เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 199 บ่อหยวนหลิงตระกูลอู๋

ตอนที่ 199 บ่อหยวนหลิงตระกูลอู๋

ตอนที่ 199 บ่อหยวนหลิงตระกูลอู๋


“ฟู่ม!”

โคจรกระบี่จ้งหยวน ภายในระยะสามหมี่เกิดสนามแรงถ่วง สนามหญ้าบนพื้นถูกกดจนแตกร้าว

เฉินเฟยถือกระบี่ไว้ในมือ รับรู้การโคจรกระบี่จ้งหยวน ครู่ต่อมาสนามแรงถ่วงรอบตัวสลายไป

“กระบี่จ้งหยวนระดับสมบูรณ์ใช้เป็นท่าสังหารในช่วงวิกฤติได้ พอใช้ร่วมกับเก้ากระบี่ที่สร้างขึ้นเองจะส่งเสริมซึ่งกันและกัน”

เฉินเฟยยืนคิดอยู่จุดเดิม

ความเร็วในการเพิ่มความชำนาญกระบี่จ้งหยวนไม่ได้เร็วนัก แต่โชคดีที่พลังหลังการปรับปรุงยังน่าพอใจ หลังจากใช้เวลาอีกพักหนึ่งเพื่อให้ถึงระดับรู้แจ้ง กระบี่จ้งหยวนบทขัดเกลาอวัยวะภายในจะสิ้นสุดลง

หากต้องการก้าวหน้าต่อ จำเป็นต้องรอทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในถึงจะได้ฝึกกระบี่จ้งหยวนอันสมบูรณ์อย่างแท้จริง พลังของแปดสิบจุดทวาร แค่คิดก็น่าตื่นเต้นแล้ว

หลังทดสอบกระบี่จ้งหยวนเสร็จ เฉินเฟยกลับไปนั่งสมาธิที่ห้องลับ กินโอสถน้ำค้างแข็งและเริ่มฝึกฝน

โอสถน้ำค้างแข็งเป็นโอสถพิเศษที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเป็นผู้สร้าง มันไม่ได้หลอมจากสมุนไพรธรรมดาแต่ใช้วัตถุวิญญาณ ดังนั้นโอสถน้ำค้างแข็งแต่ละเม็ดจึงมีราคาแพงซึ่งต้องใช้ค่าผลงานแปดร้อยคะแนนในการแลกเปลี่ยน

เฉินเฟยกินโอสถนี้หนึ่งเม็ดทุกวันซึ่งแลกเปลี่ยนมาจากหอสมบัติ ผลของเห็นได้ชัดเจนนัก นับตั้งแต่กินมัน ความก้าวหน้าในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นมาหนึ่งส่วน

พูดอีกอย่างคือถ้ากินโอสถน้ำค้างแข็งทุกวัน เฉินเฟยสามารถไปถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดได้ภายในหนึ่งปี เมื่อถึงเวลานั้นเขาสามารถเตรียมตัวทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

แต่เห็นได้ชัดว่าค่าผลงานที่มีอยู่แต่เดิมไม่สามารถสนับสนุนการกินของเฉินเฟย

ต้องขอบคุณการท้าทายของพวกหลันหยุนเฟิงที่มอบค่าผลงานเก้าหมื่นคะแนนให้ นั่นจึงทำให้เฉินเยฟกินโอสถน้ำค้างแข็งได้อีกหลายเดือน

ไม่อย่างนั้นด้วยทรัพยากรที่สำนักมอบให้ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้าย เฉินเฟยคงได้กินโอสถน้ำค้างแข็งเพียงเดือนละสองเม็ด หากต้องการมากกว่านั้นต้องแลกด้วยค่าผลงานของตัวเอง

ศิษย์แท้จริงแบ่งออกเป็นสิบระดับ ซึ่งหมายความว่าศิษย์แท้จริงคนใหม่จะได้รับทรัพยากรคล้ายคลึงกัน หากอยากก้าวหน้าเร็วขึ้นจะต้องปรับปรุงอันดับศิษย์แท้จริง

