เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 248 การซื้อขายนี้ทำได้

ตอนที่ 248 การซื้อขายนี้ทำได้

ตอนที่ 248 การซื้อขายนี้ทำได้


ในเมืองซิ่งเฝิน เฉินเฟยกำลังนั่งอยู่ในร้านอาหาร มองผู้คนเดินผ่านไปมาบนถนนด้านล่าง

เป็นเวลาสองวันแล้วที่มาถึงเมืองซิ่งเฝิน เฉินเฟยแวะไปตระกูลสวี่ในระหว่างทาง แต่นอกจากตำลึงเงินจำนวนหนึ่งก็ไม่ได้รับของมีค่ามากมายอะไรนัก

พูดอีกอย่างคือสิ่งที่ดึงดูดสายตาเฉินเฟยมีน้อยลง

เฉินเฟยตั้งใจกลับสำนักพรุ่งนี้ ด้วยระดับบ่มเพาะของเฉินเฟยในเวลานี้จึงไม่จำเป็นต้องติดตามกองคาราวานอีก อย่างไรก็รู้เส้นทางอยู่แล้ว ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในเวลานี้จึงใช้เวลาไม่นานในการไปที่นั่น

เฉินเฟยนั่งอยู่ในร้านอาหารสักพักก่อนเดินกลับไปโรงเตี๊ยม เมื่อเดินไปได้ครึ่งทางเฉินเฟยต้องหยุดเท้าลงเพราะรับรู้ได้ถึงสองลมปราณที่คุ้นเคย

หลังทะลวงระดับขัดเกลาทวาร พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นมาก ตอนนี้เขารับรู้ได้ถึงการเปลี่ยนแปลงลมปราณโดยรอบได้อย่างชัดเจน

เฉินเฟยคิดครู่หนึ่งก่อนวูบไหวหายไป เมื่อปรากฏตัวอีกครั้งก็อยู่บนผนังตรอกหนึ่งและมองสามร่างด้านล่าง

“ชิ้ง!”

ทันใดนั้นมีคนปรากฏตัวบนผนัง ฉู่เหวินเหนียนชักดาบออกมาทันที แต่พอเห็นคนบนผนังอย่างชัดเจนก็ต้องตกใจ

“พี่เฉิน!”

ฉู่หลันมองเฉินเฟยด้วยความประหลาดใจ นางคิดไม่ถึงว่าจะได้พบกับเขาอีกหลังผ่านไปหลายวัน ฉู่หลันกำลังจะยิ้ม แต่พอคิดถึงสถานการณ์ปัจจุบันรอยยิ้มก็จางหาย

“ไปกันเถอะ!”

ฉู่เหวินเหนียนตะโกนเสียงต่ำ อุ้มฉู่หลันแล้ววิ่งนำหรวนเฉียวจวินไปข้างหน้า คนที่ไล่ตามมายังอยู่ข้างหลัง ฉู่เหวินเหนียนไม่อยากลากคนนอกอย่างเฉินเฟยลงไปด้วย

ฉู่หลันเม้มปากและไม่กล้าทักทายเฉินเฟยอีกเพราะกลัวว่าจะนำหายนะมาให้ พอคิดว่าตัวเองจะรอดจากหายนะครั้งนี้หรือไม่ ฉู่หลันก็อดไม่ได้ที่จะหันไปมองเฉินเฟย

“เดี๋ยวก่อน!”

หรวนเฉียวจวินจับฉู่เหวินเหนียนแล้วหันไปมองเฉินเฟย ดวงตานางเต็มไปด้วยความประหลาดใจและไม่อยากเชื่อ

ฉู่เหวินเหนียนกับฉู่หลันมองหรวนเฉียวจวินอย่างสับสน เห็นหรวนเฉียวจวินเดินตรงไปหาเฉินเฟยแล้วคุกเข่าลง

“ผู้อาวุโสโปรดช่วยด้วย!” หรวนเฉียวจวินพูดเสียงเบา

ปากฉู่เหวินเหนียนสั่นเทาและตกใจจนพูดไม่ออก ฉู่หลันปิดปากมองภาพด้านหน้าอย่างไม่เข้าใจ

