เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 182 สัมผัสได้ถึงจุดทวาร

ตอนที่ 182 สัมผัสได้ถึงจุดทวาร

ตอนที่ 182 สัมผัสได้ถึงจุดทวาร


ช่วงเวลานิรันดร์!

เคล็ดพันต้นกำเนิดสั่นสะเทือน เปิดใช้งานทักษะจิตใจ ในประสาทสัมผัสของเฉินเฟยโลกทั้งใบหยุดนิ่ง เฉินเฟยมองเส้นดำที่ยากจะมองด้วยตาเปล่า ไม่รู้ว่ามันเข้ามาใกล้ขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่ มันคือหนูปฐพี

หลังโดนเซียวหลี่หลิงโยนทิ้งไป อสูรหนูก็ตั้งเป้ามาที่ดอกบัวฝันหวาน พอได้ดอกบัวฝันหวานกลับมาแล้วมันจะกลับไปตามล่ามนุษย์เหล่านั้น

เฉินเฟยที่กำลังวิ่งไปข้างหน้าหยุดนิ่งกะทันหัน หันหลังแล้ววิ่งถอยกลับไปแทน เขารีบเข้าไปในช่องว่างระหว่างพวกอันซือจี้ทันที สิ่งนี้ทำให้เขาไปอยู่ด้านหน้าของทั้งสาม

อันซือจี้ทั้งสามตกใจ เมื่อพวกเขากำลังจะลงมือก็ตระหนักได้ว่ามีบางอย่างผิดปกติ ลมปราณดุร้ายพุ่งเข้ามาหาราวกับจะกลืนกินพวกเขา

อสูรหนู!

หัวใจทั้งสามสั่นสะท้าน ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ที่สระน้ำและได้เห็นพลังของมันอย่างชัดเจน แม้ทั้งสามคนจะมีท่าร่างยอดเยี่ยม แต่พวกเขาก็ไม่กล้าเผชิญกับอสูรเพียงลำพังแน่

ในแผนเดิม พวกเขาคิดว่าอสูรหนูจะไม่กลับมาในเร็วๆนี้ ท้ายที่สุดแล้วดอกบัวฝันหวานก็หนีไป อสูรหนูจึงไม่น่าหาตัวดอกบัวฝันหวานเจอ

ไม่รู้ว่าอสูรหนูใช้วิธีไหนในการติดตามมา มันไม่สนใจแม้แต่เซียวหลิงหลี่ที่โจมตีใส่

ตอนนี้พวกเขาอยู่ในภาวะกลืนไม่เข้าคายไม่ออก หากบังคับจับดอกบัวฝันหวานต่อ พวกเขาต้องเผชิญกับอสูรหนูเพียงลำพัง ความเป็นตายจะกลายเป็นไม่แน่นอน แต่ดอกบัวฝันหวานอยู่ตรงหน้าแล้ว พวกเขาย่อมไม่เต็มใจยอมแพ้แบบนี้

ต้วนหยินเฟิ่งกัดฟัน สุดท้ายความกลัวก็ชนะความปรารถนา พลังต่อสู้ของนางในดินแดนลับไม่ดีนัก การเผชิญหน้ากับอสูรแทบจะเป็นตายเก้าหนึ่งรอด

ตอนตามมาที่นี่นางไม่ได้คิดจะเอาดอกบัวฝันหวานทั้งหมด ที่ต้องการคือได้รับบางส่วนแล้วจากไป

ตอนนี้ยังไม่ทันได้อะไรแถมยังโดนอสูรหนูไล่ตามมาอีก ต้วนหยินเฟิ่งไม่กล้ารอช้า นางหันหลังวิ่งจากไปทันที

พัดหลบซ่อน!

พัดพับในมือเหว่ยเป่าไหลสั่นไหวและหายไป เมื่อปรากฏขึ้นอีกครั้งก็ไปอยู่ในมือเฉินเฟย พัดกลายเป็นใบมีดตัดไปทางดอกบัวฝันหวาน

เหว่ยเป่าไหลไม่กล้ารับดอกบัวฝันหวานทั้งหมด ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกอสูรหนูไล่ล่าจนตาย แต่เหว่ยเป่าไหลไม่เต็มใจไม่ได้อะไรเลย

ตราบใดที่ได้รับดอกบัวฝันหวานเล็กน้อย พลังจิตใจจะเพิ่มขึ้นแน่นอน สำหรับเหว่ยเป่าไหลแล้วเขาต้องสู้เพื่อวัตถุวิญญาณอันนี้ มันเป็นส่วนสำคัญว่าเขาจะไปถึงระดับขัดเกลาทวารได้หรือไม่

อันซือจี้คำรามด้วยความโกรธ เกิดคลื่นขนาดใหญ่ปิดกั้นการถอยของเฉินเฟย ดาบในมือเขากลายเป็นหน้าผาหยุดเฉินเฟยไว้

“ปัง!”

