เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 279 หนึ่งกระบี่หัวลอย

ตอนที่ 279 หนึ่งกระบี่หัวลอย

ตอนที่ 279 หนึ่งกระบี่หัวลอย


ท่าร่างของซาอิงซืออยู่ในระดับปานกลาง ดังนั้นเขาจึงตามหลังฟางเจ๋อฮวาทั้งสอง แต่พอตามมาถึงกลับเห็นภาพที่ต่างจากที่คิดไว้โดยสิ้นเชิง

ซาอิงซือไม่คิดว่าเฉินเฟยจะถูกทุบตีจนตายแต่น่าจะบาดเจ็บสาหัส เขาเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้เพียงหนึ่งปี นอกจากข้อได้เปรียบด้านท่าร่าง ในด้านอื่นเหมือนจะไม่มีอะไรเลย

แต่สิ่งที่ซาอิงซือเห็นในตอนนี้คือฟางเจ๋อฮวาทั้งสองถูกค่ายกลจับตัว ค่ายกลกระบี่นั้นทรงพลังมากจนทำให้นักยุทธ์ระดับเดียวกันสองคนติดอยู่ข้างในและไม่สามารถเคลื่อนไหว

หากในค่ายกลมีเพียงคนเดียวคงถูกค่ายกลกระบี่รัดคอตายไปแล้ว

นี่เป็นระดับวิชาที่นักยุทธ์ทะลวงระดับขัดเกลาได้เพียงหนึ่งปีใช้ได้หรือ? ไม่ใช่ว่าซาอิงซือไม่เคยเห็นค่ายกลกระบี่ อาจพูดได้เลยว่าเขาคุ้นเคยกับค่ายกลกระบี่จ้งหยวนเป็นอย่างดี

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวย่อมมีพลังค่ายกลกระบี่ที่เหนือกว่าเฉินเฟย โดยปกติแล้วระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางและขั้นปลายสามารถชนะได้ด้วยพลัง

แต่น้อยคนนักที่จะบรรลุการสร้างค่ายกลกระบี่ได้ยอดเยี่ยม นั่นคือหลังจากเข้าใจในวิชาถึงระดับหนึ่งจะสามารถเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย

“เจ้าเป็นใคร!?” ซาอิงซือตะโกนเสียงดัง

เขาคิดแบบเดียวกับหยูเสี่ยวหลินว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวส่งคนปลอมตัวเป็นเฉินเฟยมา ท้ายที่สุดพวกเขาไม่คุ้นเคยกับเฉินเฟยและไม่เคยพบกันมาก่อน

หากใครบางจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวปลอมตัวเป็นเฉินเฟย พวกเขาจะไม่รู้เรื่องนั้นเลย

ทำไมคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต้องปลอมตัวเป็นเฉินเฟยด้วย? เพื่อจับคนของสำนักเพลิงเทพ? หรือเป็นเพราะสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวพบการกระทำบางอย่างของพวกเขา?

“แล้วเจ้าคิดว่าข้าเป็นใคร?”

เฉินเฟยวูบไหวไปหาซาอิงซือแล้วแทงกระบี่เฉียนหยวนไปด้านหน้า

พลังของค่ายกลกระบี่จ้งหยวนใช้สกัดกั้นฟางเจ๋อฮวาทั้งสองคนอย่างสมบูรณ์ เฉินเฟยจึงไม่ได้ใช้มันปกคลุมซาอิงซือ แม้กระบี่จ้งหยวนระดับสมบูรณ์จะไม่ธรรมดาและไหมกระบี่ทรงพลังขึ้น

แต่การปิดล้อมสามคนพร้อมกันยังฝืนเกินไป

โชคดีที่ตอนนี้เฉินเฟยเปิดจุดทวารได้สิบสามจุด พลังของจุดทวารจึงรองรับการเปลี่ยนแปลงของค่ายกลกระบี่ในตอนนี้ได้ ไม่อย่างนั้นหากเปิดจุดทวารไม่พอ ค่ายกลกระบี่จะคงสภาพได้ไม่นานนัก

“ตู้ม!”

หอกในมือซาอิงซือปะทะกับกระบี่เซียนหยวน พริบตานั้นเองดวงตาซาอิงซือถึงกับเบิกกว้าง นักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นควรมีพลังแบบนี้ด้วยหรือ?

