เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 185 ฝึกฝนเอง

ตอนที่ 185 ฝึกฝนเอง

ตอนที่ 185 ฝึกฝนเอง


“ไม่เลว!”

อู๋กวงอินเห็นป้ายเหล็กห้าอันใบหน้าก็เผยรอยยิ้ม เขาพยักหน้าเล็กน้อย “ไปลงทะเบียนตรงนั้น จดรายชื่อสิ่งของที่เจ้านำออกมาด้วย”

“ขอรับ” กัวหลินซานพยักหน้า เขายังไม่เดินไปและมองเฉินเฟย

อู๋กวงอินเห็นการกระทำของกัวหลินซานจึงหันไปมองเฉินเฟยอย่างคาดไม่ถึง ไม่เพียงแต่อู๋กวงอินเท่านั้น แม้แต่เฟิงซิวผู่ยังมองเฉินเฟยอย่างประหลาดใจ

การกระทำของกัวหลินซานแสดงให้เห็นแล้วว่าเฉินเฟยควรได้รับป้ายเหล็กห้าอันและต้องการไปลงทะเบียนเช่นกัน

แต่เฉินเฟยเป็นเพียงระดับขัดเกลาไขกระดูก

เขารู้จากศิษย์ที่ออกมาก่อนหน้านี้ว่าสัตว์อสูรและวัตถุวิญญาณในดินแดนลับต่างเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่

ระดับขัดเกลาไขกระดูกที่อยู่ในดินแดนลับอาจตายได้หากไม่ระวังตัว สำหรับระดับขัดเกลาไขกระดูก หากไม่สนใจสิ่งใดจะตกอยู่ในสถานการณ์ตัวตายเต๋าสลาย

กัวหลินซานที่เพิ่งเข้าระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน สามารถรวบรวมป้ายเหล็กห้าอันนั้นเกินความคาดหมายของอู๋กวงอิน แม้แต่เฟิงซิวผู่ยังไม่มั่นใจว่ากัวหลินซานจะรวบรวมป้ายเหล็กได้ห้าอัน

ท้ายที่สุดแล้วนักยุทธ์ที่เข้าร่วมการทดสอบในดินแดนลับส่วนใหญ่อยู่ในระดับเดียวกับหรือแม้แต่แข็งแกร่งกว่า

กัวหลินซานรวบรวมป้ายเหล็กได้ห้าอันอาจเป็นเพราะโชคช่วย บางครั้งโชคก็เป็นส่วนสำคัญของความแข็งแกร่ง

เฉินเฟยมองตาอู๋กวงอิน หยิบป้ายเหล็กห้าอันจากห่อวางไว้บนมือ

ดวงตาเฟิงซิวผู่เป็นประกาย เฉินเฟยรวบรวมป้ายเหล็กได้ห้าอันเหมือนกัน ครั้งนี้ศิษย์ของเขามีแค่กัวหลินทั้งสองที่เข้าร่วมการทดสอบมรดกแท้จริง ทั้งสองยังได้รับป้ายเหล็กครบด้วย

เฟิงซิวผู่คาดหวังกับเฉินเฟยมาก อีกไม่กี่ปีต่อจากนี้จะมีการทดสอบอีก คิดว่าเฉินเฟยไม่มีปัญหาที่จะได้รับมรดกศิษย์แท้จริง แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้

ครั้งนี้ตั้งใจให้เฉินเฟยไปเก็บประสบการณ์เพื่อเตรียมตัวสำหรับการทดสอบในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

เฟิงซิวผู่ไม่เคยสงสัยว่าเฉินเฟยจะเป็นศิษย์แท้จริงได้หรือไม่ แต่ไม่ใช่การทดสอบครั้งนี้แน่นอน และตั้งแต่รู้ว่าเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในดินแดนลับ เฟิงซิวผู่ก็เสียใจอยู่พักหนึ่ง

เขาเสียใจที่ตัวเองปล่อยให้เฉินเฟยเข้าร่วมการทดสอบเร็วเกินไป หากเกิดเรื่องไม่คาดฝันขึ้น เรื่องนี้จะทำให้เฟิงซิวผู่โกรธตัวเองที่สุด

โชคดีที่เฉินเฟยและกัวหลินชานกลับมาอย่างปลอดภัย แต่ตอนนี้ศิษย์ทั้งสองทำให้เขาประหลาดยิ่งนัก

“ดี!”

