เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 300 ตราประทับจิตวิญญาณ

ตอนที่ 300 ตราประทับจิตวิญญาณ

ตอนที่ 300 ตราประทับจิตวิญญาณ


เวลาผ่านไป เสียงกรอบแกรบดังขึ้นรอบตัวเฉินเฟย สัตว์อสูรถูกดึงดูดเข้าหามากขึ้นเรื่อยๆ

ศิษย์ขัดเกลาอวัยวะภายในบางคนที่บังเอิญผ่านมาเห็นภาพนี้ต่างหวาดกลัวและรีบถอยห่างเพราะกลัวว่าจะดึงดูดความสนใจของสัตว์อสูรเหล่านั้น ขนาดสัตว์อสูรตัวเดียวยังสู้ไม่ไหว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลายตัวเลย

แม้แต่เนื้อเล็กน้อยของร่างกายเกรงว่ามันไม่พอให้สัตว์อสูรแบ่งกันได้ด้วยซ้ำ

สัตว์อสูรที่มีความกล้ารวมตัวกันรอบล้อมเฉินเฟยและยังคงไม่เต็มใจจากไป เกือบทั้งหมดนั้นเป็นอสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุด แน่นอนว่าสัตว์อสูรที่มีพลังน้อยกว่าถูกดึงดูดเช่นกัน

แต่พอเห็นสัตว์อสูรแข็งแกร่งมากมาย ตัวที่ไม่แข็งแกร่งพอจึงถอยกลับอย่างเชื่อฟังและไม่กล้าอยู่ต่อ

เมื่อมีสัตว์อสูรมารวมตัวกันมากขึ้น ความกล้าหาญของสัตว์อสูรเหล่านี้จึงมากขึ้นตาม

หลายคนสามารถเพิ่มความกล้า สัตว์อสูรก็เช่นกัน เมื่อเผชิญกับกลิ่นของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ตรงหน้าเฉินเฟย สัตว์อสูรเหล่านี้แทบจะทนไม่ไหวอีกแล้ว ขอแค่มีโอกาส สัตว์อสูรเหล่านี้จะรุมเข้าไปทันที

เฉินเฟยลืมตามองสัตว์อสูรรอบตัวเขา สีหน้ายังคงเฉยเมย พวกมันเป็นเพียงหมูหมา สิ่งที่เฉินเฟยกังวลคือผ่านมาตั้งนานแล้วอสูรหนูกลับไม่ปรากฏตัว

“ไม่อยู่ที่นี่ ไปที่อื่นแล้วหรือ? หรือมันตายไปแล้ว?”

ความคิดบางอย่างผ่านเข้ามาในใจ โอกาสที่อสูรหนูจะตายนั้นไม่น่าเป็นไปได้ สัตว์อสูรปกติไม่สามารถเทียบความเร็วแบบนั้น เป็นไปไม่ได้เลยที่จะสร้างภัยคุกคามต่ออสูรหนู

เฉินเฟยยืนขึ้นแล้วโบกมือขวา ขวดหยกตรงหน้าลอยเข้ามือ

“โฮก!”

การเคลื่อนไหวของเฉินเฟยเป็นเหมือนสัญญาณ สัตว์อสูรรอบด้านซึ่งตึงเครียดอยู่แล้วรีบวิ่งเข้าหาเฉินเฟยราวกับได้รับคำสั่งโจมตี

บนฟ้าบนดินในทุกทิศทางล้วนปกคลุมไปด้วยสัตว์อสูรนับสิบ สัตว์อสูรอ้าปากใหญ่สีแดงเลือดหมายจะกัดหัวเฉินเฟย

เฉินเฟยยกเท้าขวาเล็กน้อยแล้วกระทืบลง ทันใดนั้นพื้นดินในระยะสิบหมี่สั่นสะเทือน กระบี่ดำหลายสิบเล่มพุ่งออกมาจากพื้นผ่าร่างสัตว์อสูรเหล่านั้น

การป้องกันของสัตว์อสูรเหล่านี้ซึ่งเทียบได้กับเหล็กกลับเปราะบางราวกับกระดาษเมื่ออยู่ต่อหน้าปราณกระบี่นี้ ปราณกระบี่ทะลุผ่านร่างกายพวกมันโดยตรง

“โฮก!”

เสียงคำรามเจ็บปวดดังระงม ในขณะที่เฉินเฟยกำลังจะกำจัดสัตว์อสูรเหล่านี้ สีหน้าเขาพลันเปลี่ยนไป เขาหันไปมองด้านหลังซ้ายซึ่งมีแสงดำพุ่งมาทางนี้

พริบตาเดียวแสงดำทอดยาวร้อยหมี่ได้เข้าใกล้ที่นี่ด้วยความเร็วอันน่าทึ่ง

“มาแล้ว!”

