เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 298 หนึ่งกระบี่เข้ามา

ตอนที่ 298 หนึ่งกระบี่เข้ามา

ตอนที่ 298 หนึ่งกระบี่เข้ามา


พลังสำรองของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เกินจริงเล็กน้อย คาดว่ามากกว่าระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย เพียงแต่พลังของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ไม่เกาะตัวกันมากนัก

ระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางสามารถเวียนใช้สามสิบหกจุดทวาร การฟันปกติเทียบเท่ากับกระบวนท่าสังหารของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

และระดับขัดเกลาทวารขั้นปลายเวียนใช้เจ็ดสิบสองจุดทวาร พละกำลังที่เกาะตัวกันเพิ่มขึ้นไปอีกขั้น พลังต่อสู้ที่มีจะเกินจริงยิ่งขึ้น

ดังนั้นอสูรพืชอย่างต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ซึ่งมีพลังมากเกินไปจึงดูบวม

ตอนนี้การบ่มเพาะของเฉินเฟยก้าวหน้าขึ้นจึงมีแนวโน้มใช้พลังจิตวิญญาณมากกว่า เพราะหากพลังจิตวิญญาณไม่เพียงพอควบคุมจุดทวาร พลังที่เพิ่มขึ้นไม่เพียงล้มเหลวในปรับปรุงพลังต่อสู้ แต่ยังกลายเป็นภาระแทน

แต่ในขณะนี้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์หดตัวลง ห่อหุ้มตัวเองไว้อย่างสมบูรณ์และกลายเป็นสิ่งมีชีวิตที่เหมือนเต่า

ครั้งนี้มันแสดงความได้เปรียบด้านพลังมหาศาลของตัวเอง ด้วยการมุ่งเน้นการป้องกัน การเกาะตัวของพลังจึงเพิ่มขึ้นมาก

การป้องกันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ในเวลานี้ปรับปรุงการใช้พลังอย่างมาก

หากการโจมตีไม่อาจทำลายการป้องกันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ สุดท้ายจะเป็นการเผชิญหน้าด้วยความลึกล้ำด้านพลัง แต่พลังหยวนสำรองของระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นยังห่างไกลจากที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ใช้

เฉินเฟยแทงกระบี่เฉียนหยวนลงพื้น ค่ายกลกระบี่จ้งหยวนเข้าปกคลุมต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดวูบไหวไปมา

เมื่อเทียบกับความเร็วที่พัวพันฉางซือหว่านเมื่อครู่ ในเวลานี้ค่ายกลกระบี่โคจรได้ลำบากและช้าลง

ปราณเย็นรอบต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ต้านทานสนามพลังของค่ายกลกระบี่อย่างต่อเนื่อง ในขณะเดียวกันลูกปัดกระบี่ก็ใช้พละกำลังไม่หยุด

“ปึงปึงปึง…”

ลูกปัดกระบี่กระแทกต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ ตอนนี้ไม่จำเป็นต้องคิดถึงท่ากระบี่ใด เพียงแทงก็สามารถแสดงพลังทั้งหมดของลูกปัดกระบี่

แต่ลูกปัดกระบี่พบกับม่านพลังสีเทาซึ่งอยู่ห่างต้นฉัตรเจ้าเล่ห์สองหมี่ ลูกปัดกระบี่เข้าโจมตีม่านพลังอย่างรุนแรงจนเกิดเสียงทุ้ม

แม้ม่านพลังสีเทาสั่นไหว แต่ในขณะที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ถ่ายพลังให้อย่างต่อเนื่อง มันจึงต้านทานการโจมตีของลูกปัดกระบี่ได้

หากเป็นเช่นนี้ต่อไปมีแต่เปลืองแรงเปล่า สำหรับนักยุทธ์แล้วไม่มีข้อได้เปรียบเลย

หลอมกระบี่เป็นไหม!

เคล็ดพันไหมโคจรถึงขีดสุด ดวงตาเกิดแสงสลัววาบผ่าน ลูกปัดกระบี่หกสิบเม็ดกลายเป็นไหมกระบี่ปิดล้อมต้นฉัตรเจ้าเล่ห์

“ปึงปึงปึง!”

