เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 333 อาศัยเพียงเจ้า

ตอนที่ 333 อาศัยเพียงเจ้า

ตอนที่ 333 อาศัยเพียงเจ้า


เฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้งทำให้ร่างกายโคจรวิชาตามสัญชาตญาณ เฉินเฟยจึงไม่ต้องใช้พลังจิตวิญญาณในการใช้งาน

นี่เป็นสภาวะของนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือแม้แต่ระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดหลังจากฝึกวิชาถึงระดับรู้แจ้ง นักยุทธ์ในขั้นนี้จึงฝึกฝนเร็วกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นและขั้นกลาง

ข้อจำกัดแท้จริงในการแข็งแกร่งขึ้นของผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารขั้นปลายหรือขั้นสูงสุดคือความละเอียดอ่อนของวิชาฝึกฝนหลัก

อย่างเช่นวิชากระบี่จ้งหยวนสามารถเปิดแปดสิบจุดทวาร หลังเปิดแปดสิบจุดทวารจะไม่มีทางก้าวหน้าต่อ ต้องเปลี่ยนไปใช้วิชาอื่นที่ดีกว่าหรือลองเสี่ยงทะลวงระดับรวมทวาร

ในร่างกายเฉินเฟยมีสยบมังกรคชสาร เมื่อปราณหยวนไหลเข้าสู่ร่างกาย พวกมันจะไม่มีเวลาสลายไปและถูกสยบมังกรคชสารกักเก็บไว้อย่างแน่นหนา จากนั้นจึงถูกดูดซับด้วยกระบี่จ้งหยวน

ดังนั้นหลังก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารความเร็วในการฝึกฝนของเฉินเฟยไม่เพียงไม่ช้าลงแต่ยังเร็วขึ้น

มันไม่สมเหตุสมผล ทว่าเป็นเรื่องธรรมชาติเช่นกัน

เวลาผ่านไป ในวันที่หก วิญญาณทะยานคู่ของเฟิงซิวผู่มีการเคลื่อนไหว กัวหลินซานจึงมาตามเฉินเฟย จากนั้นอาจารย์และลูกศิษย์ได้ออกนอกเมืองเซียนเมฆามาสามสิบลี้ ตรงจุดนั้นมีหินลมเคลื่อนขนาดใหญ่

ในช่วงฤดูลมของทุกปี หินลมเคลื่อนจะสั่นตลอดเวลาและส่งเสียงทื่อ ในเวลานั้นผู้คนจำนวนมากจากเมืองเซียนเมฆาจะมาท่องเที่ยวที่นี่

ตอนนี้ยังไม่ใช่ฤดูลมจึงไม่มีใครอยู่

เฟิงซิวผู่มองวิญญาณทะยานคู่ในมือ ตอนนี้มันสั่นเล็กน้อย ความเร็วในการสั่นยังคงเร็วขึ้น เห็นได้ชัดว่าวิญญาณทะยานคู่อีกอันอยู่ไม่ไกลนัก

เฉินเฟยด้านหลังเฟิงซิวผู่มองไปรอบด้าน สถานที่นี้ค่อนข้างมีชื่อเสียงในเมืองเซียนเมฆา เพียงแต่เฉินเฟยไม่มีเวลามาที่นี่ ในขณะนี้มองไปรอบตัว เห็นภาพหญ้าเติบใหญ่นกโผบิน

ทันใดนั้นสีหน้าเฟิงซิวผู่เปลี่ยนไปเล็กน้อยและหันไปมองด้านหน้า ในทางนั้น เฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณมากมายเข้ามาทางนี้อย่างรวดเร็ว

เมื่อเทียบกับเฉินเฟย เฟิงซิวผู่รับรู้สถานการณ์นี้ได้ช้ากว่า

กัวหลินซานด้านข้างเห็นภาพนี้ ดวงตาพลันเบิกกว้าง ศิษย์น้องเล็กรับรู้การมาของผู้อื่นได้เร็วกว่าอาจารย์ เห็นได้ชัดว่าพลังจิตวิญญาณของศิษย์น้องเล็กเหนือกว่าอาจารย์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมากัวหลินซานหมกมุ่นอยู่กับการฝึกฝน แต่เขาได้ยินการกระทำมากมายของเฉินเฟยเช่นกัน กัวหลินซานคิดว่าในอนาคตเฉินเฟยน่าจะเหนือกว่าเฟิงซิวผู่

แต่กัวหลินซานไม่เคยคิดเลยว่าวันนั้นจะมาถึงเร็วขนาดนี้ พลังจิตวิญญาณไม่อาจแสดงถึงพลังต่อสู้ได้ แต่มันเป็นส่วนสำคัญของพลังต่อสู้

ด้วยอัตราก้าวหน้าเช่นนี้ วันที่ศิษย์น้องเล็กจะเหนือกว่าอาจารย์คงอยู่ไม่ไกลแล้วใช่ไหม?