เฉินเฟยมองหรวนเฉียวจวินด้านล่างด้วยสีหน้าประหลาดใจ อีกฝ่ายเห็นลมปราณที่เขาควบคุมได้ด้วย การรับรู้เฉียบคมนัก

ตอนนี้เฉินเฟยกำลังระงับลมปราณไว้อยู่ มันไม่สมบูรณ์เหมือนตอนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ความพิเศษของจุดทวารทำให้เฉินเฟยตอบรับปราณหยวนรอบตัวอย่างต่อเนื่อง

พลังจิตวิญญาณของเฉินเฟยไม่สามารถปกปิดความผันผวนนี้ได้อย่างสมบูรณ์ แม้แต่สยบร่างกายสยบมังกรคชสารระดับรู้แจ้งก็ไม่อาจทำได้ บางทีอาจต้องฝึกสยบจิตสยบมังกรคชสารก่อนถึงจะทำได้

“ผู้อาวุโส เรากำลังถูกตามล่าอยู่ หากผู้อาวุโสสามารถปกป้องพวกเราจนไปถึงเมืองฉินไห่ เมื่อไปถึงแล้วผู้เยาว์ยินดีมอบทองศิลาสวรรค์ให้หนึ่งก้อน!”

เมื่อเห็นเฉินเฟยไม่ตอบสนอง หรวนเฉียวจวินจึงเงยหน้ามองเฉินเฟย

ใบหน้าเฉินเฟยสงบนิ่ง เมืองฉินไห่อยู่ห่างจากเมืองซิ่งเฝินประมาณสองสามร้อยลี้ซึ่งอยู่ไม่ไกลกันนัก ในทางกลับกันทองศิลาสวรรค์มีความหนาและหนักเหมือนกับทองเกิง มันเป็นวัตถุวิญญาณที่หายาก

หากเอาไปขายก็ได้อย่างน้อยแสนตำลึง

สิ่งสำคัญคือบางครั้งต่อให้มีเงินก็หาซื้อไม่ได้ หลายคนต้องแลกเปลี่ยนกับวัตถุทางจิตวิญญาณอย่างอื่น

หากเพิ่มทองศิลาสวรรค์ให้กระบี่เฉียนหยวน มันจะใช้เวลาประมาณหนึ่งปีในการเปลี่ยนจากดาบกึ่งวิญญาณเป็นดาบวิญญาณ

ตามแผนเดิมของเฉินเฟย อาจต้องใช้เวลาสี่ถึงห้าปีถึงจะทำเรื่องนี้สำเร็จ

ระดับขัดเกลาทวารมีอาวุธวิญญาณหรือไม่มีเป็นสิ่งที่แตกต่างกันอย่างยิ่ง

“ก่อนหน้านี้ท่านเคยอยู่กับกองคาราวานเซียนเมฆาไม่ใช่หรือ? พลังของกองคาราวานน่าจะเพียงพอปกป้องความปลอดภัยของท่าน”

เฉินเฟยหันหันไปมองฉู่เหวินเหนียน เรื่องนี้คือสสิ่งที่เฉินเฟยสับสน

แม้กองคาราวานเซียนเมฆาจะเก็บค่าธรรมเนียมสูง แต่พวกเขารับประกันความปลอดภัยอย่างแน่นอน พวกโจรและคนที่คล้ายกันจะไม่ยุ่งกับกองคาราวานเซียนเมฆา หากสายตาสั้นก็เป็นการรนหาที่ตาย

แล้วทำไมพวกเขาถึงกลับมาที่เมืองซิ่งเฝินอีก?

ดูจากความสัมพันธ์ระหว่างทั้งสาม หรวนเฉียวจวินจวินน่าจะเป็นผู้นำฉู่เหวินเหนียนกับฉู่หลัน ตอนอยู่ในกองคาราวานก่อนหน้านี้ฉู่เหวินเหนียนทั้งสองไม่เคยติดต่อกับหรวนเฉียวจวินเลย

ตอนอยู่ในคาราวานแกล้งทำเป็นไม่รู้จักกันหรือ?

