เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 206 มดเขย่าต้นไม้

ตอนที่ 206 มดเขย่าต้นไม้

ตอนที่ 206 มดเขย่าต้นไม้


เฉินเฟยได้ยินเสียงนั้น เจิงไจ้เหวินก็เช่นกัน แม้เขาจะใช้เดินหนีสวรรค์ร่วมกับวิชาชักกระบี่อย่างสุดกำลัง แต่ไม่อาจทำลายการป้องกันของเฉินเฟยได้

แต่หลังจากได้ยินเสียงนี้ ใบหน้าเจิงไจ้เหวินก็มีความสุขขึ้นมาทันที นั่นบ่งบอกแล้วว่ากระบี่เฉินเฟยกำลังจะหัก

ท้ายที่สุดแล้วมันเป็นเพียงกระบี่เหล็กธรรมดา แม้เฉินเฟยจะห่อหุ้มด้วยพลังภายใน แต่หลังใช้ปะทะกับกระบี่กึ่งวิญญาณของเจิงไจ้เหวินก็เกิดรอยแตก นี่แสดงให้เห็นแล้วว่าทักษะกระบี่ของเฉินเฟยยอดเยี่ยมเพียงใด

แต่มันเป็นเพียงกระบี่เหล็กธรรมดา ในเวลานี้มันไม่อาจทนต่อการปะทะรุนแรงเช่นนั้นได้อีกแล้ว

“พอไม่มีกระบี่แล้ว ข้าอยากเห็นนักว่าเจ้าจะป้องกันได้อย่างไร!”

เจิงไจ้เหวินหัวเราะดัง อาวุธเป็นส่วนหนึ่งของความแข็งแกร่งเช่นกัน ไม่อย่างนั้นคงมีผู้แข็งแกร่งสร้างกระบี่วิญญาณไม่มากนัก เฉินเฟยยังไม่มีอาวุธกึ่งตวิญญาณ การสูญเสียอาวุธในเวลานี้ถือว่าเป็นความผิดของตัวเอง

ศิษย์ภายในส่วนใหญ่ต่างสับสนเพราะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น มีเพียงศิษย์บางคนในระดับระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดที่พบความผิดปกติของกระบี่เฉินเฟย ส่วนศิษย์แท้จริงทั้งหมดล้วนมีสายตาเฉียบคมและเห็นถึงสถานการณ์ตรงนั้น

สำหรับมือกระบี่ หากไม่มีกระบี่แล้วจะแสดงทักษะกระบี่ได้อย่างไร? ใช้มือแทนกระบี่หรือ? นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในยังทำเช่นนั้นไม่ได้

แม้ยอดฝีมือขัดเกลาทวารแหลมสามารถเปลี่ยนใบไม้เป็นกระบี่ แต่พวกเขาจะใช้รังแกผู้อ่อนแอกว่าตนเท่านั้น หากให้ยอดฝีมือขัดเกลาทวารเผชิญหน้ากับคนระดับเดียวกัน การใช้ใบ้ไม้จะกลายเป็นคนดีทันที

“ไม่ดีแล้ว กระบี่ของศิษย์น้องเฉินกำลังจะหัก!” เก่อหงเจี๋ยขมวดคิ้ว

“ศิษย์น้องเฉินควรนำกระบี่พิเศษมาด้วย” จางฟางฉยงมองเฉินเฟยด้วยสายตาเป็นกังวล เกรงว่ากระบี่เฉินเฟยจะหักในอีกไม่กี่ลมหายใจ

กัวหลินซานกำหมัดแน่น แต่ไม่รู้จะช่วยเฉินเฟยอย่างไร

“ดูแล้วศิษย์ของเจ้าจะแพ้”

แม้พวกเขาอยู่ห่างหลายร้อยหมี่ แต่ฮั่วจงเต๋ายังเคงห็นรายละเอียดในสนามประลอง

เมื่อครู่เห็นเจิงไจ้เหวินโจมตีไม่ได้อยู่นาน ฮั่วจงเต๋าจึงรู้สึกกังวล หากสุดท้ายเจิงไจ้เหวินไม่สามารถทำลายการป้องกันของเฉินเฟยได้ เกรงว่าคงจบลงด้วยการเสมอกัน

