เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 203 ผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ

ตอนที่ 203 ผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ

ตอนที่ 203 ผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ


กระบี่เฉียนหยวนยังไม่เลื่อนขั้นเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณ แต่มันถูกสร้างจากวัตถุวิญญาณหลากหลาย แม้ยังไม่ได้เลื่อนขั้นแต่ที่ลมปราณกระจายออกมายังยืดหยุ่น

ดวงตาโม่หย่วนเฟยเป็นประกาย เป็นเพียงตัวอ่อนกระบี่แต่ลมปราณกลับยืดหยุ่น วัตถุวิญญาณที่ใช้ในการตีขึ้นรูปย่อมไม่ธรรมดา เนื่องจากมันยังไม่ได้เลื่อนขั้นเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณ มูลค่าของมันจึงมากถึงขีดสุด

เพราะคนอื่นสามารถนำไปอุ่นบำรุงด้วยตัวเองต่อได้ เมื่อมันได้รับการอุ่นบำรุง อาวุธกึ่งวิญญาณจะเชื่อมกับลมปราณเจ้าของทำให้ไม่มีอุปสรรคในการใช้งาน

“ศิษย์น้องเฉินใจกว้างนัก แต่หากต้องการท้าทายศิษย์พี่เจิงเจ้ายังไม่มีคุณสมบัติพอ เว้นแต่เจ้าจะเอาชนะข้าก่อน!” สุดท้ายโม่หย่วนเฟยก็ทนสิ่งล่อใจไม่ไหวและพูดออกมา

“เจ้า? เจ้าอ่อนแอเกินไป หากเดิมพันเท่ากันข้าจะยอมสู้ด้วย!”

เฉินเฟยเหลือบมองโม่หย่วนเฟย ศิษย์แท้จริงอันดับห้าสิบเจ็ด ความสามารถของเขาไม่ได้แย่อย่างที่เฉินเฟยพูด แต่ถ้าต้องการกระบี่เฉียนหยวนด้วยมือเปล่า มันย่อมไม่มีเรื่องดีเช่นนั้น

“เจ้าว่าใครอ่อนแอ?”

โม่หย่วนเฟยที่ได้ยินคำพูดแบบนั้นจึงยืนขึ้นจ้องเฉินเฟย ศิษย์แท้จริงที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งและอยู่ในอันดับสุดท้ายพูดกล้าอวดดีบอกว่าเขาอ่อนแอ?

เจ้าคิดว่าหลังชนะศิษย์ภายในเก้าคนแล้วจะมีคุณสมบัติพูดแบบนั้นได้หรือ เจ้ามันก็แค่คนอวดดี

“ก็เจ้าไง”

เฉินเฟยมองโม่หย่วนเฟยอย่างสงบ “เจ้าอยากสู้หรือ? เจ้าไม่จำเป็นต้องเดิมพันด้วยมูลค่าเท่ากระบี่เฉียนหยวนก็ได้ แค่น้อยกว่านิดหน่อยเป็นพอ”

เฉินเฟยใช้วัตถุวิญญาณทั้งหมดที่มีในการหลอมกระบี่เฉียนหยวน ถ้าโม่หย่วนเฟยเต็มใจสู้ เฉินเฟยก็ยินดีทำกำไรอีกครั้ง

“เจ้า....”

โม่หย่วนเฟยโกรธจัด จ้องเฉินเฟยและพูด “ข้าไม่ต้องการให้เจ้าเดิมพันเช่นกัน มาสู้กันโดยตรงเลย เจ้ากล้าไหม!”

“ไม่เดิมพัน ไม่รับคำท้า!”

เฉินเฟยส่ายหัวปฏิเสธ หันไปมองเจิงไจ้เหวิน ตบด้ามกระบี่เฉียนหยวนแล้วพูด “ศิษย์พี่เจิง ท่านว่าอย่างไร?”

โม่หย่วนเฟยเห็นเฉินเฟยเมินเฉยตัวเองจึงกำหมัดแน่น แต่เขาทำอะไรไม่ได้ ภายในสำนักมีกฎห้ามสู้เป็นการส่วนตัวโดยเฉพาะศิษย์แท้จริง

หากต้องการสู้ ไม่ว่าเป็นการสู้แบบไหนจะต้องไปสนามประลอง

ศิษย์แท้จริงอันดับต่ำกว่าท้าทายอันดับสูงกว่าจะต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่าย ศิษย์แท้จริงอันดับสูงกว่าท้าทายถ้าอันดับต่ำก็ต้องได้รับความยินยอมจากอีกฝ่ายเช่นกัน

เฉินเฟยปฏิเสธแบบนั้น โม่หย่วนเฟยก็ไม่สามารถบังคับเขาได้

“กระบี่ดี คงน่าเสียดายหากปล่อยไว้กับเจ้า”