“คนที่อ้างว่ามาจากสำนักเพลิงเทพเข้าโจมตีกองคาราวานเซียนเมฆา คนที่ไล่ตามเราจึงใช้โอกาสนี้ปรากฏตัว พวกเราจึงต้องหลบหนีมา” ฉู่เหวินเหนียนพูดเสียงเบา

สำนักเพลิงเทพ?

หัวใจเฉินเฟยเต้นรัวขึ้นเล็กน้อย เป็นสำนักเพลิงเทพจริงหรือแค่โยนความผิดให้สำนักเพลิงเทพ?

“สหายน้อย...ผู้อาวุโส ท่านช่วยพาพวกเราไปเมืองฉินไห่ได้หรือไม่?”

ฉู่เหวินเหนียนเหลือบมองหรวนเฉียวจวิน แม้จะไม่อยากเชื่อแต่ฉู่เหวินเหนียนยังถามเฉินเฟยอย่างระวัง

“ข้าไม่เคยไปเมืองฉินไห่มาก่อน ตอนนี้อย่าเพิ่งพูดถึงเรื่องนี้เลย ไปที่อื่นก่อน ตรงนี้ไม่ปลอดภัยนัก”

เฉินเฟยพูดจบก็ยื่นมือขวาคว้าด้านหน้า ทันใดนั้นเส้นพลังลอยออกมาจากร่างหรวนเฉียวจวินตกลงบนมือเฉินเฟย

หรวนเฉียวจวินมองภาพตรงหน้าด้วยความประหลาดใจ เมื่อพลังหายไปหรวนเฉียวจวินก็รู้สึกผ่อนคลาย

เฉินเฟยมองพลังในมือ มันเป็นพลังจิตวิญญาณ มีคนทำเครื่องหมายบนตัวหรวนเฉียวจวิน วิชานี้ค่อนข้างซับซ้อน เฉินเฟยไม่สามารถทำแบบนี้ตอนอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน

แน่นอนว่าไม่ใช่ว่าเฉินเฟยมีพลังจิตวิญญาณไม่พอ แต่เขาไม่มีวิชาจิตวิญญาณแบบนี้

“ไปกันเถอะ!”

เฉินเฟยโบกมือขวา ใช้พลังหยวนลากทั้งสามคนหายเข้าไปในตรอก

ครู่ต่อมา หลายร่างปรากฏขึ้นในตรอก ตรวจสอบตำแหน่งที่หรวนเฉียวจวินปรากฏตัวครั้งล่าสุดซ้ำแล้วซ้ำอีกแต่ไม่สามารถสัมผัสตำแหน่งของเครื่องหมายจิตวิญญาณ

“เครื่องหมายหายไป มันคงถูกลบไปแล้ว!”

“รายงานขึ้นไป”

“ขอรับ!”

หลายร่างพูดคุยกันแล้วหายเข้าไปในตรอก

ห่างออกไปไม่กี่ร้อยหมี่ เฉินเฟยทั้งสี่ปรากฏตัวในลานบ้าน ไม่มีใครอาศัยอยู่ที่นี่นานแล้ว ตอนนี้มันเหมาะสำหรับการพูดคุยกัน

“ขอบคุณผู้อาวุโสที่ช่วยเหลือ!” หรวนเฉียวจวินกุมมือ คำพูดของนางเต็มไปด้วยความเคารพ

พิจารณาจากวิชาที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นเมื่อครู่ หรวนเฉียวจวินจึงรู้ว่าตัวเองคิดถูก คนตรงหน้าเป็นผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารจริงๆ

“เฉิน...พี่เฉิน ท่านไม่ได้เป็นระดับหลอมกระดูกหรือ?”

ฉู่หลันมองใบหน้าหล่อเหลาของเฉินเฟยแล้วรู้สึกแปลกๆ ตอนที่อยู่ในกองคาราวาน เฉินเฟยอยู่ในระดับหลอมกระดูกแถมยังโดนท่านปู่ดูหมิ่นอีก

ทำไมผ่านไปพริบตาเดียวพี่เฉินถึงแข็งแกร่งขึ้นขนาดนี้?