ทุกการเลื่อนสิบอันดับจะได้รับโอสถน้ำค้างแข็งเพิ่มหนึ่งเม็ด พูดอีกอย่างคือหากเฉินเฟยไปถึงสิบอันดับแรก เขาจะได้โอสถน้ำค้างแข็งสิบเม็ดทุกเดือนซึ่งเท่ากับค่าผลงานแปดพันคะแนน

จากมุมมองนี้จะเห็นได้ว่าศิษย์แท้จริงอันดับต้นล้วนเป็นที่สนใจ จุดประสงค์ของการจัดตั้งศิษย์แท้จริงคือหวังให้พวกเขาทะลวงระดับขัดเกลาทวาร

ตราบใดที่ศิษย์แท้จริงทะลวงระดับสำเร็จ การเอนเอียงทรัพยากรของสำนักก็จะมีความหมายและความสำคัญ ท้ายที่สุดแล้วระดับขัดเกลาทวารคือแกนนำของสำนัก

การเอนเอียงทรัพยากรของสำนักไม่ได้มีเพียงนี้ ศิษย์แท้จริงอันดับสิบจะได้รับโอสถน้ำค้างแข็งสิบเม็ดทุกเดือน อันดับเก้าจะได้รับเพิ่มอีกหนึ่งเม็ดทำให้เป็นสิบเอ็ดเม็ด และอันดับแปดจะได้รับเพิ่มอีกหนึ่งเม็ด

จากการเปรียบเทียบแล้ว หากสามารถเป็นศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งจะได้รับโอสถน้ำค้างแข็งสิบเก้าเม็ดทุกเดือน ซึ่งเท่ากับค่าผลงานมากกว่าหนึ่งหมื่นห้าพันคะแนน

นี่เป็นแค่การเอนเอียงเรื่องโอสถ ส่วนอย่างอื่นเช่นด้านบนสุดของยอดเขาสืบทอด ความหนาปราณหยวนจะเป็นไปตามอันดับ

หากต้องการทรัพยากรและผลประโยชน์ทั้งหมดนี้ เพียงแค่ทำงานหนักปรับปรุงอันดับตัวเอง สุดท้ายไปยอมรับการท้าทายจากศิษย์ภายในเป็นระยะ

เป็นเรื่องดีที่ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายแข็งแกร่ง หากเก็บเกี่ยวได้แบบเฉินเฟยจะทำให้ไม่ขาดทุนเลย แต่ถ้าแข็งแกร่งไม่พอก็จะเสียตำแหน่งศิษย์แท้จริงไป

สำนักให้ความหมายไว้ชัดเจน ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ เป็นธรรมดาที่ต้องคัดเลือก หากต้องการแข็งแกร่งขึ้น จงฝึกฝนให้หนักและเอาชนะทุกคนที่ขวางหน้า

เฉินเฟยเพิ่งไปแลกโอสถน้ำค้างแข็งได้ไม่นานและใช้ค่าผลงานไปอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้เขาได้รู้ถึงผลลัพธ์ของมันจึงต้องการกินต่อ

หากเป็นศิษย์แท้จริงอันดับหนึ่งได้ ช่องว่างของโอสถน้ำค้างแข็งจะถูกเติมเต็มทันที ส่วนที่เหลือค่อยใช้โอสถทะยานเนินเขาเติม เท่านี้ความก้าวหน้าในการบ่มเพาะจะเร็วจนน่าตะลึง

ตามจริงแล้วเฉินเฟยยังคิดอยู่ว่าสามารถหลอมโอสถน้ำค้างแข็งได้หรือไม่ แต่ปัญหาแรกเลยคือสูตรโอสถ หากแลกเปลี่ยนสูตรโอสถมาได้ ปัญหาต่อไปคือวัตถุวิญญาณ

ที่โอสถน้ำค้างแข็งให้ผลมากขนาดนี้เป็นเพราะหลอมวัตถุวิญญาณร่วมด้วย สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวมีแหล่งวัตถุวิญญาณเป็นของตัวเอง แต่เฉินเฟยไม่มี

