เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 263 ราชากับราชา

ตอนที่ 263 ราชากับราชา

ตอนที่ 263 ราชากับราชา


เฉินเฟยอดยิ้มไม่ได้เมื่อเห็นผลของการทำให้เป็นแบบง่าย เขาชอบการทำให้เป็นแบบง่ายประเภทตุ๊กตาแม่ลูกดกจริงๆ เพราะการทำให้เป็นแบบง่ายบางอย่างจะไม่รู้ว่าผลลัพธ์คืออะไร

จะบอกว่าง่ายก็ง่ายแต่มันซับซ้อนกว่าหน่อย สิ่งที่ต้องทำอาจยุ่งยากเล็กน้อย ถ้ามันทำได้ยากเกินไปก็ต้องทำให้เป็นแบบง่ายครั้งที่สอง

แต่การทำให้วิชาของระดับขัดเกลาทวารเป็นแบบง่ายครั้งแรกยังต้องใช้เงินหลายแสน ค่าใช้จ่ายในการทำให้เป็นแบบง่ายครั้งที่สองต้องเกินจริงกว่ามาก และตอนนี้เฉินเฟยไม่มีเงินทำแบบนั้น

ในห้องลับ เฉินเฟยกำลังโคจรท่องหนีสุญญตา ภาพติดหลายร่างของเฉินเฟยปรากฏขึ้น ในขณะเดียวกันความเข้าใจเดินหนีสวรรค์เริ่มปรากฏในใจ

ไม่กี่เดือนก่อนที่เฉินเฟยเรียนรู้ท่องหนีสุญญตาครั้งแรก ทุกครั้งที่ฝึกฝนจะได้รับความเข้าใจที่สอดคล้อง มากน้อยก็ยังพอมีบ้าง

หากวันนั้นอยู่ในสถานะดี เมื่อเข้าใจบางส่วนของวิชาก็จะตระหนักได้หลายสิ่ง

แต่พอวิชาลึกซึ้งกว่าเดิมก็ไม่อาจรับประกันว่าทุกครั้งที่ฝึกเดินหนีสวรรรค์จะเกิดความเข้าใจ บางทีต้องฝึกฝนหลายครั้งจึงปรับปรุงการฝึกเดินหนีสวรรค์

เมื่อเวลาผ่านไปและฝึกฝนได้ลึกซึ้งขึ้น สถานการณ์นี้จะหนักขึ้นเรื่อยๆ

นี่เป็นสถานการณ์ที่นักยุทธ์ส่วนใหญ่เผชิญ เว้นแต่พวกเขาจะมีพรสวรรค์และมีความเข้าใจในระดับน่าเหลือเชื่อ ไม่เช่นนั้นการฝึกวิชาจะเป็นเหมือนน้ำหยดลงหิน

ตอนนี้ด้วยเดินหนีสวรรค์แบบง่าย เฉินเฟยจึงโคจรท่องหนีสุญญตา ความรู้สึกของการเข้าใจเดินหนีสวรรค์ในทะเลจิตสำนึกเหมือนจะพาเฉินเฟยย้อนกลับไปตอนที่เขาเริ่มฝึกท่องหนีสวรรค์ครั้งแรก

เป็นเพราะความรู้สึกนี้เองที่ทำให้เฉินเฟยรู้ว่าความเข้าใจของตัวเองดีขึ้น ไม่ว่านั่นจะเป็นเพราะหมู่บ้านหมี่หรือเกิดขึ้นเองจากการทะลวงระดับขัดเกลาทวารก็ตาม

อย่างไรแล้วความเข้าใจของเฉินเฟยดีขึ้นมาก แต่ในเวลาต่อมามันได้พิสูจน์แล้วว่าความเข้าใจที่พัฒนาขึ้นเล็กน้อยยังห่างไกลจากความน่าอัศจรรย์

สิบวันผ่านไปในพริบตา เฉินเฟยยังมีงานแน่นหนาเช่นเคย

ความชำนาญของเดินหนีสวรรค์และกระบี่จ้งหยวนกำลังเพิ่มขึ้นอย่างมั่นคง

ความชำนาญสูตรโอสถหลิงเสวี่ยก้าวสู่ระดับรู้แจ้งเร็วขึ้น เนื่องจากในช่วงสามวันที่ผ่านมามีสมุนไพรของโอสถทะยานเนินเขาเพียงพอ

ในช่วงสิบวันนี้ นอกจากการฝึกวิชาเฉินเฟยยังไปสมาคมนักหลอมโอสถและทำภารกิจหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสองอย่าง ภารกิจแรกเป็นการหลอมโอสถหลิงเสวี่ยสามเตาและอีกภารกิจเป็นการหลอมห้าเตา

