เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 245 เจ้าตายดีกว่าข้าตาย

ตอนที่ 245 เจ้าตายดีกว่าข้าตาย

ตอนที่ 245 เจ้าตายดีกว่าข้าตาย


“เขาหนีออกมาได้หรือ?”

เฉินเฟยรู้สึกถึงความผันผวนของพลังสีเขียวเข้มในมือ มันจะเป็นเช่นนี้ต่อเมื่อลู่จือชุนอยู่ใกล้ๆเท่านั้น เฉินเฟยคิดไม่ถึงเลยว่าลู่จือชุนจะหนีออกจากหมู่บ้านหมี่ได้

กฎของหมู่บ้านหมี่เข้มงวดมากจนคนภายนอกต่อต้านได้ยาก

ชาวบ้านในหมู่บ้านหมี่เรียนรู้วิชาที่อธิบายให้ฟังได้ทันที จากนั้นจึงดูดซับต้นกำเนิด พอตกดึกหากปล่อยตัวปล่อยใจตามไปก็จะโดนดูดอีกรอบ

ที่แย่กว่านั้นคือการเรียนรู้วิชาใหม่ในวันรุ่งขึ้น พอเริ่มฟังก็จะเสียต้นกำเนิดทันที

สิ่งสำคัญที่สุดคือสติปัญญาถูกระงับ ประสบการณ์กับวิธีจัดการศัตรูทั้งหมดล้วนไม่มีความหมาย ทำได้เพียงพึ่งสัญชาตญาณ

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ การต้านทานหมู่บ้านหมี่ได้คงแปลกยิ่งนัก

หากต้องการหนีออกจากหมู่บ้านหมี่ เว้นแต่จะแข็งแกร่งกว่าหมู่บ้านหมี่และทำลายกฎเกณฑ์ด้วยพลังอันเหนือชั้น

หรือเป็นแบบเฉินเฟยที่มีระบบจึงทำให้เกือบชนะกฎทั้งหมดของหมู่บ้านหมี่ ไม่อย่างนั่นต้องเป็นอีกสถานการณ์หนึ่งนั่นคือต้องยอดเยี่ยมและน่าทึ่งจริงๆ แม้สติปัญญาจะถูกระงับแต่ความเข้าใจยังคงสูงเสียดฟ้า เมื่อเป็นเช่นนั้นหมู่บ้านหมี่ก็ไม่อาจทำอะไรได้

ดังนั้นเฉินเฟยจึงค่อนข้างแปลกใจเมื่อรู้ว่าลู่จือชุนหนีจากหมู่บ้านหมี่ได้

ในฐานะผู้ฝึกตนทั่วไป นักยุทธ์ระดับขัดเกลาทวารมีไพ่ลับของตัวเองตามที่คาดไว้ จนถึงสุดท้ายก็ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายซ่อนกลอุบายอะไร

“หมายความว่าตอนนี้เหลือพลังไม่เท่าไหร่?”

เฉินเฟยนึกถึงสถานการณ์น่าสลดใจของลู่จือชุนทั้งสองคนในหมู่บ้านหมี่ ตอนนั้นทั้งสองได้รับความเสียหายอย่างหนัก ท้ายที่สุดพวกเขาถูกบังคับให้สละวิญญาณของอาวุธวิญญาณเพื่อรักษาสติปัญญาตัวเองเอาไว้

ไม่อย่างนั้นคงหนีจากหมู่บ้านหมี่ไม่ได้แน่ เฉินเฟยแค่ไม่รู้ว่าสุดท้ายต้องใช้วิธีใดจึงหนีออกมา

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม ตอนเข้าหมู่บ้านหมี่เข้าพร้อมกัน ตอนนี้หนีออกจากหมู่บ้านหมี่ยังออกพร้อมกันอีก เขาคงต้องไปตรวจสอบสักหน่อยแล้ว หากอีกฝ่ายมีปัญหาใดจะได้เข้าไปช่วย!