เช่นเดียวโอสถทะยานเนินเขา เฉินเฟยสามารถหลอมโอสถได้ แต่แหล่งที่มาของสมุนไพรอายุมากเป็นปัญหาเช่นกัน หากต้องการแลกเปลี่ยนจะต้องใช้ค่าผลงานซื้อจากนิกายหรือต้องไปแลกจากสมาคมนักหลอมโอสถ

สำหรับการใช้ตำลึงซื้อจากภายนอก สามารถซื้อได้เพียงไม่กี่ต้นเป็นครั้งคราวและไม่สามารถซื้อเป็นชุด

เฉินเฟยมักจะให้ฉือเต๋อเฟิงซื้อสมุนไพรอายุมากจากภายนอก แต่ผลที่ได้ไม่ดีนักเพราะถูกร้านค้าใหญ่ในเมืองเซียนเมฆาผูกขาดหมดแล้ว เหลือเพียงไม่กี่ร้านที่สามารถซื้อได้

หลังคิดถึงเรื่องนี้ การเพิ่มอันดับศิษย์แท้จริงจึงเป็นวิธีที่เร็วที่สุดในการบรรลุผล

แต่ในเวลานี้มีค่าผลงานเพียงพอแล้ว เฉินเฟยจึงไม่เลื่อนอันดับทันที เขาวางแผนฝึกกระบี่จ้งหยวนจนให้ถึงระดับรู้แจ้งก่อน

ศิษย์แท้จริงไม่ใช่ลูกศิษย์ภายใน โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงอันดับต้นซึ่งได้ฝึกฝนเป็นเวลานาน ความสามารถของพวกเขาไม่อาจคาดเดา

เฉินเฟยเต็มใจเพิ่มความสามารถของตัวเองไปอีกขั้น เมื่อถึงเวลาท้าทาย หากสามารถท้าทายสำเร็จโดยไม่ต้องเปิดไพ่ตาย มันย่อมเป็นผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

สองชั่วยามต่อมา เฉินเฟยลืมตาและพ่นลมหายใจขุ่นมัวออกมา เมื่อรับรู้ได้ว่าการบ่มเพาะเพิ่มขึ้นก็อดยิ้มไม่ได้

“ต้องใช้เวลาสักพักในการฝึกกระบี่จ้งหยวน กระบี่เฉียนหยวนก็เช่นกัน คงดีกว่าถ้าไปใช้บ่อหยวนหลิงของตระกูลอู๋”

เฉินเฟยคิดถึงบ่อหยวนหลิงที่ได้จากการเดิมพัน

ช่วงนี้เฉินเฟยกำลังคิดวิธีใช้บ่อหยวนหลิง ตอนนี้คิดได้วิธีหนึ่ง แต่ต้องเข้าบ่อหยวนหลิงก่อนถึงจะรู้ว่าใช้ได้ผลหรือไม่

เช้าวันรุ่งขึ้น เฉินเฟยมาถึงหน้าบ้านตระกูลอู๋ มองลานกว้างอันงดงามตระกูลอู๋

บรรพบุรุษตระกูลอู๋เป็นหนึ่งในผู้ติดตามจำนวนมากของผู้ก่อตั้งสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เขาฝึกฝนและติดตามผู้ก่อตั้งสำนักไปตลอดทางจนในที่สุดได้กลายเป็นผู้แข็งแกร่ง

หลังจากผ่านไปหลายปี ด้วยร่มเงาของบรรพบุรุษ ตระกูลอู๋จึงเจริญรุ่งเรืองมาจนถึงทุกวันนี้

เฉินเฟยเดินไปเคาะประตู หลังจากเฉินเฟยแสดงป้ายเหล็กและอธิบายจุดประสงค์ คนรับใช้ตระกูลอู๋ก็พาเฉินเฟยไปที่ห้องรับแขก

“ศิษย์น้องเฉิน ข้าชื่นชมเจ้ามานานแล้ว เชิญนั่งเชิญนั่ง”

