เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 272 ทำลาย

ตอนที่ 272 ทำลาย

ตอนที่ 272 ทำลาย


“เดินหนีสวรรค์?”

เมื่อเฉินเฟยหายไปค่ายกลกระบี่จ้งหยวนก็สลายตัว ต่งซิวจื่อนึกถึงท่าร่างของเฉินเฟยเมื่อครู่แล้วขมวดคิ้ว ด้วยความเร็วเช่นนี้ ต่อให้พวกเขาไล่ตามไปก็ตามไม่ทัน

กระบี่จ้งหยวนลึกล้ำจนน่าประหลาดใจ พลังมหาศาลของร่างกายมาตอนที่ผู้คนไม่ทันตั้งตัว เมื่อรวมกับความเร็วของท่าร่างเมื่อครู่ด้วยจึงยิ่งน่าเหลือเชื่อ

นั่นมันเป็นพรสวรรค์แบบใดกัน เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารเมื่อไม่กี่เดือนก่อน ยังผ่านไปไม่ถึงหนึ่งปีเฉินเฟยกลับมีกลอุบายมากมายเช่นนี้

ต่งซิวจื่อรู้ว่ากระบี่จ้งหยวนกับเดินหนีสวรรค์เป็นมรดกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว แต่ละวิชานั้นลึกซึ้งและฝึกฝนได้ยาก

เฉินเฟยกลับใช้เวลาไม่กี่เดือนในการฝึกสองวิชานั้นให้มาถึงจุดนี้ หากเป็นระดับขัดเกลาทวารคนอื่นที่มีความเข้าใจและคุณสมบัติต่ำ ต่อให้ใช้เวลาสิบปีก็ยากจะบรรลุระดับนั้น

ต่งซิวจื่อคิดว่าตัวเองมีพรสวรรค์ไม่เลว แต่วิชาที่เขาเชี่ยวชาญในตอนนี้ หากเปรียบเทียบในแนวนอนจะดีกว่ากระบี่จ้งหยวนเพียงเล็กน้อยเท่านั้น

แต่เขาฝึกฝนมาหลายปีจนตอนนี้การบ่มเพาะเกือบจะถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นกลาง แล้วเฉินเฟยเพิ่งฝึกฝนมานานแค่ไหนกัน

นอกจากนี้ยังมีพลังมหาศาลอีก วิชามรดกฉบับสมบูรณ์ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเหมือนจะไม่มีสิ่ฃนี้ แล้วมันมาจากไหน?

“พี่ตง เราจะไล่ตามไปหรือไม่?” ฉือเจิ้งหวู่มองต่งซิวจื่อแล้วถามเสียงทุ้ม

“ตามไม่ทันหรอก ผู้ฝึกตนทั่วไปของเราที่เก่งด้านท่าร่างมีน้อยด้วย”

ต่งซิวจื่อมองเจิ้งกวงเฟยที่กำลังเดินกลับมา ท่าร่างของเจิ้งกวงเฟยนั้นรวดเร็ว แต่ถ้าเจิ้งกวงเฟยไล่ตามเฉินเฟยเพียงลำพัง คงไม่แน่ชัดว่าสุดท้ายแล้วใครจะเป็นคนฆ่าใคร

ด้วยความกล้าที่เฉินเฟยแสดงออกมาเมื่อครู่ หากเจิ้งกวงเฟยโชคดีไล่ตามไปทัน เขาคงโดนตรึงอยู่กับพื้นแล้วถูกเฉินเฟยเชือดนิ่มโดยไม่อาจต่อต้าน

ตงซิ่วจือคิดได้ดังนั้นจึงถอนหายใจ

ผู้ฝึกทั่วไปมีวิชาน้อย การได้วิชาฉบับสมบูรณ์ถือเป็นพรวิเศษ มันไม่เหมือนวิชาของสำนักที่จับคู่กันได้

หากนำมรดกสามชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวดวงแยกกัน มันจะดีไม่เท่าวิชาที่สำนักเพลิงเทพและสำนักกระบี่เซียนเมฆาที่ให้เป็นรางวัลแก่ผู้ฝึกตนทั่วไป แต่มันสามารถฝึกฝนร่วมกันได้

ในการโจมตีสามารถใช้กระบี่จ้งหยวนหรือกระบี่วิญญาณยักษ์ ในการบุกหรือถอยหนีใช้เดินหนีสวรรค์ เพียงสิ่งนี้อย่างเดียวก็ดีกว่าผู้ฝึกตนทั่วไปมากแล้ว

เจิ้งกวงเฟยมาหาต่งซิวจื่อ เขาอายเกินกว่าจะพูดอะไร ถูกคนระดับเดียวกันที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารกวาดกระเด็นออกไป ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็น่าอับอาย

สิ่งสำคัญคือเมื่อครู่ที่เฉินเฟยถูกพวกเขาปิดล้อม เขาได้พูดจาไว้ใหญ่โต ตอนนี้กลับเป็นฝ่ายบาดเจ็บจากกระบี่เดียว มันช่างน่าเหลือเชื่อนัก

ร่างเฉินเฟยวูบไหว เมื่อรับรู้ได้ว่าต่งซิวจื่อทั้งสามไม่ได้ไล่ตามมาก็อดยิ้มไม่ได้

ก้าวหน้าสามารถโจมตี ก้าวหลังสามารถป้องกัน นี่แหละคือเดินหนีสวรรค์ และยังเป็นเหตุผลว่าทำไมเฉินเฟยอดใจรอไม่ไหวที่จะทำให้เดินหนีสวรรค์เป็นแบบง่าย ตอนนี้เขาได้รับรางวัลจากมันแล้ว

หากใช้ท่าร่างแล้วไม่สามารถสลัดสามคนนั้นได้ สุดท้ายมันจะเป็นการต่อสู้ดุเดือด

ตอนนี้เฉินเฟยเปิดจุดทวารเพียงสามจุด พลังของค่ายกลกระบี่จึงไม่สามารถใช้ได้นาน แม้พลังมหาศาลของสยบมังกรคชสารจะอยู่ได้นานกว่านี้ แต่หากไม่ได้การสนับสนุนจากค่ายกลกระบี่ โอกาสรับความผิดพลาดของเฉินเฟยยังต่ำเกินไป

ท้ายที่สุดตราบใดที่บาดเจ็บเพียงเล็กน้อย วงจรอุบาทว์ก็จะเกิดขึ้นและต้องตายในที่สุด ในเวลานั้นอย่างมากก็ฆ่าอีกฝ่ายได้หนึ่งคน

แต่ถ้าตัวเองตายและอีกฝ่ายตายเพียงเล็กน้อย แบบนั้นจะมีประโยชน์อะไร?

เมื่อมีชีวิตอยู่เท่านั้นจึงมีความเป็นไปได้ทุกรูปแบบ!

เฉินเฟยใช้ทางอ้อมกลับไปยังสำนักและรายงานสถานการณ์ที่เขาเผชิญต่อเจ้าสำนักฉวีชิงเซิง

ฉวีชิงเซิงโกรธมากหลังจากฟังเรื่องราวของเฉินเฟย แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้

มันเป็นความเศร้าของผู้อ่อนแอ แม้แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวซึ่งมีระดับขัดเกลาทวารมากมายยังเป็นผู้อ่อนแอต่อหน้าสำนักเพลิงเทพ ความแข็งแกร่งของทั้งสองฝ่ายไม่ได้อยู่ในระดับเดียวกันเลย

สำนักเพลิงเทพให้คนมาล้อมสังหารเฉินเฟย แต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่สามารถให้คนไปปิดล้อมคนของสำนักเพลิงเทพ เพราะการทำแบบนั้นเป็นการเผชิญหน้ากับสำนักเพลิงเทพโดยตรง