เจิงไจ้เหวินมองกระบี่เฉียนหยวนแล้วมีแสงวาบผ่านดวงตา แม้เจิงไจ้เหวินจะมีอาวุธกึ่งวิญญาณเป็นของตัวเอง แต่ถ้าชนะและได้รับกระบี่เฉียนหยวนก็สามารถนำไปขายราคาดี

เจิงไจ้เหวินได้ยินมาว่าเฉินเฟยชนะศิษย์ภายในเก้าคนและได้รับวัตถุวิญญาณจำนวนหนึ่ง ดูจากกระบี่เฉียนหยวนแล้ว เป็นไปได้ว่าวัตถุวิญญาณเหล่านั้นถูกนำมาใช้หลอมมัน

“ให้ข้าดูกระบี่ก่อน”

เจิงไจ้เหวินขยับมือขวาและเกิดแรงดูด กระบี่เฉียนหยวนสั่นเล็กน้อยกำลังจะบินเข้าไปในมือเจิงไจ้เหวิน ทันใดนั้นมือหนึ่งกดกระบี่เฉียนหยวนเอาไว้

“อยากเห็น พอชนะแล้วเจ้าสามารถดูได้เท่าที่ต้องการ”

เฉินเฟยวางมือขวาบนด้ามกระบี่เฉียนหยวน มองเจิงไจ้เหวินแล้วพูด “แต่ตอนนี้ยังดูไม่ได้!”

“โง่เขลา อวดดี!”

โม่หย่วนเฟยตะคอกเสียงดังแล้วหันไปหาเจิงไจ้เหวิน “ศิษย์พี่เจิง เจ้านี่ยืนกรานมอบของขวัญให้ท่าน ทำไมท่านไม่รับไว้เล่า ในขณะเดียวกันก็ทำให้มันเข้าใจว่าอะไรคือผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ!”

“เจ้าพูดถูก บางคนไม่เข้าใจมากนักว่าอะไรคือผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ”

เจิงไจ้เหวินหัวเราะดัง เหลือบมองกระบี่เฉียนหยวนแล้วมองเฉินเฟย “ข้ายอมรับการท้าทาย พอถึงเวลานั้นหวังว่าเจ้าจะไม่หาว่าข้ารังแกแล้วกัน!”

“เช่นนั้นศิษย์พี่เจิงโปรดตามข้าไปที่ห้องโถงสืบทอดด้วย”

เฉินเฟยยังคงสงบ เขาเก็บกระบี่เฉียนหยวนลง หันหลังออกจากลานบ้านไปยังห้องโถงสืบทอด

“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์พี่เจิงที่ได้รับกระบี่!” โม่หย่วนเฟยหยิบสุราขึ้นมารินให้เจิงไจ้เหวิน

ในมุมมองของโม่หย่วนเฟย เฉินเฟยเป็นคนโง่เขลามากถึงได้กล้าท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสิบแบบนี้ กระบี่เฉียนหยวนที่ถูกตีขึ้นรูปต้องตกเป็นของเจิงไจ้เหวินแน่นอน

“ยังเร็วเกินไปที่จะพูดแบบนั้น ข้าจะไปห้องโถงสืบทอดก่อน พวกเจ้ารออยู่นี่สักครู่”

เจิงไจ้เหวินโบกมือ ยังเร็วเกินไปที่จะพูดแต่ใบหน้ากลับแสดงรอยยิ้มออกมา เห็นได้ชัดว่าเขาทำเหมือนกระบี่เฉียนหยวนเป็นของตัวเองแล้ว

ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย อีกทั้งยังเป็นศิษย์แท้จริงคนใหม่ที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมา แล้วแบบนี้จะเทียบกับศิษย์แท้จริงอันดับสิบที่ฝึกฝนมาหลายสิบปีได้อย่างไร

หากไม่ใช่เพื่อก้าวหน้าสู่ระดับขัดเกลาทวารอย่างมั่นคง เจิงไจ้เหวินสามารถเตรียมตัวทะลวงได้แล้ว ในเวลานี้ยังมีคนส่งของขวัญชิ้นใหญ่มาให้อีก เจิงไจ้เหวินจะไม่มีความสุขได้อย่างไร

“ศิษย์พี่เจิงเชิญตามสบาย”

ฉีจื่อหยีซึ่งนิ่งเงียบมาตลอดพูดด้วยรอยยิ้ม นางกำลังสังเกตการณ์อยู่ ท่าทางของเฉินเฟยดูสงบเกินไป มันไม่เหมือนกับคนบ้าบิ่น

แต่การตัดสินใจท้าทายเจิงไจ้เหวินเป็นความประมาทอย่างยิ่ง ซึ่งฉีจื่อหยีไม่เข้าเรื่องนี้