ทันใดนั้นกัวหลินซานพลันนึกถึงตัวเอง เขายังติดอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและยังไม่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดด้วยซ้ำ ตอนที่พบศิษย์น้องเล็กครั้งแรกเขาอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูกสูงสุด

ก่อนที่กัวหลินซานจะคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ หลายร่างในระยะไกลก็เริ่มชัดเจน กัวหลินชานรู้สึกว่าอารมณ์ของอาจารย์เพิ่มพูนขึ้น

เห็นได้ชัดว่าในบรรดาสามคนที่อยู่ห่างไกล หนึ่งในนั้นคือสหายของอาจารย์

เฉินเฟยมองทั้งสามในระยะไกลเข้ามาใกล้ ดวงตาขยับไปมา มีคนได้รับบาดเจ็บแต่ไม่ร้ายแรง เฟิงซิวผู่ด้านหน้าเดินไปสองก้าว หลังตระหนักได้ถึงสถานการณ์ ร่างกายวูบไหวรีบตรงเข้าไปหา

“ศิษย์น้องเล็ก พวกเรารีบไปตามเถอะ”

กัวหลินซานหันไปมองเฉินเฟย เฉินเฟยพยักหน้าและตามหลังเฟิงซิวผู่พร้อมกับกัวหลินซาน

“เกิดอะไรขึ้น?”

เฟิงซิวผู่หยุดเท้าและมองเกิงเยี่ยนหลินสหายของตัวเอง ไม่เพียงใบหน้าเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าจากการเดินทาง บนร่างกายยังเต็มไปด้วยรอยเลือด จิงชี่เสินอยู่ในสภาพไม่ค่อยดีนัก

“มีบางอย่างเกิดขึ้น สุดท้ายข้าก็มาถึงที่นี่ได้”

เกิงเยี่ยนหลินเห็นเฟิงซิวผู่แล้วรู้สึกโล่งใจ เขาอดไม่ได้ที่จะยิ้มแล้วพูด “นี่คือภรรยากับลูกหมาของข้า!”

เกิงเยี่ยนหลินพูดแล้วแนะนำคนรอบตัวทั้งสองให้รู้จัก โดยเฉพาะตอนแนะนำลูกชาย ในดวงตาเขาเต็มไปด้วยความภูมิใจ

“ได้พบพี่เฟิงแล้ว” ภรรยาของเกิงเยี่ยนหลินโค้งคำนับเฟิงซิวผู่เล็กน้อย

“ได้พบกัยลุงเฟิงแล้ว พ่อของข้ามักเล่าเรื่องของท่านให้ฟังเสมอ” เกิงหยุนเฟยมองเฟิงซิวผู่และกุมมือทำความเคารพ

“ดี”

เฟิงซิวผู่พยักหน้าเล็กน้อยให้ทั้งสอง จากนั้นมองเกิงเยี่ยนหลินแล้วพูด “อาการบาดเจ็บของเจ้าไม่ร้ายแรง กลับสำนักกันก่อน หากมีอะไรจะพูดก็เอาไว้พูดตอนกลับไปถึง”

เฉินเฟยมองทั้งสามจากด้านหลัง เกิงเยี่ยนหลินมีหนวดเคราเหมือนง้าวต่างกับเฟิงซิวผู่ที่เกลี้ยงเกลา ส่วนการบ่มเพาะนั้นแทบจะเหมือนกับเฟิงซิวผู่ ทั้งสองอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

การบ่มเพาะของภรรยาเกิงเยี่ยนหลินยังไม่ถึงระดับขัดเกลาทวาร เป็นเพียงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ดังนั้นจึงสามารถเห็นสัญญาณบ่งบอกอายุของนาง

สำหรับลูกชายเกิงหยุนเฟย เขามีอายุใกล้เคียงกับเฉินเฟย การบ่มเพาะเหมือนกับกัวหลินชานซึ่งอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแต่อยู่ในขั้นต้นเท่านั้น

“สหายคนนี้คือ?”