ห่างออกไปหลายสิบลี้ ร่างหนึ่งวิ่งออกมาแล้วสะดุดล้ม นั่นคือลู่จือชุนที่เพิ่งหนีออกมาจากหมู่บ้านหมี่ หากคนรู้จักมาเห็นสถาพในตอนนี้คงต้องตกใจเมื่อเห็นสภาพน่าสังเวชของลู่จือชุน

ใบหน้าผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารซีดเซียวจนกระทั่งเป็นสีเทาอมฟ้า ไม่เพียงแต่ผิวซีดเซียว แต่ร่างกายยังปล่อยลมปราณเล็ดลอดออกมาอย่างเฉื่อยๆ มันไม่เหมือนสิ่งที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารควรเป็น

สิ่งนี้จะเกิดขึ้นเมื่อบาดเจ็บสาหัสและต้นกำเนิดได้รับบาดเจ็บ แต่ร่างกายลู่จือชุนไร้ซึ่งบาดแผล การสูญเสียต้นกำเนิดเช่นนี้เหมือนเป็นการโดนดูดออกไปอย่างไร้เหตุผล

ในเวลานี้ฮวาเต๋าหงที่อยู่กับลู่จือชุนไม่อยู่แล้ว ไม่รู้ว่าเขาหายไปไหน

ใบหน้าลู่จือชุนมืดมน เขาคอยสังเกตรอบตัวอยู่ตลอดเวลาเพื่อป้องกันอันตราย

ตอนนี้จิตใจและร่างกายของลู่จือชุนอยู่ในสภาพอ่อนแอที่สุด เพื่อหนีออกจากหมู่บ้านหมี่ลู่จือชุนจึงหลอกฮวาเต๋าหง แต่เท่านั้นยังไม่พอ

ลู่จือชุนใช้ท่าร่างอย่างสุดชีวิต และสุดท้ายต้องอาศัยการเผาผลาญตัวเองเพื่อให้ได้พลังอันแข็งแกร่งถึงหนีออกมาได้

ลู่จือชุนคงหนีออกมาไม่ได้หากไม่เผาพลาญตัวเอง แต่ตอนนี้แม้จะหนีมาได้ แต่สภาพของเขาอยู่ในถึงจุดต่ำสุด

ลู่จือชุนรับรู้สภาพของตัวเอง จุดทวารห้าจุดจากทั้งหมดเจ็ดจุดที่เปิดออกถูกทำลาย และสองจุดที่เหลือยังใกล้แตกเต็มทน

พูดได้ว่าเส้นทางยุทธ์ของลู่จือชุนมาถึงทางตัน เว้นแต่จะหาโอสถแรกเริ่มมาฟื้นฟูจุดทวาร ไม่อย่างนั้นจะไม่สามารถก้าวหน้าได้อีก

ลู่จือชุนกำหมัดแน่น ความโกรธในใจยากจะปลดปล่อย

ระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นต้องถเปิดจุดทวารได้ทั้งหมดสามสิบหกจุด การเปิดได้เจ็ดจุดอาจดูไม่มากนัก แต่สำหรับผู้ฝึกตนทั่วไปถือว่ามีความสามารถแล้ว

นอกเหนือจากวิชายุทธ์ยังมีการบ่มเพาะจุดทวารซึ่งเป็นกระบวนการสะสมทีละขั้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ยังมีเรื่องของพลังจิตวิญญาณแข็งแกร่งพอที่จะรองรับจุดทวารจำนวนมากหรือไม่

เช่นเดียวกับคนของสำนัก ผู้มีพรสวรรค์าโดดเด่นจะเปิดหนึ่งจุดทวารได้ทุกปี และใช้เวลาสามสิบหกปีในการยกระดับบ่มเพาะถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุด

สำหรับการทะลวงระดับขัดเกลาทวารขั้นต้นสูงสุดไปขั้นกลาง ในระหว่างนั้นอาจมีอุปสรรคเล็กน้อย หากทุกอย่างเป็นไปด้วยดีอาจทะลวงระดับได้ในหนึ่งถึงสองปี

มันไม่ใช่เรื่องแปลกหากทุกอย่างไม่ราบรื่นหรือแม้กระทั่งติดอยู่จุดนี้แปดปีสิบปี คนที่มีพรสวรรค์ด้อยกว่าบางคนยังติดอยู่ในจุดนี้นานกว่ายี่สิบปี

และหากเป็นเช่นนั้น การบ่มเพาะให้ถึงระดับขัดเกลาทวารขั้นสูงสุดและทะลวงระดับรวมทวารจะยากยิ่งขึ้นและแทบเป็นไปไม่ได้

ผู้มีพรสวรรค์สามารถเปิดจุดทวารหนึ่งจุดต่อปี สำหรับผู้พรสวรรค์ด้อยกว่าเล็กน้อยจะต้องใช้เวลาสองถึงสามปีหรือนานกว่านั้น