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้มทันที เดิมทีคิดว่าต้องไปหาที่อื่นต่อ แต่ตอนนี้มันมาหาด้วยตัวเองซึ่งช่วยประหยัดเวลาเฉินเฟยได้มาก

“ฟึบ!”

ราวกับมีดคมตัดผ่านอากาศ เมื่อแสงดำอยู่ห่างจากเฉินเฟยไม่ถึงร้อยหมี่ เสียงนี้ก็ดังก้องในหูเฉินเฟย

แต่พอได้ยินเสียง แสงดำก็เข้ามาอยู่ตรงหน้าเฉินเฟยแล้ว ลมปราณแหลมคมพุ่งเข้าจิตวิญญาณเฉินเฟยโดยตรงเหมือนต้องการทำลายจิตวิญญาณเฉินเฟย

ตอนเห็นอสูรหนูครั้งแรกเฉินเฟยไม่ได้สู้กับมันจริงๆ ดังนั้นนี่จึงเป็นครั้งแรกที่เฉินเฟยรับการโจมตีจิตวิญญาณแบบนี้

ปล่อยการโจมตีจิตวิญญาณอย่างรวดเร็ว พรสวรรค์ของอสูรหนูเป็นของที่สวรรค์ประทานให้จริงๆ

น่าเสียดายที่อสูรต้องมาเผชิญกับเฉินเฟย

การโจมตีจิตวิญญาณแบบนี้ไม่อาจสร้างภัยคุกคามแก่เฉินเฟยได้เลย แม้แต่รบกวนยังทำไม่ได้

เคล็ดพันไหมมีผลปกป้องพลังจิตวิญญาณ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงสยบจิตสยบมังกรคชสาร การโจมตีจิตวิญญาณธรรมดาไม่อาจสั่นคลอน ยิ่งไม่ต้องพูดถึงผลจากลมปราณเพียงเล็กน้อยนี้

“ปัง!”

ม่านพลังดำปรากฏตรงหน้าอสูรหนู ม่านพลังสั่นเทาอย่างรุนแรง การสั่นรุนแรงขึ้นราวกับม่านพลังจะถูกทำลายในเวลาถัดไป

เฉินเฟยขมวดคิ้ว หลังจากอสูรหนูทะลวงเป็นระดับสอง ความแข็งแกร่งของมันเพิ่มขึ้นอีกและความก้าวหน้ายังยอดเยี่ยม ต้องรู้ว่าในโพรงก่อนหน้านี้ การโจมตีเจาะทะลวงของฉางซือหว่านไม่สามารถทำให้ม่านพลังสั่นเทาได้ขนาดนี้

ฉางซือหว่านฝึกฝนในระดับขัดเกลาทวารหลายปี หากคำนวนเวลาของอสูรหนู เวลาในการทะลวงของมันไม่นานเท่าเฉินเฟย แต่ด้วยเวลาเพียงเท่านี้ความแข็งแกร่งของมันกลับเพิ่มถึงจุดนี้

พรสวรรค์ไม่ธรรมดา แต่มันก็แค่นั้น!

ดวงตาสีเข้มของอสูรหนูขยับไปมา ร่างมันที่อยู่กลางอากาศหมุ่นเปลี่ยนทิศกลับไปทางที่มา เมื่อพบสิ่งผิดปกติอสูรหนูจึงยอมแพ้ต่อการล่อลวงของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์โดยตรง

เฉินเฟยตกใจ อสูรหนูเหมือนจะมีความคิดต่างจากเมื่อก่อน แน่นอนว่าอาจเป็นเพราะอสูรหนูไม่เคยรู้สึกถึงภัยคุกคามในสภาพแวดล้อมเดิม

เฉินเฟยทำงานหนัก สิ่งที่เขารอคืออสูรหนู แล้วเขาจะปล่อยมันไปได้อย่างไร

ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนเข้าไปหยุดอสูรหนู แต่ก่อนที่ค่ายกลกระบี่จะห่อหุ้มมัน อสูรหนูก็หลบเลี่ยงค่ายกระบี่และวิ่งหนีต่อไป

“เปิด!”

โคจรคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว หลอมส่วนหนึ่งของเดินหนีสวรรค์เข้ากับค่ายกลกระบี่ ความเร็วค่ายกลเพิ่มขึ้นทันทีและลากอสูรหนูไปด้านหลัง แรงถ่วงในค่ายกลกระบี่ทำให้อสูรหนูช้าลง ช่วงเวลาต่อมาค่ายกลกระบี่ห่อหุ้มอสูรหนูไว้อย่างสมบูรณ์

หากไม่ใช่เพราะเดินหนีสวรรค์ คงเป็นเรื่องยากที่ค่ายกลกระบี่จะตามความเร็วอันน่าอัศจรรย์ของอสูรหนูได้ทัน

“จี๊ด!”

