เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 286 ตัวสั่น

ตอนที่ 286 ตัวสั่น

ตอนที่ 286 ตัวสั่น


ร่างเฉินเฟยวูบไหวขึ้นไปบนหลังคาและได้เห็นคนจำนวนมากอยู่นอกสำนักฉางหง ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยยังเห็นจากระยะไกลว่ามีศิษย์สำนักกระบี่เซียนหยุนกำลังเดินทางมา เห็นได้ชัดว่าเรื่องนี้สิ้นสุดลงแล้ว

ท้ายที่สุดสำนักฉางหงใหญ่เพียงแค่นั้น สถานที่ซ่อนสิ่งของหลายแห่งอาจอยู่ได้กี่ชั่วยามเพราะนักยุทธ์ของสำนักต่างๆล้วนต่อสู้แย่งชิงกัน

ตอนนี้การแย่งชิงสิ้นสุดลง สำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงส่งศิษย์ลงสนามเพื่อกวาดล้างทรัพยากรที่เหลือ

ภายในสำนักฉางหงมีเพียงของส่วนน้อยที่อยู่ในสายตานักยุทธ์ขัดเกลาทวาร สิ่งที่ไม่ถูกเก็บไม่ใช่ว่าไม่มีคุณค่า เพียงแค่มีคุณค่าน้อยสำหรับระดับขัดเกลาทวาร

การที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาหยุนปล่อยให้ศิษย์ทำงาน ถือได้ว่าเป็นการเก็บทรัพยากรส่วนที่เหลือของสำนักฉางหงเข้ากระเป๋าตัวเองเพื่อไม่ให้ทรัพยากรเสียเปล่า แต่หากสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่เก็บมัน สำนักอื่นจะเป็นผู้เก็บกวาดเอง

ครั้งนี้การเก็บเกี่ยวของเฉินเฟยไม่ได้มากมายแต่ก็ไม่น้อย

หากเฉินเฟยยินดีขายเตาหลอมโอสถก็สามารถนำมันไปขึ้นเงินโดยตรง นั่นแสดงให้เห็นว่าเตาหลอมนี้มีค่า การขายในราคาศิลาหยวนหลายก้อนไม่ใช่ปัญหาเลย

นอกจากนี้ยังมีวิชากระบี่ตัดจิต แม้ตอนนี้จะดูไร้ประโยชน์และยังต้องตัดจิตวิญญาณของตัวเอง แต่หากเฉินเฟยฝึกถึงระดับรู้แจ้งก็อาจพัฒนามันต่อได้

และยังมีคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวที่พบในตอนท้าย แม้จะมีเพียงสองขั้นที่สมบูรณ์ แต่มันสำคัญอย่างยิ่งต่อสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

“เฉินเฟย? คิดไม่ถึงว่าเจ้าจะมาที่นี่ด้วย!”

เฉินเฟยกำลังจะออกไปรอบนอก ทันใดนั้นมีเสียงหนึ่งดังขึ้น ร่างหนึ่งปรากฏด้านหน้าขวางทางเฉินเฟย

“เสิ่นถูฉาง?”

เฉินเฟยมองอีกฝ่ายอย่างความประหลาดใจเช่นกัน เขาคือเสิ่นถูฉางศิษย์แท้จริงอันดับสองของสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่โดนเฉินเฟยทุบตีอยู่ฝ่ายเดียวตอนอยู่ในสนามประลอง

กระบี่เต่าดำของเสิ่นถูฉางสร้างภาพจำลึกซึ้งให้แก่เฉินเฟย นอกจากข้อบกพร่องด้านท่าร่าง กระบี่เต่าดำนั้นทรงพลังกว่ากระบี่จ้งหยวนมาก

“พี่เสิ่นถู!” เฉินเฟยกุมมือ

“ดูเหมือนเจ้าจะทำให้การบ่มเพาะมั่นคงแล้ว สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจึงปล่อยให้เจ้ามาที่นี่”

เสิ่นถูฉางมองเฉินเฟย ดวงตาเต็มไปด้วยความกระตือรือร้น “การบ่มเพาะของข้ามั่นคงแล้วเช่นกัน ในเมื่อวันนี้เราได้พบกัน พวกเราไม่มาประลองกันสักครั้งเล่า!”

