เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 197 เคล็ดเก็บกระบี่

ตอนที่ 197 เคล็ดเก็บกระบี่

ตอนที่ 197 เคล็ดเก็บกระบี่


“โอ้ว!”

ศิษย์ภายในรอบด้านมองภาพตรงหน้าแล้วส่งเสียงโห่ร้อง

ตอนที่หลันหยุนเฟิงเริ่มโจมตี พวกเขาคิดว่าการปะทะนี้ต้องเท่าเทียมกันแน่ เพราะคลื่นพลังที่หลันหยุนเฟิงปล่อยออกมาน่าประหลาดใจนัก

หลันหยุนเฟิงในเวลานั้นยังเหนือกว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นสูงสุดในบางด้าน

แต่น่าเสียดายที่กระบี่ทรงพลังเช่นนี้แตะต้องเฉินเฟยไม่ได้เลย และเฉินเฟยยังหลบได้อย่างง่ายดาย

ไม่ว่าการโจมตีจะรุนแรงแค่ไหน หากโจมตีไม่โดนก็ไร้ประโยชน์ทั้งนั้น

มีข่าวลือว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งด้านทักษะธนูและท่าร่าง ศิษย์หลายคนไม่รู้เรื่องนี้มาก่อน สิ่งที่พวกเขาคิดคือจะแข็งแกร่งได้แค่ไหน เพราะระดับบ่มเพาะอยู่ในระดับนั้นเช่นกัน

ในโลกวิถียุทธ์ ระดับบ่มเพาะคือสิ่งรับประกันพลังต่อสู้เสมอ

วันนี้พวกเขาได้เห็นธนูหนักของเฉินเฟย มันช่างเยี่ยมยิ่งนัก หากระดับขัดเกลาไขกระดูกโดนยิงสักดอกสองดอกคงได้นอนตัวแข็งอยู่บนพื้นแน่

แม้พวกเขาจะอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่เก้าคนนั้นพิสูจน์แล้วว่าพวกเขาไม่อาจต้านทานลูกธนูหลายดอก หากต้องการซ่อนตัวยังต้องมีท่าร่างที่ล้ำเลิศอีก

แม้สุดท้ายจะเข้าประชิดตัวได้ แต่ไม่มีใครสามารถแตะต้องเฉินเฟย ในการประลองทั้งหมดนี้เฉินเฟยชนะทั้งเก้าคนในทุกด้าน แม้แต่หลันหยุนเฟิงยังเป็นคนเดียวที่ทำให้เฉินเฟยใช้กระบี่

กระบี่เล่มนั้นทำให้หลายคนตกใจและได้เข้าใจว่าทักษะธนูของเฉินเฟยนั้นแข็งแกร่ง แต่ทักษะกระบี่ของเขาไม่ได้อ่อนแอเช่นกัน บางทีอาจแข็งแกร่งกว่าด้วยซ้ำ!

หลันหยุนเฟิงได้รับการรักษาแล้ว ในบรรดาทั้งเก้าคนหลันหยุนเฟิงอาจแข็งแกร่งที่สุด แต่เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสที่สุดเช่นกัน เฉียนกวงจี๋เพียงถูกต่อยที่แก้มและหมดสติไปเท่านั้น

หลังฝึกฝนสักสองสามวันจะไม่มีปัญหาร้ายแรง

สะบักไหล่หลันหยุนเฟิงเกือบหัก ต่อให้เป็นความสามารถในการฟื้นตัวของระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน แต่คงต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนถึงจะกลับเป็นปกติ

เสียทั้งค่าผลงานและแก่นเหล็ก แถมต้องใช้เวลาหลายเดือนในการฟื้นตัว ด้วยเหตุนี้หลันหยุนเฟิงจึงต้องทนทุกข์กับการสูญเสีย

“สิ้นสุดการประลอง เฉินเฟยเป็นผู้ชนะ!”

หรวนลู่เทาประกาศผลสุดท้าย พยักหน้าให้เฉินเฟยและหายตัวไป

บนยอดเขาสืบทอดมีศิษย์แท้จริงมากกว่าเก้าสิบคน แต่หรวนลู่เทาจำได้เพียงไม่กี่คน และเฉินเฟยได้เป็นหนึ่งในนั้น

เฉินเฟยกุมมือให้ศิษย์รอบด้านซึ่งทำให้เกิดเสียงโห่ร้องตามมา การต่อสู้ครั้งนี้เปิดเผยชื่อเสียงของเฉินเฟยอย่างสมบูรณ์ ข่าวลือก่อนหน้ารุนแรงพอกับสถานการณ์พลิกกลับ

เฉินเฟยเดินเข้าห้องโถงสืบทอดและรับของเดิมพัน

ตอนที่วางเดินพันเมื่อวาน ทุกคนต้องฝากของเดิมพันไว้ที่ห้องโถงสืบทอดเพื่อไม่ให้ใครกลับคำพูด