เทียบกับลูกปัดกระบี่ ไหมกระบี่เหนือกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย

พลังของไหมกระบี่ที่ผสานกับกระบี่วิญญาณยักษ์มีทั้งพลังมหาศาลและความหนักหน่วง ม่านพลังสีเทาที่โดนไหมกระบี่แต่ละเส้นโจมตีล้วนสั่นสะเทือน

พริบตาเดียวม่านพลังสีเทาก็พังทลายลง ไหมกระบี่เข้าใกล้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อีกหนึ่งหมี่ แต่พอมาถึงจุดนี้ไหมกระบี่กับต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ก็กลับมาจุดที่เปลืองแรงอีกครั้ง

ไหมกระบี่เข้าใกล้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เพียงทีละน้อย รอบต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เกิดความผันผวนอยู่ตลอดเวลา

พอเห็นว่าไหมกระบี่เข้าใกล้ตัวเองมากขึ้น ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ก็เริ่มสั่นเทา พลังหนาแน่นในร่างกายเริ่มสั่นไหว ใต้รากมีบางสิ่งถูกดูดซับ พลังของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ระเบิดออกมาทันที .

พลังระเบิดนี้อยู่เหนือการควบคุมของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ ก่อนที่ไหมกระบี่ได้เข้าใกล้มัน รอยแตกมากมายได้ปรากฏบนร่างต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ กิ่งก้านหลายกิ่งแตกออกเป็นชิ้น

แต่พลังที่ระเบิดออกมานี้เพิ่มการป้องกันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อย่างมาก ไหมกระบี่ที่เข้ามาใกล้หยุดนิ่งและตกอยู่ในการประชันหน้าอีกครั้ง

เพียงแค่เมื่อเทียบกับการเผชิญหน้าเมื่อครู่ ตอนนี้แรงกดดันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นมาก แม้พลังระเบิดจะต้านทานไหมไหมกระบี่ แต่มันทำร้ายร่างกายตัวเองตลอดเวลาเช่นกัน

เฉินเฟยมองพลังที่พลุ่งพล่านจากต้นฉัตรเจ้าเล่ห์และก้มมองราก น่าจะมีอะไรบางอย่างที่ทำให้พลังของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เพิ่มขึ้นมาก

ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ถึงกับย้ายจากที่เดิมมาโพรงนี้ เดาว่าคงเกี่ยวข้องกับสิ่งที่อยู่ใต้ราก

แต่ในขณะนี้เพราะมีรากของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อยู่ เฉินเฟยจึงไม่สามารถรับรู้ได้ว่าสมบัติชนิดใดอยู่ใต้ดิน รับรู้ได้เพียงร่องรอยปราณเย็นอย่างคลุมเครือ

“แกร็ก!”

ทันใดนั้นร่างของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์แตกเป็นช่องขนาดใหญ่ รอยแตกลึกถึงสองสามหมี่ วัดตามขนาดลำต้นใหญ่โตของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ รอยแตกนี้จะลึกไปถึงแกนกลางลำต้น

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป เขาประเมินความสามารถในการปรับตัวให้เข้ากับพลังนี้ของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์สูงเกินไป ตามจังหวะนี้ แม้จะเผชิญหน้ากันเฉินเฟยก็เป็นผู้ชนะ

อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่คิดจะใช้พละกำลังทั้งหมดเพื่อต้อนอสูรพืชไปถึงทางตัน แม้ชนะในตอนท้ายก็เสียพละกำลังไปมาก

“ฟู่ม!”

ร่างเฉินเฟยสั่นไหว ภาพติดตาร่างหนึ่งแยกออกมา ภาพติดตาเหยียบพื้นพุ่งไปข้างหน้าเหมือนมังกรบิน กระบี่เฉียนหยวนสั่นไหวกระโดดเข้ามือภาพติดตา

ร่างแยกเฉินเฟยถือกระบี่เฉียนหยวน เหมือนกับเซียนถูกเนรเทศ ร่างแยกพุ่งไปด้านหน้าต้นฉัตรเจ้าเล่ห์และแทงกระบี่ใส่

เดินหนีสวรรค์สร้างร่างแยก เดินหนีสวรรค์ระดับสมบูรณ์สามารถสร้างร่างแยกที่มีความแข็งแกร่งของเฉินเฟยหนึ่งส่วน พลังต่อสู้ไม่แข็งแกร่ง แต่เพราะเป็นการแยกร่างด้วยเดินหนีสวรรค์ ความเร็วของมันจึงเทียบได้กับร่างหลัก

ในขณะเดียวกันยังแบ่งปันการมองเห็น หากร่างแยกถูกทำลายจะต้องใช้เวลาระยะหนึ่งจึงสามารถแยกร่างได้อีกครั้ง และไม่สามารถอยู่ห่างจากร่างหลักมากเกินไปไม่เช่นนั้นจะสลายตัว