เสิ่นถูฉางยังคงคิดถึงการประลองเมื่อสองปีก่อน ว่ากันว่าในเวลานั้นพวกเขาเสมอกัน แต่ใครที่ดูเหตุการณ์นั้นย่อมรู้ดีว่าเฉินเฟยทุบตีเขาตลอดเวลา

เมื่อใดที่เสิ่นถูฉางสะสมพลังและต้องการโต้กลับ เฉินเฟยจะวิ่งหนีไปไกลซึ่งทำให้เสิ่นถูฉางหดหู่จนแทบอาเจียนเป็นเลือด

นั่นเป็นการประลองที่น่าหงุดหงิดและอึดอัดที่สุดของเสิ่นถูฉางนับตั้งแต่เขาเริ่มฝึกตน และการประลองนี้เองทำให้ชื่อของเฉินเฟยโด่งดังไปทั่ว

ในเวลานั้นเมื่อใดที่มีคนพูดถึงเฉินเฟยก็จะต้องพูดถึงเสิ่นถางด้วย เสิ่นถูฉางกลายเป็นหินรองเท้าให้แก่ความสำเร็จของเฉินเฟย

ใครบ้างที่โดนแบบนี้แล้วจะไม่หดหู่ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงตอนโดนเฉินเฟยทุบตีเลย

อาจเป็นเพราะความคับข้องใจนี้ เสิ่นถูฉางจึงรอเวลาเหมาะสมและทะลวงระดับขัดเกลาทวาร เป็นศิษย์แท้จริงคนแรกที่ทะลวงระดับขัดเกลาทวารสำเร็จ

ชื่อเสียงของเสิ่นถูฉางนำหน้าเฉินเฟยทันที จนกระทั่งเฉินเฟยทะลวงระดับขัดเกลาทวารเมื่อปีก่อน ชื่อเสียงของทั้งสองจึงเท่าเทียมกัน

เสิ่นถูฉางมีความคิดหนึ่งอยู่ในใจมาตลอด นั่นคือสู้กับเฉินเฟยอีกครั้งเพื่อล้างแค้นการประลองครั้งนั้น น่าเสียดายที่เสิ่นถูฉางยังไม่เจอโอกาสเหมาะสม

เสิ่นถูฉางคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้และรีบตรงไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเพื่อประลองกับเฉินเฟย แต่ด้วยการวิกฤตของสำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงทำให้เสิ่นถูฉางต้องหยุดเรื่องนี้

สำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่ได้เสี่ยงถึงขั้นเป็นตาย แต่ท้ายที่สุดก็มีปัญหามากมาย การประลองกับเฉินเฟยจึงดูไม่เหมาะสมนัก

ดังนั้นเขาจึงเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในสำนัก เพิ่มการบ่มเพาะให้ดีกว่าสิ่งอื่นใด

ในขณะที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาแจกทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมาก การบ่มเพาะของเสิ่นถูฉางก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว แม้จะเพิ่งทะลวงระดับมาปีกว่า แต่เดือนก่อนเสิ่นถูฉางได้เปิดจุดทวารที่สี่แล้ว

เมื่อการบ่มเพาะสูงขึ้น ความหมกมุ่นของเสิ่นถูฉางที่มีต่อเฉินเฟยจึงเบาลง เพราะเสิ่นถูฉางรู้ดีว่าเมื่อเวลาผ่านไป ช่องว่างการบ่มเพาะระหว่างพวกเขาจะกว้างขึ้น

เสิ่นถูฉางรู้ดีว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นอย่างไร เป็นไปไม่ได้ที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะมอบทรัพยากรฝึกฝนจำนวนมากให้เฉินเฟยเหมือนที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาทำ

ตามที่เสิ่นถูฉางรู้ ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะได้รับโอสถหลิงเสวี่ยหนึ่งเม็ดและศิลาหยวนหนึ่งก้อนต่อเดือน

เมื่อเทียบกับทรัพยากรที่เสิ่นถูฉางได้รับตอนนี้ ทรัพยากรเล็กน้อยแบบนั้นแทบจะอยู่ในระดับเศษเหลือ

ในอนาคตข้าเสิ่นถูฉางจะทิ้งเฉินเฟยไปไกล เฉินเฟยเป็นได้เพียงก้อนหินในเส้นทางยุทธ์ ไม่อาจเป็นอะไรได้มากกว่านั้น

วันนี้เสิ่นถูฉางเป็นผู้นำศิษย์ปรับแต่งร่างกายของสำนักกระบี่เซียนมาที่สำนักฉางหง คาดไม่ถึงว่าจะได้พบเฉินเฟยที่นี่ด้วย

แม้ในใจเสิ่นถูฉางจะเริ่มเพิกเฉยเฉินเฟยแล้ว แต่เขาไม่ได้เพิกเฉยฉินเฟยอย่างสมบูรณ์ โดยเฉพาะเมื่อได้เจอกันในวันนี้ ความรู้สึกเสียใจที่ฝังอยู่ในใจก็หวนกลับมาอีกครั้ง

จะมีโอกาสไหนดีไปกว่าตอนนี้บ้าง?

