เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 306 ดึงภัยพิบัติไปทางตะวันออก

ตอนที่ 306 ดึงภัยพิบัติไปทางตะวันออก

ตอนที่ 306 ดึงภัยพิบัติไปทางตะวันออก


ตอนนี้ม่านตาเว่ยเหยียนเทาไม่เป็นวงกลมและเกือบเป็นเส้นตรง

จูจื่อเซี่ยงจากสำนักกระบี่เซียนเมฆามีการบ่มเพาะเหมือนต่งซิวจื่อและยังถือครองอาวุธวิญญาณระดับกลาง วิชายุทธ์ดีกว่าต่งซิวจื่อ แต่เขายังถูกอู๋หยงจ้าวทุบตีเหมือนสุนัข

เฉินเฟยฆ่าต่งซิวจื่อด้วยสองกระบี่ ความแข็งแกร่งนี้เกือบเท่าอู๋หยงจ้าว แม้จะต่างกันแต่ด้อยกว่าเพียงเล็กน้อย

ต้องรู้ว่าการบ่มเพาะของอู๋หยงจ้าวห่างจากระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางเพียงก้าวเดียว และเขายังถือครองอาวุธวิญญาณระดับสูง โดยปกติแล้วระดับขัดกลาทวารขั้นต้นธรรมดาไม่อาจเคลื่อนไหวต่อหน้าอู๋หยงจ้าวได้เลย

สำหรับเฉินเฟย ตอนนี้เขาแสดงให้เห็นถึงพลังต่อสู้อันน่าทึ่ง

เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเพียงสองปี แต่สองปีของเฉินเฟยเหมือนผ่านไปยี่สิบปี

“พวกท่านโปรดรอสักครู่”

ร่างเฉินเฟยวูบไหววิ่งไปหาหนิงหย่งเฟย ตอนนี้ต่งซิวจื่อถูกฆ่าไปแล้ว เป็นธรรมดาที่จะปล่อยหนิงหย่งเฟยกลับไปไม่ได้ มีเพียงต้องโยนความผิดทั้งหมดให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาเท่านั้น

เฟิงซิวผู่มองแผ่นหลังเฉินเฟยและต้องการเตือนให้เขาระวัง แต่พอคิดถึงพลังต่อสู้ของเฉินเฟยเมื่อครู่ เฉินเฟยไม่จำเป็นต้องระวังเลยเพราะหนิงหย่งเฟยด้อยกว่าต่งซิวจื่อมาก

คนเดียวที่ควรระวังคือหนิงหย่งเฟย

หนิงหย่งเฟยเหยียบบนก้อนหิน ร่างวูบไหวพุ่งผ่านไป ทันใดนั้นจิตวิญญาณสั่นไหว เงยหน้ามองด้านหน้า ทันใดนั้นเห็นร่างหนึ่งพุ่งเข้าหาอย่างรวดเร็ว

หนิงหย่งเฟยขมวดคิ้วสังเกตุให้ดี พบว่าเป็นเฉินเฟยจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เห็นได้ชัดว่าต่งซิวจื่อไล่ล่าเฉินเฟยทั้งสาม แล้วทำไมเฉินเฟยถึงพุ่งเข้าหาเพียงลำพัง?

ต่งซิวจื่อคงประสบอุบัติเหตุ คนจากสำนักอื่นอยู่ใกล้ๆนี้หรือ? ความผันผวนของลมปราณที่รับรู้ได้เมื่อครู่เกิดจากการต่อสู้ของพวกเขา?

หนิงหย่งเฟยหยุดเท้า สิ่งต่างๆจะแย่ลงหากมีคนจากสำนักอื่นหรือแม้แต่คนของสำนักกระบี่เซียนเมฆา และในเวลานี้เฉินเฟยยังรีบวิ่งเข้ามาหา มันอาจพยายามจับเขาเพื่อให้คนจากสำนักอื่นเข้าปิดล้อม?