การเสมอหมายถึงพ่ายแพ้โดยไม่มีชัยชนะ เพราะเจิงไจ้เหวินซึ่งเป็นศิษย์แท้จริงอันดับสิบสู้กับศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย ชื่อของเจิงไจ้เหวินจะกลายเป็นบันใดให้เฉินเฟยเหยียบทันที ใครจะยอมรับเรื่องแบบนี้ได้กัน?

ไม่รู้ว่าเฉินเฟยฝึกฝนท่าร่างอันใด มันแข็งแกร่งพอที่จะป้องกันการโจมตีของเจิงไจ้เหวินโดยไม่แสดงท่าทีพ่ายแพ้ ช่องยอดเยี่ยมนัก น่าเสียดายที่อาวุธใช้การไม่ได้

เมื่อกระบี่หักจะต้องแพ้อย่างไม่ต้องสงสัย

เฟิงซิวผู่ไม่พูด เพียงมองสีหน้าเฉินเฟยในระยะไกล เฉินเฟยไม่ได้ตื่นตระหนกและมีเพียงความสงบ

“รอดูได้เลย!” เฟิงซิวผู่พูดด้วยรอยยิ้ม

“ดี มารอดูกัน!”

ฮั่วจงเต๋าอดไม่ได้ที่จะหัวเราะเมื่อได้ยินคำพูดอันยากลำบากของเฟิงซิวผู่ มาดูกันว่าใครจะแพ้ใครจะชนะ!

ในสนามประลอง

“หักไปเสีย!”

เจิงไจ้เหวินเห็นเฉินเฟยยังสงบอยู่เหมือนเดิม ในใจเขาจึงเต็มไปด้วยความโกรธ อาวุธในมือเกือบจะหักอยู่แล้ว เจ้ายังทำหน้าแบบนี้อีก กำลังแสดงให้ใครดูกัน!

ข้าจะฟันอาวุธให้แหลกเป็นชิ้นๆ แล้วมาดูกันว่าเจ้าจะทำหน้าแบบไหน!

เจิงไจ้เหวินรู้สึกไม่พอใจ ใช้กระบี่กึ่งวิญญาณโจมตีโล่กระบี่ พยายามทำลายอาวุธของเฉินเฟยในคราวเดียว!

“ฟู่ม!”

ใช้วิชาชักกระบี่ออกไป โล่กระบี่ที่ควรจะปรากฏขึ้นไม่ได้ปรากฏ ร่างเฉินเฟยวูบไหวพุ่งเข้าหาเจิงไจ้เหวิน

“หากเทียบด้านท่าร่าง เจ้ายังตามหลังอยู่เล็กน้อย!”

เจิงไจ้เหวินตกใจชั่วขณะก่อนหัวเราะ ในเวลานี้ตระหนักได้ว่าเฉินเฟยกำลังกลัวสิ่งที่เขาทำอยู่? ต้องการใช้ท่าร่างเข้าใกล้ข้าและตัดสินแพ้ชนะหรือ?

ข้าไม่ให้โอกาสนั้นแน่!

ร่างเจิงไจ้เหวินวูบไหว โคจรเดินหนีสวรรค์ถึงขีดสุดจนเกิดเงาลวงตาห้าร่าง เงาลวงตาที่เฉินเฟยเผชิญหน้าด้วยอยู่ห่างเพียงไม่กี่หมี่ ในขณะเดียวกันเงาลวงตาที่เหลือต่างฟันกระบี่ใส่

เฉินเฟยย้ำสองเท้าพุ่งไปข้างหน้า คมกระบี่กระทบพื้นจนทำให้เกิดหลุมใหญ่

ท่าร่างเฉินเฟยด้อยกว่าเจิงไจ้เหวินเล็กน้อย แต่พลังจิตใจของเขาเหนือกว่า ในระหว่างการต่อสู้ สิ่งที่เขารับรู้ได้นั้นย่อมมากกว่าเจิงไจ้เหวิน

