เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 234 ไม่ตายไม่เลิกลา

ตอนที่ 234 ไม่ตายไม่เลิกลา

ตอนที่ 234 ไม่ตายไม่เลิกลา


นักยุทธ์ในถ้ำบอกว่าเป็นศิษย์สำนักกระบี่เซียนเมฆา ลู่จือชุนเชื่อเพียงสามส่วนเท่านั้น แต่เขาไม่กล้าเดิมพันเช่นกัน หากมันเป็นเรื่องจริงแล้วได้เจอกับผู้แข็งแกร่งจากสำนักกระบี่เซียนเมฆา เขาคงโดนฆ่าทิ้ง

สำนักกระบี่เซียนเมฆามีอำนาจเหนือกว่าผู้ฝึกตนทั่วไป

ลู่จือชุนกลายเป็นระดับขัดเกลาทวารได้ ส่วนใหญ่ไม่ได้เกิดขึ้นจากความแข็งแกร่งแต่เป็นเพราะการระวังตัว โดยเฉพาะเวลาเผชิญกับศัตรูที่แข็งแกร่งยิ่งต้องระวังตัวกว่าเดิม

แต่โอกาสวาสนาในถ้ำแห่งนี้ทำให้ลู่จือชุนไม่เต็มใจยอมแพ้

ร่างกายไม่เน่าเปื่อยแสดงถึงวิชาทรงพลังและยังแสดงถึงโอกาสที่ลู่จือชุนจะก้าวหน้า หากมีตำราวิชาลับจริง ลู่จือชุนทำได้แม้กระทั่งทำลายวิชาที่ตนฝึกฝน

เวลาผ่านไป บริเวณโดยรอบเงียบสงบ เนื่องจากหมอกสลายไปแล้วลู่จือชุนจึงเห็นการเคลื่อนไหวได้ทุกด้าน ในเวานี้ลู่จือชุนสามารถเห็นนักยุทธ์ที่เข้ามาใกล้ที่นี่ได้ทันที

ครึ่งชั่วยามผ่านไป ผู้แข็งแกร่งจากสำนักกระบี่เซียนเมฆายังไม่มา ลู่จือชุนลังเลและไม่ได้กลับเข้าไป

รอมาครึ่งชั่วยามแล้ว รออีกสักหน่อยจะเป็นไรไป อย่างไรแล้วลู่จือชุนก็อยู่ใกล้เพียงนี้ หากมีการเคลื่อนไหวเล็กน้อยเขาก็สัมผัสได้

แม้เฉินเฟยจะขุดหลุมแอบออกไปจากที่นี่ ลู่จือชุนจะเห็นสิ่งผิดปกติทันที

และหากเฉินเฟยขุดหลุมจริง นั่นจะยืนยันได้ว่าสิ่งที่พูดเป็นเพียงการหลอกลวง ซึ่งจุดนี้จะทำให้ลู่จือชุนสบายใจมากขึ้น

ใกล้ตกเย็น ผ่านมาหนึ่งชั่วยามแล้ว ลู่จือชุนยืดเส้นสาย ส่งเสียงฮึเย็นชาแล้ววิ่งกลับเข้าไปในถ้ำ

เพียงพริบตาเดียวลู่จือชุนมาถึงด้านล่างถ้ำและเห็นเฉินเฟยกำลังนั่งสมาธิ ดูแล้วน่าจะกำลังฝึกฝนวิชา

ลูจือชุนขมวดคิ้ว คิดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะฝึกฝนอย่างสงบเหมือนกำลังรอคนผู้แข็งแกร่งจากสำนักกระบี่เซียนเมฆามาช่วยจริงๆ

สิ่งนี้ทำให้ลู่จือชุนเกิดความลังเลอีกครั้ง เขาสงสัยว่ามีผู้พิทักษ์คอยติดตามเฉินเฟยอยู่หรือไม่ หากมีจริงก็ควรแสดงตัวได้แล้ว

แต่หากไม่มี ในเวลานี้เฉินเฟยยังคงฝึกฝนอยู่ เขาต้องพึ่งพาสิ่งใดถึงกล้าทำเช่นนี้?

“เหตุใดผู้อาวุโสจึงกลับมาอีกครั้ง?”