คนที่มีความสุขที่สุดจากเรื่องนี้คือสำนักกระบี่เซียนเมฆา เพราะมันหมายความว่าสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวและสำนักกระบี่เซียนเมฆาเชื่อมโยงกัน

ในเวลานั้นสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต้องย้ายเข้าสำนักกระบี่เซียนเมฆาและกลายเป็นสมาชิกของสำนักกระบี่เซียนเมฆาโดยสมบูรณ์ ด้วยวิธีนี้เท่านั้นจึงสามารถรับประกันความปลอดภัยของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ไม่อย่างนั้นหากสำนักเพลิงเทพตอบโต้กลับ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่มีทางต่อต้าน เจี่ยนจิ้นเซิงคนเดียวก็สามารถกวาดล้างทั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวได้แล้ว คงมีเพียงไม่กี่คนที่หลบหนีไปได้

และการรวมเข้ากับสำนักกระบี่เซียนเมฆาเทียบเท่ากับการตัดมรดกของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวโดยสิ้นเชิง บางทีสำนักกระบี่เซียนเมฆาอาจให้สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเก็บรักษาเอกลักษณ์เอาไว้สักพัก

แต่เมื่อเวลาผ่านไปเงาของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะหายไป สุดท้ายก็ไม่มีอะไรเหลือ

ในบรรดามรดกมากมายของสำนักกระบี่เซียนเมฆา ส่วนมากล้วนได้รับมาด้วยวิธีนี้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีอดีตอันรุ่งโรจน์และไม่เต็มใจปล่อยให้เรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น

สถานการณ์ในตอนนี้ยังไม่ได้เร่งด่วนมากนัก เพราะเป้าหมายหลักของสำนักเพลิงเทพยังเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆา

“หากไม่ใช่เรื่องสำคัญ ช่วงนี้เจ้าอยู่ในสำนักเถอะ” ฉวีชิงเซิงมองเฉินเฟยแล้วพูด

เห็นได้ชัดว่าสมาชิกสำนักถูกคนอื่นปิดล้อมสังหารและยังรู้ว่าใครเป็นศัตรู แต่พวกเขาไม่สามารถยืนหยัดเพื่อเขาได้ สิ่งนี้ทำให้เจ้าสำนักฉวีชิงเซิงยากจะปล่อยวาง

“ท่านเจ้าสำนักไม่ต้องกังวล ข้าจะดูแลตัวเองให้ดี”

เฉินเฟยหัวเราะเบา เขาเพียงมารายงานสถานการณ์และไม่ได้ตั้งใจให้สำนักแก้แค้นให้ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่ได้มีพลังเช่นนั้น

เฉินเฟยเพียงหวังว่าศิษย์สาวกคนอื่นจะระวังตัวมากขึ้น

ครั้งนี้คนของสำนักเพลิงเทพล้อมสังหารเฉินเฟยไม่สำเร็จ การปิดล้อมครั้งต่อไปยิ่งมีโอกาสน้อยกว่า เว้นแต่จะส่งระดับขัดเกลาทวารขั้นกลางที่มีท่าร่างยอดเยี่ยมมา

ท่ามกลางผู้ฝึกตนทั่วไป มีคนน้อยมากที่มีการบ่มเพาะระดับนั้นและมีท่าร่างที่ดี ส่วนคนของสำนักเพลิงเทพ พวกเขาตั้งเป้าที่สำนักกระบี่เซียนเมฆามากกว่า

เมื่อเห็นว่าเฉินเฟยเด็ดเดี่ยวฉวีชิงเซิงไม่ชักชวนอีก เพียงบอกให้เฉินเฟยสนใจความปลอดภัยจองตัวเองมากขึ้น หลังจากเฉินเฟยจากไป ฉวีชิงเซิงเรียกรวมตัวผู้อาวุโสคนอื่นและอธิบายสถานการณ์ที่เฉินเฟยเผชิญหน้าให้ฟัง