ดังนั้นแม้ตอนนี้เจิงไจ้เหวินกำลังปิดล้อม แต่ไม่มีการโจมตีไหนเข้าถึงตัวเลยและเฉินเฟยยังหลบได้อย่างง่ายดาย

แม้เฉินเฟยจะหลบการโจมตีได้ แต่เป็นไปไม่ได้ที่จะตามเจิงไจ้เหวินทัน

ยิ่งไปกว่านั้นโอกาสหลบการโจมตีพลาดได้มีน้อยเกินไป หากผิดพลาดเล็กน้อย เฉินเฟยจะบาดเจ็บสาหัส

“ฮู่ว!”

เฉินเฟยถอนหายใจแล้วยืนนิ่ง

เดิมทีเฉินเฟยต้องการชนะด้วยท่าร่างเท่านี้ กระบี่หนามสร้างความเสียหายจากการสะท้อนกลับ ไม่ว่าเดินหนีสวรรค์จะผ่อนพลังได้มากแค่ไหนก็เป็นไปไม่ได้ที่จะขจัดความเสียหายจากพลังสะท้อนได้สมบูรณ์

เมื่อเจิงไจ้เหวินได้รับบาดเจ็บสะสมย่อมเกิดข้อบกพร่องแน่นอน ต่อจากนั้นเขาจะใช้เก้ากระบี่กำหนดผลลัพธ์

แต่เฉินเฟยประเมินเดินหนีสวรรค์ของเจิงไจ้เหวินต่ำเกินไป ตอนนี้เฉินเฟยอาจไม่แพ้ แต่ยากจะชนะเช่นกัน

ท้าทายเจิงไจ้เหวินแล้วไม่ชนะจะทำให้เฉินเฟยพอใจได้อย่างไร นั่นเป็นการเสียแรงเปล่าไม่ใช่หรือ?

เจิงไจ้เหวินสับสนเมื่อเห็นเฉินเฟยถอนหายใจ ดูเหมือนเฉินเฟยจะยอมแพ้การเข้าประชิดตัวแล้ว แต่เจิงไจ้เหวินไม่สนใจว่าเฉินเฟยกำลังคิดอะไรอยู่ เขาตะโกนเสียงดัง เงาลวงตาร่างหนึ่งแยกตัวพุ่งเข้าหาเฉินเฟย

เงาลวงตาทั้งหกนี้เหมือนทั้งจริงและปลอม แต่ละตัวคือร่างจริงและเป็นภาพลวงตา หากเจิงไจ้เหวินยินดี เงาลวงตาทั้งหกสามารถใช้วิชาชักกระบี่ได้ และนี่คือเดินหนีสวรรค์

“สงบ!”

เฉินเฟยยืนถอนหายใจเบา ทันใดนั้นแรงถ่วงกดลงมาจากทุกทิศทุกทางครอบคลุมเงาทั้งหก

แรงถ่วงเกิดขึ้นอย่างกะทันหัน เจิงไจ้เหวินไม่ทันระวังตัวจึงทำให้เงาลวงตาทั้งหกหายไป ในสนามเหลือเงาลวงตาเพียงสองร่าง

เฉินเฟยรับรู้ด้วยพลังจิตใจ มองไปที่เงาลวงตาด้านหลังทางขวาและแทงกระบี่ออกไป

แรงถ่วงรอบด้านกระจายหายไป แต่เงาด้านหลังทางขวาถูกกดให้อยู่กับด้วยแรงถ่วงที่มากกว่าเดิม เงาอีกร่างที่อยู่ไม่ไกลก็สลายหายไป

“กระบี่จ้งหยวน!”