เจิงไจ้เหวินหัวเราะเสียงดัง ร่างกายวูบไหวทิ้งภาพติดตาไว้ ส่วนร่างจริงออกไปจากบ้านแล้ว

โม่หย่วนเฟยมองท่าร่างเจิงไจ้เหวินแล้วแสดงสายตาอิจฉา โม่หย่วนเฟยเลือกวิชาเดินหนีสวรรค์เช่นกัน แต่เมื่อเทียบกับเจิงไจ้เหวิน เขาอ่อนด้อยกว่าและยังไม่ได้อยู่ในระดับเดียว

ห่างจากห้องโถงสืบทอดหลายร้อยหมี่ เจิงไจ้เหวินวิ่งผ่านเฉินเฟยเข้าไปในห้องโถงสืบทอด

เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย ไม่สนใจและเดินตามเจิงไจ้เหวินเข้าห้องโถงสืบทอด

ศิษย์ดูแลเห็นเจิงไจ้เหวินและเฉินเฟยเข้ามา ดวงตาก็เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย

เมื่อวานเฉินเฟยบอกว่าต้องการท้าทายเจิงไจ้เหวิน ในเวลานี้เจิงไจ้เหวินกับเฉินเฟยมาที่นี่พร้อมกัน เฉินเฟยคงไม่ได้ไปท้าทายเจิงไจ้เหวินหรอกใช่ไหม แล้วเจิงไจ้เหวินคงไม่ได้เห็นด้วยหรอกนะ

หนึ่งเค่อต่อมา เฉินเฟยทั้งสองลงชื่อประตับตราในการเดิมพัน กระบี่เฉียนหยวนถูกเก็บไว้ในห้องโถงสืบทอดชั่วคราว เฉินเฟยฉีดพลังให้เพียงพอเพื่อป้องกันไม่ให้กระบี่เฉียนหยวนหยุดนิ่ง

“สามวันจากนี้จะเริ่มการประลองในสนามประลอง ทั้งสองคนโปรดอย่ามาสาย”

ศิษย์ดูแลนำกระบี่เฉียนหยวนออกไปด้วยความรู้สึกเสียดาย ช่างเป็นตัวอ่อนกระบี่ที่ดีนัก เฉินเฟยถึงกับกล้าใช้มันเป็นเดิมพัน หากเฉินเฟยแพ้การประลองในครั้งนี้ ชัยชนะครั้งก่อนจะสูญเปล่า

มันเทียบได้กกับการมอบของทั้งหมดให้เจิงไจ้เหวินซึ่งเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

“ฮ่าฮ่าฮ่า เรื่องดีเช่นนี้ข้าจะมาสายได้อย่างไร ศิษย์น้องเฉิน ไว้พบกันในอีกสามวัน!” เจิงไจ้เหวินมองเฉินเฟยแล้วหัวเราะเสียงดัง เจิงไจ้เหวินโบกมือหายไปจากจุดนั้น

เฉินเฟยยิ้มเล็กน้อย พยักหน้าให้ศิษย์ดูแลแล้วออกไปจากห้องโถงสืบทอด

หนึ่งชั่วยามต่อมา เรื่องที่เฉินเฟยจะประลองกับเจิงไจ้เหวินได้แพร่กระจายไปทั่วสำนัก ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงศิษย์ภายใน แต่ศิษย์แท้จริงรู้เรื่องนี้ด้วยเช่นกัน

ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสิบ สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวก่อตั้งมานานหลายปี นี่ก็นานแล้วที่ไม่เกิดเรื่องเช่นนี้

แต่มีศิษย์อีกหลายคนไม่เคยได้ยินเรื่องแบบนี้

“เป็นข่าวลือหรือเปล่า ทำไมเฉินเฟยถึงท้าทายเจิงไจ้เหวินเล่า ไม่นานนี้ทั้งสองไม่ได้มีเรื่องบาดหมางกันไม่ใช่หรือ”

พูดได้ว่าชื่อเสียงครั้งก่อนของเฉินเฟยเป็นที่คุ้นเคยในหมู่ศิษย์ภายใน อย่างไรการสู้หนึ่งต่อเก้าไม่ได้เกิดขึ้นนานแล้ว

สำหรับเจิงไจ้เหวิน ใครก็ตามที่รู้อันดับของศิษย์แท้จริงจะคุ้นเคยกับเขาดี อาจไม่ใช่ศิษย์ภายในทุกคนที่รู้เรื่องศิษย์แท้จริง แต่สิบอันดับแรกเป็นสมบัติอย่างแน่นอน และคนเหล่านั้นคือตัวสำรองระดับขัดเกลาทวารของสำนัก