ผู้อาวุโสคนอื่นของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต่างโกรธเคือง แต่พวกเขาไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากนิ่งเฉย เพราะหากก้าวเข้าไปร่วมด้วยจะถอยกลับไม่ได้อีก

การรวมเข้ากับสำนักกระบี่เซียนเมฆาอาจดูปลอดภัย แต่เป็นไปได้ว่าการต่อสู้ครั้งสุดท้ายสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวต้องไปอยู่แนวหน้า

เฉินเฟยมาพบเฟิงซิวผู่และบอกให้เขาระวังตัวมากขึ้น เฟิงซิวผู่บอกให้เฉินเฟยอยู่ในสำนักไปก่อน อย่างน้อยในสำนักยังปลอดภัยอยู่

แต่พอเฉินเฟยแสดงเดินหนีสวรรค์ให้เห็น เฟิงซิวผู่ก็ถึงกับพูดไม่ออก เขาแทบทำอะไรไม่ถูกเมื่อเห็นเฉินเฟยเกือบจะอยู่ในระดับเดียวกับตัวเอง

เฟิงซิวผู่ฝึกเดินหนีสวรรค์มาหลายปี ในขณะที่เฉินเฟยใช้เวลาฝึกเพียงเท่านั้น

ในเวลานี้เฟิงซิวผู่เข้าใจความรู้สึกของคนที่อยู่ระดับเดียวกับเฉินเฟยที่ต้องมองเฉินเฟยนำหน้าไปอย่างช่วยไม่ได้แล้ว

“อย่าได้ภูมิใจ หากเจ้าไม่ก้าวหน้าก็จะถอยกลับ เจ้าต้องฝึกหนักต่อไป!” เฟิงซิวผู่พูดเสียงทุ้ม

เฉินเฟยมองเฟิงซิ่วผูอย่างตกตะลึง ดูเหมือนว่าตอนนี้มีเพียงอาจารย์ตัวเองที่สามารถพูดสิ่งนี้กับตัวเองได้ ฐานะของคนอื่นไม่มีสิทธิพูดแบบนี้อีกแล้ว

ครึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยมาถึงเมืองเซียนเมฆา

ครั้งนี้เฉินเฟยใช้ทางอ้อม เขาตัดสินใจว่าหากในอนาคตต้องการกลับไปสำนักจะใช้ทางอ้อมนี้เพื่อหลีกเลี่ยงการโดนติดตามและสังหาร

แน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการทำงานหนักเพื่อเพิ่มการบ่มเพาะ

ในสถานการณ์วุ่นวายเช่นนี้ทุกคนล้วนมีส่วนร่วม และบ่อยครั้งที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมสิ่งที่ทำ หากต้องการทำลายสถานการณ์แบบนั้นจะต้องมีพลังที่แข็งแกร่งอย่างยิ่ง

แต่การปรับปรุงพลังของระดับขัดเกลาทวารส่วนใหญ่ต้องใช้เวลา นั่นคือช่วงนี้ที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาถูกคุกคามซึ่งทำให้เฉินเฟยมีโอกาสก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว

เฉินเฟยยังแข็งแกร่งไม่พอ ไม่อย่างนั้นหากเฉินเฟยแข็งแกร่งพอเขาคงฆ่าสามคนนั้นไปแล้ว สำนักเพลิงเทพจะไม่รู้ว่าใครเป็นคนฆ่า และมีโอกาสสูงที่จะมุ่งเป้าไปหาสำนักกระบี่เซียนเมฆา

เฉินเฟยใช้ทุกเวลาในการหลอมโอสถและฝึกฝน

หนึ่งเดือนต่อมา เฉินเฟยเปิดจุดทวารอีกครั้งทำให้จำนวนจุดทวารทั้งหมดเป็นสี่จุด ในขณะเดียวกันได้แลกเคล็ดพันไหมของสมาคมนักหลอมโอสถซึ่งเป็นขั้นสามถึงห้า