ในเวลานี้เฉินเฟยกำลังยืนอยู่หน้าโต๊ะรับรอง พอเห็นกระเป๋าใบใหญ่ที่เต็มไปด้วยวัตถุวิญญาณ ใบหน้าเขาก็แสดงรอยยิ้มอย่างควบคุมไม่ได้

ไม่ใช่ว่าเฉินเฟยไม่มั่นคงแต่เพราะของเดิมพันมีมากเกินไป แต่ละคนจะให้วัตถุวิญญาณหนึ่งชิ้น เช่นเฉียนกวงจี๋ให้วัตถุวิญญาณสองชิ้นบวกกับบ่อหยวนหลิงของตระกูลอู๋หนึ่งวัน

นอกจากวัตถุวิญญาณ ยังมีค่าผลงานอีกเก้าหมื่นคะแนน

ค่าผลงานที่เฉินเฟยเคยได้มากที่สุดมีไม่ถึงหมื่นคะแนนและยังใช้มันหมดหลังจากได้รับไม่นาน

จนถึงวันนี้เฉินเฟยยังเป็นหนี้ค่าผลงานเฟิงซิวผู่ไม่น้อยด้วย

“ขอแสดงความยินดีกับศิษย์น้องเฉินด้วย”

ศิษย์พูดด้วยรอยยิ้ม พอมองวัตถุวิญญาณบนโต๊ะ เขาต้องโกหกแน่ถ้าบอกว่าไม่อิจฉา แต่เฉินเฟยได้รับวัตถุวิญญาณเหล่านี้ด้วยความสามารถของตัวเอง ซึ่งศิษย์ดูแลชื่นชมเฉินเฟยในเรื่องนี้มาก

หนึ่งต่อเก้า สู้แบบวงล้อโดยไม่หยุดพัก ผลลัพธ์คือคู่ต่อสู้ถูกบดขยี้จนหมดสิ้น แม้ศิษย์ดูแลจะพบเจอศิษย์แท้จริงหลายคน แต่คนอย่างเฉินเฟยหายากยิ่งนัก

“ขอบคุณ!”

เฉินเฟยกุมมือ เก็บวัตถุวิญญาณแล้วออกจากห้องโถงสืบสวนกลับไปที่บ้านยอดเขาสืบทอด

เฉินเฟยประเมินว่าด้วยวิธีสร้างกระบี่กึ่งวิญญาณของสำนัก วัตถุวิญญาณที่มีคงมากเกินพอแล้ว อย่างมากแค่ต้องหามาเพิ่มอีกสองสามอย่าง แต่ด้วยค่าผลงานที่มีจึงสามารถไปแลกที่หอสมบัติได้

“กระบี่วิญญาณเกือบทั้งหมดในสำนักล้วนสร้างด้วยตัวเอง ในสองวันนี้ต้องไปแลกวิธีหลอมจากนั้นค่อยไปลองทำ”

 

เฉินเฟยคิดกับตัวเองและวางแผนทำในอีกไม่กี่วัน

เฉินเฟยฟื้นคืนความสงบและวางแผนเรื่องกระบี่กึ่งวิญญาณ ในเวลาเดียวกันนี้สำนักภายในยังคงพูดถึงเรื่องสนามประลองอย่างคึกคัก

เมื่อเวลาผ่านไป การสนทนานี้ยิ่งแพร่กระจายมากขึ้น เหล่าศิษย์ภายในที่ไม่มีอะไรทำหรือไม่สนใจใคร่รู้เรื่องนี้ก็ถูกบังคับให้รู้ผลการประลองจากการสนทนารอบข้าง

ไม่ใช่แค่ผลการประลองแต่รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นการประลอง

การประลองครั้งนี้เฉินเฟยชนะอย่างหมดจดจนทำให้ผู้คนตื่นเต้นและตกใจในเวลาเดียวกัน ด้วยเหตุนี้จึงทำให้ผู้คนอยากพูดคุยเรื่องนี้

แม้กระทั่งบางคนยังเริ่มคิดอย่างจริงจังว่าควรเรียนรู้ทักษะธนูด้วยหรือไม่ ท้ายที่สุดแล้วหากโจมตีจากระยะไกลได้ เมื่อลงมือแบบกลุ่มจะสามารถซ่อนตัวในระยะไกลได้ด้วย ไม่ว่าจะมองอย่างไรก็คุ้มค่า

สำนักภายในพูดคุยกันอย่างคึกคัก และการสนทนาเหล่านี้เริ่มแพร่กระจายไปยังยอดเขาสืบทอด

ตอนที่เฉินเฟยยอมรับการท้าทายล่วงหน้า ศิษย์แท้จริงบางก็เริ่มสังเกตเห็นเรื่องนี้โดยเฉพาะศิษย์แท้จริงหลายคนที่มีระดับบ่มเพาะเดียวกับเฉินเฟย

