เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 193 จองหอง

ตอนที่ 193 จองหอง

ตอนที่ 193 จองหอง


เฉินเฟยมองแก่นเหล็กในมือหลันหยุนเฟิงแล้วพยักหน้าเล็กน้อย แก่นเหล็กนั้นไม่เลว เป็นตัวเลือกชั้นสูงสำหรับหลอมอาวุธ มันจะถูกใช้คู่กับวัตถุวิญญาณหลายอย่างที่เฉินเฟยรวบรวมไว้ เมื่อถึงเวลาสามารถใช้หลอมกระบี่กึ่งวิญญาณได้

“บังเอิญยิ่งนัก ข้ามีแก่นเหล็กเช่นกัน มันใหญ่กว่าศิษย์พี่หลันเล็กน้อย”

เฉียนกวงจี๋พูดแทรกหลันหยุนเฟิงและหยิบแก่นเหล็กจากอ้อมแขน ดูจากขนาดแล้วมันใหญ่กว่าในมือหลันหยุนเฟิงมาก

ไม่ใช่แค่ขนาดเท่านั้น แต่สียังเข้มกว่า นั่นหมายถึงความบริสุทธิ์ของแก่นเหล็กในมือเฉียนกวงจี๋เหนือกว่าหลันหยุนเฟิง

อีกเจ็ดคนที่เห็นสิ่งนี้ถึงกับขมวดคิ้ว น้ำหนักและความบริสุทธิ์ของแก่นเหล็กอันนั้นเหนือกว่าข้อต่อรองในมือพวกเขามาก

“ศิษย์น้องเฉิน เทียบกับศิษย์พี่คนอื่นแล้วข้าเข้าร่วมช้าสุด เวลาในการทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในยังช้าสุดเช่นกัน หากต้องเลือก การสู้กับข้าจะทำให้เจ้ามีความมั่นใจมากกว่า”

หลังจากเฉียนกวงจี๋ใช้แก่นเหล็กกดข่มคนอื่น เขาหันไปมองเฉินเฟยและพูดด้วยรอยยิ้ม “ช่วงนี้ในสำนักมีข่าวลือเกี่ยวกับคำพูดศิษย์น้องเฉินด้วย หากศิษย์น้องเฉินต้องการสู้ ข้าย่อมเป็นตัวเลือกดีที่สุด”

“การทะลวงระดับหลังสุดไม่ได้หมายความว่าเป็นคนอ่อนแอที่สุด ศิษย์น้องเฉียนไม่จำเป็นต้องดูถูกตัวเองเช่นนี้”

หลันหยุนเฟิงขมวดคิ้วพูด เฉียนกวงจี๋พูดเรื่องดีไปหมด แล้วหลังจากนี้พวกเขาต้องเอาอย่างไรต่อ

“ศิษย์พี่หลันพูดถูก หากใช้ระยะเวลาในการก้าวหน้าเป็นตัววัดความสามารถ การต่อสู้มากมายคงไม่เกิดขึ้น สู้บอกไปว่าทะลวงระดับเมื่อไหร่ไม่ดีกว่าหรือ?”

“ได้ยินมาว่าศิษย์น้องเฉียนฝึกกระบี่แยกแสงจนเชี่ยวชาญแล้ว ความสามารถคงแข็งแกร่งนัก”

หลายคนปฏิเสธเฉียนกวงจี๋และเตือนเฉินเฟยว่าความสามารถของเฉียนกวงจี๋ไม่ได้อ่อนแอแถมยังแข็งแกร่งมาก พวกเขากลัวว่าเฉินเฟยจะเลือกเฉียนกวงตี๋จากคำพูดเหล่านั้น

หลังจากนั้นจะพวกเขาจะเป็นอย่างไร? เกรงว่าตำแหน่งศิษย์แท้จริงคงโดนเฉียนกวงจี๋เอาไป

เฉียนกวงจี๋ไม่กังวลเมื่อได้ยินสิ่งที่คนอื่นพูด แต่มองเฉินเฟยด้วยรอยยิ้ม “นอกจากแก่นเหล็กชิ้นนี้แล้ว ข้ายังมีน้ำแร่เยือกแข็งด้วย”

หลังเฉียนกวงจี๋พูดจบ สีหน้าคนอื่นถึงกับแข็งค้าง

นี่มันมากเกินไปแล้ว ไม่ใช่แค่แก่นเหล็กขนาดใหญ่แต่ยังมีน้ำแร่เยือกแข็งอีก ด้วยข้อต่อรองเช่นนี้ประกอบกับที่เฉียนกวงจี๋เป็นคนทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหลังสุด

หากเป็นพวกเขา พวกเขาคงเลือกเฉียนกวงจี๋

ความสามารถไม่ได้วัดจากเวลาที่ทะลวง แต่ถือเป็นตัวอ้างอิงที่สำคัญ

เงื่อนไขนี้ยากจะปฏิเสธ

เฉินเฟยมองสีหน้าคนอื่นและเข้าใจว่าข้อต่อรองของพวกเขาคงเทียบกับเฉียนกวงจี๋ไม่ได้ แต่นี่เป็นเรื่องปกติ ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาเป็นเพียงนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในขั้นต้น

การเก็บค่าผลงานหนึ่งหมื่นคะแนนและหาวัตถุวิญญาณย่อมเป็นเรื่องยาก อย่างไรแล้วการบ่มเพาะต้องมีค่าใช้จ่าย

ขนาดเฉินเฟยเองยังสงสัยเลยว่าวัตถุวิญญาณในมือพวกเขาไปยืมมาจากผู้อื่นหรือเปล่า

เฉินเฟยหันไปมองเฉียนกวงจี๋ เฉียนกวงจี๋กับเฉินเฟยต่างมองหน้ากัน

เห็นได้ชัดว่าเฉียนกวงจี๋ชนะแล้ว เนื่องจากเฉินเฟยต้องเลือก เขาไม่มีเหตุผลต้องเลือกคนอื่นที่มีข้อต่อรองน้อยกว่า เว้นแต่เฉินเฟยจะสร้างความสัมพันธ์อันดี

เฉินเฟยไม่มีความสัมพันธ์เหล่านั้นและต้องการของในมือเฉียนกวงจี๋ แต่เฉินเฟยไม่ได้ต้องการแค่สิ่งเหล่านั้น เขาต้องการมากกว่านี้อีก!

อย่างเช่นวัตถุวิญญาณทั้งหมดที่พวกเขามี!

“เมื่อไม่กี่วันก่อนข้าไปถามห้องโถงสืบทอดว่าสามารถยอมรับการท้าทายจากศิษย์พี่ทุกคนพร้อมกันได้หรือไม่”

เฉินเฟยมองเฉียนกวงจี๋กับคนอื่นด้วยรอยยิ้มที่ไม่เป็นอันตราย

“ยอมรับทุกคนหรือ? เจ้าหมายความว่าอย่างไร!”

เฉียนกวงจี๋ขมวดคิ้วแน่น เขาให้ข้อต่อรองมากมายแต่เฉินเฟยยังไม่เห็นด้วย สิ่งนี้ทำให้เฉียนกวงจี๋รู้สึกเสมอว่าทุกอย่างอยู่เหนือการควบคุม

เขาไม่ชอบความรู้สึกนี้!

“ข้าจะรับการท้าทายจากศิษย์พี่พร้อมกัน หากข้าชนะจะต้องสู้ต่อไปจนกว่าจะแพ้ แต่หากข้าไม่แพ้ ศิษย์พี่ก็ไม่สามารถผิดสัญญา พวกท่านต้องขึ้นสนามประลองสู้กับข้าต่อ!”

ดวงตาเฉินเฟยเบิกตากว้างเล็กน้อย มองเฉียนกวงจี๋กับคนอื่นด้วยสายตากดข่ม

ทุกคนต่างตกใจ พวกเขามองหน้ากันแล้วยิ้มออกมา

กล้าหาญดี เด็ดขาดดี แต่อวดดีเช่นกัน!

สิ่งที่เฉินเฟยหมายถึงคือเขาสนใจวัตถุจิตวิญญาณกับค่าผลงานในมือพวกเขาและไม่ต้องการปล่อยมันไป ช่างมั่นใจยิ่งนัก แต่มีความอวดยิ่งกว่า

ก่อนจะมาที่นี่พวกเขายังกังวลอยู่เลยว่าเฉินเฟยจะถอยกลับ แต่ถึงไม่ถอยกลับก็กังวลว่าเฉินเฟยจะเลือกคนอื่นแทนตัวเอง

ท้ายที่สุดแล้วโอกาสนั้นหายาก หลังผ่านมาหลายปี การที่ระดับขัดเกลาไขกระดูกสักคนกลายเป็นศิษย์แท้จริงนั้นเป็นเรื่องที่ยากมาก และเพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ไม่นานอีก

เมื่อเทียบกับศิษย์อันดับสุดท้ายคนอื่นที่อยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในหลายปีและได้กลายเป็นศิษย์แท้จริง  ศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายอย่างเฉินเฟยอาจเป็นโอกาสครั้งเดียวในชีวิต

ในอดีต โอกาสสำเร็จที่ศิษย์ภายในท้าทายศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายนั้นต่ำมาก แม้จะมีคนทำสำเร็จไม่กี่ครั้ง แต่ศิษย์ภายในหลายคนยังคงเข้าสู้เพื่อความหวังอันริบหรี่