เกิงหยานหลินหันไปมองเฉินเฟย ลมปราณระดับขัดเกลาทวารของเฉินเฟยถูกเปิดเผยอย่างไม่ต้องสงสัย และเฉินเฟยยังดูเด็กมาก

แม้การบอกอายุแท้จริงจากรูปลักษณ์ภายนอกของระดับขัดเกลาทวารจะเป็นเรื่องยาก แต่เขารู้สึกได้ถึงอะไรบางอย่าง เช่นบุคลิคของเฉินเฟยต่างจากรุ่นเขากับเฟิงซิวผู่โดยสิ้นเชิ้ง

เห็นได้ชัดว่าในด้านของอายุ เฉินเฟยควรอายุน้อยกว่าพวกเขา

“เกือบลืมแนะนำไปเลย”

เฟิงซิวผู่ตบหน้าผาก นั่นเป็นเพราะความกังวลและความสับสนจึงทำให้ลืม เฟิงซิวผู่นำกัวหลินซานไปข้างหน้าและพูด “นี่คือศิษย์คนโตของข้า กัวหลินซาน”

“สวัสดีอาจารย์ลุงเกิง!” กัวหลินซานกุมมือพูด

“ลมปราณกระชับหนานแน่น วางรากฐานได้ดี”

เกิงเยี่ยนหลินพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม แต่สายตาส่วนใหญ่เพ่งไปที่เฉินเฟย เกิงเยี่ยนหลินไม่เข้าใจว่าทำไมเฟิงซิวผู่ไม่แนะนำเฉินเฟยก่อน

ท้ายที่สุดอีกฝ่ายเป็นผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกัน ดังนั้นต้องได้รับการเคารพและแนะนำก่อน เว้นแต่...

ดวงตาเกิงเยี่ยนหลินเบิกกว้าง เขามองเฟิงซิวผู่อย่างไม่อยากเชื่อ เฟิงซิวผู่อดยิ้มไม่ได้ เฟิงซิวผู่รู้ว่าสหายของเขาเดาเหตุผลได้แล้ว

“ศิษย์คนเล็กที่ข้ารับไว้เมื่อไม่กี่ปีก่อน เฉินเฟย!” เฟิงซิวผู่พูดอย่างภูมิใจ ใครก็ตามที่สามารถสั่งสอนลูกศิษย์ระดับขัดเกลาทวารได้ย่อมแสดงท่าทางเช่นนี้

ดวงตาเกิงเยี่ยนหลินเบิกกว้างโดยสมบูรณ์ นักยุทธ์ระดับเดียวกันตรงหน้าคือลูกศิษย์ของเฟิงซิวผู่จริงๆ แม้เขาจะเดาบางอย่างได้ แต่เมื่อเฟิงซิวผู่พูดออกมาเกิงเยี่ยนหลินก็ไม่อยากเชื่อ

ภรรยาเกิงเยี่ยนหลินมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ เกิงหยุนเฟยมีสีหน้าประหลาดใจเหมือนเกิงเยี่ยนหลิน

ศิษย์ที่ยอมรับเมื่อไม่กี่ปีก่อน นั่นแสดงให้เห็นว่าเฉินเฟยอายุน้อยมาก

ตอนนี้พอเกิงหยุนเฟยมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟย เขารู้สึกว่าระดับขัดเกลาทวารคนนี้ดูเด็กมาก แต่ตอนนี้ตระหนักได้แล้วว่าไม่ใช่เพราะดูเด็กแต่นั่นเป็นอายุจริง

เฟิงซิวผู่รู้สึกโล่งใจเมื่อเห็นสีหน้าของสหาย จากนั้นพาเฉินเฟยมาข้างหน้า นอกจากแสดงความจริงใจแล้วยังเป็นการโอ้อวดเล็กน้อยด้วย

“ไปเถอะ กลับสำนักกัน” เฟิงซิวผู่เงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าแล้วพูด

“ได้ ไปที่สำนักก่อน”

เกิงเยี่ยนหลินหยุดแสดงสีหน้าประหลาดใจและไอ ใบหน้าซีดลงเล็กน้อย เห็นได้ชัดว่าอาการบาดเจ็บร้ายแรงกว่าที่ปรากฏบนพื้นผิว

เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว แม้เขาอยากรู้เหตุผล แต่สิ่งสำคัญคือต้องพากลับไปรักษาก่อน เรื่องนี้สามารถถามในภายหลังได้

หลายร่างวูบไหวกลับไปประตูสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยพลันขมวดคิ้วเล็กน้อย ในการรับรู้ของเฉินเฟยมีลมปราณแผดเผาไล่ตามมาจากด้านหลังอย่างรวดเร็ว

ลมปราณนั้นแผดเผาราวกับไฟ เต็มไปด้วยความรุนแรงและก้าวร้าว แม้แต่ปราณหยวนฟ้าดินยังกระเพื่อมเล็กน้อยเพราะลมปราณนี้

