายตาเฉินเฟยเริ่มเย็นชา หัวใจโฉวหยวนเฉิงก็เต้นรัว เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงเบา “เป็นสหายที่ดีของข้า เขาได้รับกระบี่มหาฟ้าคำราม”

โฉวหยวนเฉิงมองเฉินเฟย พอเห็นว่าท่าทางเฉินเฟยยังคงไม่เปลี่ยนแปลงจึงรีบพูดต่อ “กระบี่มหาฟ้าคำรามฉบับสมบูรณ์เปิดแปดสิบห้าจุดทวาร!”

คิ้วเฉินเฟยขมวดเข้าหากัน เขาตั้งใจจะลงมือ แต่แล้วก็ต้องหยุดลงเพราะโฉวหยวนเฉิงพูดถูก

ตามบันทึกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว กระบี่มหาฟ้าคำรามฉบับสมบูรณ์เปิดแปดสิบห้าจุดทวาร จุดทวารมากกว่ากระบี่จ้งหยวนกับกระบี่วิญญาณยักษ์ห้าจุด

แต่ผู้ฝึกตนทั่วไปได้รับวิชากระบี่มหาฟ้าคำรามได้อย่างไร?

ทันใดนั้นเกิดแสงวาบขึ้นมาในใจเฉินเฟย

ในช่วงสองปีที่ผ่านมา เพื่อฟื้นฟูวิชายุทธ์เฉินเฟยจึงตั้งใจอ่านตำราโบราณมากมายที่สำนักรวบรวมไว้ ในตำราโบราณเล่มหนึ่งได้พบบันทึกบางอย่าง

ร้อยปีก่อนสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเกิดความขัดแย้งภายใน หลายสาขาถึงกับต่อสู้อย่างรุนแรง ต่อมาปรมาจารย์หลายคนออกจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวพร้อมกับลูกศิษย์

อย่างไรก็ตามแม้ว่าคนจะจากไป แต่ในเวลานั้นวิชาของแต่ละสาขาได้รับการสำรองไว้ในสำนัก และสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็ได้พัฒนาสาขาเหล่านั้นที่จากไปใหม่

ในเวลานั้นเฉินเฟยมองว่าประวัติศาสตร์ของสำนักเป็นเพียงเรื่องราว เพราะเวลาผ่านมาร้อยปีแล้ว เนื่องจากตำราโบราณเสียหาย ไม่ใช่ว่าสำนักไม่คิดจะตามหากลุ่มคนที่หนีออกไปในตอนนั้นเพื่อดูว่าสามารถนำตำราลับกลับมาได้หรือไม่

แต่กิ่งก้านเหล่านั้นเสื่อมถอยเร็วกว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ไม่รู้ว่าพวกขาหายไปตั้งแต่เมื่อไหร่ แม้จะออกตามหาก็หาไม่เจอ

ตอนนี้มีผู้ฝึกตนทั่วไปพบวิชาที่กิ่งก้านเหล่านั้นทิ้งไว้หรือ?

“ทุกสิ่งที่ข้าพูดเป็นความจริง ข้าพาเจ้าไปหาสหายคนนั้น ได้โปรดไว้ชีวิตด้วย!” โฉวหยวนเฉิงพูดเสียงต่ำ เพื่อความอยู่รอด โฉวหยวนเฉิงไม่สนใจสหายที่ดีของตัวเองอีกต่อไป

“ผนึกการบ่มเพาะตัวเอง!” เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิงแล้วพูด

“ได้!”

เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินเฟย หัวใจโฉวหยวนเฉิงก็สงบลง นั่นหมายความว่าช่วงนี้เขาจะไม่ตายแล้ว

โฉวหยวนเฉิงพยายามลุกขึ้นยืน นิ้วเลื่อนผ่านจุดทวารทั่วร่างกาย พลังหยวนหยุดไหลเวียน ลมปราณแข็งทื่อเหมือนน้ำนิ่ง

เฉินเฟยปรากฏต่อหน้าโฉวหยวนเฉิง ใช้นิ้วกระบี่ด้วยมือขวาแตะคิ้วโฉวหยวนเฉิง พลังจิตวิญญาณอันรุนแรงกวาดไปทั่วร่างทันที

“ให้เจ้าผนึกตัวเอง ยังกล้าเล่นกลอีกหรือ?”

“ผิดพลาด...”

“ปัง!”

โฉวหยวนเฉิงตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้าดุร้ายเต็มไปด้วยความเจ็บปวด

ปราณหยวนแผ่กระจายออกไป เพียงนิ้วเดียว เฉินเฟยได้ทำลายสิบห้าจุดทวารของโฉวหยวนเฉิง ทันใดนั้นขอบเขตของโฉวหยวนเฉิงหลุดลอยไปและถดถอยสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

จบบทที่ ตอนที่ 335 ความขมขื่นทั้งแปด

คัดลอกลิงก์แล้ว