ในฐานะผู้ฝึกตนทั่วไป แม้ลู่จือจุนทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ด้วยความบังเอิญ พรสวรรค์ของเขาจึงไม่แย่แน่นอน แต่ด้วยข้อจำกัดของวิชาและพลังจิตวิญญาณที่เติบโตเชื่องช้า ลู่จือชุนซึ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวารนานกว่ายี่สิบปีจึงเปิดได้เพียงเจ็ดจุด

นั่นคือเหตุผลที่ลู่จือชุนชอบเดินทางและผจญภัย เขาต้องการก้าวหน้าไปอีกขั้น เมื่อเห็นร่างนักพรตหลงเซี่ยงที่ไม่เน่าเปื่อย ลู่จือชุนจึงอยากคว้าโอกาสนี้

โอกาสนี้มีแนวโน้มเปลี่ยนสถานการณ์บ่มเพาะอันเชื่องช้า นั่นทำให้ลู่จือชุนหวังว่าจะได้อยู่สูงขึ้นอีกในเส้นทางยุทธ์

หลังทำงานหนักเพื่อเปิดเจ็ดจุดทวาร ตอนนี้ห้าจุดทวารถูกทำลายสองจุดทวารตกอยู่ในอันตราย วิชาของนักพรตหลงเซี่ยงก็ไม่ได้รับ อาวุธวิญญาณในมือยังพังทลาย ลู่จือชุนยังเกือบกลับสู่จุดเดิม

การฟื้นฟูอาการบาดเจ็บทำได้ยาก จำเป็นต้องปรากฏตัวต่อหน้านักยุทธ์ขัดเกลาทวารคนอื่นให้น้อยลงเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจดจำ

ลู่จือชุนรู้ดีว่าสิ่งที่คนอื่นคิดเมื่อเห็นสภาพอ่อนแอของเขาเป็นอย่างไร

โลกนี้เป็นสถานที่ปลาใหญ่กินปลาเล็ก เพื่อหนีออกมาจากหมู่บ้านหมี่ลู่จือชุนจึงหลอกทิ้งฮวาเต๋าหงซึ่งเป็นสหายของตัวเองเพราะเขายังอยากมีชีวิตอยู่

“หาที่พักก่อน จากนั้นค่อยกลับไปเขาหลินหยิน”

ลู่จือชุนคิดอยู่ในใจ เขาเห็นถ้ำแห่งหนึ่งด้านหน้าจึงกำลังจะเดินไปดู ทันใดนั้นจิตวิญญาณพลันสั่นไหว ความรู้สึกอันตรายปรากฏขึ้นทำให้ลู่จือชุนต้องหยุดเท้า

ลู่จือชุนค่อยๆหันไปมองทางขวา เมื่อถึงจุดหนึ่งก็เห็นร่างหนึ่ง ลู่จือชุนหรี่ตาลงเล็กน้อยเพื่อมองบุคคลนั้นให้ชัดเจน แต่แล้วดวงตาเขาก็เบิกกว้าง

“เป็นเจ้า! เจ้าหนีออกจากหมู่บ้านหมี่ด้วย!”

ลู่จือชุนมองเฉินเฟยอย่างไม่อยากเชื่อ แม้เฉินเฟยจะทำตัวแปลกๆตอนอยู่ในหมู่บ้านหมี่ แต่คิดไม่ถึงเลยว่าเฉินเฟยจะหนีออกมาได้

นักยุทธ์ขัดเกลาทอวัยวะภายในหนีจากหมู่บ้านหมี่ได้อย่างไร แม้แต่เขาเองยังต้องเสียสละมากมายเพื่อหนีออกมา

“ดูเหมือนเจ้าจะสาหัส!”

เฉินเฟยมองลู่จือชุนแล้วบดขยี้พลังสีเขียวเข้มในมือ

นักยุทธ์ขัดเกลาทวารเพิ่งสังเกตเห็นเขาตอนเข้าไปใกล้ นี่ไม่ใช่คุณสมบัติที่นักยุทธ์ขัดเกลาทวารควรมี

เว้นแต่ลู่จือชุนจะได้รับบาดเจ็บสาหัสจึงไม่สามารถสังเกตุสิ่งรอบตัว

“ข้าเสียดายที่วิชาหายไปเพราะหมู่บ้านหมี่ แล้วเจ้าก็มาปรากฏตัวต่อหน้าข้า สวรรค์ประทานพรให้ข้าแล้ว!”