ดวงตาเหยียนซือจินและศิษย์แท้จริงคนอื่นเบิกกว้าง มันไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่เฉินเฟยฝึกกระบี่จ้งหยวน แต่มันน่าตกใจตรงที่เฉินเฟยเชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนถึงระดับที่บังคับเจิงไจ้เหวินให้ทุกข์ทรมาณได้

เพียงแค่สองสามเดือนก็ฝึกฝนได้ถึงระดับนี้เชียว?

เหยียนซือจินฝึกกระบี่จ้งหยวนเช่นกัน หลังฝึกฝนหกเจ็ดปีเขาถึงอยู่ในระดับนั้น แล้วเฉินเฟยทำแบบนี้ได้อย่างไร?

เหยียนซือจินไม่เข้าใจ ศิษย์แท้จริงคนอื่นไม่เข้าใจเช่นกัน ศิษย์ภายในที่เหลือต่างสับสนและไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น

ฮั่วจงเต๋าซึ่งอยู่ห่างหลายร้อยหมี่เดินไปหนึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว หินใต้เท้าล้วนแตกกระจายซึ่งแสดงให้เห็นความตกใจของเขา

ดวงตาเฟิงซิวผู่เป็นประกาย ในเวลาเพียงสองสามเดือนเฉินเฟยก็เชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนถึงระดับนี้ เดิมทีเฟิงซิวผู่กังวลว่าเฉินเฟยจะรักษาความเข้าใจวิชาระดับสูงก่อนหน้านี้ได้หรือไม่

เมื่อเห็นภาพนี้จึงรู้ว่ามันไม่ได้เป็นแบบเดิมอีกต่อไป เพียงแค่ทำงานหนักมากขึ้น ความเร็วใรความเข้าใจของเขาจะดีขึ้นไปอีก

ช่างเป็นพรสวรรค์และความเข้าใจที่น่าทึ่งนัก!

ในสนามประลอง ไม่ว่ากระบี่จะชี้ไปทางไหนเจิงไจ้เหวินก็ต้องดิ้นรนอย่างเหน็ดเหนื่อย เจิงไจ้เหวินเริ่มโคจรเดินหนีสวรรค์ได้อีกครั้ง แต่เทียบกับครั้งก่อนแล้วมันเป็นดั่งสายที่พัดผ่าน ความเร็วของเจิงไจ้เหวินช้าลงมากนัก

เดิมทีท่าร่างเจิงไจ้เหวินเหนือกว่าเฉินเฟย แต่ตอนนี้ตำแหน่งของพวกเขาสลับกันแล้ว

เป็นเช่นเดียวกับที่เฉินเฟยไม่อาจกำจัดเจิงไจ้เหวิน ในเวลานี้เจิงไจ้เหวินไม่สามารถกำจัดเฉินเฟยและต้องรับกระบี่นั้นไว้

“จับเจ้าได้แล้ว!” เฉินเฟยพูดเสียงเบา

“ตัวต่อตัว ข้าเกรงว่าเจ้าจะทำไม่สำเร็จ!”

พอรู้ตัวว่าหนีไม่พ้น ดวงตาเจิงไจ้เหวินก็เปลี่ยนเป็นสีแดง เขายกกระบี่ขึ้น แสงกระบี่พุ่งเข้าหาเฉินเฟย

ทำลายกระบี่!

กระบวนท่าสุดท้ายของวิชาชักกระบี่ ในเวลานี้อยู่ในพื้นที่แคบ แก่นแท้กระบวนท่าสุดท้ายของวิชาชักกระบี่จึงแสดงออกมาได้อย่างเต็มที่

เพียงพริบตาเดียว มันบานสะพรั่งอย่างเงียบงัน ในสายตาศิษย์ภายในหลายคนที่มีระดับอ่อนแอกว่า พวกเขาเห็นเพียงแสงขาวปรากฏขึ้นในมือเจิงไจ้เหวินและพุ่งไปหาเฉินเฟย

จ้งหยวน!