อย่างไรคนส่วนใหญ่เคยได้เห็นทักษะธนูของเฉินเฟย จึงไม่มีใครคิดว่าเฉินเฟยจะแพ้

อย่างมากสุดตอนที่ได้ยินว่าเฉินเฟยกำลังจะสู้กับเก้าคน เพียงรู้สึกว่าเฉินเฟยมั่นใจเกินไปหน่อย

ผลคือสู้หนึ่งต่อเก้าโดยไม่ได้รับบาดเจ็บจากการ ตามจังหวะนี้คาดว่าเอาชนะอีกหลายคนก็ไม่มีปัญหา

ไม่ใช่แค่ศิษย์แท้จริงที่เพิ่งเลื่อนตำแหน่งที่รู้เรื่องนี้ ศิษย์แท้จริงที่เลื่อนตำแหน่งในปีก่อนรู้ผลการประลองนี้เช่นกัน และพวกเขาเริ่มให้ความสนใจศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายคนนี้แล้ว

ในอีกไม่กี่เดือนจะถึงช่วงครึ่งปี อันดับศิษย์แท้จริงจะถูกจัดขึ้นใหม่ ด้วยความสามารถที่เฉินเฟยแสดงให้เห็นคงไม่มีใครกล้าท้าทายเฉินเฟย แต่เฉินเฟยจะท้าทายอันดับที่สูงกว่าแน่นอน

ในเวลานั้นทุกคนจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ นั่นจึงเป็นเรื่องปกติที่จะให้ความสนใจเขา

เช้าตรู่วันที่สาม เฉินเฟยมาที่หอตำรา หลายคนเห็นเฉินเฟยก็พยักหน้าให้ เฉินเฟยตอบรับพวกเขาเช่นกัน

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยออกจากหอตำราพร้อมกับเคล็ดเก็บกระบี่ฉบับคัดลอก

เคล็ดเก็บกระบี่เป็นวิธีหลอมกระบี่วิญญาณของสำนัก

เคล็ดเก็บกระบี่ไม่ใช่วิธีหลอมเหล็กขึ้นรูป กลับกันแล้วมันเป็นวิชายุทธ์ อุ่นบำรุงใบกระบี่จนเลื่อนเป็นใบกระบี่ของอาวุธกึ่งวิญญาณ และสุดท้ายกลายเป็นอาวุธวิญญาณ

กระบวนการนี้ค่อนข้างยาก สุดท้ายเป้าหมายคืออาวุธวิญญาณ ตอนที่เฉินเฟยอ่านในหอตำราได้พบว่าหากต้องการใช้เคล็ดเก็บกระบี่สร้างกระบี่วิญญาณ มันต้องใช้วัตถุวิญญาณมากกว่ากระบี่วิญญาณธรรมดา

ต้องใช้มากกว่าสามส่วนอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยง หรือแม้กระทั่งมากกว่าครึ่งหนึ่ง

แต่ถึงอย่างนั้นเคล็ดเก็บกระบี่ยังได้รับความนิยมในสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว เพราะกระบี่วิญญาณที่สร้างด้วยเคล็ดเก็บกระบี่จะเชื่อมโยงกับหัวใจและวรยุทธ์ของผู้ที่สร้างมันโดยสมบูรณ์

ตราบใดที่ทำสำเร็จ กระบี่วิญญาณจะปรับปรุงความสามารถของผู้สร้างโดยไร้ซึ่งอุปสรรคทันที

แน่นอนว่าหากมีแค่นี้ก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่นัก หลังจากใช้อาวุธวิญญาณเป็นเวลานาน อาวุธวิญญาณจะปรับตัวเข้ากับคลื่นพลังของนักยุทธ์จนกระทั่งสามารถใช้งานได้งานมันคล่องแคล่ว

มีส่วนสำคัญอีกอย่างที่ทำให้หลายคนเลือกเคล็ดเก็บกระบี่ นั่นคือเคล็ดเก็บกระบี่มีโอกาสสูงที่จะสร้างกระบี่วิญญาณ

ตราบใดที่ฝึกฝนเคล็ดเก็บกระบี่จนเชี่ยวชาญและเต็มใจลงทุนกับมัน อาจพูดไม่ได้ว่าจะสร้างกระบี่วิญญาณได้แน่นอน แต่มันเกือบจะสร้างได้อย่างแน่นอน

การหลอมกระบี่มีความเสี่ยงเช่นเดียวกับการหลอมโอสถ ไม่อย่างนั้นคงไม่มีอาวุธกึ่งวิญญาณมากมายเหมือนกับจี้หยกที่เฉินเฟยครอบครองอยู่

จี้หยกมีวัสดุเพียงพอแน่นอน แต่คงหลอมไม่ถูกวิธีเลยทำให้กลายเป็นอาวุธกึ่งวิญญาณ

จินตนาการได้เลยว่าโอกาสสำเร็จมีความสำคัญแค่ไหน

“ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสร้างได้แค่อาวุธกึ่งวิญญาณ แต่นั่นเพียงพอสำหรับข้าแล้ว พอทะลวงระดับขัดเกลาทวารเมื่อไหร่ค่อยไปหาวัตถุวิญญาณมาปรับปรุงให้เป็นกระบี่วิญญาณ!”