หลังจากตรวจสอบป้ายเหล็กที่เฉินเฟยมอบให้ อู๋หงหมิงก็พูดอย่างกระตือรือร้น

ป้ายเหล็กนี้เป็นการอนุญาตให้ใช้บ่อหยวนหลิงจากตระกูลอู๋ อู๋หงหมิงเคยได้ยินมาว่าบ่อหยวนหลิงถูกใช้เป็นเดิมพัน เขาจึงไปหาข้อมูลของเรื่องนี้

ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าเฉินเฟยชนะผู้ท้าทายเขาอย่างง่ายดายในการต่อสู้ตัวต่อตัว เดิมทีอู๋หงหมิงคิดว่าเฉินเฟยจะมาในอีกไม่นาน ท้ายที่สุดแล้วเขาเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน การเข้าบ่อหยวนหลิงจะทำให้ระดับการบ่มเพาะมั่นคงขึ้น

คิดไม่ถึงว่าวันนี้เฉินเฟยจะมาพร้อมกับป้ายเหล็ก

“ข้าขอใช้บ่อหยวนหลิงวันนี้ได้หรือไม่?” ทั้งสองคนแลกเปลี่ยนคำพูดอย่างสุภาพก่อนที่เฉินเฟยจะถามเข้าเรื่อง

“ศิษย์น้องเฉินมาได้เวลาบังเอิญนัก บ่อหยวนหลิงเพิ่งเปิดได้สองวัน ในอีกไม่กี่วันข้างหน้าจะมีรุ่นเยาว์เข้าใช้เช่นกัน แต่ในเมื่อศิษย์น้องเฉินมาแล้ว เป็นธรรมดาที่จะให้ศิษย์น้องเฉินเข้าบ่อหยวนหลิงก่อน”

อู๋หงหมิงพูดด้วยรอยยิ้ม ที่อู๋หงหมิงพูดไม่ใช่เรื่องไร้สาระ การใช้บ่อหยวนหลิงตึงเครียดมาโดยตลอด ทุกครั้งที่ใช้จะต้องปิดเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อฟื้นฟู

ดังนั้นคนรุ่นใหม่ของตระกูลอู๋จึงต้องเข้าแถวผลัดกันเข้าบ่อหยวนหลิง

และเมื่อคนนอกมาพร้อมกับป้ายเหล็ก เป็นธรรมดาที่คนนอกจะต้องมาก่อน ตระกูลอู๋ใจกว้างกับเรื่องนี้มาก ไม่เช่นนั้นหากปล่อยให้คนนอกเข้าแถว การออกป้ายเหล็กให้คนนอกจะมีประโยชน์อะไร?

“ขอบคุณศิษย์พี่อู๋” เฉินเฟยกุมมือพูด

“ด้วยความยินดี”

อู๋หงหมิงโบกมือ มองเฉินเฟยแล้วพูด “เช่นนั้นศิษย์น้องเฉินต้องการพักสักครู่หนึ่งหรือจะเข้าบ่อหยวนหลิงตอนนี้เลย?”

“เข้าตอนนี้เลย” เฉินเฟยกระซิบ

“ได้ ตามข้ามา”

อู๋หงหมิงพยักหน้า ลุกขึ้นเดินนำเฉินเฟยไปที่บ่อหยวนหลิง

บ่อหยวนหลิงตั้งอยู่ใจกลางตระกูลอู๋ ในสถานที่แห่งนี้ตระกูลอู๋จะสามารถปกป้องบ่อหยวนหลิงไม่ให้ถูกทำลายได้ดี

ไม่มีความผิดพลาดสำหรับผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารตระกูลอู๋ แม้บ่อหยวนหลิงจะไม่ใช่เหตุผลหลัก แต่มันมีส่วนสำคัญในการส่งเสริมไม่แพ้กัน ดังนั้นจึงไม่อาจละเลยได้