ซาอิงซือถอยหลังไปหลายสิบก้าวจนไปชนต้นไม้ใหญ่อย่างแรง ต้นไม้ใหญ่ส่งเสียงปริแตกและโค่นลง

ซาอิงซือถ่ายพลังมหาศาลนั้นออกไปและทำให้ร่างกายตัวเองมั่นคง แต่ก่อนที่ซาอิงซือจะโต้กลับ เฉินเฟยก็ปรากฏตัวต่อหน้าและแทงกระบี่ใส่อีกครั้ง

เมื่อมาปรากฏอยู่ต่อหน้า ท่ากระบี่ของเฉินเฟยแทบจะไม่เปลี่ยนแปลง เพียงเห็นครั้งเดียวก็มองกระบวนท่าของเฉินเฟยออก แต่ท่ากระบี่นี้ทำให้ซาอิงซือทำอะไรไม่ถูกเพราะไม่สามารถหยุดมันได้

แม้จะมองตามทัน แต่พลังมหาศาลในท่ากระบี่นั้นคือทุกสิ่ง และด้วยพลังมหาศาลนี้เฉินเฟยจึงไม่ต้องเปลี่ยนท่ากระบี่

หนึ่งพลังชนะสิบกลุ่ม!

“พรู่ด!”

ซาอิงซือพ่นเลือดออกมาเต็มปากจนหน้าซีด เขาบาดเจ็บจากสองกระบี่โดยไม่อาจต้านทาน

เห็นได้ชัดว่าทุกสิ่งที่เขาเรียนรู้ล้วนเป็นวิชาชั้นยอดของสำนักฉางหง แต่ในขณะนี้มันไม่ช่วยอะไรเลย แถมยังป้องกันได้ยากยิ่ง

ผ่านมาสิบปีนับตั้งแต่ทะลวงระดับขัดเกลาทวาร ซาอิงซือลืมไปแล้วว่าไม่ได้รู้สึกแบบนี้มานานแค่ไหน ตั้งแต่ทะลวงระดับขัดเกลาทวาร เขากลายเป็นคนเหนือคนและไม่เคยตกอยู่ในสถานการณ์สิ้นหวังเช่นนี้อีก

ซาอิงซือพยายามหลบหนีอย่างสิ้นหวัง ท่าร่างซึ่งเดิมทีเป็นจุดอ่อนเหมือนจะเชี่ยวชาญขึ้นมาทันที ตอนนี้ความเร็วของเขาเพิ่มขึ้นมาก

แต่ก่อนที่ซาอิงซือจะทันได้ดีใจก็เห็นว่าเฉินเฟยแทงกระบี่เข้ามาอีกครั้ง ทันใดนั้นซาอิงซือจำได้ว่าท่าร่างของเฉินเฟยเหนือกว่าตัวเอง ไม่อย่างนั้นก่อนที่ฟางเจ๋อฮวาทั้งสองจะตามทันคงไม่วิ่งมาไกลขนาดนี้

“ตู้ม!”

เสียงระเบิดดังก้องไปทั่วป่า แขนซาอิงซือหักงอผิดรูป ในการปะทะครั้งนี้กระดูกแขนเขาแตกเป็นเสี่ยง

ไม่เพียงแค่แขนของแต่รวมถึงอวัยวะภายในซึ่งควรจะแข็งแกร่ง ตอนนี้มันแตกทลาย ความเจ็บปวดแสนสาหัสจึงกระจายไปทั่วร่างกาย

ยิ่งไปกว่านั้นตับและถุงน้ำดีได้แยกออกจากกันจึงทำให้เจ็บปวดยิ่งขึ้น ซาอิงซือรู้ตัวแล้วว่าไม่อาจหนีไปได้ เพียงสามกระบี่ยังทำให้บาดเจ็บสาหัสและไม่อาจหลบหนี ดังนั้นยิ่งไม่ต้องพูดถึงป้องกันเลย

ตอนนี้ไม่มีอะไรอีกแล้วนอกจากรอความตาย

มันไม่ควรเป็นแบบนี้ เห็นได้ชัดว่าคืนนี้พวกเขาสามคนมาปิดล้อมเฉินเฟย เขาจะอยากตายได้อย่างไร?

“อ๊าก!”

ซาอิงซือคำรามอย่างบ้าคลั่ง จุดทวารในร่างกายระเบิดออก พลังพุ่งพล่านออกมาจากจุดทวาร กระดูกและอวัยวะภายในซาอิงซือสั่นเทาไม่หยุดราวกับพวกมันกำลังจะถูกพลังนี้ทำลาย

“ตาย!”

หอกพุ่งมาดั่งมังกรทยานขึ้นฟ้า ลมปราณดุเดือดสิ้นหวังปกคลุมทั่วบริเวณ ในสถานการณ์สิ้นหวังแบบนี้อยู่เพื่อตายเท่านั้น!

หอกทลายกบฏ!

การเคลื่อนไหวสู้สุดชีวิตหนึ่งเดียวของสำนักฉางหง ใช้พลังจากการทำลายจุดทวารตัวเองและย้อนการไหลเวียนพลังหยวนในร่างกายเพื่อให้โจมตีได้รุนแรงกว่าขอบเขตตัวเอง

หนึ่งหอก เป็นตายล้วนไม่สำคัญ!