พอคิดได้แบบนั้นหนิงหย่งเฟยจึงถีบเท้าไปด้านหน้าและวิ่งกลับไปยังทิศทางที่มา เขาต้องนำเรื่องนี้ไปบอกอู๋หยงจ้าวเพื่อเตรียมตัวจัดการกับการแก้แค้นของสำนักกระบี่เซียนเมฆา

สำหรับต่งซิวจื่อ หนิงหย่งเฟยเชื่อว่าตราบใดที่เหลียวฮั่นชินไม่ได้มาด้วยตนเอง ต่งซิวจื่อจะหาทางเอาตัวรอดได้แน่นอน ดังนั้นไม่จำเป็นต้องห่วง

หนิงหย่งเฟยวิ่งกลับไปไม่ถึงหนึ่งลี้ สีหน้าเขาเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเพราะเฉินเฟยไล่ตามมาทัน ตอนนี้ทั้งสองยังมีระยะห่างอยู่

เมื่อไม่มีภาระของเฟิงซิวผู่และเว่ยเหยียนเทา ความเร็วท่าร่างของเฉินเฟยก็ทำให้หนิงหย่งเฟยประหลาดใจ  พรสวรรค์ด้านท่าร่างแบบนี้ช่างน่าเหลือเชื่อนัก

เพียงไม่กี่ลมหายใจ ลมปราณเฉินเฟยปรากฏอยู่ด้านหลัง พลังหยวนในร่างหนิงหย่งเฟยเดือดพล่าน เขาหันตัวกลับไปแทงกระบี่ใส่เหมือนกับพลิกอาชาจู่โจม

ท่ากระบี่น่าทึ่งนี้ระเบิดพลังหยวนออกไปในจุดเดียว

“ไปให้พ้น!”

หนิงหย่งเฟยตะโกนเสียงดัง เจตจำนงกระบี่เฉียบคมพุ่งเข้าใส่จิตวิญญาณเฉินเฟย หนิงหย่งเฟยต้องการทำให้เฉินเฟยเข้าใจว่าเขาต้องการพัวพันด้วยและรอให้คนอื่นมาปิดล้อม การไล่ตามต่อย่อมมีราคาที่ต้องจ่าย

เฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย เจตจำนงกระบี่ของหนิงหย่งเฟยไม่ส่งผลใด

แสงดำไหลอยู่บนกระบี่เฉียนหยวน ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดสะท้อนซึ่งกันและกัน ท่ามกลางเสียงคำรามมังกรคชสาร เฉินเฟยฟันกระบี่ออก หนิงหย่งเฟยเปลี่ยนสีหน้าทันที เขาจะก้าวถอยหลังแต่มันสายเกินไป

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังก้องและมาพร้อมกลิ่นฉุนเลือด

ห่างออกไปหนึ่งลี้ เว่ยเหยียนเทารู้สึกปั่นป่วนจนไม่อาจสงบอารมณ์ ในทางกลับกันเฟิงซิวผู่กำลังนั่งขัดสมาธิอยู่บนพื้น กินโอสถรักษาอาการบาดเจ็บของร่างกาย

เว่ยเหยียนเทาได้ยินการเสียงเล็กน้อยจากระยะไกลจึงเบิกตากว้างมองไปข้างหน้า แต่ด้วยค่ำคืนอันมืดมิดและระยะทางไกลมากจึงมองไม่เห็นอะไร

“ศิษย์เจ้าฝึกฝนอย่างไรกัน?”