ด้วยฝีเท้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน ทั้งสองมาถึงหน้าห้องโถงใหญ่ที่รายล้อมด้วยศิษย์ตระกูลอู๋หลายสิบคนที่คอยเฝ้าห้องโถง เมื่อคนเหล่านี้เห็นอู๋หงหมิง พวกเขาต่างโค้งคำนับแต่ไม่ยอมปล่อยให้เข้าไปทันที

อู๋หงหมิงแสดงจี้หยกของตัวเอง ยื่นป้ายเหล็กที่เฉินเฟยนำมาให้ จากนั้นอู๋หงหมิงพาเฉินเฟยเข้าไปในห้องโถงใหญ่

“ย้อนกลับไปตอนนั้น มีโจรต้องการเข้ามาทำลายบ่อหยวนหลิงตระกูลอู๋และเกือบจะทำสำเร็จ นั่นเป็นเหตุผลว่าทำไมตอนนี้ถึงเข้มงวดนัก หวังว่าศิษย์น้องเฉินจะเข้าใจ” อู๋หงหมิงอธิบายให้เฉินเฟยฟัง

“ศิษย์พี่อู๋เกรงใจแล้ว” เฉินเฟยกุมมือ

“ศิษย์น้องเฉิน บ่อหลักของบ่อหยวนหลิงถูกปิดไม่ให้คนเข้าหลายปีแล้ว เจ้าจะถูกพาไปห้องแยก เจ้าสามารถฝึกฝนภายในนั้นได้โดยไม่ต้องห่วง”

อู๋หงหมิงพาเฉินเฟยไปที่ห้องแล้วอธิบายต่อ เหตุผลในการทำเช่นนี้คือป้องกันไม่ให้บุคคลภายนอกสร้างความเสียหายให้กับบ่อหยวนหลิงหลัก ตราบใดที่บ่อหลักไม่เป็นไร นั่นก็ไม่สำคัญว่าส่วนอื่นจะเสียหายเท่าไหร่

เฉินเฟยพยักหน้า เฉินเฟยรู้มาจากที่อื่นแล้วว่าตระกูลอู๋ใช้กฎนี้มานานหลายสิบปี

“พรุ่งนี้ข้าจะมารับศิษย์น้องเฉินในเวลานี้”

อู๋หงหมิงมองเฉินเฟย กุมมือแล้วพูด “หากศิษย์น้องเฉินมีปัญหาใดในขณะฝึกฝน เจ้าสามารถเปิดข้อห้ามด้านในได้ เมื่อถึงเวลาจะมีคนมาจัดการให้”

“ขอบคุณ!”

เฉินเฟยพยักหน้า ลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพูด “ศิษย์พี่อู๋ หลังเข้าห้องไปแล้วข้าสามารถดูดซับปราณหยวนได้เท่าที่ต้องการเลยหรือไม่?”

“นี่เป็นเรื่องปกติ ศิษย์น้องเฉินสามารถใช้ได้ตามต้องการ” แม้อู๋หงหมิงจะสับสน แต่เขายังพยักหน้ายืนยัน

“ดี!”

เมื่อเห็นว่าอู๋หงหมิงไม่มีอะไรอธิบายอีก เฉินเฟยจึงหันหลังเดินเข้าไป ประตูด้านหลังปิดเข้ามาเอง ในเวลานี้ของวันพรุ่งนี้ประตูจะเปิดออกอีกครั้ฃง หากเฉินเฟยยังไม่ออกมาจะมีคนเข้าไปเร่ง

ภายในห้อง สิ่งแรกที่เห็นคือเตียงหยกขนาดใหญ่ ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยรู้สึกถึงพลังที่หลั่งไหลมาจากทุกทิศทุกทางในห้อง มันควรจะเป็นพลังที่ส่งมาจากบ่อหยวนหลิงหลัก

กระบี่จ้งหยวนในร่างเฉินเฟยเริ่มโคจรเอง เฉินเฟยรู้สึกได้ว่าระดับบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นเล็กน้อย

จบบทที่ ตอนที่ 199 บ่อหยวนหลิงตระกูลอู๋

คัดลอกลิงก์แล้ว