เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 213 น้ำใจเซียนเมฆา

ตอนที่ 213 น้ำใจเซียนเมฆา

ตอนที่ 213 น้ำใจเซียนเมฆา


ในถนนบนภูเขา เฉินเฟยมองไปรอบด้าน

ตรงนี้ไม่ค่อยต่างจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวนัก แต่ผ่านไปสักพักสีหน้าเฉินเฟยก็เปลี่ยนไป ในดวงตาเขาเต็มไปด้วยควาประหลาดใจ

ปราณหยวนหนาแน่นขึ้น แม้การเพิ่มขึ้นนี้จะไม่ชัดเจน แต่แน่ชัดแล้วว่าสำนักกระบี่เซียนเมฆาสร้างค่ายกลขนาดใหญ่ซึ่งส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงปราณหยวน

มีเพียงวิธีนี้ ความหนาแน่นของปราณหยวนที่สัมพันธ์กับโลกภายนอกจึงเปลี่ยนแปลง

และยิ่งเข้าไปลึก ความหนาแน่นปราณหยวนยิ่งชัดเจน

ในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ปราณหยวนที่ศิษย์ภายในใช้ฝึกฝนนั้นไม่ต่างจากโลกภายนอก มีเพียงยอดเขาสืบทอดที่ใช้ค่ายกลรวบรวมปราณหยวนจากทุกทิศ

บางครั้งการสร้างค่ายกลแบบนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเงิน แต่ขึ้นอยู่กับว่ามีช่องทางจัดหาวัตถุวิญญาณให้เพียงพอต่อการสร้างค่ายกลหรือไม่

สำนักกระบี่เริ่มดวงดารองรับยอดเขาสืบทอดได้เพียงแห่งเดียว นอกจากนั้นเป็นสถานที่จำกัดซึ่งศิษย์สาวกไม่อาจเข้าไปดูแล ส่วนสำนักกระบี่เซียนเมฆา ทั้งสำนักอยู่ขอบเขตของค่ายกล

แน่นอนว่าทั้งสำนักไม่ได้อยู่ในค่ายกล แต่ค่ายกลนี้มีพลังมากพอ เมื่อรวบรวมปราณหยวน ความหนาแน่นปรานหยวนใกล้ส่วนต่อของค่ายกลจะเพิ่มขึ้นด้วย

ครู่ต่อมา ผู้อาวุโสสำนักกระบี่เซียนเมฆาเชิญทุกคนจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวไปยอดเขาหยิงเค่อ ในเวลานี้ผู้คนมากมายหลายสำนักได้มารวมตัวกันที่นี่

ทุกครั้งที่สำนักกระบี่เซียนเมฆาเชิญสำนักอื่นมาชมพิธี นอกจากสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทั้งสี่ ยังมีสำนักนิกายขนาดเล็กด้วย

แต่พวกเขามาเพียงชมพิธี การท้าทายศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาไม่เกี่ยวข้องกับพวกเขาเพราะความแข็งแกร่งต่างกันมากนัก

อย่างน้อยศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาวทั้งสี่ยังสามารถท้าทายศิษย์แท้จริงสิบอันดับแรกของสำนักกระบี่เซียนเมฆา แต่ศิษย์แท้จริงของสำนักเล็กเหล่านั้นอาจแพ้ในกระบวนท่าเดียว

หลังเข้าห้องส่วนตัว เฉินเฟยลองฝึกฝนและพบว่าปราณหยวนบนยอดเขาหยิงเค่อนั้นหนาแน่นกว่า แม้จะไม่ดีเท่าปราณหยวนที่บ้านอันดับสุดท้ายของยอดเขาสืบทอด แต่มันใกล้เคียงมาก

“ชักสงสัยแล้วว่าที่อยู่อาศัยของศิษย์กระบี่เซียนเมฆามีปราณหยวนหนาแน่นแบบนี้หรือเปล่า หรือสำนักกระบี่เซียนเมฆาจงใจเพียงเพิ่มปราณหยวนของยอดเขาหยิงเค่อเพื่อเอาหน้ากันแน่”

เฉินเฟยคิดในใจ ผู้แข็งแกร่งจะแข็งแกร่งขึ้นอีก เขาเห็นด้วยกับความจริงข้อนี้มาโดยตลอด ตอนนี้สำนักกระบี่เซียนเมฆายืนยันความคิดนี้ให้แล้ว

การประลองศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเริ่มวันพรุ่งนี้ เมื่อครู่ผู้อาวุโสสำนักบอกว่าพวกเขาสามารถไปมาได้อย่างอิสระ แต่ไม่อนุญาตให้ไปสถานที่สำคัญ ท้ายที่สุดนี่เป็นอาณาเขตของสำนักอื่น

“ในสำนักกระบี่เซียนเมฆามีตลาดด้วย อยากลองไปดูด้วยกันหรือไม่?”

