เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 315 ตัดรากถอนโคน

ตอนที่ 315 ตัดรากถอนโคน

ตอนที่ 315 ตัดรากถอนโคน


เมื่อเท้าเฉินเฟยเหยียบลง ทันใดนั้นเสียงกรีดร้องก็ดังก้องอยู่ในหูและตามมาด้วยเสียงสาปแช่งของผู้ดูแล

สีหน้าเฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย รออยู่สักพักก็ไม่ได้รับการลงโทษใด ชัดเจนแล้วว่าหญ้านี้ไม่อยู่ในกฎคุ้มครองของเมือง

เป็นเพราะผู้ดูแลละเมิดกฎก่อนหรือเปล่า?

เฉินเฟยมองพื้นรองเท้า มุมปากพลันยกยิ้ม ผู้ฆ่าคนอื่นย่อมถูกผู้อื่นฆ่า ก่อนหน้านี้เฉินเฟยสัญญาว่าจะจากไปทันทีเมื่อได้รับคำตอบ แต่ก่อนจากไปเผลอเหยียบดอกไม้ต้นไม้ไปบ้าง นั่นเป็นเรื่องไม่ตั้งใจไม่ใช่หรือ?

สังหารวิญญาณ!

สังหารวิญญาณระดับเริ่มต้นโคจรอย่างเชื่องช้า ในการต่อสู้คงใช้ท่าระดับนี้ไม่ง่ายแน่นอน คาดว่าอีกฝ่ายคงเห็นข้อบกพร่องก่อนได้ใช้

แต่ตอนนี้การปราบหญ้าสักต้นย่อมไม่ใช่ปัญหา

หญ้าเขียวที่สั่นเทาบนพื้นรองเท้าเฉินเฟยเหมือนสัมผัสได้ถึงลมปราณสังหารวิญญาณ มันพยายามดิ้นรนอย่างบ้าคลั่ง คำสาปแช่งที่ก้องอยู่ในหูของเฉินเฟยเริ่มดังขึ้น

แม้กระทั่งคำสาปจิตวิญญาณบางอย่างยังล่องลอยอยู่ในทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟย อย่างไรก็ตามคำสาปเหล่านี้ล้วนถูกเฉินเฟยส่งไปหากระบี่ตัดจิต มันจึงไม่ส่งผลใดต่อจิตวิญญาณของเฉินเฟย

“อ๊าก!”

หญ้าส่งเสียงกรีดร้องโหยหวนแล้วหายไป วิญญาณบริสุทธิ์ปรากฏในร่างกายเฉินเฟย เมื่อรับรู้ถึงความบริสุทธิ์ของวิญญาณ เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วปล่อยให้กระบี่เฉียนหยวนดูดซับมัน

ในการดูดซับแก่นแท้วิญญาณแปลกปลอมนี้ สุดท้ายเฉินเฟยต้องใช้เวลาในการชำระล้างซึ่งมันใช้เวลาไม่น้อยแน่นอน ในเมื่อเป็นแบบนั้นก็อย่าดูดซับเลยดีกว่า

อย่างน้อยก็จนกว่าจะพบวิธีชำระล้างอย่างรวดเร็ว เฉินเฟยจะไม่ดูดซับแก่นแท้วิญญาณเหล่านี้อย่างหุนหัน

และการมอบวิญญาณนี้ให้อาวุธวิญญาณเป็นทางเลือกที่ดีเช่นกัน แม้อาวุธวิญญาณต้องการวิญญาณบริสุทธิ์ แต่ก็ไม่เท่านักยุทธ์

เศษจิตวิญญาณบางส่วนที่ปะปนอยู่ในแก่นแท้วิญญาณไม่อาจอยู่ในอาวุธวิญญาณเป็นเวลานานและจะค่อยๆสลายไป

เฉินเฟยเดินมาที่ประตูโรงฝึกยุทธ์ เหรินจงหยางมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ ผ่านไปไม่นานเฉินเฟยเดินออกจากโรงฝึกยุทธ์

เหรินจงหยางมองย้อนไปที่โรงฝึกยุทธ์แล้วต้องตกใจทันที เดิมทีไม่ได้สนใจอะไร แต่ในขณะนี้เหรินจงหยางเห็นโรงฝึกยุทธ์ซึ่งเคยหรูหราพังทลาย

เกิดอะไรขึ้น?

“ทางนี้!”