ในที่สุดเว่ยเหยียนเทาทนไม่ไหวอีกต่อไป นั่งลงตรงข้ามกับเฟิงซิวผู่และถามเสียงเบา

แม้ตอนนี้เฟิงซิวผู่ประหลาดใจ แต่เห็นชัดว่ามีความคาดหวังในใจอยู่แล้ว ต่างจากเขาที่ตกใจกับความแข็งแกร่งของเฉินเฟยจนพูดอะไรไม่ออก

“พรสวรรค์ดีเลยฝึกฝนเร็ว”

เฟิงซิวผู่ลืมตามองเว่ยเหยียนเทาด้วยรอยยิ้ม ด้วยความรุ่งโรจน์นี้ ไม่ว่าความแข็งแกร่งของเฉินเฟยจะเปลี่ยนไปแค่ไหน สิ่งหนึ่งที่ยังเหมือนเดิมคือเฉินเฟยเป็นลูกศิษย์ของเขา

เมื่อเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวาร คนอื่นก็อิจฉาแล้ว ในเวลานั้นไม่มีใครที่เห็นแล้วไม่อิจฉา

และตอนนี้เพิ่งผ่านมาสองปี เฉินเฟยกลับเป็นสีครามเกิดจากสีน้ำเงินแต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงิน[1] เฟิงซิ่วผู่ซึ่งเป็นอาจารย์ของเฉินเฟยย่อมรู้สึกดีใจและภูมิใจกว่าเดิม

เว่ยเหยียนเทากลอกตาเมื่อได้ยินคำพูดของเฟิงซิวผู่ คำตอบนี้เท่ากับไม่มีคำตอบ เว่ยเหยียนเทารู้ว่าพรสวรรค์ดีจะฝึกฝนเร็ว แต่ความเร็วในการฝึกฝนแบบนี้เร็วเกินไป

เว่ยเหยียนเทาดูการประลองระหว่างเฉินเฟยกับเสิ่นถูฉางที่สำนักฉางหงเช่นกัน ตอนนั้นคิดว่าพรสวรรค์ของ เฉินเฟยไม่ธรรมดา แม้แต่เสิ่นถูฉางยังถูกทิ้งให้ตามหลัง

พอย้อนกลับมาตอนนี้ เห็นได้ชัดตอนนั้นเฉินเฟยแค่ปล่อยน้ำ หากเฉินเฟยเอาจริงเสิ่นถูฉางคงแพ้ในกระบี่เดียว

“เฉินเฟยกลับมาแล้ว”

เว่ยเหยียนเทาต้องการถามอีกครั้งแต่เฟิงซิวผู่พูดขัดก่อน เว่ยเหยียนเทาหันไปมอง แน่นอนว่าเห็นร่างหนึ่งกลับมาอย่างรวดเร็วซึ่งก็คือเฉินเฟย

“ฆ่าแล้ว?” เว่ยเหยียนเทาถามโดยไม่รู้ตัวและสัมผัสได้ถึงกลิ่นเลือดบนตัวเฉินเฟย

“ฆ่าแล้ว!’

เฉินเฟยพยักหน้า ไม่เพียงแค่ฆ่าแต่ยังเอาบางอย่างกลับมาด้วย แต่ไม่มีอะไรมากนัก แค่ศิลาหยวนกับโอสถสองสามขวดและกระบี่วิญญาณของหนิงหย่งเฟย

“ดี ฆ่าแล้วก็ดี!” เว่ยเหยียนเทาอดยิ้มไม่ได้

เฉินเฟยมองย้อนกลับไปที่ศพต่งซิวจื่อ เดินเข้าไปค้นตัวและพบศิลาหยวนกับโอสถซึ่งมีไม่มากนัก สิ่งมีค่าจริงๆ คืออาวุธวิญญาณทรงลูกปัดในแขนเสื้อต่งซิวจื่อและอาวุธวิญญาณระดับกลาง

ต่งซิวจื่อทำลายวิญญาณของกระบี่วิญญาณระดับกลาง แต่เพราะเป็นเวลาสั้นๆกระบี่วิญญาณจึงยังเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลางอยู่

สำหรับกระบี่วิญญาณนี้ หากนำมันไปขายคงได้ศิลาหยวนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตามคาดว่าไม่มีใครในเมืองเซียนเมฆาจะกล้าซื้ออาวุธวิญญาณของสำนักเพลิงเทพ