เยี่ยนซือจินมาเชิญเฉินเฟย เนื่องจากเขาเคยมาที่นี่ครั้งหนึ่งจึงค่อนข้างคุ้นเคย

“ได้!”

เฉินเฟยพยักหน้าเห็นด้วย ตามจริงแล้วตลาดของสำนักกระบี่เซียนเมฆาเปิดให้คนทั่วไปเข้ามา แต่เฉินเฟยไม่เคยมาที่นี่เลยสักครั้ง

สุดท้ายของที่จำเป็นต้องใช้สามารถหาได้ในเมืองเซียนเมฆา ไม่จำเป็นต้องมาสำนักกระบี่เซียนเมฆาซึ่งมีความขัดแย้งกับสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

วิ่งไปยังอาณาเขตของคนอื่น หากเกิดอะไรขึ้นย่อมถูกจับให้อยู่ที่นี่โดยไม่มีโอกาสได้เรียกหาใคร

เฉินเฟยตามเยี่ยนซือจินไป หลังเดินผ่านถนนหลายสายก็ได้ยินเสียงเจี๊ยวจ้าวมาแต่ไกล

“นั่นถือเป็นเมืองเซียนเมฆาขนาดเล็กได้เลย ที่นี้มีของเหมือนในเมืองเซียนเมฆาทุกอย่าง”

เยี่ยนซือจินพาเฉินเฟยเดินเข้าไป “ว่ากันว่าตลาดแห่งนี้มีมาก่อนเมืองเซียนเมฆา ในเวลาต่อมามีคนมากขึ้น คนจำนวนหนึ่งเลยออกไปสร้างเมือง นั่นคือจุดกำเนิดของเมืองเซียนเมฆา”

เฉินเฟยพยักหน้าเล็กน้อย คำว่า‘เซียนเมฆา’ของเมืองเซียนเมฆาได้บอกความหมายไว้แล้ว

“พิธีนี้จัดขึ้นทุกสองสามปี ดังนั้นของในตลาดจะเยอะขึ้นกว่าปกติ วัตถุวิญญาณหายากในวันธรรมดาสามารถพบเห็นได้ทุกที่ แต่ยังมีอะไรมากกว่านั้นอีก”

เยี่ยนซือจินพูดพร้อมกับพาเฉินเฟยไปที่แผงลอย ในขณะนี้คนยืนด้านนอกแผงลอยต่างมองสิ่งของบนแผงลอยนั้น

“สามหมื่นตำลึงหรือแลกกับไหมสวรรค์เหมันต์ นอกเหนือจากนั้นข้าจะไม่พูดไปมากกว่านี้” เจ้าของแผงสวมหมวกไผ่ คำพูดของเขาค่อนข้างเย็นชา

“แลกไหมสวรรค์เหมันต์กับสิ่งนี้มีแต่ขาดทุน ข้าจะซื้อถังน้ำโรยราของเจ้าในราคาสองหมื่นห้าพันตำลึง ว่าอย่างไร?” ฉวีลั่วซือต่อรอง

“ไม่ เงินน้อยไป” เจ้าของแผงส่ายหัวไม่พอใจกับข้อเสนอ

เฉินเฟยเดินไปดูของบนแผงลอย อย่างอื่นล้วนเป็นของธรรมดา ถังน้ำโรยรามีค่ามากที่สุด

น้ำโรยราไม่สามารถดื่มหรือใช้เป็นสมุนไพร แต่เอาไว้ใช้ขัดเกลาอาวุธกึ่งวิญญาณ

ตอนที่เฉินเฟยกำลังขัดเกลากระบี่เฉียนหยวน เขาพยายามทำความเข้าใจคุณสมบัติของวัตถุวิญญาณต่างๆจึงมีความรู้เรื่องน้ำโรยรานี้

นอกจากขัดเกลาอาวุธกึ่งวิญญาณ น้ำโรยรายังมีหน้าที่อีกอย่างคือช่วยควบแน่นจิตวิญญาณในอาวุธกึ่งวิญญาณ