“ตอนแรกข้าคิดว่าได้ยินผิดเช่นกัน แต่พอหาข้อมูลเพิ่มจึงรู้ว่าเฉินเฟยเป็นคนไปท้าทายเจิงไจ้เหวินเอง และการประลองได้จัดขึ้นแล้ว”

“ศิษย์น้องเฉินจะทำอะไรกันแน่ แม้เขาจะแข็งแกร่ง แต่เขาแข็งแกร่งในหมู่ศิษย์ภายในเท่านั้น ศิษย์แท้จริงเหล่านั้นโดยเฉพาะศิษย์แท้จริงอันดับสูงล้วนแข็งแกร่งกว่าศิษย์ภายในมาก”

“นั่นสิ อาจเป็นเพราะชนะศิษย์ภายในเก้าคนเลยทำมีความมั่นใจมากขึ้น”

“ครั้งก่อนศิษย์ภายในทั้งเก้ามีระดับเท่ากับศิษย์น้องเฉิน แต่ศิษย์พี่เจิ้งอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดและเป็นศิษย์แท้จริงมาเกือบสิบปี แบบนี้จะเทียบกันได้อย่างไร?” มีคนถอนหายใจเสียงต่ำ

“ใครจะรู้ ได้ยินมาว่าเฉินเฟยใช้ตัวอ่อนกระบี่กึ่งวิญญาณเป็นของเดิมพัน ดังนั้นศิษย์พี่เจิงจึงยอมรับการท้าทาย”

“ข้าเห็นด้วย ได้ยินมาว่าตัวอ่อนกระบี่วิญญาณของศิษย์น้องเฉินหลอมมาจากวัตถุวิญญาณทั้งหมดที่ได้รับในครั้งก่อน มูลค่าของมันมากกว่ากระบี่กึ่งวิญญาณทั่วไปมาก”

“จุ๊จุ๊ ศิษย์น้องเฉินเต็มใจยอมแพ้จริงๆ ไม่ว่าจะมั่นใจแค่ไหนก็ไม่จำเป็นต้องลงทุนหมดหน้าตักเช่นนี้”

“ศิษย์พี่เจิงจะยอมรับการท้าทายโดยไม่มีข้อต่อรองได้อย่างไร?” คนอื่นส่ายหัว พวกเขาไม่เข้าใจสิ่งที่เฉินเฟยทำเลย

ตอนที่เฉินเฟยเอาชนะศิษย์ภายในทั้งเก้า ทุกคนคิดว่าอันดับศิษย์แท้จริงของเฉินเฟยน่าจะเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบสามสิบอันดับในอีกไม่กี่เดือน นั่นถือว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีมากแล้ว

คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะไม่ทำตามปกติ หลังผ่านไปไม่นานเขาก็ท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสิบโดยตรง สิ่งนี้ทำให้ทุกคนหวาดกลัวและคิดว่าเฉินเฟยหยิ่งผยองยิ่งนัก

การสนทนาของศิษย์ภายในเป็นไปย่างคึกคัก ในบรรดาศิษย์แท้จริงก็เป็นเช่นเดียวกัน

เมื่อเทียบกับมุมมองอันห่างไกลเกี่ยวกับมรดกแท้จริงของศิษย์ภายใน พวกเขาซึ่งเป็นศิษย์แท้จริงย่อมเข้าใจความสามารถของเจิงไจ้เหวินดีกว่า

ในไม่กี่ปีที่ผ่านมา เจิงไจ้เหวินยังคงรักษาตำแหน่งศิษย์แท้จริงอันดับสิบมาโดยตลอด พูดได้ว่าฝึกเดินหนีสวรรค์จนเชี่ยวชาญ และไม่ได้มีเพียงเดินหนีสวรรค์ เพื่อแก้ปัญหาขาดพลังโจมตีเจิงไจ้เหวินจึงฝึกวิชากระบี่เพิ่มด้วย

มีข่าวลือว่าการจัดอันดับศิษย์แท้จริงในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้า เจิงไจ้เหวินมีแนวโน้มจะถูกจัดให้อยู่อันดับสองหรือสามแทนที่จะอยู่อันดับสิบเหมือนเดิม

ครั้งนี้เจิงไจ้เหวินโดนท้าทายล่วงหน้า แถมศิษย์อันดับสุดท้ายที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งขึ้นมายังเป็นผู้ท้าทาย

บางทีเฉินเฟยอาจมีพลังมากกว่าศิษย์แท้จริงคนสุดท้ายมาก แต่ช่องว่างระหว่างเขากับอันดับสิบนั้นมากเกินไป ทำไมถึงไม่ท้าทายทีละอันดับแต่ท้าทายแบบโดดข้ามเช่นนี้กันนะ?

จบบทที่ ตอนที่ 203 ผู้ใหญ่สูงผู้น้อยต่ำ

คัดลอกลิงก์แล้ว