ก่อนที่การบ่มเพาะของข้าเสิ่นถูฉางจะทิ้งห่างเฉินเฟยไปไกล ตอนนี้ขอทุบตีเฉินเฟยสักหน่อยเถอะ ในเวลานี้จะไม่มีใครพูดว่าเขารังแกผู้อ่อนแอ

ไม่อย่างนั้นเมื่อทะลวงระดับขัดเกลาทวารกลางในอนาคตแล้วไปสู้กับเฉินเฟยซึ่งเป็นระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น นั่นจะเป็นการกลั่นแกล้งผู้อ่อนแอ

“ประลอง?”

เฉินเฟยตกใจ คิดไม่ถึงว่าเสิ่นถูฉางจะขอเรื่องนี้

“ใช่แล้ว มาประลองกันเถอะ พวกเราทะลวงระดับในเวลาเดียวกัน การตัดสินการประลองที่ยังไม่จบไม่ใช่เรื่องดีหรือ!” เสิ่นถูฉางพูดอย่างหนักแน่น

“ไม่มีเวลา”

เฉินเฟยส่ายหน้าปฏิเสธโดยตรง ย้อนกลับไปที่สนามประลองของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในตอนนั้น เฉินเฟยต้องยุติมัน แต่การประลองในตอนนี้ไม่มีความจำเป็นใดเลย

เฉินเฟยไม่สนใจในการแลกเปลี่ยนกระบวนท่าที่เปล่าประโยชน์เช่นนี้

หลังเฉินเฟยพูดจบ เขากำลังจะเลี่ยงเสิ่นถูชางและเดินออกไปข้างนอก แต่เสิ่นถูฉางเข้ามาขวางด้านหน้าด้วยสีหน้าไม่พอใจทันที

ไม่ง่ายเลยที่จะได้พบเฉินเฟยแบบนี้ และก้อนเนื้อในใจยังถูกขุดขึ้นมาแล้ว หากวันนี้ไม่ได้สู้กับเฉินเฟย เสิ่นถูฉางคงติดอยู่กับเรื่องนี้ไปอีกนาน

ตอนนั้นโดนเฉินเฟยทุบตี ถ้าวันนี้ไม่ได้ทุบตีเฉินเฟยกลับ เสิ่นถูฉางจะพอใจได้อย่างไร?

ไม่ว่าอย่างไรวันนี้ต้องได้ประลอง!

เฉินเฟยขมวดคิ้ว ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นด้วย? เฉินเฟยคิดจะใช้ท่าร่างสลัดเสิ่นถูฉางออกไป แต่คำพูดของเสิ่นถูฉางได้หยุดเฉินเฟยไว้ก่อน

“โอสถหลิงเสวี่ยสิบเม็ด หากเจ้าชนะ ข้าจะมอบทั้งหมดนั้นให้เจ้า!” เสิ่นถูฉางพูดเสียงทุ้ม

“โอสถหลิงเสวี่ยสิบเม็ด?”

เฉินเฟยมองเสิ่นถูฉางและนึกถึงความมั่งคั่งของระดับขัดเกลาทวารในสำนักกระบี่เซียนเมฆา ภารกิจหลอมโอสถไม่เคยว่างและต้องได้รับความไว้วางใจจากสมาคมนักหลอมโอสถ

สามารถจินตนาการถึงจำนวนโอสถที่สำนักกระบี่เซียนเมฆามอบให้นักยุทธ์ขัดเกลาทวารในแต่ละเดือนได้เลย

เฉินเฟยไม่มั่นใจว่าเสิ่นถูฉางเปิดจุดทวารได้ท่าไหร่ แต่คงมีไม่มากนัก ในเวลาหนึ่งปีกว่า ใช้เวลาหลายเดือนในการเปิดหนึ่งจุดทวาร