พัดพับถูกกระแทกออก ใบดาบแหลมคมปักลงพื้นด้านข้าง

คลื่นยักษ์สังหารทำได้เพียงทำลายเงาที่เฉินเฟยทิ้งไว้ เฉินเฟยตัวจริงอยู่ที่ด้านหลังอันซือจี้แล้ว หากเฉินเฟยโต้กลับในเวลานี้ อันซือจี้คงร้อนรนจนทำอะไรไม่ถูกแน่นอน

แต่ในเวลานี้ไม่จำเป็นต้องทำแบบนั้น สิ่งสำคัญที่สุดคือจะรักษาดอกบัวฝันหวานได้อย่างไร

“ปาข่า!”

“มาแล้ว!”

ทันใดนนั้นร่างยักษ์ใหญ่ปรากฏขึ้นด้านข้างเฉินเฟย เฉินเฟยสบัดมือขวาตัดส่วนหนึ่งของดอกบัวฝันหวานโยนไปทางอันซือจี้

ต้นกำเนิดอีกเก้าส่วนถูกเฉินเฟยเก็บเอาไว้ หยิบเศษลูกปัดจิตใจมาประกบรอบดอกบัวฝนหวานจากนั้นวิ่งหนีไปอย่างบ้าคลั่ง

วิ่งทะยาน!

ความเร็วของเฉินเฟยเพิ่มขึ้นเล็กน้อย เขากลายเป็นเงาหายไปจากสายตาของทุกคน

นี่เป็นแผนการที่เฉินเฟยตกลงกับปาข่าไว้ อสูรหนูจะไม่ปล่อยดอกบัวฝันหวานไปแน่นอน ดังนั้นต้องมีคนมาล่ออสูรหนูเอาไว้ ซึ่งพวกอันซือจี้สามคนเป็นตัวเลือกที่เหมาะเจาะพอดี

เศษลูกปัดจิตใจไม่อาจปิดกั้นลมปราณดอกบัวฝันหวานได้อย่างสมบูรณ์

หากไม่ส่งดอกบัวฝันหวานส่วนหนึ่งให้อันซือจี้เพื่อเป็นเหยื่อล่อ อสูรหนูจะติดตามร่องรอยของดอกบัวฝันหวานต่อได้ ตอนนี้แบ่งเป็นสองส่วนใช้ดึงดูดความสนใจของอสูรหนู

ร่างเฉินเฟยวูบไหวได้ยินเสียงคำรามและระเบิดมาจากด้านหลัง เห็นได้ชัดว่าปาข่าเริ่มสู้กับอสูรหนูแล้ว ส่วนพวกอันซือจี้น่าจะถูกลากให้อยู่ที่นั่นด้วย

หลังวิ่งออกไปหนึ่งลี้ เฉินเฟยใช้ประโยชน์จากที่ไม่มีใครอยู่รอบตัวรีบเอาตู้ไม้ในช่องมิติออกมา จากนั้นใส่ป้ายเหล็กกับดอกบัวฝันหวานเข้าไป

“ฮู่ว!”

เฉินเฟยพ่นลมหายใจออกยาว ลมปราณทั้งหมดถูกปกปิดไว้ในช่องมิติแล้ว ไม่ว่าอสูรหนูจะแข็งแกร่งแค่ไหนก็คงไม่แข็งแกร่งกว่าหลวงจีนในลูกปัดจิตใจ

แม้แต่หลวงจีนยังไม่อาจมองผ่านช่องมิติ ดังนั้นไม่ต้องพูดถึงอสูรหนูระดับหนึ่งเลย

เฉินเฟยดูทิศทางแล้ววิ่งไปที่บ้านปาข่า

ตอนนี้ได้ดอกบัวฝันหวานมาแล้ว เฉินเฟยสามารถเพลิดเพลินไปกับมันด้วยตัวคนเดียวได้ แต่ในฐานะมนุษย์เฉินเฟยรู้สึกว่าจำเป็นต้องซื่อสัตย์ นอกจากนี้ปาข่ายังมีสมุนไพรอายุหลายสิบปีนับไม่ถ้วน เมื่อถึงเวลาเตรียมดอกบัวฝันหวานก็จำเป็นต้องใช้สมุนไพรเหล่านั้น