“ข้าต้องไปด้านนอก โปรดไปด้วยกันสักครู่”

เฉินเฟยหันไปมองเฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาแล้วพวกเขาก็หายไป หลังจากวิ่งไปไกลหนึ่งลี้ เฉินเฟยพบป่าและเข้าไปในนั้น

ครู่ต่อมา เฉินเฟยโยนของที่ริบมาได้ทั้งหมดลงพื้น

ไม่ว่าจะเป็นกระบี่วิญญาณระดับต่ำของหนิงหย่งเฟยหรือกระบี่วิญญาณระดับกลางของต่งซิวจื่อ เฉินเฟยไม่มีความคิดจะขายพวกมัน

การตายของสองคนนี้ต้องไม่ให้มาเกี่ยวข้องกับเฉินเฟยและสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ไม่อย่างนั้นกระบี่เริ่มดวงดาวไม่สามารถทนต่อความโกรธของสำนักเพลิงเทพ

“การตายของสองคนนี้ต้องโยนให้สำนักกระบี่เซียนเมฆา” เฉินเฟยหันไปมองทั้งสอง เฟิงซิวผู่มองเฉินเฟยและพูดอย่างเคร่งขรึม

“โยนไปให้เหลียวฮั่นชิน เมื่อเป็นแบบนั้นสำนักเพลิงเทพจะไม่เชื่อว่าเจ้าฆ่าต่งซิวจื่อทั้งสอง” เว่ยเหยียนเทาพูด

เฉินเฟยพยักหน้า ต่งซิวจื่อและหนิงหย่งเฟยตายทั้งคู่จึงไม่มีหลักฐานการตาย เป็นเรื่องยากที่จะเชื่อว่าเฉินเฟยซึ่งเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารสองปีจะโต้กลับและสังหารทั้งสองคน

นี่เป็นความมืดใต้แสงไฟ และยังเป็นกรอบความคิดด้วย

“ข้าเจอเหลียวฮั่นชินในระหว่างวัน เขาอยู่ไม่ไกลจากที่นี่ ลองไปตามหาเขาดู!”

เฉินเฟยบอกเกี่ยวกับสถานการณ์ในระหว่างวัน ทั้งสามบรรลุความเห็นอย่างรวดเร็ว ใช้ช่องว่างข้อมูลระหว่างทำให้สำนักเพลิงเทพเข้าใจผิดว่าต่งซิวจื่อถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาสังหาร

เป็นไปไม่ได้ที่อู๋หยงจ้าวจะเผชิญหน้ากับเหลียวฮั่นชินโดยไม่มีความมั่นใจ ไม่ว่าบอกอะไรอีกฝ่ายจะคิดว่ามันเป็นเท็จ เมื่อพบหน้ากันก็อาจสู้ทันทีโดยไม่ได้พูดอะไร

เฉินเฟยเก็บกวาดร่องรอย พาเฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาไปยังจุดที่พบกับเหลียวฮั่นฉินในระหว่างวัน

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยมายังจุดที่รับรู้ได้ถึงเจตนจำนวนกระบี่ในระหว่างวันแต่ไม่พบใครเลย เฉินเฟยทั้งสามพูดคุยและแยกกันไปหา

เพียงครู่เดียวเฉินเฟยรับรู้ได้ถึงลมปราณเฉียบคมสั่นไหวอยู่ในอากาศ เหลียวฮั่นชินเปิดตำแหน่งตัวเองเพื่อปล่อยให้คนที่ค้นหาตัวเองเข้าไปหา

เฉินเฟยย้อนกลับไปพาเฟิงซิวผู่กับเว่ยเหยียนเทาไปด้วย ทั้งสามรวมตัวกันไปพบเหลียวฮั่นฉิน

“มีคนของสำนักเพลิงเทพอยู่ในดินแดนลับ?”