อสูรหนูคำรามเมื่อสัมผัสได้ถึงอันตรายถึงชีวิต เสียงแหลมนี้เหมือนเจาะแก้วหู ร่างอสูรหนูซึ่งช้าลงเนื่องจากแรงกดดันของแรงถ่วงก็เร็วขึ้นอีกครั้ง

อสูรหนูหลบหลีกจนมาถึงขอบค่ายกลกระบี่ ลูกปัดกระบี่ซึ่งส่งเสียงหวีดหวิวมีเวลาไปถึงขอบค่ายกลกระบี่เท่านั้น แต่ด้วยความเร็วนี้อาจสายเกินไปที่จะหยุดอสูรหนู

ค่ายกลกระบี่ที่สามารถฆ่านักยุทธ์ขัดเกลาทวารเก่าอย่างฉางซือหว่านกลับแสดงความอ่อนแอเมื่อเผชิญกับความเร็วอันน่าทึ่งของอสูรหนู

ไม่ใช่ว่าแข็งแกร่งไม่พอแต่เพราะตามความเร็วไม่ทัน หากสามารถผสานเดินหนีสสวรรค์กับค่ายกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์ บางทีอาจแก้ไขปัญหานี้ได้ น่าเสียดายที่คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวขั้นสามไม่สมบูรณ์ และเฉินเฟยเลือกกระบี่วิญญาณยักษ์เป็นขั้นสอง

ผู้ที่ฝึกฝนความเร็วได้ถึงระดับอสูรหนูนั้นแทบจะหาตัวในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นไม่ได้ เมื่อเปรียบเทียบด้านท่าร่าง เฉินเฟยกับอสูรหนูมีช่องว่างขนาดใหญ่

กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงา!

ลำแสงพุ่งมาจากดวงตาเฉินเฟย ในทะเลจิตสำนึก กระบี่ยาวซึ่งถูกอุ่นบำรุงหายไป มันเข้าไปฟันใส่จิตวิญญาณของอสูรหนู

ทักษะจิตวิญญาณ เมื่อเทียบกับความช้าของท่าร่าง ทักษะจิตวิญญาณถือว่าเป็นการโจมตีอย่างกะทันหันและแทบไม่พลาด

แต่ข้อเสียชัดเจนเช่นกัน ทักษะจิตวิญญาณสามารถทำให้เกิดการสะท้อนกลับทางจิตวิญญาณได้ง่าย ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย

แต่กระบี่ตัดจิตสะท้อนเงาไม่ต้องกังวลเรื่องนั้น

ด้วยการโจมตีจากกระบี่ตัดจิตสะท้อนเงา อสูรหนูจึงตัวแข็งทื่อชั่วขณะ ในเวลานี้ค่ายกลกระบี่ได้ห่อหุ้มอสูรหนูไว้ด้านในแล้ว

หลอมกระบี่เป็นไหม ไหมกระบี่ล้อมรอบอสูรหนูทุกทาง ครั้งนี้อสูรหนูจะไม่มีทางหลบหนีไปได้นอกจากพลังแท้จริงของมันจะเหนือกว่าค่ายกลกระบี่

“จี๊ด!”

อสูรหนูได้สติกลับมาและเห็นไหมกระบี่อยู่รอบตัว อสูรหนูรับรู้ถึงพลังในไหมกระบี่แล้วหันไปคำรามใส่เฉินเฟย

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เฉินเฟยไม่เคยฝึกฝนสัตว์อสูรแต่รู้วิธีที่ค่อนข้างง่ายและรวดเร็ว นั่นคือทุบตีสัตว์อสูรจากนั้นมอบความเมตตาให้เล็กน้อย

พูดให้ง่ายคือหนึ่งไม้หนึ่งลูกอม

ไหมกระบี่รวมตัวกันในค่ายกลกระบี่ อสูรหนูคำรามอย่างดุเดือดและกลายเป็นแสงดำพุ่งเข้าหาไหมกระบี่

“ปังปังปัง…”

เสียงกระแทกดังขึ้นในค่ายกลกระบี่ แต่เมื่อเทียบกับความเร็วของอสูรหนู พลังโจมตีของมันด้อยกว่ามาก ในอดีตมันอาศัยความเร็วเพื่อสร้างพลังให้การโจมตี

แต่ในขณะนี้มันติดอยู่ในค่ายกลกระบี่ การเร่งความเร็วเสริมพลังให้การโจมตีจึงเป็นเรื่องยาก ดังนั้นการโจมตีปกติจะเบาขึ้นมาก