ดวงตาอู๋กวงอินเต็มไปด้วยความแปลกใจเมื่อเห็นแผ่นป้ายเหล็กในมือเฉินเฟย เขาพยักหน้าเล็กน้อย ไม่ว่าเฉินเฟยจะใช้วิธีไหนในการรวบรวมป้ายเหล็ก มันถือเป็นความสำเร็จของเฉินเฟย

“ไปลงทะเบียนเถอะ เมื่อกลับสำนักและผ่านการทดสอบจิตใจ เจ้าจะได้รับมรดกของศิษย์แท้จริงด้วย”

อู๋กวงอินตบไหล่ให้กำลังใจเฉินเฟย ผ่านหลายปีแล้วที่ศิษย์ไม่ถึงระดับอวัยวะภายในผ่านการทดสอบมรดกแท้จริง

ศิษย์คนล่าสุดที่ทำแบบนี้ได้ต้องย้อนกลับไปเมื่อสามสิบปีก่อน โชคไม่ดีที่ศิษย์คนนั้นทะลวงระดับขัดเกลาทวารล้มเหลวเพราะรีบร้อนเกินไป

เฉินเฟยและกัวหลินนซานกุมทำความเคารพอู๋กวงอิน จากนั้นเดินไปหาศิษย์ดูแลที่อยู่ในสำนัก

ในเวลานี้หลายคนมองพวกเขาสองคนแล้ว โดยเฉพาะศิษย์ที่เข้าร่วมการทอสอบ ดวงตาพวกเขาเต็มไปด้วยความอิจฉา

พวกเขาเห็นจำนวนป้ายเหล็กในมือเฉินเฟยทั้งสอง ในการทดสอบมรดกแท้จริงครั้งนี้สองคนนั้นเป็นผู้ชนะ

กัวหลินซานมอบสิ่งของให้ศิษย์ดูแล วัตถุวิญญาณส่วนใหญ่ที่กินได้ในดินแดนลับล้วนถูกกัวหลินซานกินหมดแล้ว จะเหลือเพียงสิ่งที่ไม่อาจเปลี่ยนเป็นความแข็งแกร่งได้ทันที

นอกจากสิ่งที่กัวหลินซานรวบรวมเอง ของส่วนใหญ่เป็นรางวัลจากการต่อสู้กับนักยุทธ์คนอื่น

การต่อสู้ในดินแดนลับรุนแรงนัก มีทั้งซุ่มโจมตีและโต้กลับ แต่ด้วยเหตุนี้จึงทำให้กลุ่มของกัวหลินซานรวบรวมป้ายเหล็กได้เพียงพอ

“แลกพวกมันทั้งหมด!”

“ค่าผลงานทั้งหมดหนึ่งสามพันหกร้อยคะแนน”

ศิษย์ดูแลพูดเสียงเบา กัวหลินซานอดยิ้มไม่ได้

สำนักตัดสินสิ่งของจากดินแดนลับอย่างยุติธรรม อาจมีดอกเบี้ยให้เล็กน้อยด้วย ดังนั้นการมอบสิ่งของให้สำนักจะไม่เสียเปรียบ

ถึงคราวที่เฉินเฟยต้องส่งมอบบ้าง วัสดุในการหลอมกระบี่วิญญาณและสมุนไพรที่ปาข่าให้ล้วนถูกเก็บขึ้น

ตามจริงแล้วสิ่งที่เฉินเฟยให้สำนักได้มีน้อยมาก เพราะทุกสิ่งล้วนถูกเปลี่ยนเป็นพลัง

“ค่าผลงานสามพันหนึ่งร้อยคะแนน”

ศิษย์ดูแลบอกตัวเลข เฉินเฟยพยักหน้ารับโดยไม่คัดค้าน

เฉินเฟยทั้งสองกลับไปหาเฟิงซิวผู่ซึ่งไม่สามารถหุบรอยยิ้ม มีศิษย์แท้จริงภายใต้เขาอีกสองคน ไม่ต้องคิดก็รู้ว่าเขามีความสุขแค่ไหน

เฟิงซิวผู่พูดให้กำลังใจทั้งสองไม่กี่คำก่อนจะปล่อยพวกเขาไปพักผ่อน

เวลาผ่านไป ผู้คนมากมายเริ่มออกมาจากดินแดนลับ เสียงพูดคุยเริ่มดังขึ้น

เฉินเฟยไม่ใส่ใจกับโลกภายนอก เพียงศึกษาสถานะของตัวเองตลอดเวลา สิ่งสำคัญคือพลังจิตใจที่เพิ่มขึ้นพรวดพราด

ตอนอยู่ในดินแดนลับเฉินเฟยรับรู้ถึงจุดทวารเล็กน้อย ในเวลานี้ขณะที่นั่งสมาธิ ความรู้สึกคลุมเครือนั้นเกิดขึ้นอีกครั้ง