ตอนนี้โอกาสสำเร็จในการท้าทายเฉินเฟยนั้นสูงมากอย่างไม่ต้องสงสัย โดยเฉพาะตอนที่เฉินเฟยไม่รอให้ถึงครึ่งปีและยอมรับการท้าทายล่วงหน้า สิ่งนี้ทำให้ผู้คนตื่นเต้นยิ่งนัก

คำพูดของเฉินเฟยกระจายไปทั่วสำนักภายใน แม้พวกเขาจะมีส่วนทำให้เกิดสถานการณ์นี้ แต่นั่นไม่ใช่แค่ความคิดของพวกเขา แต่เป็นความคิดของศิษย์หลายคน

มีข่าวลือว่าเฉินเฟยแข็งแกร่งมาก แล้วพวกเขาอ่อนแอหรือ?

หลังจากฝึกฝนหลายปี พวกเขาได้พัฒนาสภาพจิตใจจนแข็งแกร่งแล้ว ไม่เช่นนั้นพวกเขาจะไม่สามารถก้าวเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในตั้งแต่อายุยังน้อย

หากอยู่ในเมืองเล็กเช่นเมืองซิ่งเฝิน ด้วยระดับของพวกเขาสามารถขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้เลย

“ห้องโถงสืบทอดเห็นด้วยกับความคิดของศิษย์น้องหรือไม่?” มีคนเยาะเย้ย

ความอวดดีของเฉินเฟยทำให้พวกเขาไม่พอใจ เพิ่งทะลวงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในกลับทำตัวใจกล้าเสียแล้ว

“แม้เรื่องนี้จะไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน แต่ห้องโถงสืบทอดเห็นด้วย”

เฉินเฟยมองสีหน้าพวกเขา ยิ้มเล็กน้อยและพูดต่อ “หากศิษย์พี่ทุกคนเห็นด้วย เช่นนั้นพวกเราไปเดิมพันที่ห้องโถงสืบทอดตอนนี้เลยเป็นอย่างไร?”

“เจ้าจะเลือกใครเป็นผู้ท้าทายคนแรก?”

เฉียนกวงจี๋รู้สึกอึดอัดเช่นกัน แต่คำถามนี้ต้องทำให้ชัดเจน ไม่ว่าหัวใจเฉินเฟยจะยิ่งใหญ่แค่ไหน เมื่อถึงเวลาก็แค่เอาชนะเฉินเฟย

แม้ว่าการกระทำของเฉินเฟยจะทำให้เขาเป็นตัวตลกในภายหลังก็ตาม

“ศิษย์พี่เฉียนทุ่มเทมากที่สุด แน่นอนว่าท่านต้องเป็นคนแรก” เฉินเฟยพูดด้วยรอยยิ้ม

“ดี! เช่นนั้นไปจัดการเรื่องนี้ที่ห้องโถงสืบทอด!”

ใบหน้าเฉียนกวงจี๋ปรากฏรอยยิ้มทันที เขาจะใช้กลอุบายทุกอย่าง ท้ายที่สุดจะได้เห็นการต่อสู้แท้จริงในสนามประลอง

คนที่เหลือต่างมองหน้ากัน การกระทำของเฉินเฟยอวดดียิ่งนัก แต่ผลลัพธ์ยังคงไม่เปลี่ยนแปลง ตัวเลือกแรกยังเป็นเฉียนกวงจี๋

และความมั่นใจของเฉินเฟยยังทำให้พวกเขาค่อนข้างลังเล

“ยอมรับการเดิมพันของเจ้าใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้ แต่ถ้าชนะศิษย์น้องเฉียนแล้ว เจ้าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่ถึงรับการท้าทายของคนอื่น? ให้รออีกสองสามเดือนคงไม่ไหว!” หลันหยุนเฟิงขมวดคิ้วถาม

“วันนี้ข้าสามารถรับความท้าทายของพวกท่านได้ทุกคน!”

คำพูดของเฉินเฟยน่าตกตะลึงยิ่งนัก เฉียนกวงจี๋กับคนอื่นหรี่ตาลง การตัดสินใจครั้งนี้ไม่ใช่ใจกล้าแต่เป็นความอวดดีอย่างแท้จริง

มันเหมือนกับชี้หน้าพวกเขาแล้วเรียกพวกเขาว่าขยะ

เฉินเฟยคนเดียวจะสู้กับพวกเขาแบบวงล้อ ไม่เคยมีศิษย์แท้จริงอันดับสุดท้ายคนไหนกล้าตัดสินใจแบบนี้มาก่อน แต่เฉินเฟยซึ่งเป็นศิษย์แท้จริงที่อ่อนแอสุดกลับทำมัน