อย่างมากสุดเฉินเฟยแค่ต้องหลอกปาข่าอีกรอบ เก็บดอกบัวฝันหวานส่วนใหญ่ไว้ใช้เอง

เฉินเฟยวิ่งไปข้างหน้าและเปลี่ยนใบหน้า เนื่องจากมีผู้คนมากมายแย่งชิงสมบัติล้ำค่าอย่างดอกบัวฝันหวาน การใช้หน้าปลอมย่อมปลอดภัยกว่า

อย่างไรก็ตามวิธีนี้จะใช้ได้ยากในอนาคต ลมปราณของนักยุทธ์ไม่ใช่สิ่งที่เหมือนกัน เมื่อถึงเวลานั้นนักยุทธ์จะจดจำผู้คนด้วยลมปราณ วิชายุทธ์ และการเคลื่อนไหว

เฉินเฟยกลับมาที่โพรงอย่างระวังและไม่พบเจอเรื่องใดในระหว่างทาง หากไม่มีความผันผวนของป้ายเหล็กและเฉินเฟยยังระวังตัวมาก ไม่ต้องสงสัยเลยว่าในดินแดนลับอันกว้างใหญ่เป็นเรื่องยากที่จะตามหาตัวใครเจอ

หนึ่งชั่วยามต่อมา ปาข่ากลับมา เฉินเฟยเตรียมน้ำสมุนไพรและแช่ดอกบัวฝันหวานทั้งหมดลงไป ลมปราณของดอกบัวฝันหวานหายไปนานแล้ว ต่อให้อสูรหนูจีมีจมูกไว้ต่อกลิ่นก็ไม่อาจเจอได้อยู่ดี

ปาข่ามีหน้าเศร้าหมอง ดูเศร้าหมองกว่าครั้งก่อนที่ไปหาต้นฉัตรเจ้าเล่ห์มาก รากสามอันบนหัวเขาเหี่ยวเฉาลง พูดได้ว่าเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่

แต่ตอนนี้ปาข่าไม่สนใจเรื่องนี้ เขาเอาแต่มองดอกบัวฝันหวานด้วยแววตาสดใส

ปาข่ายังกังวลอยู่เลยว่าเฉินเฟยจะหนีจากไปหรือไม่ ท้ายที่สุดในเศษเสี้ยวความทรงจำที่ดูดซับมา ผู้คนมักทำสิ่งนี้

ปาข่าไม่รู้ว่าเฉินเฟยจะเป็นแบบเดียวกันหรือไม่

โชคดีที่เฉินเฟยไม่ได้จากไปและกำลังรอให้เขากลับมากินดอกบัวฝันหวานพร้อมกัน

“ต่อไปเราจะเริ่มเตรียมน้ำสมุนไพรกัน เจ้าอยากกินแบบนักเขียนหรือกินแบบกองทัพ?” เฉินเฟยมองปาข่าด้วยรอยยิ้ม

ปาก่ากะพริบตาปริบๆ กินแบบนักเขียนกับกินแบบกองทัพมันคืออะไร? อย่างไรก็ตามเฉินเฟยไม่ได้หนีไป จุดนี้ทำให้ปาข่าเชื่อใจเฉินเฟยมากขึ้นและรู้สึกว่าเฉินเฟยจะไม่หลอกตัวเอง

เฉินเฟยเป็นคนดี!

หนึ่งชั่วยามต่อมา เฉินเฟยถือชามหินไว้ในมือ ชามหินมีฤทธิ์ยาของดอกบัวฝันหวานถึงแปดส่วน

“นี่เป็นทางเลือกของปาข่า ไม่เกี่ยวอะไรกับข้า”

เฉินเฟยคิดอยู่ในใจจากนั้นดื่มน้ำสมุนไพรในอึกเดียว

“ตึง!”