เหลียงฮั่นชินยืนขึ้น กระบี่วิญญาณบนเอวสั่นอย่างต่อเนื่องตามอารมณ์ของเหลียวฮั่นชิน ทั้งถ้ำเต็มไปด้วยลมปราณเยือกเย็น

สีหน้าสมาชิกสำนักกระบี่เซียนเมฆาคนอื่นภายในถ้ำเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึมทันที

“เราสองคนได้รับบาดเจ็บจากสำนักเพลิงเทพ โชคดีที่วิ่งเร็วพอไม่เช่นนั้นคงถูกฝังอยู่ที่นั่น”

เว่ยเหยียนเทาถอนหายใจ คำพูดนี้ไม่ได้โกหก หากไม่ใช่เพราะเฉินเฟยดึงพวกเขาออกมา พวกเขาคงได้อยู่ที่นั่นตลอดกาล

“พวกเจ้าเล่ามาให้หมดว่าพบสำนักเพลิงเทพได้อย่างไร!” เหลียวฮั่นชินรับรู้ลมปราณของเฟิงซิวผู่และเว่ยเหยียนเทา พวกเขาบาดเจ็บสาหัสจริง

“ตอนนั้นคนของสำนักเพลิงเทพเหมือนจะปิดล้อมคนอื่นอยู่ พวกเราจะไปดูหรือไม่?” เฟิงซิวผู่พูดเสียงเบา

สีหน้าเหลียวฮั่นชินเปลี่ยนไปทันที เมื่อนึกถึงสหายร่วมสำนักที่ไม่ได้พบในระหว่างวัน หากจะบอกว่าสำนักเพลิงเทพต้องการฆ่าใครมากที่สุดเมื่อเข้าสู่ดินแดนลับ นั่นต้องเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆาอย่างไม่ต้องสงสัย

“นำทางไป!” เหลียวฮั่นชินตะโกนเสียงต่ำ

ห่างออกไปหลายสิบลี้ ต่งซิวจื่อและหนิงหย่งเฟยยังไม่กลับมา คนของสำนักเพลิงเทพทั้งสี่ที่กำลังทำความสะอาดร่องรอยจึงตระหนักได้ทันทีว่ามีบางอย่างผิดปกติ

ทั้งสี่คนออกไปค้นหาด้านนอกตามรอยเท้าที่ต่งซิวจื่อทิ้งไว้ แต่เดินไปตามทางระยะหนึ่งความเร็วก็ช้าลง

ท้ายที่สุดแล้วในระยะทางยี่สิบลี้ เฉินเฟยจงใจวิ่งอ้อมหลายครั้งแทนที่จะวิ่งเป็นเส้นตรง

หลังจากใช้เวลาอยู่นาน ในที่สุดทั้งสี่ก็เห็นสถานที่เกิดการต่อสู้สองแห่ง

“การต่อสู้ดำเนินในช่วงเวลาสั้นๆและยังไม่ใช่การปิดล้อม!”

อู๋หยงจ้าวมองสถานที่แล้วขมวดคิ้ว กลิ่นเลือดจางๆโชยมา ดวงตาอู๋หยงจ้าวหรี่ลงเล็กน้อย ต่งซิวจื่อกับหนิงหย่งเฟยคงตายแล้ว

คนที่สามารถฆ่าต่งซิวจื่อในช่วงเวลาอันสั้น คนแรกที่ปรากฏในใจอู๋หยงจ้าวคือเหลียวฮั่นฉิน

ทันใดนั้นอู๋หยงจ้าวหันไปมองทางตะวันออกซึ่งมีลมปราณระดับขัดเกลาทวารมากมายปรากฏขึ้นและกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้

[1] สีครามเกิดจากสีน้ำเงินแต่กลับเด่นกว่าสีน้ำเงิน ศิษย์ได้รับการอบรมรมสั่งสอนจากครูแต่เก่งกว่าครู

จบบทที่ ตอนที่ 306 ดึงภัยพิบัติไปทางตะวันออก

คัดลอกลิงก์แล้ว