เฉินเฟยทำภารกิจสำเร็จตามปกติและได้รับค่าผลงานสองหมื่นสี่พันคะแนน

นอกจากค่าผลงาน สิ่งสำคัญคือเฉินเฟยได้รับโอสถหลิงเสวี่ยอีกห้าเม็ด

ครั้งนี้เฉินเฟยไม่ได้นำโอสถไปขายให้ร้านค้าและกินเอง โอสถหลิงเสวี่ยห้าเม็ดช่วยเพิ่มระดับบ่มเพาะของเฉินเฟยเป็นเวลาสิบห้าวัน

คาดว่าจุดทวารที่หนึ่งของเฉินเฟยจะเต็มในเวลาไม่ถึงเดือน

ใช้เวลาประมาณครึ่งปีในการเติมเต็มจุดทวารที่หนึ่ง ความเร็วนี้เป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนทั่วไปไม่อาจจินตนาการ แม้แต่ภายในสำนักยังต้องเป็นผู้มีภูมิหลังแข็งแกร่งเท่านั้นที่สามารถใช้โอสถไปถึงจุดนั้น

เฉินเฟยในระดับขัดเกลาทวารไม่ได้กินโอสถมากนัก เขาอาศัยตอนทะลวงระดับครั้งแรกดูดซับพลังหยวนเติมเต็มร่างกายและจุดทวารที่หนึ่งจนได้ครึ่งหนึ่ง

ตอนนี้เฉินเฟยมีวิธีรับโอสถหลิงเสวี่ย ความเร็วในการบ่มเพาะของเฉินเฟยจึงไม่ช้าลง พูดอีกย่างคือสำหรับเฉินเฟยแล้ว การเปิดหนึ่งจุดทวารในครึ่งปีเป็นสิ่งที่สามารถทำได้

นอกจากฝึกฝนกระบี่จ้งหยวนถึงระดับรู้แจ้งจะเสริมผลของการบ่มเพาะ เมื่อโอสถหลิงเสวี่ยถึงระดับรู้แจ้ง จำนวนโอสถที่ได้รับจะช่วยเร่งบ่มเพาะให้เร็วขึ้นอีก

สองวันต่อมา เฉินเฟยยืนอยู่ในห้องโถงหลักของสำนัก มองผู้อาวุโสสำนักรอบตัว

เฉินเฟยกำลังบ่มเพาะอยู่ในบ้านและถูกเจ้าสำนักเรียกตัวอย่างกะทันหัน พอมาถึงที่นี่ก็เห็นภาพนี้แล้ว เมื่อเทียบกับตอนที่มาครั้งก่อน คราวนี้มีระดับขัดเกลาทวารเพิ่มมาหนึ่งคน

เพียงแต่ผู้อาวุโสคนนี้ดูแก่มาก ไม่เพียงแค่อายุ จิงชี่เสินเหมือนจะอ่อนแอด้วย

แม้จิงชี่เสินจะอ่อนลง แต่ลมปราณกลับมหาศาลอย่างยิ่ง พูดได้ว่าทัดเทียมกับเจ้าสำนำฉวีชิงเซิง

ในด้านของแรงกดดัน ความรู้สึกที่ผู้อาวุโสคนนี้มอบให้กับเฉินเฟยนั้นรุนแรงมากกว่า

“เขาคือผู้อาวุโสโจวที่เก็บตัวมานาน” เฟิงซิวผู่ด้านข้างกระซิบบอกเฉินเฟย

“พยายามทะลวงระดับหลอมทวารหรือ?”

ผู้อาวุโสโจวอยู่ในระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย ตอนนี้จิงชี่เสินลดลง เห็นได้ชัดว่าอายุขัยใกล้ถึงขีดจำกัด หากต้องการยืดอายุขัยต้องทะลวงสู่ระดับรวมทวารเท่านั้น

อายุขัยของระดับรวมทวารคือสามร้อยปี หากทะลวงระดับสำเร็จจะมีอายุเพิ่มหนึ่งร้อยปีทันที

“ใช่!”

เฟิงซิวผู่พยักหน้าไม่พูดอะไรอีก เห็นได้ชัดว่าผู้อาวุโสโจวล้มเหลวในการทะลวงผ่าน ไม่อย่างนั้นจิงชี่เสินคงไม่เป็นเช่นนี้

สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีวิชามรดกฉบับสมบูรณ์สามชุด เมื่อเทียบกับผู้ฝึกตนทั่วไปมันเป็นสิ่งที่ทรงพลังแน่นอน ท้ายที่สุดวิชาส่วนใหญ่ที่ผู้ฝึกตนทั่วไปใช้บ่มเพาะไม่สามารถไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย

วิชาบ่มเพาะหลายอย่างยังเป็นส่วนเสียหายด้วยซ้ำ ใช้บ่มเพาะได้ถึงแค่ระดับขัดเกลาทวารข้นต้นหรือได้แค่สิบจุดทวาร

เมื่อเปรียบเทียบกันแล้วผู้ฝึกตนทั่วไปดูลำบากไม่น้อย แต่เป็นธรรมดาที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะไม่สนใจความรู้สึกของคนเหล่านั้น

วิชามรดกสามชุดของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวสามารถบ่มเพาะได้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นปลาย แต่ไปถึงเพียงขั้นปลายเท่านั้น ไม่สามารถไปถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด

หากต้องการทะลวงระดับรวมทวารจะทำได้เมื่อระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับขัดเหลาทวารขั้นปลาย แต่เมื่อพูดถึงการทะลวงขอบเขต ยิ่งระดับบ่มเพาะสูงโอกาสที่จะทะลวงผ่านยิ่งมากตาม

เดิมทีระดับรวมทวารหาตัวยากอยู่แล้ว สำนักกระบี่เซียนเมฆามีระดับรวมทวารเพียงสองคนซึ่งวางรากฐานสำหรับอำนาจปกครองอย่างสมบูรณ์ สำนักรอบด้านไม่มีระดับรวมทวารแม้แต่คนเดียว ดังนั้นเข้าใจได้ว่าการทะลวงผ่านนั้นยากเพียงใด

ก่อนที่วิชาของสำนักระบี่เริ่มดวงดาวจะสูญหาย ตราบใดที่มีพรสวรรค์เพียงพอก็สามารถบ่มเพาะถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุด แต่ตอนนี้มันกลายเป็นเพียงความหวังอันงดงามเท่านั้น

เรื่องนี้ทำให้คนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทะลวงระดับรวมทวารยากยิ่งขึ้น

ไม่ใช่ว่าคนในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไม่คิดจะซ่อมแซมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวหรือหาชิ้นส่วนที่สูญหาย แต่หลังผ่านไปหลายปีกลับคืบหน้าเพียงเล็กน้อย

สำหรับการวิชาที่เทียบได้กับคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาว ระดับความยากของเรื่องนี้ยากยิ่งกว่าการซ่อมแซมคัมภีร์กระบี่เริ่มดวงดาวเสียอีก เว้นแต่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวจะส่งผู้แข็งแกร่งรวมทวารออกไปทำงานนี้

ด้วยผู้แข็งแกร่งเช่นนั้นจึงเป็นไปได้ที่จะทำสำเร็จ แต่การทะลวงระดับรวมทวารจะง่ายดายได้อย่างไร

“วันนี้เรียกทุกคนมารวมตัวกันด้วยเรื่องหนึ่ง”

ฉวีชิงเซิงด้านบนมองผู้คนด้านล่างและพูดเสียงทุ้ม “ตามข้อมูลที่ได้รับมา สำนักกระบี่เซียนเมฆาพบร่องรอยของสำนักเพลิงเทพแล้ว หลังจากนี้มีโอกาสที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาตะส่งคนไปล้อมทำลายสำนักเพลิงเทพ”

“สำนักเพลิงเทพ?” สีหน้าผู้อาวุโสหลายคนเปลี่ยนไป

ความบาดหมางระหว่างสำนักเพลิงเทพกับสำนักกระบี่เซียนเมฆาเกิดขึ้นมาหลายปี บางครั้งสำนักกระบี่เพลิงเทพจะคุกคามสำนักอื่นโดยรอบ แต่เป้าหมายหลักยังคงเป็นสำนักกระบี่เซียนเมฆา

การบอกว่าทั้งสองกำลังต่อสู้กันค่อนข้างจะยกย่องสำนักเพลิงเทพไปหน่อย

พูดได้ว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาผลักดันสำนักเพลิงเทพได้ทุกเวลา เมื่อพบร่องรอยสำนักเพลิงเทพก็จะส่งคนไปทำลายทันที

ด้วยเหตุนี้เองสำนักเพลิงเทพจึงต้องซ่อนตัวมาตลอดหลายปีเพราะกลัวว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาจะพบที่ซ่อน

“เจอโถงรวมตัวของสำนักเพลิงเทพแล้วหรือ?” อู๋กวงอินเงยหน้าถาม

เจ้าสำนักเรียกรวมตัวเป็นพิเศษ เกรงว่าสิ่งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาค้นพบจะใหญ่สักหน่อย ไม่เช่นนั้นฉวีชิงเซิงคงไม่ทำเช่นนี้

“ยังไม่แน่ชัด แม้จะไม่ใช่โถงรวมตัวของสำนักเพลิงเทพ แต่ขนาดน่าจะไม่เล็ก”

ฉวีชิงเซิงพูดต่อด้วยสีหน้าเคร่งขรึม “ในเวลานั้นสำนักกระบี่เซียนเมฆาควรเรียกรวมหลายสำนักให้ไปมีส่วนร่วมในการปิดล้อม ทุกคนต้องเตรียมตัวให้พร้อม!”