สำนักไม่มีวิธีพิเศษในการวัดจุดทวาร เฉินเฟยไม่กล้าทำตามทำใจตัวเองเพราะกลัวว่าจุดทวารจะเสียหาย ซึ่งมันได้ไม่คุ้มเสีย

เพียงเพราะหาจุดทวารได้ไม่แม่ยำไม่ได้หมายความว่าจะสังเกตไม่ได้ ขณะที่เฉินเฟยจดจ่อไปกับมัน โดยเฉพาะภายใต้การควบคุมอันละเอียดอ่อนของเคล็ดพันต้นกำเนิดนี้ ความรู้สึกคลุมเครือก็เริ่มชัดเจน

ในมุมมองของจิตใจ เฉินเฟยเหมือนจะเห็นจุดเล็ก จุดนี้เคลื่อนไปรอบพื้นที่เล็กในร่างกายและไม่อยู่คงที่

พอมาถึงตรงนี้เฉินเฟยจึงยืนยันได้ว่านั่นเป็นจุดทวารในร่างกายมนุษย์ หากต้องการทะลวงระดับขัดเกลาทวารจะต้องหยุดจุดทวารด้วยพลังจิตใจ จากนั้นจึงขุดจุดทวารออกมาอย่างระมัดระวัง

แท้จริงแล้วระดับขัดเกลาทวารเป็นการค้นหาจุดทวารอย่างต่อเนื่อฃจากนั้นจึงขุดขึ้นมา

เมื่อขุดจุดทวารได้ก็จะเข้าระดับขัดเกลาทวารและแยกตัวออกจากนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย ไม่เพียงแต่พลังต่อสู้มากขึ้น อายุขัยยังยืดขยายออกไป

เฉินเฟยได้ยินจากเฟิงซิวผู่ว่าในร่างกายมนุษย์มีจุดทวารมากมาย การบ่มเพาะของระดับขัดเกลาทวารคือการเปิดจุดทวารเหล่านี้ จำนวนจุดทวารที่เปิดออกเป็นตัวกำหนดพลังและการบ่มเพาะของระดับขัดเกลาทวาร

แน่นอนว่าเฉินเฟยยังห่างไกลจากเรื่องนี้ ในเวลานั้นเฟิงซิวผู่พูดเพียงไม่กี่คำและไม่ลงรายละเอียด

เฉินเฟยเลิกสนใจเรื่องจุดทวาร ไม่จำเป็นต้องรีบร้อนกับเรื่องนี้ เฉินเฟยยังอยู่ในระดับขัดเกลาไขกระดูก เมื่อถึงระดับขัดเกลาอวัยวะภายในก็ยังไม่สายที่จะคิดถึงเรื่องนี้

พลังจิตใจแพร่กระจาย เฉินเฟยสังเกตการเดินพลังภายในของเส้นลมปราณในร่างกาย

เมื่อดูดซับดอกบัวหวานได้อย่างสมบูรณ์ พลังจิตใจก็เพิ่มขึ้นสองเท่า เฉินเฟยจึงไม่กังวลเรื่องการใช้พลังเข้าใจต้นกำเนิดอีก

พลังเข้าใจต้นกำเนิดหมุนเวียนพลังภายในราวกับการหายใจตามสัญชาตญาณ พลังจิตใจสามารถควบคุมพลังภายในอย่างอิสระและปรับปรุงการบ่มเพาะได้อย่างต่อเนื่อง

วันนี้เฉินเฟยฝึกพลังภายในอยู่ตลอดเวลา สำหรับภาระบนเส้นลมปราณที่เกิดจากการหมุนเวียนพลังภายใน ด้วยการควบคุมอันละเอียดอ่อนของเคล็ดพันต้นกำเนิดภาระจึงน้อยลง

อย่างไรแล้วเฉินเฟยไม่รู้สึกความกดดันของเส้นลมปราณจากการฝึกพลังภายใน ทุกอย่างเป็นไปตามธรรมชาติ การกินและการนอนไม่ส่งผลต่อการเพิ่มพลังอย่างรวดเร็วของเฉินเฟย

“ไม่แปลกใจเลย หลังเข้าระดับปรับแต่งจิต พลังจิตใจมีผลต่อการเพิ่มพลังอย่างชัดเจน”

เฉินเฟยคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ พลังจิตใจของเขาอยู่ในแนวหน้าของระดับขัดเกลาอวัยวะภายในแน่นอน ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในธรรมดาจะมีช่องว่าขนาดใหญ่กับเฉินเฟยในด้านพลังจิตใจ

แน่นอนว่ามีคนในระดับขัดเกลาอวัยวะภายในที่มีพลังจิตใจเหมือนเฉินเฟยหรือแม้กระทั่งแข็งแกร่งกว่า