เฉินเฟยเปลี่ยนกระบี่เฉียนหยวนเป็นคานไม้อีกครั้ง หยิบตะกร้าขึ้นแขวนและเดินไปตามทางที่ผู้ดูแลชี้

ในระหว่างทาง หลายคนที่เห็นเฉินเฟยต่างหลีกเลี่ยงเขาตั้งแต่ไกลๆเหมือนไม่ต้องการพบ หัวใจเฉินเฟยขยับเล็กน้อย การเปลี่ยนแปลงของโรงฝึกยุทธ์จะไปถึงหูของคนเหล่านี้แล้ว

ทำลายโรงฝึกยุทธ์ด้วยพลังโดยตรง แม้ผู้คนบนถนนไม่รู้ว่าเฉินเฟยทำได้อย่างไร แต่นั่นเป็นคำเตือนที่ดีสำหรับพวกเขาอย่างไม่ต้องสงสัย

หากไม่จำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยงตั้งแต่ไกลๆดีกว่า

เฉินเฟยสัมผัสเงินในมือ ก่อนหน้านี้เฉินเฟยไม่คิดศึกษาเรื่องเงินเพราะสติปัญญาถูกหลอก แต่ต้องการหาเงินให้มากขึ้นตามสัญชาตญาณ

แต่ตอนนี้สติปัญญาคืนกลับมา เฉินเฟยเลยอดไม่ได้ที่จะสงสัยเกี่ยวกับเงิน

ดูเหมือนในเมืองแห่งนี้ทุกสิ่งสามารถแทนที่ด้วยเงิน ต้นกำเนิดส่วนใหญ่ของผู้ดูแลกลายเป็นเงินหล่นเข้าตะกร้าเฉินเฟย

นอกจากนี้ยังมีผู้จ่ายค่ากินผลไม้และค่ารักษา คนเหล่านั้นอ่อนแอลงอย่างเห็นได้ชัดหลังจ่ายเงิน

เฉินเฟยขยับนิ้ว ทันใดนั้นเหรียญแตกเป็นสองส่วน พลังกระจายจากรอยแตกซึมเข้าร่างกาย

ปราณของแสงวิญญาณนั้นปราศจากเศษจิตวิญญาณและบริสุทธิ์อย่างยิ่ง นี่คือต้นกำเนิดบริสุทธิ์!

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย เมื่อเทียบกับแก่นแท้วิญญาณที่ดูดซับจากท่าสังหารวิญญาณ ต้นกำเนิดที่เปลี่ยนมาจากเงินสามารถดูดซับได้โดยตรงและไม่มีผลกระทบ

เฉินเฟยมองเมือง เห็นได้ชัดว่ากฎเกณฑ์ที่นี่ทำให้ต้นกำเนิดเหล่านี้บริสุทธิ์โดยสมบูรณ์

เฉินเฟยมองเงินหลายร้อยเหวินในตะกร้า หากดูดซับสิ่งเหล่านี้ทั้งหมด พลังจิตวิญญาณจะเพิ่มขึ้นมากและทำลายพันธนาการของพลังจิตวิญญาณระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นอย่างไม่มีปัญหา

พูดอีกอย่างคือเฉินเฟยไม่ต้องกังวลเรื่องพลังจิตวิญญาณจนกว่าจะทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง และพลังจิตวิญญาณที่มากขึ้นยังเพิ่มความเร็วในการเปิดจุดทวาร

ยิ่งไปกว่านั้น อุปสรรคในการทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นไปสู่ขั้นกลางสำหรับเฉินเฟยจะน้อยลงมาก

นักยุทธ์คนอื่นในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดเช่นเหลียวฮั่นชินต้องอุ่นบำรุงและวางรากฐานให้มั่นคงเป็นระยะเวลาหนึ่ง จากนั้นจึงหาโอกาสทะลวงระดับ ไม่อย่างนั้นการทะลวงระดับเลยจะมีโอกาสล้มเหลวมากกว่า

แต่เมื่อเทียบกับคนเหล่านั้นแล้ว เฉินเฟยผ่อนคลายกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย และนี่คือข้อดีของการมีพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งพอ

เฉินเฟยพาเหรินจงหยางเดินไปด้วยกันตลอดทาง จนในที่สุดมาหยุดที่หน้าประตูเมือง

เฉินเฟยมองประตูเมือง ลมปราณกดข่มพุ่งเข้าปะทะใบหน้า ทันใดนั้นหมอกในทะเลจิตสำนึกเฉินเฟยเริ่มหนาขึ้นโดยปกคลุมกระบี่ตัดจิตไว้แน่นหนา

หมอกจำนวนมากเข้าปกคลุมจิตวิญญาณทำให้เฉินเฟยต้องถอยหลังไปหลายก้าวเพื่อคลายสถานการณ์

ก่อนที่ผู้ดูแลจะชี้ทางเฉินเฟยเคยมาที่นี่แล้ว แต่ตอนที่เฉินเฟยผ่านมาที่นี่ไม่มีอะไรเลย มีแค่กำแพงอย่างเดียว

แต่ตอนนี้กำแพงนั้นกลายเป็นประตูเมืองไปแล้ว

“เจ้าเห็นอะไร?” เฉินเฟยหันไปมองเหรินจงหยาง

“กำแพง!”