เฟิงซิวผู่กับเกิงเยี่ยนหลินต้องใช้เวลาสักพักจึงรู้ว่าเกิดอะไรขึ้นด้านหลัง เฟิงซิวผู่ขมวดคิ้ว สีหน้าเกิงเยี่ยนหลินเปลี่ยนไปอย่างมาก

“ตามมาเร็วขนาดนี้ได้อย่างไร นี่ยังไม่ถึงหนึ่งชั่วยามด้วยซ้ำ!” เกิงหเยี่ยนหลินไม่อยากจะเชื่อ

“สามี เกิดอะไรขึ้นหรือ?” ใบหน้าภรรยาเกิงเยี่ยนหลินซีดลง

“พ่อ คนชั่วนั้นไล่ตามมาแล้วหรือ?” ดวงตาเกิงหยุนเฟยแสดงความตื่นตระหนก

“คนที่ทำร้ายเจ้า?” เฟิงซิวผู่หันไปมองเกิงเยี่ยนหลิน

“ข้าจะหยุดเขาไว้ โปรดพาภรรยากับลูกหมาข้าไปก่อน” เกิงเยี่ยนหลินพูดจบ ร่างกายพลันหยุดนิ่งและตั้งใจจะหันกลับไปด้านหลัง

“หลินซาน เจ้าพาพวกเขาไปยังสำนักแล้วไปแจ้งผู้อาวุโสอู๋” เฟิงซิวผู่พูดอย่างกังวลและกำลังจะไล่ตามเกิงเยี่ยนหลินไป

“พ่อ ข้าจะอยู่กับท่านด้วย!” เกิงหยุนเฟยพูดเสียงดัง

“เจ้าจะอยู่ที่นี่ทำไม อยู่ไปรังแต่จะทำให้ข้าเสียสมาธิ รีบไปเร็ว!”

เกิงเยี่ยนหลินคำรามเสียงดัง จากนั้นมองเฟิงซิวผู่และพูดอย่างกังวลใจ “ซิวผู่ เจ้าพาพวกเขากลับไป คนคนนั้นเป็นระดับขัดเกลาขั้นกลาง พวกเราหยุดเขาไม่ได้ เจ้าพาพวกเขากลับไปยังพอมีความหวังอยู่!”

เฟิงซิวผู่ตกตะลึง ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง ต่อให้เป็นผู้ฝึกตนทั่วไป เมื่อก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง พลังต่อสู้ก็ยังแข็งแกร่งมาก เพราะนี่เป็นการพิสูจน์เช่นกันว่าวิชาที่อีกฝ่ายฝึกฝนนั้นไม่สมบูรณ์ อย่างน้อยก็ไม่สมบูรณ์หรือทรงพลังนัก

ในจุดนี้ พลังต่อสู้ของผู้ฝึกตนทั่วไปที่ก้าวสู่ระดับขัดเกลาทวารนั้นไม่แย่ไปกว่าระดับขัดเกลาทวารของสำนัก คนเหล่านั้นได้เปรียบกว่ามากเมื่อเทียบระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

“จะไปไหน? วันนี้ไม่มีใครได้ไปไหนทั้งนั้น!”

เสียงหัวเราะเยาะเย้ยดังขึ้น เห็นได้ชัดว่าลมปราณยังอยู่ห่างไกล แต่ร่างหนึ่งปรากฏขึ้นต่อหน้าทุกคนแล้ว โฉวหยวนเฉิงมองเกิงเยี่ยนหลินและคนอื่นด้วยสายตาหยอกล้อพร้อมรอยยิ้มโหดร้าย

รับสินบนแล้วปิดหูปิดตา

โฉวหยวนเฉิงใช้วิธีนี้หลอกลวงผู้คนนับไม่ถ้วน จนถึงตอนนี้ไม่เคยทำพลาดสักครั้ง เมื่อใดที่ได้เห็นสีหน้าตกตะลึงของคนอื่น โฉวหยวนเฉิงก็เต็มไปด้วยความตื่นเต้น

“อาจารย์ ท่านไปก่อนเถิด ข้าจะหยุดเขาสักพักแล้วจะตามท่านไปทีหลัง” เฉินเฟยมองโฉวหยวนเฉิงและพูดอย่างสงบ

“หยุดข้า? ฮ่าฮ่าฮ่า! อาศัยเพียงเจ้า?” โฉวหยวนเฉิงมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเฉินเฟยและหัวเราะดังลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยการเยาะเย้ย

จบบทที่ ตอนที่ 333 อาศัยเพียงเจ้า

คัดลอกลิงก์แล้ว