ในระหว่างทาง เฉินเฟยอ่านเคล็ดเก็บกระบี่อย่างละเอียดหลายครั้งจนกระทั่งเข้าใจ ในเวลาเดียวกันเคล็ดเก็บกระบี่ได้ปรากฏบนแผงระบบ

เฉินเฟยปิดตำราเคล็ดเก็บกระบี่และมองห้องโถงสืบทอดซึ่งอยู่ไม่ไกล เขาเข้าไปในห้องโถงในพริบตาและเดินมาที่โต๊ะรับรอง

“ศิษย์น้องเฉินมีอะไรหรือ?” ศิษย์ดูแลมองเฉินเฟยอย่างสงสัย

“ข้าอยากถามอะไรบางอย่าง”

เฉินเฟยลดเสียงให้เบาลง “บนยอดเขาสืบทอด สามารถขอให้สร้างบ่อน้ำพุร้อนที่บ้านได้หรือไม่?”

“บ่อน้ำพุร้อน?” ศิษย์ดูแลตกใจ

“ใช่ ทำได้หรือไม่?”

เฉินเฟยยิ้ม เขาต้องการน้ำเดือดเพื่อฝึกสยบมังกรคชรสารและไม่อยากต้มตัวเอง ดังนั้นจึงทำได้เพียงพึ่งน้ำพุร้อน

สิ่งที่สำคัญคือเฉินเฟยไม่อยากไปฝึกฝนที่โรงเตี๊ยม

ท้ายที่สุดแล้วปราณหยวนบนยอดเขาสืบทอดหนาแน่นกว่าซึ่งเป็นประโยชน์ต่อการบ่มเพาะ มันไม่ค่อยประหยัดนักหากเฉินเฟยต้องไปโรงเตี๊ยมด้านล่างเพื่อฝึกฝน

“บนยอดเขาสืบทอดมีข้อจำกัดพิเศษซึ่งเป็นเหตุผลที่ปราณหยวนหนาแน่น ดังนั้นไม่สามารถขุดร่องน้ำเป็นพิเศษได้”

เฉินเฟยขมวดคิ้วเล็กน้อย หรือต้องไปที่โรงเตี๊ยมเพื่อฝึกสยบมังกรคชสารให้ถึงระดับรู้แจ้งก่อนแล้วค่อยกลับมาฝึกอย่างอื่น?

“บนยอดเขาสืบทอดมีบ่อน้ำพุร้อนเช่นกัน แต่อยู่บนยอดเขาไม่ใช่ทางครึ่งยอดเขา หากศิษย์น้องเฉินต้องการบ่อน้ำพุร้อน เจ้าต้องเป็นเลื่อนอันดับของตัวเอง ข้าจำได้ว่าบ้านบนยอดเขาของสิบอันดับแรกมีบ่อน้ำพุร้อน”

ศิษย์ดูแลให้กำลังใจ เขาคิดว่าเฉินเฟยต้องการบ่อน้ำพุร้อนเพราะชอบแช่น้ำพุร้อน เรื่องนี้ไม่มีอะไรผิดปกติ ทุกคนมีสิ่งที่ตัวเองชอบ

การแช่น้ำพุร้อนเป็นเพียงสิ่งเล็กน้อย

“สิบอันดับแรก?”

เฉินเฟยก้มหน้าไตร่ตรอง เฉินเฟยต้องการท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสูง ไม่ได้ทำเพื่อชื่อเสียงแต่เพื่อทรัพยากรของสำนัก

ยิ่งอันดับสูง ทรัพยากรยิ่งมาก

เฉินเฟยต้องการก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว การแข่งขันย่อมหลีกเลี่ยงไม่ได้ เส้นทางยุทธ์ก็เป็นเช่นนี้ ต้องสู้เพื่อตัวเองทุกอย่าง!

แต่ยังเร็วเกินไปที่จะพูดเรื่องนี้ แม้เฉินเฟยจะท้าทายแต่ศิษย์แท้จริงคนอื่นอาจไม่ยอมรับ เว้นแต่จะใช้ข้อต่อรองที่อีกฝ่ายยากจะปฏิเสธ

จบบทที่ ตอนที่ 197 เคล็ดเก็บกระบี่

คัดลอกลิงก์แล้ว