การคุ้มครองที่ยอดฝีมือมอบให้ลูกหลานนั้นอยู่เหนือจินตนาการของคนทั่วไป ดอกบัวฝันหวานซึ่งดูมีค่าอย่างยิ่งในระดับของเฉินเฟย มันอาจเป็นของธรรมดาในสายตายอดฝีมือ

เช่นเดียวกับมุมมองของเฉินเฟยต่อโอสถทะยานเนินเขาในตอนนี้ มันต่างกับมุมมองตอนอยู่ในอำเภอผิงหยินโดยสิ้นเชิง

ในเวลานั้นการได้เห็นโอสถทะยานเนินเขาเป็นเรื่องยากมาก

นั่นเป็นเพราะระดับของสถานที่ต่างกันทำให้มุมมองต่างกัน ไม่สามารถใช้มุมมองของตัวเองกับผู้ที่แข็งแกร่งกว่าได้

เหมือนกับตอนที่เฉินเฟยเห็นไข่มุกราตรีในดินแดนลับ เขาไม่เคยคิดเลยว่าจะมีระดับปรับแต่งร่างกายใช้อาวุธวิญญาณได้อย่างอิสระแบบนั้น

แต่สำหรับตระกูลของยอดฝีมือ แม้จะพูดไม่ได้ว่าเป็นเรื่องปกติแต่ไม่ได้ต่างกันมากนัก

เวลาในระหว่างฝึกฝนผ่านไปเร็วเสมอ สามวันผ่านไปอย่างรวดเร็ว เมื่อทางออกดินแดนลับปิดลง การทดสอบแท้จริงนี้ก็สิ้นสุด

อาจมีศิษย์ในดินแดนลับที่ยังไม่ออกมา แต่ให้เวลาสามวันแล้ว ถ้ายังออกมาไม่ได้จะไม่ได้ออกมาอีก บางทีคนเหล่านั้นอาจกำลังติดพันกับบางอย่างอยู่ แต่สี่สำนักตั้งกฎไว้แบบนี้

เฉินเฟยยืนอยู่ด้านข้าง มองผู้คนในหุบเขา

หนึ่งเดือนก่อนมีศิษย์เข้าดินแดนลับมากกว่าสี่ร้อยคน ครึ่งหนึ่งเป็นระดับขัดเกลาอวัยวะภายในและอีกครึ่งหนึ่งเป็นระดับขัดเกลาไขกระดูก

หลังผ่านไปหนึ่งเดือน ณที่แห่งนี้เหลือนักยุทธ์ขัดเกลาไขกระดูกไม่ถึงห้าสิบคน ส่วนที่เหลือนับร้อยคงอยู่ในดินแดนลับไปตลอดกาล

เสียระดับขัดเกลาไขกระดูกไปมากมาย ส่วนระดับขัดเกลาอวัยวะภายในดีขึ้นมาหน่อย

เฉินเฟยประมาณการ พบว่าในที่นี้มีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในเกือบร้อย ยิ่งไปกว่านั้นได้ยินกัวหลินซานพูดว่าไม่ใช่ทุกคนที่ออกมาแล้วมีป้ายเหล็กห้าอัน

ป้ายเหล็กมากมายสูญหายไปพร้อมกับการตายของเมล็ดพันธ์แท้จริงในดินแดนลับ สถานที่แห่งนี้อันตรายยิ่งนัก

“ทุกท่าน ไว้พบกันใหม่”

อู๋กวงอินโค้งคำนับพวกผู่หยุนตงและหันหลังออกจากหุบเขาพร้อมกับคนของสำนักกระบี่เริ่มดวงดาว

ด้วยการเปลี่ยนแปลงของดินแดนลับ การทดสอบมรดกแท้จริงครั้งนี้ถือว่าโหดร้ายที่สุดในรอบหลายสิบปี อู๋กวงอินจำเป็นต้องรายงานเรื่องนี้ต่อเจ้าสำนัก หลังจากนี้คาดว่าทั้งสี่สำนักคงกวาดล้างดินแดนลับแห่งนี้

เฉินเฟยคาดเดาว่าดินแดนลับยกระดับขึ้น อู๋กวงอินและยอดฝีมือขัดเกลาทวารคนอื่นย่อมรู้เรื่องนี้เช่นกัน

แต่เนื่องจากไม่ได้เข้าดินแดนลับด้วยตัวเอง พวกเขาจึงไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นภายในดินแดนลับ ภัยพิบัติแบบใดทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอันรวดเร็วแบบนี้

จบบทที่ ตอนที่ 185 ฝึกฝนเอง

คัดลอกลิงก์แล้ว