ยิ่งจิตวิญญาณของอาวุธกึ่งวิญญาณสูงส่ง มันยิ่งแสดงพลังได้มาก

อาวุธกึ่งวิญญาณจำนวนมากขัดเกลาล้มเหลว หากวิธีถูกต้องอาจยังเลื่อนเป็นอาวุธวิญญาณได้ แต่มันทำได้ยากกว่าและมีราคาแพงกว่าการขัดเกลาอาวุธวิญญาณ

อีกเรื่องหนึ่งของน้ำโรยราคือมันจะแสดงผลทันที การแช่อาวุธกึ่งวิญญาณในน้ำโรยราใช้เวลาไม่นาน จิตวิญญาณของน้ำโรยราจะถูกดูดซับภายในหนึ่งหรือสองวัน

“ราคานี้แพงไปหน่อย” เยี่ยนซือจินแสดงความเห็น

เฉินเฟยพยักหน้า ตามราคาตลาด น้ำโรยราปริมาณนี้ราคาประมาณสองหมื่นตำลึงเท่านั้น เจ้าของแผงเพิ่มราคาถึงครึ่งหนึ่ง

สำหรับไหมสวรรค์เหมันต์ที่เจ้าของแผงพูดถึง มันมีค่ามากกว่าน้ำโรยราและเป็นของหายาก

“หากไม่จำเป็นข้าไม่ยอมซื้อแน่!” ฉวีลั่วซือกัดฟันหยิบตั๋วเงินออกมา กอดถังน้ำโรยราหันหลังจากไป

เจ้าของร้านเก็บตั๋วเงินด้วยรอยยิ้ม หลังเห็นฉวีลั่วซือเดินออกไป เขาหยิบถังน้ำเล็กจากกล่องด้านหลังขึ้นมาเปิดฝา มันคือน้ำโรยราอีกถัง

เฉินเฟยที่เห็นภาพนี้ถึงกับตากระตุก เยี่ยมจริง เจ้าของแผงเอาแบ่งน้ำโรยราเอาไว้ขายอีกถัง แต่ทั้งสองฝ่ายได้สิ่งที่ต้องการแล้ว เรื่องนี้ย่อมไม่สำคัญ

เฉินเฟยมีเงินสามหมื่นกว่าตำลึง แต่เขาไม่ได้ต้องการน้ำโรยรามากขนาดนั้น

กระบี่เฉียนหยวนเพิ่งเลื่อนเป็นกระบี่กึ่งวิญญาณไม่นาน จิตวิญญาณยังมีพื้นที่ให้เติบโตอีกมาก เคล็ดเก็บกระบี่ที่เฉินเฟยฝึกถึงระดับรู้แจ้งสามารถเพิ่มจิตวิญญาณให้กระบี่เฉียนหยวนได้จนถึงขีดจำกัด

น้ำโรยราอันนี้ไม่ต่างอะไรจากของประดับ แถมมันยังแพงอีก

เยี่ยนซือจินไม่คิดจะซื้อมันเช่นกัน ทั้งสองจึงเดินไปรอบตลาด ครึ่งชั่วยามต่อมา ทั้งสองมาถึงร้านอาหารแห่งหนึ่ง

เมื่อครู่เฉินเฟยเดินดูเพียงอย่างเดียว ในตลาดมีวัตถุวิญญาณมากมาย แต่ของเหล่านั้นไม่ทำให้เฉินเฟยต้องการซื้อ ในทางกลับกันเยี่ยนซือจินได้ซื้อของบางอย่าง

ในขณะนี้ร้านอาหารมีผู้คนจำนวนมากนั่งอยู่ ทุกคนต่างพูดถึงการประลองศิษย์แท้จริงในวันพรุ่งนี้

เฉินเฟยฟังอยู่ระยะหนึ่งและได้รู้อะไรมากมาย อย่างน้อยเขาก็รู้ชื่อศิษย์แท้จริงของสำนักกระบี่เซียนเมฆาสองสามคม

เฉินเฟยถือแก้วสุรามองผู้คนเดินไปมาบนถนนด้านล่าง เขารู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย

ช่วงนี้เฉินเฟยยุ่งอยู่กับการบ่มเพาะ นานแล้วที่เขาไม่ได้พิงหน้าต่างผ่อนคลายตัวเองแบบนี้