“ตอนนั้นข้าระงับลมปราณเอาไว้”

เฉินเฟยมองฉู่หลันแล้วอดยิ้มไม่ได้ ฉู่หลันมองหน้ายิ้มแย้มของเฉินเฟย ความกังวลใจของนางผ่อนคลายลงเล็กน้อย

แน่นอนว่าพี่เฉินยังคงเป็นพี่เฉินคนดีเหมือนเดิม!

ฉู่เหวินเหนียนด้านข้างรู้สึกใบหน้าร้อนผ่าวเมื่อนึกถึงการมอบคำแนะนำให้เฉินเฟย คำพูดเหล่านั้น พอคิดดูแล้วช่างน่าอายนัก

“บอกเรื่องราวให้ข้าฟังหน่อย”

เฉินเฟยมองหรวนเฉียวจวิน หากเรื่องนี้ไม่ลำบากเกินไปใช่ว่าเฉินเฟยจะไปเมืองฉินไห่ไม่ได้ ท้ายที่สุดมีทองศิลาสวรรค์หนึ่งก้อนเป็นของตอบแทน สิ่งนี้แสดงความจริงใจแล้ว

“ข้าคือคนของตระกูลหรวนแห่งเมืองฉินไห่...”

หรวนเฉียวจวินเล่าเรื่องทั้งหมดให้ฟังโดยไม่ลังเล

หนึ่งเค่อต่อมา หรวนเฉียวจวินหยุดพูดและมองเฉินเฟยอย่างคาดหวัง เฉินเฟยไม่พูดอะไร เขาต้องไตร่ตรองข้อดีและข้อเสีย

สถานการณ์ของหรวนเฉียวจวินไม่ซับซ้อน พูดได้ว่าเรียบง่ายด้วยซ้ำ

ทายาทสายตรงของตระกูลหรวนแห่งเมืองฉินไห่ เมื่อก่อนเคยฝากตัวกับอาจารย์ในเมืองเซียนเมฆาโดยหวังว่าจะประสบความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ในเส้นทางยุทธ์ แต่เพราะพรสวรรค์มีจำกัด หลังผ่านไปหลายปีระดับการบ่มเพาะยังคงอยู่ที่ระดับขัดเกลาไขกระดูก

ตามคำพูดของหรวนเฉียวจวิน เดิมทีนางคิดจะฝึกฝนอยู่ในเมืองเซียนเมฆาต่อ แต่มีข่าวจากเมืองฉินไห่ว่าเมื่อไม่นานมานี้ผู้นำตระกูลหรวนซึ่งเป็นพ่อของหรวนเฉียวจวินเสียชีวิตอย่างกะทันหันด้วยอาการบาดเจ็บสาหัส

พ่อของหรวนเฉียวจวินเป็นคนน่าหลงใหล แม่ของหรวนเฉียวจวินเสียตอนให้กำเนิดหรวนเฉียวจวิน พ่อของนาง ไม่เคยแต่งงานภรรยาอีก ดังนั้นหรวนเฉียวจวินจึงเป็นบุตรสาวคนเดียวในเชื้อสายของเขา

แม้หรวนเฉียวจวินจะเป็นเชื้อสายโดยตรงเพียงคนเดียว แต่ก็ยังมีสายเลือดอื่นที่เป็นหลักประกันของตระกูลหรวนอยู่ ตระกูลหรวนทั้งหมดถือเป็นตระกูลใหญ่ในเมืองฉินไห่ ดังนั้นบางคนจึงหวังว่าหรวนเฉียวจวินไม่กลับมาอีก

ทองศิลาสวรรค์ที่หรวนเฉียวจวินจะมอบให้เป็นสมบัติในคลังตระกูลหรวนซึ่งพ่อของหรวนเฉียวจวินได้รับมาโดยบังเอิญ ทั้งตระกูลหรวนมีไม่เกินสามคนที่รู้เรื่องนี้

พ่อของหรวนเฉียวจวินเก็บทองศิลาสวรรค์ก้อนนี้ไว้เพื่อแลกกับความช่วยเหลือจากผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารเมื่อตระกูลตกอยู่ในวิกฤต