ตอนนี้เฉินเฟยมีค่าผลงานมากมาย เคล็ดพันไหมซึ่งเมื่อก่อนไม่อาจเข้าถึง ตอนนี้สามารถแลกเปลี่ยนได้อย่างง่ายดาย

การแลกสมุนไพรอายุมากอย่างเดียวยังห่างไกลจากความสามารถในการใช้ค่าผลงานที่เพิ่มขึ้นของเฉินเฟย

ผ่านไปอีกหนึ่งเดือน เฉินเฟยมีจุดทวารห้าจุด ผู้ฝึกตนทั่วไปต้องใช้เวลามากกว่าสิบหรือยี่สิบปีจึงมาถึงจุดนี้

ในขณะเดียวกันการหลอมโอสถทะยานเนินเขาอย่างบ้าคลั่งทุกวันได้เพิ่มความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยจนถึงระดับรู้แจ้ง

ในสมาคมนักหลอมโอสถ เฉินเฟยรับภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสองเตา

ตรวจสอบสมุนไพรวิญญาณ ก่อนไฟและหลอมโอสถ เฉินเฟยทำทุกขั้นตอนอย่างเป็นระเบียบ ดูแล้วไม่ต่างจากการหลอมโอสถครั้งก่อน แต่หากมีปรมาจารย์ด้านการหลอมโอสถอยู่ที่นี่จะเห็นถึงความแตกต่างเล็กน้อย

ความแตกต่างนี้คือความรู้สึกผ่อนคลาย

ไม่เร่งร้อนหรือล่าช้า ทุกรายละเอียดของการหลอมโอสถหลิงเสวี่ยปรากฏในมืออย่างชัดเจน เห็นได้ชัดว่ามันซับซ้อน แต่พอมองเฉินเฟยทำกลับรู้สึกสบายตา

แม้แต่คนที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการหลอมโอสถ เมื่อเห็นการกระทำของเฉินเฟยก็ยังเข้าใจว่าเฉินเฟยไปถึงจุดสูงสุดของการหลอมโอสถหลิงเสวี่ย

ครึ่งชั่วยามต่อมา เปิดฝาเตาออก กลิ่นหอมสมุนไพรอบอวนมากกว่าเดิม

เฉินเฟยหยิบโอสถหลิงเสวี่ยสี่เม็ดลงจานเคลือบ มองลวดลายโอสถจางๆที่ปรากฏบนโอสถ ด้วยความชำนาญโอสถหลิงเสวี่ยในระดับรู้แจ้ง โอสถหลิงเสวี่ยที่หลอมออกมาจึงเกิดลวดลายโอสถ

“หากลดจำนวนโอสถเหลือสามเม็ด ลวดลายโอสถจะปรากฏในโอสถแต่ละเม็ดอย่างเด่นชัด”

เฉินเฟยคิดในใจ โอสถหลิงเสวี่ยที่มีลวดลายโอสถต้องมีฤทธิ์ยามากกว่าโอสถหลิงเสวี่ยธรรมดา แต่เฉินเฟยกำลังทำภารกิจอยู่ การหลอมเช่นนั้นไม่ทำให้เฉินเฟยได้ประโยชน์ใด

“บีบอีดโอสถเหลือสามเม็ดจะเพิ่มฤทธิ์ยาของโอสถ ถ้าเพิ่มจำนวนเป็นสี่หรือห้าเม็ดบางทีฤทธิ์ยาอาจลดลง แต่ยังทำให้ภารกิจสำเร็จได้ไม่ใช่หรือ?”

ดวงตาเฉินเฟยเป็นประกาย ถึงเวลาทดสอบทักษะหลอมโอสถที่แท้จริงแล้ว!

จบบทที่ ตอนที่ 272 ทำลาย

คัดลอกลิงก์แล้ว