เหรินจงหยางมองเฉินเฟยอย่างสับสน เมื่อครู่เฉินเฟยพามาที่นี่ หลังจากยืนอยู่ตรงนี้สักพักเหรินจงหยางจึงสงสัย

ทำไมต้องจ้องกำแพงด้วย?

เฉินเฟยขมวดคิ้ว เขาเป็นคนเดียวที่เห็นประตูเมือง ส่วนเหรินจงหยางเป็นเหมือนตัวเขาเมื่อก่อนที่เห็นเป็ฯกำแพง

นั่นเป็นเพราะผู้ดูแลชี้ทางหรือเขาได้สติกลับมา หรือเป็นเพราะทั้งสองอย่าง?

“อย่าต่อต้าน!”

เฉินเฟยบดขยี้เงินหลายเหวินและชี้ไปทางหน้าผากเหรินจงหยาง เหรินจงหยางตกใจและต้องการหลบเลี่ยงโดยสัญชาตญาณ แต่เหรินจงหยางหยุดทันที

ในใจเหรินจงยางเชื่อใจเฉินเฟย ไม่เช่นนั้นคงไม่ติดตามเฉินเฟยตลอดเวลา

ต้นกำเนิดของการเปลี่ยนแปลงเงินนั้นเหมือนคมดาบแยกหมอกในทะเลจิตสำนึกของเหรินจงหยางออกเป็นสองส่วน จิตวิญญาณกับสติปัญญาของเหรินจงหยางตื่นขึ้นทำให้เขาเข้าใจสถานการณ์โดยรอบ

“ดูตรงนี้อีกครั้ง มีอะไรแตกต่างหรือไม่?”

เฉินเฟยเห็นเหรินจงหยางต้องการพูดจึงโบกมือขัด เหรินจงหยางกลืนคำพูดกลับไปและมองด้านหน้า ดวงตาหรี่ลงเล็กน้อย

พลังจิตวิญญาณเหรินจงหยางสั่นไหว แต่ในสายตาเขาสถานที่นี้ยังคงเป็นกำแพง แต่ในใจกลับบอกว่ามีบางอย่างผิดปกติกับกำแพง แต่เหรินจงหยางมองไม่ออกว่ามีปัญหาอะไร

เฉินเฟยขมวดคิ้วเมื่อเห็นสีหน้าเหรินจงหยาง มันยังเป็นกำแพงอยู่หรือ? พูดอีกอย่างคือหากไม่ได้รับคำแนะนำจากคนในเมือง คนนอกที่ติดอยู่ที่นี่จะไม่สามารถหาทางออกได้

แต่เห็นได้ชัดว่าการบอกทางออกถือเป็นการละเมิดกฎ เช่นเดียวกับผู้ดูแลโรงฝึกยุทธ์ เขาถูกกำจัดออกไปจนเหลือเพียงชีวิตเพียงเล็กน้อย

ดังนั้นหากไม่เข้าสู่ทางตัน มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยที่จะขอให้ผู้คนในเมืองชี้ทางให้

“เฉินเฟย ข้าคงอยู่แบบนี้ได้ไม่นานนัก”

เหรินจงด้านข้างพูดขึ้นทันใด ดวงตาชัดเจนของเขาเริ่มมีขุ่นมัวในช่วงเวลาสั้นๆ เฉินเฟยเพียงเปิดช่องว่างหมอกในทะเลจิตสำนึกเหรินจงหยาง เขายังไม่ได้กำจัดมันออกไป

เฉินเฟยไม่มีความสามารถสลายหมอกในทะเลจิตสำนึก เพียงต่อต้านด้วยทักษะจิตวิญญาณ

ภายใต้สถานการณ์ปกติ หากคนนอกติดอยู่ที่นี่ต้องการได้สติเป็นเวลานาน พวกเขาต้องใช้เงินล้างหมอกอย่างต่อเนื่อง หรือพลังจิตวิญญาณต้องแข็งแกร่งพอที่จะทะลวงผ่านหมอกโดยตรง

แต่เพื่อไปถึงระดับนั้นเกรงว่าต้องเป็นพลังจิตวิญญาณของระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด มีเพียงคนอย่างเฉินเฟยที่มีทักษะจิตวิญญาณพิเศษ

สำหรับอาวุธวิญญาณ การได้เห็นอาวุธวิญญาณที่สามารถปกป้องพลังจิตวิญญาณของระดับขัดเกลาทวารนั้นเป็นเรื่องยากมาก

“ไม่ต้องห่วง รอข้าอยู่ตรงนี้!”