“ข้ามีเงื่อนไขอีกข้อนั่นคือเพิ่มเงิน หากไม่มีวัตถุจิตวิญญาณจะต้องเพิ่มค่าผลงานอีกสามส่วน ว่าอย่างไร?” เฉินเฟยไม่สนใจท่าทางของพวกเขาและพูดต่อ

“ดีดีดี ในเมื่อศิษย์น้องเฉินพูดขนาดนั้นแล้ว หากเราไม่ตอบรับคงเป็นการดูถูก ไปที่ห้องโถงสืบทอดกันเถอะ!” มีคนหัวเราะด้วยความโกรธ

“ศิษย์น้องเฉิน เป็นไปไม่ได้ที่โชคจะดีเสมอเหมือนตอนอยู่ในดินแดนลับ” มีคนส่งเสียงฮึเย็นชาไม่พอใจเฉินเฟยอย่างยิ่ง

“ศิษย์น้องเฉิน ในเมื่อเจ้ามั่นใจขนาดนั้น ทำไมไม่นำโอสถทะลวงทวารมาเดิมพันด้วยล่ะ?”

เฉียนกวงจี๋มองอย่างเหน็บแนม “ข้าจะใช้บ่อหยวนหลิงของตระกูลอู๋เดิมพันกับโอสถทะลวงทวารของเจ้า!”

“ได้!’

เฉินเฟยพยักหน้าโดยไม่ลังเล มันไม่ใช่การแลกเปลี่ยนแต่เป็นเดิมพัน เฉินเฟยย่อมไม่มีข้อโต้แย้ง

หลันหยุนเฟิงคนอื่นมองเฉียนกวงจี๋ ของเดิมพันนั้นใหญ่มากแต่ก็โหดร้ายเช่นกัน หากเฉินเฟยแพ้ เขาไม่ได้เสียแค่เสียตำแหน่งศิษย์แท้จริง แต่โอกาสทะลวงระดับขัดเกลาทวารในอนาคตยังถูกตัดออกไป

แต่พอนึกถึงการตัดสินใจอันอวดดีของเฉินเฟยแล้ว สิ่งนี้มันเป็นความผิดของตัวเขาเอง ไม่รู้ว่าบ้าบิ่นหรือธาตุไฟเข้าแทรกกันแน่ถึงได้กล้าตัดสินใจแบบนี้

ครู่ต่อมา เฉินเฟยทั้งสิบมาที่ห้องโถงสืบทอด เฉินเฟยสร้างคำร้องขอกับศิษย์ดูแล

ศิษย์ดูแลมองเฉินเฟยอย่างตกใจ ตอนเฉินเฟยมาถามเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาคิดว่าเฉินเฟยแค่ถามเล่นเท่านั้น

คาดไม่ถึงว่าเฉินเฟยจะทำจริง แถมยังให้อีกเก้าคนสู้ในวันเดียวกันด้วย

นี่มันบ้ายิ่งนัก ศิษย์ดูแลไม่ได้ยินเรื่องแบบนี้นานแล้ว ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการรับมือเรื่องนี้ด้วยตัวเองเลย

“ศิษย์น้องเฉินเอาจริงหรือ?”

ศิษย์ดูแลอดไม่ได้ที่จะเตือนเขาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบา ตำแหน่งศิษย์แท้จริงนั้นหายาก เหตุใดจึงทำให้เสียเปล่าเช่นนี้ ไม่ว่าเจ้าจะมั่นใจแค่ไหนวันหนึ่งรับการท้าทายเพียงคนเดียวก็พอ ส่วนที่เหลือให้รอไปพักหนึ่งก่อน

ในการต่อสู้แบบวงล้อ ตราบใดที่ได้รับบาดเจ็บ บาดแผลนั้นจะขยายใหญ่ขึ้นจนถึงขีดจำกัด ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการใช้แรงและพลังงานภายใน สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นอันตรายที่ซ่อนอยู่

“ขออภัยด้วยศิษย์พี่!” เฉินเฟยพูดพร้อมกับกุมมือ

เมื่อเห็นสีหน้าจริงจังของเฉินเฟย ศิษย์ดูแลก็ถอนหายใจและเริ่มลงทะเบียนเดิมพัน

พอศิษย์ดูแลเห็นเฉินเฟยเดิมพันด้วยโอสถทะลวงทวาร เขาก็รู้สึกเวียนหัวขึ้นมาทันที

แม้จะใช้โอสถทะลวงทวารเดิมพันกับบ่อหยวนหลิง แต่การเดิมพันนี้ใหญ่เกินไป เฉินเฟยจะเพิกเฉยมันได้จริงหรือ?

จบบทที่ ตอนที่ 193 จองหอง

คัดลอกลิงก์แล้ว