ด้วยความเร็วเท่านี้ก็ทำให้ผู้ฝึกตนทั่วไปร้องห่มร้องไห้แล้ว แม้จะเป็นระดับขัดเกลาทวารของสำนักก็ยังรู้สึกอิจฉาเช่นกัน

“มีโอสถหลอมจิตไหม?” เฉินเฟยมองเสิ่นถูฉางแล้วถามด้วยสีหน้าจริงจัง

ด้วยเรื่องของตึกโม่หยาง สำนักกระบี่เซียนเมฆาจึงมอบรางวัลให้เฉินเฟยด้วยโอสถหลอมจิตสามเม็ด และเฉินเฟยกินหมดตั้งแต่วันนั้นแล้ว

บอกเลยว่าโอสถวิญญาณใช้เพิ่มพลังจิตวิญญาณอันนี้ให้ผลลัพธ์ที่น่าทึ่งยิ่งนัก ด้วยโอสถหลิมจิตเพียงสามเม็ด เฉินเฟยรับรู้ได้ชัดเจนว่าพลังจิตวิญญาณของตัวเองก้าวหน้าเร็วกว่าการฝึกฝนเงียบๆด้วยตัวเองมาก

น่าเสียดายที่โอสถหลอมจิตมีเพียงสามเม็ดและถูกกินจนหมดแล้ว

ในสมาคมันหลอมโอสถไม่มีภารกิจหลอมโอสถวิญญาณเช่นกัน เฉินเฟยที่ต้องการตัดขนแกะจึงไม่มีโอกาสนั้น

“เจ้าว่าอะไรนะ?” เสิ่นถูฉางมองเฉินเฟยที่มีความกระตือรือร้นแล้วรู้สึกแปลกๆ

“ห้า...โอสถหลอมจิตสิบเม็ด หากเจ้ายินดีวางเดิมพันนี้ข้าจะประลองด้วย!”

เดิมทีเฉินเฟยอยากบอกว่าห้าเม็ด แต่รู้สึกว่ามันน้อยไปจึงเปลี่ยนคำพูดโดยตรง

“เจ้าคิดว่าโอสถหลอมจิตคืออะไร? ข้าไม่มีโอสถหลอมจิตสิบเม็ดหรอก!” ดวงตาเสิ่นถูฉางเบิกกว้าง

“แล้วเจ้ามีเท่าไหร่?”

“เจ็ด!”

เสิ่นถูฉางหยิบขวดโอสถจากเอว มองเฉินเฟยแล้วพูด “หากข้าแพ้ เจ้านำโอสถหลอมจิตเจ็ดเม็ดนี้ไปได้ แต่ถ้าเจ้าแพ้ เจ้าจะใช้อะไรเป็นเดิมพัน?”

“กระบี่วิญญาณเล่มนี้เป็นอย่างไร?”

เฉินเฟยชักกระบี่เฉียนหยวนออกมา มันเปี่ยมไปด้วยแสงวิญญาณ ในด้านวิญญาณอาวุธ กระบี่เฉียนหยวนเป็นอาวุธระดับสูงที่ดีที่สุดแน่นอน เสิ่นถูฉางมองดูครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

แม้เสิ่นถูฉางไม่ต้องการ แต่เขาสามารถนำกระบี่เฉียนหยวนไปขายเป็นศิลาหยวนได้

“ไปหาพยานที่นั่น เกรงว่าจะมีคนกลับคำพูดเรื่องอาวุธวิญญาณในอนาคตของข้า” เสิ่นถูฉ่างชี้ประตูภูเขาสำนักฉางหงซึ่งเป็นที่อยู่ของเจ้าสำนักทั้งหมด

เสิ่นถูฉางต้องการทุบตีเฉินเฟยต่อหน้าทุกคนจึงพ่นกลิ่นปากออกมา ในขณะเดียวของเดิมพันค่อนข้างใหญ่ เสิ่นถูฉางกลัวว่าเฉินเฟยจะกลับคำพูด

“ได้!” เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้า

หลังจากนั้นไม่นานทั้งสองมาถึงประตูภูเขา ลมปราณของที่นี่พลุกพล่าน ระดับขัดเกลาทวารส่วนใหญ่กลับมาแล้ว