เพียงครู่เดียวร่างอสูรหนูก็เต็มไปด้วยบาดแผล แต่อสูรหนูฟื้นฟูบาดแผลเหล่านี้อย่างรวดเร็ว อสูรหนูมีพรสวรรค์ในด้านพลังฟื้นฟูเช่นกัน

สัตว์อสูรล้วนมีคุณสมบัติพิเศษและพรสวรรค์เป็นของตัวเอง แต่คุณสมบัติพิเศษของอสูรหนูนั้นมากไปสักหน่อย

เพียงแค่ไม่ว่าพลังฟื้นฟูจะแข็งแกร่งแค่ไหน เมื่อถูกขังอยู่ในค่ายกลกระบี่ผลลัพธ์คือถึงวาระ เว้นแต่อสูรหนูจะทะลวงผ่านค่ายกลกระบี่ออกมาได้ แต่เห็นได้ชัดว่ามันอยู่เหนือความสามารถของอสูรหนู

เฉินเฟยไม่ได้ฆ่ามัน ต้องใช้เวลาถึงหนึ่งเค่อก่อนที่อสูรหนูจะหยุดนิ่งในค่ายกลกระบี่โดยมีรอยฟกช้ำทั่วร่างกาย พลังฟื้นฟูสูงสุดนั้นหมดลงแล้ว หากบาดเจ็บไปมากกว่านี้คงจะตาย

เฉินเฟยเดินเข้าไปในค่ายกลกระบี่ ก้มมองอสูรหนูบนพื้นและสบตามัน

“ยอมจำนนหรือตาย!”

เสียงเฉินเฟยราวกับกระบี่คมกริบแทงเข้าไปในทะเลจิตสำนึกของอสูรหนู พลังจิตวิญญาณอสูรหนูสั่นไหวรุนแรง มันเข้าใจว่าเฉินเฟยหมายถึงอะไร หากมันไม่เห็นด้วยก็จะตายทันที

สัตว์อสูรระดับสองมีสติปัญญา และสำหรับสิ่งมีชีวิตทั้งหมดการมีชีวิตอยู่คือสัญชาตญาณ อสูรหนูก็เช่นกัน แม้มันจะชอบอิสระ แต่พอตายไปแล้วใช่ว่าจะมีอิสระภาพ นั่นคือการสูญเสียทุกสิ่ง

แสงกระบี่ดำควบแน่นในมือเฉินเฟย เฉินเฟยชี้นิ้วไปที่อสูรหนู หากมันไม่ตอบ แสงกระบี่นี้จะเจาะหัวอสูรหนูโดยตรง

“จี๊ด!”

อสูรหนูไม่กล้าลังเลอีกต่อไปและร้องเสียงดัง ในดวงตาเต็มไปด้วยการกระดิกหางและขอความเมตตา

มุมปากเฉินเฟยยกยิ้ม สีหน้าเขายังคงไม่เปลี่ยนแปลง แต่แสงกระบี่ถูกแทนที่ด้วยพลังจิตวิญญาณจำนวนหนึ่ง และซึมเข้าไปในหัวอสูรหนู

พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยตรงเข้าสู่ทะเลจิตสำนึกของอสูรหนู อสูรหนูละทิ้งสิ่งปิดกั้นในทะเลจิตสำนึกและให้เฉินเฟยทิ้งตรากระบี่ไว้ในจิตวิญญาณ

เฉินเฟยไม่รู้จักสัญญาควบคุมสัตว์อสูร แต่ตรากระบี่นี้มีลักษณะคล้ายตราประทับจิตวิญญาณซึ่งสามารถควบคุมชีวิตและความตายของอสูรหนูได้ช่วงหนึ่ง สิ่งนี้จะเกิดขึ้นต่อเมื่อสัตว์อสูรเต็มใจละทิ้งสิ่งปิดกั้นจิตวิญญาณของมัน!

เมื่อสัมผัสได้ถึงตรากระบี่ อสูรหนูก็เข้าใจสถานการณ์ของตัวเอง มันพยายามลุกขึ้นและใช้หัวถูกกับมือเฉินเฟยเพื่อแสดงความเชื่อฟัง

เฉินเฟยหยิบโอสถรักษาออกมาป้อนให้อสูรหนู หลังจากอาการบาดเจ็บของมันคงที่ เฉินเฟยจึงหยิบหินดำจากแขนเสื้อยื่นให้มัน

“ดมมัน พาข้าไปหาเจ้าของกลิ่นนี้!”

จบบทที่ ตอนที่ 300 ตราประทับจิตวิญญาณ

คัดลอกลิงก์แล้ว