ความคิดของเฉินเฟยล่องลอยไปอย่างอิสระ ทันใดนั้นเยี่ยนซือจินเคาะโต๊ะเบา เฉินเฟยหันไปมองอย่างสงสัยและเห็นเยี่ยนซือจินกำลังมองไปทางขวา

เฉินเฟยหันไปมองตาม เห็นคนจำนวนหนึ่งเดินเข้ามาในร้านอาหาร หนึ่งในนั้นคือฉวีลั่วซือที่เพิ่งซื้อน้ำโรยรา นอกจากฉวีลั่วซือยังมีเซียวหลี่หลิงซึ่งเคยพบกันในดินแดนลับ

นางใช้อาวุธวิญญาณเผชิญหน้ากับดอกบัวฝันหวาน พูดได้ว่าเฉินเฟยจำภาพนั้นได้อย่างชัดเจน

ในเวลานั้นใครที่เห็นภาพนี้ย่อมจำได้ชัดเจนเช่นกัน เพราะอาวุธวิญญาณอันนั้นทรงพลังมากจนต้องอิจฉา

“ศิษย์น้องเซียว วันนี้ข้าพบน้ำโรยราอันหนึ่งจึงซื้อมาให้ ลองดูว่ามีประโยชน์กับเจ้าหรือไม่” ฉวีลั่วซือยื่นน้ำโรยราให้เซียวหลี่หลิงและพูดด้วยรอยยิ้ม

“ขอบคุณศิษย์พี่ น้ำโรยราสามารถเพิ่มจิตวิญญาณของไข่มุกวิจิตรอันนี้ได้”

เซียวหลี่หลิงรับน้ำโรยราไว้ แม้ปากของนางจะพูดขอบคุณ แต่สีหน้ากลับแสดงความเบื่อหน่าย ถึงกระนั้นเซียวหลี่หลิงยังคงรับของจากอีกฝ่ายได้อย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อเห็นเซียวหลี่หลิงยอมรับน้ำโรยรา ฉวีลั่วซือจึงอดยิ้มไม่ได้ “ครั้งนี้ศิษย์น้องเซียวต้องสร้างชื่อเสียงให้ศาลา เฉินสุ่ยของเราแน่นอน แสดงให้คนอื่นเห็นความสง่างามของศิษย์ศาลาเฉินสุ่ย!”

เซียวหลี่หลิงยกยิ้มมุมาก พยักหน้าเล็กน้อยและจิบชาโดยไม่พูดอะไร

เฉินเฟยนั่งอยู่ไม่ไกลกำลังฟังสิ่งที่ฉวีลั่วซือพูดคุย แม้พวกนางจะพูดเสียงเบาแต่ไม่ได้หลีกเลี่ยงการพูด ดังนั้น เฉินเฟยจึงได้ยินชัดเจน

เฉินเฟยคิ้วกระตุก ท้าทายศิษย์แท้จริง หากเฉินเฟยจำไม่ผิดมันไม่สามารถใช้อาวุธวิญญาณได้ อย่างมากใช้ได้เพียงอาวุธกึ่งวิญญาณ

เมื่อถึงเวลาประลองจะมีผู้แข็งแกร่งมากมายเฝ้าดู จะรู้ทันทีว่ากำลังใช้อาวุธวิญญาณหรืออาวุธกึ่งวิญญาณ บางทีเซียวหลี่หลิงอาจซื้ออาวุธกึ่งวิญญาณทรงพลังอีกชิ้นสำหรับการท้าทายครั้งนี้ด้วย

แต่เฉินเฟยคิดว่านางใช้อาวุธวิญญาณได้ดี แม้เปลี่ยนเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณก็ไม่ใช่ปัญหา

ในสมัยนั้นตระกูลนี้สร้างผู้แข็งแกร่งชั้นยอดออกมา แต่พวกเขาต่างจากนักยุทธ์ทั่วไปตรงที่จุดเริ่มต้นต่างกัน

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยและเยี่ยนซือจินกลับมาที่ยอดเขาหยิงเค่อ ยอดเขาหยิงเค่อมีคนมากขึ้น ในขณะนี้ สำนักที่ได้รับเชิญเกือบทั้งหมดมาถึงแล้ว ยอดเขาหยิงเค่อจึงเสียงดังอย่างยิ่ง

เฉินเฟยเห็นนักยุทธ์สองคนกำลังสู้กันในสนามประลอง

จบบทที่ ตอนที่ 213 น้ำใจเซียนเมฆา

คัดลอกลิงก์แล้ว