เมื่อรู้สึกถึงความเคลื่อนไหวบางอย่างในถ้ำ เฉินเฟยจึงลืมตาขึ้นมองลู่จือชุน

“มาทำข้อตกลงกัน ส่งกล่องดำนั่นมาให้ข้า ข้าได้รับของแล้วจะจากไปทันที!”

ลู่จือชุนมองเฉินเฟย คิดครู่หนึ่งแล้วพูดอย่างเคร่งขรึม ดวงตาเต็มไปด้วยความจริงใจ

“ผู้อาวุโส ท่านไม่กลัวผู้พิทักษ์ผู้เยาว์ที่กำลังมาหรือ?” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าไม่ต้องโกหกข้า หากมีผู้พิทักษ์จริงเขาคงมาแล้ว!” ลู่จือชุนยิ้มเยาะ

“หลังได้รับกล่องแล้ว ผู้อาวุโสจะจากไปและหยุดทำให้ข้าลำบากจริงหรือ?” เฉินเฟยคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วแสดวงความเสียดาย แต่เขาไม่ได้เชื่อลู่จือชุน

“เป้าหมายของข้าคือกล่องดำเท่านั้น” ลู่จือชุนพูดหลอกล่อ

“ผู้อาวุโสจะรับประกันอย่างไรว่าจะไม่กลับคำพูดหลังจากได้รับกล่อง ผู้เยาว์ไม่มีทางยับยั้งผู้อาวุโสได้”

“เจ้าจะเชื่อข้าหรือจะเสียเวลาอยู่กับข้าที่นี่!”

สีหน้าลู่จือชุนพลันเปลี่ยนไปอย่างหมดความอดทน เขาตะคอกเย็นชาและใช้ฝ่ายมือตบใส่ค่ายกลมังกรคชสารกลางอากาศ

“ตู้ม!”

ถ้ำสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง หินนับไม่ถ้วนตกลงมาจากด้านบน

เฉินเฟยยังคงนิ่งเฉย มองค่ายกลมังกรคชสาร ม่านพลังเกิดความผันผวนเล็กน้อย มันค่อยๆสลายพลังมหาศาลที่ปะทะเข้ามาจนกระทั่งกลับสู่ความสงบ

หัวใจเฉินเฟยดิ่งลง ค่ายกลมังกรคชสารไม่ทรงพลังเท่าที่นักพรตหลงเซี่ยงบันทึกไว้ เฉินเฟยไม่สามารถสัมผัสถึงระดับเฉพาะของลู่จือชุนได้ แต่ค่ายกลไม่ควรผันผวนด้วยการโจมตีครั้งเดียวจากระดับขัดเกลาทวาร

ตามที่เขียนไว้ ค่ายกลมังกรคชสารนี้เพียงพอต้านทานการโจมตีจากระดับรวมทวาร หากเป็นระดับขัดเกลาทวาร อย่างน้อยต้องโจมตีพร้อมกันหลายคนถึงจะทำให้เกิดความผันผวน

ท้ายที่สุดนั่นเป็นการโจมตีครั้งเดียว ลู่จือชุนอาจไม่ได้ใช้พลังทั้งหมดก่อนที่ค่ายกลมังกรคชสารจะตอบสนอง ช่องว่างนี้ใหญ่เกินไป

“มันคงอยู่มานานแล้ว ไม่ว่าจะแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่อาจหยุดการกัดเซาะของเวลา หากระดับรวมทวารยังไม่รอด ค่ายกลที่สร้างโดยระดับรวมทวารย่อมเป็นเช่นเดียวกัน!”

เฉินเฟยเกิดความคิดนี้และอดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

ดวงตาลู่จือชุนเป็นประกายเมื่อเห็นค่ายกลมังกรคชสารผันผวน ตอนเห็นค่ายกลมังกรคชสารครั้งแรก ลู่จือชุนหวาดกลัวเล็กน้อยกับลมปราณของค่ายกลจึงไม่ได้ลงมือทำสิ่งใด

เมื่อครู่เพียงมอบคำเตือนให้เฉินเฟย คาดไม่ถึงว่าค่ายกลมังกรคชสารนี้จะเป็นปลายหอกคล้ายขี้ผึ้งเงิน[1]ไม่มากก็น้อย แม้จะต้องใช้ความพยายามในการทำลายมัน แต่อย่างน้อยก็ทำให้สั่นคลอนได้

“หากค่ายกลนี้ถูกทำลายด้วยกำลัง ทุกอย่างในค่ายกลจะถูกทำลาย รวมถึงกล่องดำนี้ด้วย” เฉินเฟยหยิบกล่องดำออกมาแล้วพูด

“เจ้ากำลังขู่ข้าหรือ ข้าจะทำลายมันแล้วเจ้าจะทำอะไรได้?”