ส่วนลึกของจิตวิญญาณสั่นสะเทือน พลังจิตใจเฉินเฟยเดือดพล่าน ภาพลวงตาเข้าเติมเต็มทะเลจิตสำนึก เฉินเฟยติดอยู่ในทะเลจิตสำนึก เคล็ดพันต้นกำเนิดหมุนเวียนอย่างบ้าคลั่ง

หนึ่งวัน สองวัน สามวัน

แม้ร่างดอกบัวฝันหวานส่วนใหญ่จะสลายไปจนเหลือเพียงต้นกำเนิด แต่เนื่องจากเป็นต้นกำเนิดมันจึงเสริมพลังจิตใจได้มากกว่าเมล็ดกับใบบัวมาก

หลายวันนี้เฉินเฟยปรับแต่งน้ำสมุนไพรตลอดทำหใพลังจิตใจของเขาเพิ่มขึ้นเกือบตลอดเวลา แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังดูดซับฤทธิ์ยาของดอกบัวฝันหวานไม่หมดอยู่ดี

ทุกครั้งที่เฉินเฟยปรับแต่งระยะหนึ่ง เขาจะต้องหยุดพักผ่อนพักหนึ่งจากนั้นถึงฝึกฝนต่อได้

ปาข่าปรับแต่งฤทธิ์ยาดอกบัวฝันหวานอย่างรวดเร็ว พลังของเขาได้เพิ่มขึ้นและยังช่วยปกป้องเฉินเฟยด้วย เห็นได้ชัดว่าเฉินเฟยได้รับความไว้วางใจจากปาข่าอย่างสมบูรณ์แล้ว

ในทะเลจิตสำนึกของเฉินเฟย พลังจิตใจของเขากลายเป็นหมื่นเส้นดายพันกันจนเหมือนต้นไม้สูงตระหง่าน มันคอยปกป้องต้นกำเนิดของจิตใจเฉินเฟยอย่างแน่นหนา

พลังจิตใจนอกต้นกำเนิดยังคงปรากฏให้เห็นเป็นเส้นไหมและทำให้ต้นไม้แห่งจิตใจเติบโตต่อไป

ในขณะที่เฉินเฟยทำงานอย่างหนักเพื่อปรับแต่งดอกบัวฝันหวาน การต่อสู้ในสถานที่อื่นภายในดินแดนลับก็รุนแรงมากขึ้น

เส้นตายหนึ่งเดือนใกล้มาถึง ทุกสิ่งที่ควรสำรวจในดินแดนลับถูกสำรวจเกือบหมดแล้ว แม้แต่ภูเขาป้านผิงที่อันตรายและน่าสะพรึงกลัวยังถูกสำรวจ

แน่นอนว่าไม่มีใครรู้ว่าผลสุดท้ายเป็นอย่างไร แต่ดูเหมือนจะไม่มีใครเห็นคนเหล่านั้นอีกเลย

เมื่อการทดสอบจบลง สิ่งสำคัญที่ควรมีคือป้ายเหล็ก

ต้องรวบรวมป้ายเหล็กครบห้าอันเท่านั้นถึงจะได้เป็นศิษย์แท้จริง ในเวลานั้นไม่ว่าจะเป็นวิชาหรือทรัพยากร ศิษย์แท้จริงจะถูกให้ความสำคัญมากที่สุด

สำหรับสำนัก นอกเหนือจากพลังต่อสู้ระดับสูงแล้ว คุณภาพของศิษย์โดยเฉพาะอย่างศิษย์แท้จริงถือเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่ง

สำนักจะสืบทอดต่อไปได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับความสามารถของศิษย์แท้จริง ดังนั้นแต่ละสำนักจึงให้ความสำคัญกับศิษย์แท้จริงมากที่สุด

สี่สำนักแข่งขันกันในดินแดนลับโดยหวังว่าศิษย์แท้จริงจะไม่ใช้ดอกไม้ในเรือนกระจก แต่ต้องปรับตัวเข้ากับโลกอันโหดร้ายได้

ผู้เหมาะสมเท่านั้นจึงอยู่รอด การเอาตัวรอดของผู้เหมาะสม ไม่ก้าวหน้าก็ถดถอย!

ที่ไหนสักแห่งในดินแดนลับ กัวหลินซานปาดเลือดออกจากหน้า เงยหน้ามองไปรอบตัว มีคนได้รับบาดเจ็บและล้มตายจำนวนมาก กลุ่มของพวกเขาถูกซุ่มโจมตี แต่โชคดีที่พวกเขายังรอดมาได้

“ป้ายเหล็กน่าจะพอแล้ว”

กัวหลินซานพูดกับตัวเอง พิงต้นไม้อย่างเหนื่อยล้าและคิดถึงเฉินเฟย อย่างไรก็ตามกัวหลินซานรู้ดีว่าด้วยความแข็งแกร่งของเฉินเฟย เขาคงไม่มีปัญหาในการรับป้ายเหล็กห้าอัน