เฉินเฟยยังคงยืนนิ้ง แรงถ่วงอยู่รอบตัวเจิงไจ้เหวินหายไปและเปลี่ยนมาหุ้มกระบี่เหล็กในมือเฉินเฟย ทันใดนั้นสีกระบี่เหล็กก็เปลี่ยนจากขาวเงินเป็นดำบริสุทธิ์ ราวกับสีดำของเหวที่มองไม่เห็นก้น

“ตู้ม!”

พลังมหาศาลที่มาพร้อมกับแสงกระบี่จากหายไปทันทีเมื่อสัมผัสกับกระบี่ดำ

กระบี่ดำปะทะกับกระบี่กึ่งวิญญาณ เจิงไจ้เหวินรู้สึกเหมือนโจมตีใส่ภูเขาสูงตระหง่าน กระบี่กึ่งวิญญาณเด้งกลับมากระแทกหน้าอกเจิงไจ้เหวินทันควัน

มดเขย่าต้นไม้[1]!

“พรู่ด!”

เจิงไจ้เหวินที่ลอยกระเด็นอยู่กลางอากาศพ่นเลือดออกมา

“ปัง!”

เจิงไจ้เหวินตกกระแทกพื้น แต่พลังมหาศาลนั้นยังไม่หมดสิ้น ร่างเจิงไจ้เหวินกลิ้งไปบนพื้นหลายสิบครั้งก่อนจะหยุดลง

“ติ๊งติ๊ง แกร็กแกร็ก!”

กระบี่เหล็กในมือเฉินเฟยหักกระจายหล่นสู่พื้น

เจิงไจ้เหวินพยายามดันตัวเองขึ้นมา มองเฉินเฟยแล้วพยายามพูดอะไรบางอย่าง แต่เขากระอักเลือดออกมาอีกหนึ่งคำก่อนจะสูญเสียเรี่ยวแรงและล้มหมดสติไป

หากเฉินเฟยไม่ได้ถอนพลังเล็กน้อยและเดินหนีสวรรค์ไม่ช่วยผ่อนพลัง การโจมตีเมื่อครู่คงทำให้เจิงไจ้เหวินถึงตาย

“เฉินเฟยชนะ!”

หรวนลู่เทามองเฉินเฟยแล้วประกาศ

หรวนลู่เทาเป็นเช่นเดียวกับคนอื่นที่ไม่เข้าใจว่าในเวลาอันสั้นเช่นนี้ เฉินเฟยเชี่ยวชาญกระบี่จ้งหยวนถึงระดับนั้นได้อย่างไร แต่หรวนลู่เทารู้ว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องเข้าใจ เขาเพียงต้องเข้าใจสิ่งเดียวเท่านั้น

นั่นคือเฉินเฟยเป็นบุตรแห่งสวรรค์อย่างแท้จริง

ใครก็ตามที่ฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับนี้ได้ในสองสามเดือนล้วนนับว่าเป็นบุตรแห่งสวรรค์

ไม่น่าแปลกใจที่กล้าท้าทายเจิงไจ้เหวิน หลังฝึกกระบี่จ้งหยวนถึงระดับ การท้าทายอันดับสูงสุดก็ไม่ใช่เรื่องไร้หวัง!

ศิษย์หลายคนที่จมอยู่กระบี่เฉินเฟยได้สติกลับด้วยคำประกาศของหรวนลู่เทา

ศิษย์ภายในมากมายไม่รู้ว่าเฉินเฟยใช้กระบวนท่าอะไรในตอนท้าย แต่มันไม่ได้ส่งผลต่อสิ่งที่พวกเขาเห็น เฉินเฟยชนะเจิงไจ้เหวินด้วยหนึ่งกระบี่ เจิงไจ้เหวินบาดเจ็บสาหัสและหมดสติไป

และเฉินเฟยเหมือนจะไม่ได้รับบาดเจ็บเลยใช่ไหม?

[1]มดเขย่าต้นไม้  มีความสามารถน้อยนิดแต่คิดทำการใหญ่ ไปต่อกรกับสิ่งที่เหนือกว่าตน

จบบทที่ ตอนที่ 206 มดเขย่าต้นไม้

คัดลอกลิงก์แล้ว