ขณะที่เสิ่นถูฉางกำลังรายงานเหตุผลต่อกัวฮวายหยู ข่าวการประลองของเฉินเฟบกับเสิ่นถูฉางก็แพร่กระจายไปทั่วฝูงชน ทันใดนั้นคนที่กำลังเบื่อจากการรอคอยก็ถูกปลุกให้ตื่นทันที

เฉินเฟยและเสิ่นถูฉางต่างทะลวงระดับขัดเกลาทวารในช่วงสองปีที่ผ่านมา และทุกคนได้ยินเกี่ยวกับความคับข้องใจเล็กน้อยระหว่างทั้งสอง

ตอนนี้เรื่องของสำนักฉางหงคลี่คลายแล้ว ถือเป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อยที่จะยุติเหตุการณ์ครั้งนี้ด้วยการประลอง

“ศิษย์พี่เจ้าสำนัก ทำไมท่านไม่โน้มน้าวเฉินเฟยสักหน่อยล่ะ?” อู๋กวงอินมาหาฉวีชิงเซิงแล้วพูดเสียงทุ้ม

เฉินเฟยสามารถเทียบเคียงกับเสิ่นถูฉางตอนอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย แต่ในระดับขัดเกลาทวารโดยเฉพาะระดับขัดเกลาทวารของสำนักกระบี่เซียนเมฆาในตอนนี้ พวกเขามีข้อได้เปรียบมากกว่าสำนักอื่น

เฉินเฟยมั่นใจมากจนเดินพันด้วยกระบี่วิญญาณของตัวเอง หากพ่ายแพ้ขึ้นมา ไม่เพียงหัวใจจะเผชิญอุปสรรคในเส้นทางยุทธ์ แต่ยังเสียกระบี่วิญญาณด้วย พอเป็นแบบนั้นความแข็งแกร่งของเฉินเฟยจะลดลงอย่างมาก

“ปล่อยให้คนหนุ่มตัดสินใจเองเถอะ” สีหน้าฉวีชิงเซิงดูแปลกไปเล็กน้อย

อู๋กวงอินหันไปมองเฟิงซิวผู่ ดูเหมือนเฟิงซิวผู่จะเป็นคนเดียวที่โน้มน้าวเฉินเฟยได้

“ไม่เป็นไรหรอก” เฟิงซิวผู่ตบไหล่ของอู๋กวงอินแล้วพูดด้วยรอยยิ้ม

“ความแข็งแกร่งเท่ากัน ผลลัพธ์คาดเดาไม่ได้!” อู๋กวงอินกังวลมากจนแทบจะสบถออกมา พวกเจ้าไม่เห็นหรือว่าเสิ่นถูฉางได้เปรียบกว่า!

ไป๋เต๋าเซียงมองเฉินเฟยซึ่งอยู่ไม่ไกลแล้ววางกระดานเดิมพันด้วยสีหน้าตื่นเต้น จ่ายให้หนึ่งต่อหนึ่งทั้งสองฝ่าย ในขณะนี้หลายคนเริ่มมาวางเดิมพันแล้ว และเกือบเก้าส่วนพนันว่าเสิ่นถูฉางชนะ

ไป๋เต๋าเซียงคำนวณกำไรภายในใจ เขาตัวสั่นเล็กน้อยด้วยความตื่นเต้น ทุกคนต่างคิดว่าเสิ่นถูฉางมีโอกาสชนะมากกว่า แต่มีเพียงเขาซึ่งถูกเฉินเฟยโจมตีด้วยกระบี่ที่เข้าใจว่าเฉินเฟยผิดปกติขนาดไหน

เขาไม่คิดถึงเรื่องโดนฟันอีกต่อไป เพราะตอนนี้กำลังจะทำเงินได้มากมายแล้ว

“ศิลาหยวนไม่เพียงพอ เดิมพันด้วยอาวุธวิญญาณได้หรือไม่?”

ร่างหนึ่งปรากฏต่อหน้าไป๋เต๋าเซียง ไป๋เต๋าเซียงเงยมองอย่างสงสัยและพบว่านั่นคือเนี่ยจื้อหยาง

“ว่าอะไรนะ?” ไป๋เต๋าเซียงถามอย่างสงสัย

“ข้าเดิมพันว่าเฉินเฟยชนะด้วยกระบี่เล่มนี้!” เนี่ยจื้อหยางยื่นกระบี่ให้ด้วยรอยยิ้ม

จบบทที่ ตอนที่ 286 ตัวสั่น

คัดลอกลิงก์แล้ว