มีทั้งข้อดีและข้อเสีย แต่เมื่อผสานกับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวก็เข้ากันได้อย่างลงตัว

ภายในค่ายกลกระบี่ ไหมกระบี่ที่ล้อมรอบต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ไหลกลับ ปลายด้านหนึ่งเชื่อมกับปลายกระบี่เฉียนหยวน เมื่อกระบี่เข้ามาในค่ายกล พลังทั้งหมดของค่ายกลกระบี่ก็รวมไปที่กระบี่เฉียนหยวน

มอบครั้งแรกเหมือนกลุ่มสายฟ้าสีดำพุ่งเข้าหากระบี่เฉียนหยวน อากาศคดเคี้ยวและปราณหยวนผันผวน

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวที่เฉินเฟยได้รับนั้นสมบูรณ์เพียงสองขั้นแรก ในส่วนของขั้นสามยังไม่สมบูรณ์ แต่ด้วยแผงระบบ เฉินเฟยจึงสามารถฝึกฝนบางส่วนของขั้นสามที่ไม่สมบูรณ์

เช่นเดียวกับในอำเภอผิงหยินที่คาดเดาเคล็ดอักษรตื่นตระหนกด้วยแผงระบบ

เฉินเฟยผสานเดินหนีสวรรค์กับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวโดยตรง เพราะมันไม่สมบูรณ์จึงไม่สามารถผสานได้อย่างสมบูรณ์เหมือนกระบี่จ้งหยวนและกระบี่วิญญาณยักษ์ แต่ยังปรับปรุงพลังโดยรวมของค่ายกลกระบี่ได้ระดับหนึ่ง

การป้องกันอันสมบูรณ์ของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์เป็นเพียงสิ่งทดสอบกระบวนท่ากระบี่ แน่นอนว่าเฉินเฟยต้องใช้ทดสอบคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว

“ปัง!”

ม่านพลังที่ป้องกันไหมกระบี่ได้อย่างสมบูรณ์เมื่อครู่ถูกตัดกระบี่เฉียนหยวนตัดขาด มันป้องกันไม่ได้!

คัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวที่ผสานกับเดินหนีสวรรค์เหมือนเป็นฟางเส้นสุดท้ายที่ทำให้หลังอูฐหัก มันไม่ใช่เพราะน้ำหนักของฟาง แต่เป็นการป้องกันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์มาถึงขีดจำกัด

พลังโจมตีที่เพิ่มขึ้นทำให้การป้องกันของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์พังทลายลง

ร่างแยกเฉินเฟยถือกระบี่เฉียนหยวนเดินไปข้างหน้า ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์สั่นไหวพยายามหยุดมันแต่ก็ไร้ประโยชน์ จนกระทั่งกระบี่เฉียนหยวนแทงเข้าลำต้นของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์

ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ที่สั่นเทาหยุดนิ่ง เมื่อเทียบกับการสั่นเทาเมื่อครู่ การเคลื่อนไหวและการหยุดนิ่งแตกต่างกันอย่างยิ่ง

กระบี่เฉียนหยวนยาวเพียงสามฉื่อ เมื่อเทียบกับร่างใหญ่ของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ถือว่ามันเล็กกว่าอย่างไม่ต้องสงสัย แต่ในขณะนี้การแทงกระบี่เฉียนหยวนทำให้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์หยุดนิ่ง

“ตึง!”

ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากลำต้น ปราณกระบี่นับไม่ถ้วนเจาะทะลวงออกมา ในขณะนี้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์แทบจะกลายเป็นกระบองเพชรไปแล้ว

เฉินเฟยในระยะไกลโบกมือขวา วงล้อมค่ายกลเข้าห่อหุ้มต้นฉัตรเจ้าเล่ห์อย่างสมบูรณ์

“ตึงตึงตึง!”