ลู่จือชุนหัวเราะเสียงดังแล้วปล่อยฝ่ามือ พลังมหาศาลกระทบม่านพลัง ครั้งนี้ถ้ำไม่สั่นสะเทือนเพราะลู่จือชุนรวมพลังโจมตีเฉพาะค่ายกล

ค่ายกลมังกรคชสารโคจรถ่ายเทพลังมหาศาลที่เข้ามาลงไปยังภูเขากวานโจวอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อเวลาผ่านไปจะเห็นได้ว่าค่ายกลมังกรคชสารโคจรมากขึ้นและเกิดความผันผวนเล็กน้อย

“ผู้อาวุโสโปรดหยุด ไม่เช่นนั้นข้าจะทำลายทุกสิ่งในกล่องนี้!”

เฉินเฟยแสดงสีหน้าตื่นตระหนก เขาหยิบผ้าไหมออกจากกล่องดำแล้วแสร้งจะทำลายมัน

ลู่จือชุนหัวเราะ เขาไม่เพียงไม่หยุดมือแต่ยังโจมตีรุนแรงขึ้น ลู่จือชุนรู้จักจิตใจคนเป็นอย่างดี แทนที่จะโดนคุกคาม เขาต้องคุกคามเฉินเฟยเช่นนี้ถึงจะบรรลุเป้าหมาย

พอเห็นว่าลู่จือชุนเอาจริง เฉินเฟยก็แสดงสีหน้ากังวล แต่เขายังควบคุมค่ายกลมังกรคชสารลดพลังโจมตี และด้วยการควบคุมของเฉินเฟย ค่ายกลมังกรคชสารเริ่มสั่นไหวราวกับกำลังจะพังในเวลาต่อไป

“เจ้าบังคับให้ข้าทำเช่นนี้!”

เฉินเฟยตะโกนเสียงดังแล้วผลักมือออกไป ผ้าไหมในมือแหลกเป็นชิ้น

“อวดดีนัก กล้าทำลายโอกาสของข้า รนหาที่ตาย!”

ลู่จือชุนเห็นการกระทำของเฉินเฟยจึงตะโกนด้วยความโกรธ วูบไหวพุ่งไปอยู่หน้าม่านพลัง ปล่อยฝ่ามือซึ่งเปลี่ยนเป็นสีเขียวเข้มใส่ม่านพลัง

ไม่ว่าการโจมตีจากระยะไกลจะรุนแรงแค่ไหนก็ต้องใช้พลัง และเมื่อระยะใกล้ขึ้นพลังก็ยิ่งมากตาม

แต่ลู่จือชุนระวังตัวอยู่เสมอและไม่ใช้ฝ่ามือปะทะเข้าม่านพลังโดยตรง เขาเว้นระยะห่างไว้เล็กน้อยเพื่อป้องกันสถานการณ์ไม่คาดคิด

“เข้ามาใกล้เสียที!”

ทันใดนั้นสีหน้าเป็นกังวลของเฉินเฟยเปลี่ยนเป็นนิ่งเฉย เมื่อเขาโคจรพลังภายใน ค่ายกลมังกรคชสารก็ระเบิดแสงจ้า

เมื่อเห็นสีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ลู่จือชุนจึงรู้แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติและต้องการถอยกลับ แต่ถูกแสงจากค่ายกลมังกรคชสารบดบังสายตาเอาไว้

แสงจ้าจากค่ายกลสบยมังกรคชสารหายไปในชั่วพริบตา ม่านพลังของค่ายกลไม่ได้ครอบตัวเฉินเฟยอีกต่อไป แต่เปลี่ยนไปครอบตัวลู่จือชุนแทน

นี่เป็นผลจากการฝึกควบคุมค่ายกลมังกรคชสารในเวลาหนึ่งชั่วยาม เปลี่ยนจากค่ายกลป้องกันให้เป็นค่ายกลดักจับ

แต่สุดท้ายค่ายกลมังกรคชสารไม่ใช่ค่ายกลดักจับแท้จริง ดังนั้นต้องทำให้มั่นใจว่าลู่จือชุนเข้ามาใกล้พอที่จะโดนจับในครั้งเดียวโดยไม่เห็นสิ่งผิดปกติและหลบหนีไปก่อน

“ไอ้สารเลว เจ้ากล้าดีอย่างไรถึงทำกับข้าแบบนี้!”