ในดินแดนลับเกิดความวุ่นวายมากมาย หลังผ่านไปเก้าวันนับตั้งแต่ได้รับดอกบัวฝันหวาน ในที่สุดเฉินเฟยก็ดูดซับฤทธิ์ยาของดอกบัวฝันหวานจนหมด ทะเลจิตสำนึกกลายเป็นต้นไม้ใหญ่ที่มีกิ่งก้านเขียวชอุ่ม

“พลังจิตใจเพิ่มเป็นสองเท่า”

เฉินพูดขึ้นเมื่อรู้ถึงสถานการณ์ในทะเลจิตสำนึก เมื่อเวลาผ่านไปพลังจิตใจจะก้าวหน้ายากขึ้นเรื่อยๆ มันยากกว่าการฝึกพลังภายในมาก

แต่ถึงอย่างนั้นต้นกำเนิดดอกบัวฝันวานได้เพิ่งพลังจิตใจเป็นสองเท่า ทำหใเฉินเฟยสัมผัสได้ถึงจุดทวารได้อย่างคลุมเครือ

แต่เฉินเฟยไม่มีวิธีวัดจุดทวาร ดังนั้นเขาจึงไม่รู้ว่านั่นเป็นจุดทวารที่ถูกต้องหรือไม่

ในเวลาเดียวกันพลังภายในของเฉินเฟยหมุนเวียนอย่างรวดเร็ว เนื่องจากพลังจิตใจแข็งแกร่ง เฉินเฟยจึงไม่เสียจิตใจแม้แต่น้อยเวลาใช้พลังภายในอีก

และด้วยวิชาของตระกูงเจิ้ง ยิ่งจิตใจแข็งแกร่งจะยิ่งฝึกพลังภายในได้เร็วขึ้น ตามจังหวะนี้เฉินเฟยจะไปสู่ระดับขัดเกลาอวัยวะภายในได้ในหนึ่งเดือนโดยไม่ต้องใช้วัตถุจิตวิญญาณใดทั้งนั้น

และมันอาจเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำ!

“ดินแดนลับใกล้ปิดตัวแล้ว!”

ในมือเฉินเฟยปรากฏป้ายเหล็ก ป้ายเหล็กเกิดความผันผวนอย่างมาก มันไม่เพียงนำทางป้ายเหล็กอื่นมาเจอกัน แต่ยังนำไปสู่ประตูเคลื่อนย้ายออกจากดินแดนลับด้วย

ต้องใช้เวลาในดินแดนลับหนึ่งเดือน แต่ในช่วงสามวันสุดท้ายจะสามารถกลับออกไปได้ตามใจชอบและยังมีประตูเคลื่อนย้ายมากกว่าหนึ่งบาน

แม้สี่สำนักหวังว่าศิษย์ของตัวเองจะเป็นผู้เหมาะสมรอดกลับมา แต่พวกเขาไม่ต้องการให้สู้กันจนไม่เหลือใคร จุดนั้นจะเกินเลยมากไป

“สหาย เจ้าต้องไปแล้วหรือ?” ปาข่าโผล่ออกมาจากโพรง พอเห็นสีหน้าเฉินเฟยแล้วจึงเอ่ยปากถามทันที

“ใช่ ข้าต้องไปแล้ว”

เฉินเฟยพยักหน้า เหลือเวลาอีกสามวัน ตามจริงแล้วเขาจะไปหาวัตถุวิญญาณต่อก็ได้ แต่พลังจิตใจที่เพิ่มขึ้นทำให้เฉินเฟยสัมผัสดินแดนลับได้ชัดเจนยิ่งขึ้น

มีอันตรายร้ายแรงอยู่ทุกทิศทาง แต่ที่อันตรายมากสุดอยู่ที่ภูเขาป้านผิง

ความรู้สึกถึงอันตรายที่เพิ่มขึ้นทุกขณะส่งผลต่อเฉินเฟย

หากเป็นวัตถุวิญญาณเคี้ยวง่าย คนอื่นคงเอามันไปหมดแล้ว สำหรับสิ่งที่เคี้ยวยาก แค่เฉินเฟยกับปาข่าคงไม่เพียงพอ

ดังนั้นออกไปเลยดีกว่า กลับไปที่สำนักกระบี่เริ่มดวงดาว ยอมรับการสืบทอดศิษย์แท้จริง!

จบบทที่ ตอนที่ 182 สัมผัสได้ถึงจุดทวาร

คัดลอกลิงก์แล้ว