ทั้งโพรงสั่นสะเทือนราวกับจะพังทลายลง โชคดีที่ค่ายกลกระบี่ยับยั้งพลังไว้ในค่ายกล ผลกระทบจากพลังจึงกระจายออกมาไม่มาก

ค่ายกลกระบี่ขยายออก พลังยังคงไหลเวียนอย่าภายใน พลังชีวิตของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ถูกดับจนหมดสิ้น ค่ายกลยังปิดอยู่เพราะเฉินเฟยต้องการสกัดแก่นของต้นฉัตรเจ้าเล่ห์

อสูรพืชมีขนาดใหญ่จนเฉินเฟยไม่อาจนำร่างของมันออกไปด้วย ดังนั้นการสกัดแก่นต้นไม้จึงเป็นทางเลือกเดียว

ค่ายกลกระบี่ลอยขึ้น สิ่งที่อยู่ใต้ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ปรากฏให้เห็น

ร่างเฉินเฟยวูบไหวไปใต้ค่ายกล เมื่อเห็นสิ่งของในหลุมต้นไม้ สีหน้าถึงกับเปลี่ยนไป

เฉินเฟยโบกมือขวา สิ่งของภายในหลุมลอยขึ้นมาอย่างนุ่มนวล

“ศิลาวิญญาณลึกลับ?”

เฉินเฟยมองศิลาในมือที่ปล่อยปราณเย็นออกมา นี่เป็นวัตถุวิญญาณหายาก นักยุทธ์ไม่สามารถใช้มันเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะแต่ใช้ปรับแต่งอาวุธวิญญาณ การเพิ่มมันบางส่วนสามารถปรับปรุงคุณภาพของอาวุธวิญญาณ

ขนาดของศิลาวิญญาณลึกลับในมือเฉินเฟยนั้นประเมินมูลค่าได้ยาก เพราะเป็นเรื่องยากที่จะเห็นศิลาวิญญาณลึกลับก้อนใหญ่วางขายอยู่ในท้องตลาด

ไม่น่าแปลกใจเลยที่ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ทะลวงเป็นอสูรระดับสองหลังจากดูดซับศิลาวิญญาณลึกลับก้อนนี้

เฉินเฟยยื่นมือขวา กระบี่เฉียนหยวนในค่ายกลกระบี่ลอยเข้ามือ หากดูดซับศิลาวิญญาณลึกลับทั้งหมด วิญญาณของกระบี่เฉียนหยวนจะเพิ่มสูงขึ้น

หลังจากอุ่นบำรุงอีกสักพักก็มีโอกาสสูงมากที่กระบี่เฉียนหยวนจะกลายเป็นอาวุธวิญญาณระดับกลาง ในเวลานั้นด้วยค่ายกลที่ได้รับการสนับสนุนจากกระบี่วิญญาณระดับกลาง พลังของมันจะเพิ่มขึ้นมาก

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวคนที่มีอาวุธวิญญาณระดับกลางมีไม่มากนัก ดังนั้นจินตนาการถึงคุณค่าของมันได้เลย

เฉินเฟยมองขึ้นฟ้า ค่ายกลโคจรช้าลง หลังจากนั้นไม่นานค่ายกลเปิดออก ต้นฉัตรเจ้าเล่ห์ขนาดใหญ่หายไป เหลือเพียงลูกบอลสีเขียวเข้ม

เฉินเฟยกวักนิ้ว น้ำพืชลอยมาอยู่ตรงหน้า กลิ่นจางๆของหญ้าและต้นไม้ลอยเข้าจมูก

เมื่อเฉินเฟยสัมผัสมันด้วยมือ ความรู้สึกเยือกแข็งก็ระเบิดมาจากนิ้ว หากคนธรรมดาสัมผัสมัน ร่างกายจะถูกแช่แข็งจนตาย

พอน้ำพืชเข้าปาก จิตวิญญาณทั้งหมดในตัวเฉินเฟยก็เยือกแข็งทันที การรับรู้สภาพแวดล้อมรอบตัวชัดเจนขึ้น

“การกินบางส่วนทุกวันสามารถเพิ่มความเร็วในการฝึกฝนวิชาจิตวิญญาณ หากนำไปหลอมร่วมกับสมุนไพรวิญญาณจะสามารถเพิ่มฤทธิ์ยาของโอสถได้เช่นกัน”

เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้และเก็บศิลาวิญญาณลึกลับกับน้ำพืชเข้าช่องมิติ ขณะที่กำลังจะออกจากโพรง เฉินเฟยพลันขมวดคิ้ว ลมปราณหลายคนอยู่นอกโพรง

เหมือนรับรู้ได้ถึงลมปราณของเฉินเฟย คนเหล่านั้นจึงหยุดอยู่นอกโพรงและไม่แสดงใบหน้าตัวเอง

จบบทที่ ตอนที่ 298 หนึ่งกระบี่เข้ามา

คัดลอกลิงก์แล้ว