เฉินเฟยสั่งและเดินไปที่ประตูเมือง

หมอกในทะเลจิตสำนึกโหมกระหน่ำ ดวงตาเฉินเฟยเริ่มขุ่นมัว เงินในตะกร้าค่อยๆหายไป พลังต้นกำเนิดเข้าปกป้องสติปัญญาเฉินเฟย

“ผู้ที่มาเป็นใคร!”

ทันใดนั้นมีเสียงตะโกนดังเข้าหูเฉินเฟย เฉินเฟยหันไปมอง

ข้างประตูเมือง ในที่ว่างตรงนั้นมีคนแต่งชุดหย่าเหมิน[1]ปรากฏตัว ในมือถือดาบคมกริบ มองเฉินเฟยด้วยสายตาเย็นชา

“จะออกจากเมืองนี้ได้อย่างไร?” เฉินเฟยมองหย่าเหมินแล้วถามเสียงทุ้ม

“เจ้าเมืองสั่งให้เปิดประตูเมืองเดือนละครั้ง ในเวลาอื่นเข้าได้ออกไม่ได้!” หย่าเหมินเหลือบมองเฉินเฟยแล้วตอบเสียงดัง

“ประตูเมืองจะเปิดครั้งต่อไปเมื่อไหร่?”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย เปิดเดือนละครั้ง นั่นหมายความว่ายังกลับออกไปได้ เมืองนี้ยังมีความหวังริบหรี่อยู่ แน่นอนว่าหากไม่มีวิธีพิเศษใด คาดว่าถ้าไม่สามารถอยู่รอดได้สักวันคงโดนดูดจนแห้ง

เช่นเดียวอสูรหนู มันจวนจะตายตอนที่เฉินเฟยพบมัน เห็นได้ชัดว่าไม่รอดถึงวันรุ่งขึ้นแน่

เมื่อหย่าเหมินได้ยินคำถามของเฉินเฟย เขาไม่ได้พูดอะไร เพียงแค่หลับตาลง

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ไม่มีเวลาที่แน่นอน การอยู่ที่นี่ตลอดไปถูกเอาเปรียบเกินไป ยิ่งไปกว่านั้นในเมืองจะมืดแล้ว เฉินเฟยรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าอาจมีอันตรายอื่นหากยังอยู่บนถนน

เฉินเฟยเหลือบมองตะกร้าแล้วโบกมือขวา สิบเหรียญทองแดงลอยขึ้นมาหาหย่าเหมิน

หย่าเหมินลืมตา เหลือบมองเฉินเฟยและโบกมือเก็บสิบเหรียญทองแดงเข้าแขนเสื้อ

“สองวันนับจากนี้ประตูเมืองจะเปิด!” หลังพูดจบ ดวงตาหย่าเหมินปิดลงอีกครั้ง

เฉินเฟยกุมมือแล้วก้าวออกจากประตูเมือง

ในขณะนี้ดวงตาเหรินจงหยางสลับไปมาระหว่างชัดเจนและหมอก จิตวิญญาณเหรินจงหยางไม่เลว แต่หากไม่มีวิธีการพิเศษ เขาจะไม่สามารถทนต่อการปราบของหมอกได้อย่างต่อเนื่อง

เมื่อเห็นเฉินเฟยปรากฏตัว เหรินจงหยางจึงรีบเดินไปหา เมื่อครู่เหรินจงหยางมองเฉินเฟยเดินออกไป ผลคือเห็นเฉินเฟยเดินไปไม่กี่ก้าวก็หายตัวไป

“จะมืดแล้ว ไปหาที่พักก่อน!”

เฉินเฟยเงยหน้ามองท้องฟ้า มันมืดครึ้ม ม่านราตรีกำลังจะมาเยือน

[1]หย่าเหมิน(衙役) ทำหน้าที่ในศาลาว่าการ อยู่ในระดับต่ำสุดของแผนกรัฐบาล

จบบทที่ ตอนที่ 315 ตัดรากถอนโคน

คัดลอกลิงก์แล้ว