“ปัง!”

ปลายกระบี่เฉียนหยวนและปลายหอกปะทะกัน ระลอกคลื่นแผ่ขยายออกไปยังบริเวณโดยรอบโดยมีทั้งสองเป็นศูนย์กลาง ต้นไม้โดยรอบถูกคลื่นลมซัดออกไปจนหมด

ผมเฉินเฟยปลิวไสวไปด้านหลัง เสื้อผ้าถูกลมพัดจนแนบร่างกาย แต่เฉินเฟยไม่ถอยแม้แต่ก้าวเดียว ในกล้ามเนื้อกระดูกเหมือนมีเสียงคำรามของมังกรคชสารดังออกมาล้างพลังทั้งหมดของหอกทลายกบฏ

“แข็งแกร่งขนาดนี้ได้อย่างไร!”

เมื่อเห็นเฉินเฟยป้องกันได้อย่างง่ายดาย ดวงตาซาอิงซือก็เต็มไปด้วยความสิ้นหวัง มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ เหตุใดนักยุทธ์เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารถึงแข็งแกร่งนัก?

แม้เขาจะใช้หนึ่งหอกเสี่ยงตายก็ยังไม่อาจสร้างบาดแผลให้เฉินเฟยด้วยซ้ำ

“ฉึบ!”

แสงกระบี่วาบผ่าน หัวซางอิงซือลอยขึ้นฟ้า เลือดกระชูดเต็มอากาศ ร่างซาอิงซือล้มไปด้านหลังกระแทกลงพื้น

เฉินเฟยฆ่าผู้แข็งแกร่งระดับเดียวกันในห้ากระบี่โดยไม่ปล่อยให้อีกฝ่ายมีโอกาสหลบหนี นี่คือความแข็งแกร่งของเฉินเฟยในตอนนี้

เฉินเฟยหันไปมองทั้งสองคนที่ติดอยู่ในค่ายกลกระบี่ เมื่อเฉินเฟยเข้าโจมตีซาอิงซือ ฟางเจ๋อฮวาทั้งสองได้พยายามหลบหนีออกไปแต่สุดท้ายก็ไร้ประโยชน์

ค่ายกลกระบี่ระดับสมบูรณ์ด้วยระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น แบบนี้ไม่เพียงมีพรสวรรค์แต่ยังหาตัวจับได้ยาก

ทั้งสองฝ่ายมีการบ่มเพาะเท่ากันและมีจุดทวารมากกว่าสิบจุด แต่อีกฝ่ายจะหนีไปจากค่ายกลกระบี่ได้อย่างไรในเมื่อท่าร่างยังไม่ดีเท่าเฉินเฟย แม้ตอนนี้เฉินเฟยจะจับสองคนไว้ในค่ายกลกระบี่ แต่พวกเขาก็ไม่อาจหนีไปได้

นี่คือวิชามรดกกระบี่จ้งหยวนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว มันอาจอ่อนด้อยในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่พลังของมันยืนหยัดได้มั่นคงในระดับขัดเกลาทวารขั้นต้น

“ฝ่าออกไป!” ฟางเจ๋อฮวาตะโกนเสียงดัง

ฟางเจ๋อฮวาทั้งสองเห็นการเคลื่อนไหวนอกค่ายกลกระบี่ ทั้งสองไม่ได้เจอคนเช่นนี้มาหลายปีแล้ว คาดไม่ถึงว่าจะได้เจอคนแบบนี้ในเวลานี้

ที่ไร้สาระกว่านั้นคือพวกเขากระตือรือร้นไล่ตามเฉินเฟยและต้องการให้เฉินเฟยอยู่ที่นี่ พอมองย้อนกลับมาตอนนี้ พวกเขาวิ่งไปหาความตายเองชัดๆ

แต่ในโลกนี้ไม่มียาแก้ความเสียใจ สิ่งเดียวที่ทำได้ในอตนนี้คือฝ่าการปิดล้อมออกไป

หอกในมือฟางเจ๋อฮวากับหยูเสี่ยวหลินส่องแสง นั่นคืออาวุธวิญญาณกำลังทำลายตัวเองและเสริมพลังให้เจ้าของ พวกเขาไม่กล้าใช้หอกทลายกบฏ หนึ่งหอกไร้ทางหวนกลับ เมื่อใช้แล้วไม่ว่าผลจะเป็นอย่างไรก็ต้องตาย