ลู่จือชุนรู้ว่าตัวเองติดกับจึงโกรธขึ้นทันใดและใช้สองฝ่ามือพยายามโจมตีค่ายกล แต่ม่านพลังของค่ายกลมังกรคชสารกระจายและต้านทานการโจมตีขงลู่จือชุนไว้ได้

เฉินเฟยรีบวิ่งหนีทันที ค่ายกลมังกรคชสารไม่ได้ทรงพลังขนาดนั้น เฉินเฟยไม่รู้ว่าจะจับลู่จือชุนได้อีกนานเท่าไหร่ เขาต้องใช้เวลานี้หนีกลับไปเมืองซิ่งเฝิน

มีเพียงอยู่ในคนจำนวนมากในเมืองซิ่งเฝิน เฉินเฟยจึงสามารถใช้สยบมังกรคชสารปกปิดลมปราณตัวเองสร้างความสับสนในการรับรู้ลู่จือชุนและทำให้มีเวลาขจัดสิ่งปนเปื้อนในจิตวิญญาณ

ไม่เช่นนั้นหากปกปิดลมปราณแล้วหลบอยู่ในป่า สุดท้ายก็จะมีเบาะแสชักนำมาถึงตัวอยู่ดี

เฉินเฟนวูบไหววิ่งไปทางออกถ้ำ ลู่จือชุนมองเฉินเฟยหายไปด้วยสายตาเย็นชา

ล่าห่านมาตลอด คาดไม่ถึงว่าวันนี้จะโดนนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในหลอกจนต้องติดอยู่ในค่ายกล หากไม่ได้ทรมาณเฉินเฟยด้วยทุกวิถี ความโกรธในใจลู่จือชุนคงไม่จางหาย

“ปังปังปัง…”

เฉินเฟยที่เพิ่งก้าวออกจากถ้ำได้ยินเสียงดังมาจากด้านใน เมื่อเทียบกับเมื่อครู่ ในเวลานี้ลู่จือชุนพยายามโจมตีค่ายกลอย่างสุดกำลัง

เรื่องนี้จุดชนวนความโกรธลู่จือชุนอย่างสมบูรณ์ เขาจะไม่หยุดจนกว่าจะฆ่าเฉินเฟยได้

เฉินเฟยมองรอบตัวเพื่อระบุทิศทาง ใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณถึงขีดสุดรีบเร่งไปยังเมืองซิ่งเฝิน ในขณะเดียวกันโคจรสยบมังกรคชสารปกปิดลมปราณ หยิบชิ้นส่วนลูกปัดจิตใจออกมาแปะรอบตัวโดยหวังว่าจะช่วยปกปิดลมปราณได้มากขึ้น

โคจรเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจถึงขีดสุดเพื่อกำจัดสิ่งปนเปื้อนจิตวิญญาณให้เร็วขึ้น

เฉินเฟยเหมือนกลายเป็นเงา เขาหายไปจากภูเขากวานโจวในพริบตา

ด้วยความเร็วของเฉินเฟยในเวลานี้ เขาจะกลับไปถึงเมืองซิ่งเฝินภายในหนึ่งวันได้โดยไม่หยุดวิ่ง ตอนนี้เฉินเฟยหวังว่าค่ายกลจะยื้อเวลาได้นานอีกสักหน่อย

ห้าชั่วยามต่อมา เฉินเฟยปรากฏบนก้อนหินขนาดใหญ่ มองไปด้านหน้าก็เห็นหมู่บ้านความประหลาดบนภูเขาอยู่ห่างออกไปเพียงไม่กี่ลี้ นี่เป็นเส้นทางที่เร็วสุดในการไปเมืองซิ่งเฝิน