สำหรับฉู่เหวินเหยียนและฉู่หลัน พวกเขาคือยามและสาวใช้ที่ติดตามหรวนเฉียวจวิน โดยปกติแล้วตอนอยู่ในเมืองเซียนเมฆาพวกเขาไม่จำเป็นต้องดูแลอาหารและชีวิตประจำวันของหรวนเฉียวจวิน พวกเขาจะอยู่เป็นเพื่อนมากกว่า

ครั้งนี้ต้องกลับเมืองฉินไห่ ฉู่เหวินเหนียนทั้งสองจึงต้องติดตามกลับไปด้วย และเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาที่ไม่จำเป็น ตอนอยู่ในกองคาราวานเซียนเมฆาจึงทำเป็นไม่รู้จักกัน

แต่คิดไม่ถึงว่าพวกเขาจะโชคร้ายขนาดนี้ กองคาราวานเซียนหยุนตกเป็นเป้าหมาย หากเป็นกองคาราวานเซียนเมฆายามปกติ หรวนเฉียวจวินคงไม่ต้องเจอเรื่องลำบากจนไปถึงเมืองฉินไห่

ด้วยเหตุนี้พวกนางจึงถูกบังคับให้หนีกลับมาเมืองซิ่งเฝินและอาจถึงขั้นตายอยู่ในเมืองซิ่งเฝิน

เฉินเฟยสบตาหรวนเฉียวจวินกับฉู่หลันแล้วอดยิ้มไม่ได้

ในตระกูลหรวนไม่มีผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร คนที่แข็งแกร่งสุดอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน และใครบางคนจากตระกูลหรวนได้จ้างนักฆ่าให้มาสังหารนาง

แต่พิจารณาจากความมั่งคั่งของตระกูลหรวนแล้ว เป็นไปไม่ได้เลยที่จะจ้างนักฆ่าระดับขัดเกลาทวารเพราะไม่อาจจ่ายเงินได้มากขนาดนั้น

“เช่นนั้นไปเมืองฉินไห่กันเถอะ ข้าหวังว่าเมื่อถึงเวลาเจ้าจะไม่ผิดสัญญา!”

เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งก่อนตกลงกับเรื่องนี้ การเดินทางไปเมืองฉินไห่อาจทำให้ช้าลงสักหน่อย พวกเขาอาจไปถึงที่นั่นภายในสี่หรือห้าวัน หลังได้รับทองศิลาสวรรค์แล้วคงใช้เวลาไม่นานในการกลับสำนัก

ไปกลับแค่ไม่กี่วันก็ได้รับทองศิลาสวรรค์หนึ่งก้อน การซื้อขายนี้ทำได้!

“ขอบคุณผู้อาวุโส!” หรวนเฉียวจวินร้องไห้ด้วยความดีใจ ในที่สุดหินก้อนใหญ่ในใจก็หายไป

“ขอบคุณพี่เฉิน!” ฉู่หลันซึ่งยืนอยู่ด้านข้างอยากเดินเข้าไปกอดเฉินเฟย แต่นางไม่กล้าขนาดนั้น

“ขอบคุณ ผู้อาวุโส!” ฉู่เหวินเหนียนยิ้ม แม้ชื่อที่หลานสาวเรียกจะต่างออกไปสักหน่อย แต่ฉู่เหวินเหนียนไม่สนใจเรื่องนี้

สิ่งสำคัญคือการกลับไปเมืองฉินไห่ได้อย่างปลอดภัย

เช้ารุ่งขึ้น รถม้าคันหนึ่งออกจากเมืองซิ่งเฝินมุ่งหน้าไปยังเมืองฉินไห่

เฉินเฟยที่นั่งอยู่ในรถม้ากำลังฝึกกระบี่จ้งหยวน ปราณหยวนรอบตัวเขาหลั่งไหลเข้าสู่จุดทวาร ฉู่หลันนั่งข้างอยู่ด้านข้างและคอยมองหน้าเฉินเฟย

ฉู่เหวินเหนียนมองการกระทำของหลานสาว เขารู้สึกว่าสายตาของหลานสาวช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!

จบบทที่ ตอนที่ 248 การซื้อขายนี้ทำได้

คัดลอกลิงก์แล้ว