ลู่จือชุนหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง ร่างกายระเบิดลมปราณออกมาจาก ลมปราณระดับขัดเกลาทวารกดทับเฉินเฟยทันที ช่วงเวลาต่อ พลังดุร้ายพุ่งเข้าหาเฉินเฟยเหมือนสัตว์ร้ายคำราม

สีหน้าเฉินเฟยนิ่งสงบ ใช้ท่องหนีสุญญตาทิ้งภาพติดตาไว้จุดนั้น ส่วนร่างจริงพุ่งเข้าหาลู่จือชุน

ลู่จือชุนถอยห่างจากจุดเดิมหลายสิบหมี่และวิ่งไปไกลอย่างสุดกำลัง

ทุกอย่างเมื่อครู่เป็นเพียงการขู่ ตอนที่เฉินเฟยปรากฏตัวลู่จือชุนก็พบว่าเฉินเฟยกลายเป็นนักยุทธ์ขัดเกลาทวารแล้ว

หากเป็นเมื่อก่อนตอนอยู่ในจุดสูงสุด อาจพูดไม่ได้ลู่จือชุนว่าสามารถฆ่านักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวาร แต่อย่างน้อยก็ไม่มีปัญหาในการชนะ แม้อีกฝ่ายจะเป็นศิษย์สำนักก็ตาม

สุดท้ายนั่นคือระดับขัดเกลาทวารที่เพิ่งเปิดหนึ่งจุดทวาร วิชาและท่าร่างหลายอย่างล้วนอยู่ในระดับปรับแต่งร่างกาย เมื่อเทียบกับระดับปรับแต่งร่างกาย พลังต่อสู้ย่อมเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด

แต่สำหรับระดับขัดเกลาทวาร นักยุทธ์ที่เพิ่งทะลวงมาระดับนี้อยู่ในช่วงอ่อนแอที่สุด

แต่ตอนนี้ลู่จือชุนบาดเจ็บสาหัสและอาวุธวิญญาณยังพัง หากคนที่เพิ่งทะลวงระดับเป็นช่วงอ่อนแอที่สุด ตอนนี้เขาอ่อนแอยิ่งกว่าจุดนั้นมาก

ร่างกายของลู่จือชุนในเวลานี้ไม่สามารถทนสู้กับระดับเดียวกัน หากสองจุดทวารที่กำลังจะแตกได้รับแรงกระแทกเพียงเล็กน้อย เกรงว่ามันคงแตก

พูดได้ว่าตอนนี้ยังมีโอกาสกินโอสถฟื้นฟูจุดทวาร แต่หากสองจุดทวารที่เหลือถูกทำลายด้วย ลู่จือชุนจะไม่มีโอกาสฟื้นตัวอีก เขาจะตกจากระดับขัดเกลาทวารโดยตรงหรือแม้กระทั่งตายจากการบาดเจ็บสาหัส

ด้วยสถานการณ์เช่นนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับเฉินเฟย ตราบใดที่ลู่จือชุนมีสติอยู่ตัวเลือกแรกของเขาย่อมเป็นการหนี สำหรับท่าทางที่แสดงออกมาเมื่อครู่เป็นเพียงการสร้างความสับสนให้เฉินเฟยเพื่อสร้างช่องโหว่ให้ตัวเองหนี

แต่ดูเหมือนว่าผลลัพธ์ที่ได้จะไม่ค่อยดีนัก!

ลู่จือชุนวิ่งสุดชีวิตแต่สัมผัสได้ถึงการไล่ตามจากด้านหลัง ใบหน้าเขามืดมนลงและเหงื่อไหลพลั่ก การแสร้งทำเมื่อครู่ไม่ได้ผลแม้แต่น้อย

เฉินเฟยไม่สนใจกลอุบายเมื่อครู่เลย ช่างฉลาดยิ่งนัก ในขณะเดียวกันความสามารถในการใช้จิตวิญญาณรับรู้ยังไม่เหมือนกับคนที่เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

“ข้าจะรับผิดชอบความขุ่นเคืองในช่วงที่ผ่านมาทั้งหมด หากวันนี้ปล่อยข้าไป ในวันหน้าจะกลับมาชดใช้!”

ลู่จือชุนตะโกนเสียงดัง ตอนนี้ไม่อาจชนะอีกฝ่าย ได้แต่หวังว่าอีกฝ่ายจะปล่อยเขาไป

เฉินเฟยไม่พูดอะไร ลู่จือจุนที่เป็นระดับขัดเกลาทวารกล้าทำเรื่องน่าอายอย่างลอบโจมตีระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน เฉินเฟยไม่ยอมเพื่อคำพูดของลู่จือชุนเด็ดขาด

จบบทที่ ตอนที่ 245 เจ้าตายดีกว่าข้าตาย

คัดลอกลิงก์แล้ว