เฉินเฟยหยิบเทียนแดงจากช่องมิติ ต่อจากนั้นวิ่งอ้อมหมู่บ้านบนภูเขาเล็กน้อย แต่เขายังคงถือเทียนแดงเตรียมเผื่อไว้

เฉินเฟยนึกถึงเส้นทางเดิม ในขณะที่กำลังจะออกเดินทาง ต้นไม้จิตวิญญาณในทะเลจิตสำนักก็สั่นไหว สิ่งปนเปื้อนจิตวิญญาณที่ถูกเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจกดไว้เริ่มกลับมาแสดงผล

“ทำไมถึงออกมาเร็วเช่นนี้!”

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไปทันที ค่ายกลมังกรคชสารพังเร็วนัก แถมลู่จือชุนยังเข้าใกล้แล้วด้วย?

แม้ค่ายกลมังกรคชสารจะไม่ดีเท่าที่บันทึกไว้ แต่มันไม่ควรเป็นเช่นนี้ เว้นแต่ลู่จือชุนจะใช้วิธีพิเศษเรียกสหายมาช่วยทำลายค่ากลจากภายในและภายนอก?

เฉินเฟยหันกลับไปมอง พบว่าเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวจใจสั่นไหวเตือนตลอดว่าอันตรายกำลังใกล้เข้ามา

ไม่มีทางให้หนีแล้ว เฉินเฟยไม่อาจไปถึงเมืองวิ่งเฝินก่อนที่ลู่จือหยวนจะเข้าถึงตัว

เฉินเฟยมองเศษลูกปัดจิตใจในมือ น่าเสียดายนัก หากเป็นลูกปัดจิตใจที่สมบูรณ์คงสามารถช่วยเฉินเฟยซ่อนลมปราณได้ หรือหากเฉินเฟยได้รับส่วนต่อของเคล็ดพันไหมจากสามคมนักหลอมโอสถมมาผสานกับเคล็ดพันต้นกำเนิดตรวนใจ เขาคงขจัดสิ่งปนเปื้อนได้ตั้งแต่แรก

แต่เฉินเฟยไม่มีสิ่งเหล่านี้ทุกอย่างจึงแย่ลง

เฉินเฟยมองด้านหน้า เขาลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกัดฟันวิ่งไปทางหมู่บ้านบนภูเขา

ห่างออกไปเพียงไม่กี่ลี้ เฉินเฟยเห็นหมู่บ้านบนภูเขา ไม่รู้ว่านั่นเป็นภาพลวงตาหรือเปล่า แต่เมื่อเทียบกับสิ่งที่เห็นครั้งแรก หมู่บ้านบนภูเขาแห่งนี้ดูใหญ่กว่าเดิม

พลังจิตวิญญาณสั่นไหวเตือนเฉินเฟยให้อยู่ห่าง แต่เฉินเฟยไม่มีทางเลือกอื่น

พอสัมผัสได้ว่าโดนไล่ตามมาจากด้านหลัง เฉินเฟยจึงรีบวิ่งเข้าไปในหมู่บ้านบนภูเขา

ผ่านไปไม่ถึงหนึ่งเค่อ สองร่างปรากฏนอกหมู่บ้านบนภูเขา ลู่จือชุนสัมผัสได้ถึงลมปราณของเฉินเฟยในหมู่บ้านบนภูเขา

“ต้องการพึ่งสิ่งแปลกประหลาดหยุดพวกเราหรือ ไร้เดียงสายิ่งนัก”

ฮวาเต๋าหงเลียริมฝีปาก พอได้เห็นร่างของนักพรตหลงเซี่ยงไม่เน่าเปื่อย ฮวาเต๋าหงจึงไม่ต้องการพลาดวิชานี้เช่นกัน

“ไป!”

ลู่จือชุนตะโกนและรีบเข้าไปในหมู่บ้านบนภูเขา ฮวาเต๋าหงหัวเราะวิ่งตามหลังไป

[1]ปลายหอกคล้ายขี้ผึ้งเงิน ภายนอกดูดีแต่ใช้การไม่ได้

จบบทที่ ตอนที่ 234 ไม่ตายไม่เลิกลา

คัดลอกลิงก์แล้ว