เฉินเฟยยืนอยู่ด้านหลัง เกรงว่านี่คือสิ่งที่ฉวีชิงเซิงต้องการเตือนในวันนี้ หากโดนเรียกตัว สำนักอื่นจะต้องให้ความช่วยเหลือ

ทุกการต่อสู้ย่อมมีอันตราย สำนักเพลิงเทพถูกสำนักกระบี่เซียนเมฆาผลักดัน แต่ไม่ได้หมายความว่าอีกฝ่ายจะเป็นลูกพลับอ่อนนุ่ม

เพราะสำนักกระบี่เซียนเมฆาแข็งแกร่งเกินไปจึงทำให้สำนักเพลิงเทพดูอ่อนแอ สำนักอื่นไม่ได้แข็งแกร่งเหมือนสำนักกระบี่เซียนเมฆา เมื่อเผชิญหน้ากับสำนักเพลิงเทพจึงต้องคอยระวัง!

หลังจากนั้นไม่นานทุกคนทยอยออกจากโถงหลัก

“ในช่วงหลายปีที่ผ่านมามีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้นหลายครั้ง แต่ละครั้งสำนักเพลิงเทพไม่ถูกทำลายก็จะพิการ แต่หลังจากนั้นไม่กี่ปีสำนักเพลิงเทพจะปรากฏอีกครั้ง” เฟิงซิวผู่ด้านข้างพูดกับเฉินเฟย

“เจ้าสำนักเพลิงเทพยังไม่ตายหรือ?”

เฉินเฟยพูดอย่างสงสัย ในตอนนั้นเคยได้ยินเรื่องสำนักเพลิงเทพมากมาย ท้ายที่สุดมีเพียงสำนักเพลิงเทพที่กล้าแข็งข้อกับสำนักกระบี่เซียนเมฆา

“อาจจะตายไปแล้วหรือยังมีชีวิตอยู่ก็ได้ ไม่มีใครรู้เรื่องนี้”

เฟิงซิวผูส่ายหน้า “คราวนี้เจ้าสำนักมาบอกเรื่องสำนักกระบี่เซียนเมฆาพบร่องรอยของสำนักเพลิงเทพ คาดว่าในเวลานั้นแต่ละสำนักต้องส่งคนไปไม่น้อย”

“เป็นเช่นนี้เสมอเลยหรือ?”

“ใช่ แต่ตราบใดที่เจ้าเก็บตัวบ่มเพาะอยู่ในสำนัก เจ้าสำนักจะไม่ปล่อยให้เจ้าออกไป” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม

เฉินเฟยเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารและไม่มีแม้แต่กระบี่วิญญาณ เขาเป็นคนที่อ่อนแอที่สุด เป็นไปไม่ได้ที่เฉินเฟยจะเข้าร่วมการต่อสู้

ไม่อย่างนั้นหากได้เจอระดับขัดเกลาทวารที่แข็งแกร่งกว่าเล็กน้อย ชีวิตเฉินเฟยจะตกอยู่ในอันตรายทันที

สำหรับการปล่อยให้เฉินเฟยสู้กับระดับปรับแต่งร่างกายของสำนักเพลิงเทพ เรื่องนี้ทำได้ลับๆเท่านั้น ไม่อย่างนั้นหากเฉินเฟยถูกพบเห็น เขาจะถูกระดับขัดเกลาทวารของสำนักเพลิงเทพปิดล้อมและตกอยู่ในอันตรายกว่าเดิม

มันเป็นความเข้าใจโดยปริยาย ระดับเดียวกันเผชิญกับระดับเดียวกัน หากเจ้าไม่ลงมือนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายของข้า ข้าจะไม่ลงมือกับระดับปรับแต่งร่างกายของพวกเจ้า

แน่นอนว่าหากระดับปรับแต่งร่างกายบางคนรนหาที่ตายโดยเข้าไปผสมโรงกับระดับขัดเกลาทวารและถูกทุบตีจนตาย แบบนั้นจะไม่มีใครว่าอะไรได้

ดังนั้นหากเฉินเฟยได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมการต่อสู้ เขาจะต้องเผชิญกับนักยุทธ์ระดับขัดเกลาทวารแน่นอน ซึ่งแบบนั้นอันตรายเกินไปสำหรับเฉินเฟย

จบบทที่ ตอนที่ 263 ราชากับราชา

คัดลอกลิงก์แล้ว