พวกเขาเพียงต้องการทะลวงค่ายกลหนีออกไป หากพวกเขาใช้หอกทลายกบฏคงไม่มีโอกาสรอด

ขณะที่หยูเสี่ยวหลินกำลังจะแทงหอก ทันใดนั้นพบว่าค่ายกลกระบี่บีบตัวเข้ามาจับฟางเจ๋อฮวาด้านหน้า นั่นทำให้ตรงหน้าเขาไร้ซึ่งสิ่งกีดขวาง

ดวงตาหยูเสี่ยวหลินเบิกกว้าง ความเยือกเย็นพุ่งเข้ามาในใจ หยูเสี่ยวหลินรู้ว่าภาพตรงหน้านี้หมายความว่าเฉินเฟยหมายหัวพวกเขาทั้งสองแทนที่จะปล่อยไป

“เรายอมแพ้ เรายอมแพ้แล้ว!”

หยูเสี่ยวหลินตะโกนเสียงดัง ศักดิ์ศรีของระดับขัดเกลาทวารถูกโยนทิ้งไปทันที หยูเสี่ยวหลินเพียงอยากมีชีวิตรอดและไม่สนใจว่าหลังจากนี้ต้องใช้ชีวิตอย่างไร

“ชิ้ง!”

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เพียงตอบกลับด้วยเสียงกระบี่

“ตู้ม!”

หยูเสี่ยวหลินถอยหลังกลับ แขนที่จับหอกเอาสั่นเทา ตอนนี้หยูเสี่ยวหลินเข้าใจความสิ้นหวังของซาอิงซือแล้ว

พลังมหาศาลเช่นนี้ ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นธรรมดาจะต้านทานได้อย่างไร เขาไม่สามารถถ่ายพลังออกได้ด้วยซ้ำ เว้นแต่หยูเสี่ยวหลินจะฝึกวิชามรดกของสำนักฉางหงถึงระดับลึกซึ้งจึงสามารถถ่ายเทพลังนี้ได้

โดยพื้นฐานแล้ววิชายุทธ์คือการใช้พลังที่หลากหลาย ตราบใดที่เข้าใจวิชาลึกซึ้งมากพอก็จะมีวิธีจัดการกับพลังมหาศาล

แต่น่าเสียดายที่ความชำนาญวิชาของหยูเสี่ยวหลินอยู่ในระดับเชี่ยวชาญ ระดับนี้ไม่แย่แต่ไม่โดดเด่น และนี่คือระดับความชำนาญของนักยุทธ์ขัดเกลาทวารขั้นต้นส่วนใหญ่

เฉินเฟยเป็นคนผิดปกติอย่างยิ่ง ใครจะเข้าใจวิชาอย่างรวดเร็วได้แบบนี้บ้าง สิ่งนี้อยู่เหนือสามัญสำนึกไปแล้ว

“หากเราตายที่นี่ สำนักฉางหงจะไม่ปล่อยเจ้าไปแน่ ต่อให้เป็นสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก็ไม่อาจปกป้องเจ้า”

หยูเสี่ยวหลินตะโกนเสียงดังโดยหวังให้เฉินเฟยจะลังเลสักหน่อยเพื่อที่เขาจะมีเวลาหลบหนี ท่าร่างของหยูเสี่ยวหลินดีกว่าซาอิงซือ ดังนั้นเขาจึงมีโอกาสหลบหนี!

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เขาแทงกระบี่ออกไปอย่างไม่ลังเลด้วยสีหน้าสงบ

มันยังเป็นการแทงเรียบง่ายตรงไปตรงมา แต่ในสายตาหยูเสี่ยวหลิน มันเป็นกระบี่ที่หลบไม่ได้และอันตรายถึงชีวิต

ภายในค่ายกลกระบี่ด้านหลัง ฟางเจ๋อฮวาคำรามเสียงดัง หอกในมือกลายเป็นลำแสงโจมตีไหมกระบี่โดยรอบไม่หยุดหย่อน แต่ไม่ว่าฟางเจ๋อฮวาจะโจมตีอย่างไรไหมกระบี่เหล่านั้นก็ยังหดตัวเข้ามา

ก่อนหน้านี้ค่ายกลกระบี่ปิดล้อมสองคนแต่ทั้งสองก็ยังออกมาไม่ได้ ตอนนี้ค่ายกลกระบี่ปิดล้อมฟางเจ๋อฮวาคนเดียว มันไม่ง่ายเลยที่ฟางเจ๋อฮวาจะทำลายค่ายกลกระบี่ออกมาได้

ด้วยพลังของค่ายกลกระบี่ในตอนนี้ หากฟางเจ๋อฮวาถูกปิดล้อมคนเดียว มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาว่าฟางเจ๋อฮวาตายเมื่อไหร่

จบบทที่ ตอนที่ 279 หนึ่งกระบี่หัวลอย

คัดลอกลิงก์แล้ว