เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 180 ทุกฝ่ายแสดงตัว

ตอนที่ 180 ทุกฝ่ายแสดงตัว

ตอนที่ 180 ทุกฝ่ายแสดงตัว


ม่านตาเฉินเฟยหดตัวลงอย่างรวดเร็วจากการสนับสนุนของจี้หยก ตรงจุดนั้นในเวลานี้ เฉินเฟยเห็นเพียงเส้นสีดำแวบผ่านไปมา และนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในนับสิบคนตายอย่างอนาถ

หลายสิบคนนั้นอยู่ในระดับขัดเกลาอวัยวะภายใน หากขุมกำลังนี้ไปปิดล้อมต้นผลแดงชาดย่อมมีโอกาสประสบผลสำเร็จ แต่ในเวลานี้คนเหล่านั้นกลับโดนอสูรหนูฆ่าตายในการโจมตีครั้งเดียวโดยไม่อาจต่อต้าน

เห็นได้ชัดว่าเมื่อสักครู่นี้ระยะที่อสูรหนูเคลื่อนไหวได้ลดลง แต่มันกลับเกิดเหตุการณ์พลิกผันอย่างกะทันหัน คนนับสิบล้วนถูกอสูรหนูฆ่าหมด

ด้วยพลังแบบนี้ เฉินเฟยนึกไม่ออกเลยว่าระดับขัดเกลาอวัยวะภายในจะต้านทานอย่างไร จำนวนคนไม่มีความหมายอีกต่อไปเพราะไม่สามารถจับตัวอสูรหนูได้

เมื่อเร็วถึงระดับหนึ่งความเร็วจะแสดงถึงพลังสูงสุด โดยเฉพาะร่างกายของอสูรหนูตัวนี้แข็งแกร่งอย่างมาก ด้วยความเร็วแบบนี้จึงยิ่งจัดการยากเข้าไปใหญ่

“สุดยอด!”

ปาข่าตัวสั่น เมื่อเจอการโจมตีแบบนี้ต่อให้เป็นการป้องกันของปาข่าก็ไม่อาจทนไหว

“ดูแล้วพวกเราคงมีโอกาสไม่มากนัก” เฉินเฟยพูดเสียงเบา

จากพลังที่อสูรหนูแสดงออกมา พูดได้ว่านักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายตายไปมากมายไม่ใช่เรื่องน่าประหลาดใจอย่างใด

แน่นอนว่าด้านล่างนั่นมีอาวุธวิญญาณอยู่ ถ้าเจ้าของอาวุธวิญญาณปิดล้อมอสูรหนูได้ มันก็ใช่ว่าจะไม่มีโอกาสเลย

“หนูปฐพีอยู่ในสถาพนั้นได้ไม่นานหรอก”

ปาข่าส่ายหน้าพูด หลังฆ่านักยุทธ์ไปหลายสิบคนเฉินเฟยก็เห็นหน้าตาของหนูปฐพี ร่างกายมันกลับมามีขนาดเท่าฝ่ามือ ที่สำคัญคือในเวลานี้อสูรหนูกำลังหยุดพัก

สีหน้าเฉินเฟยเปลี่ยนไป ดูเหมือนว่าเมื่อครู่นี้จะเป็นสภาวะระเบิดพลังของอสูรหนู แต่วิธีของมันดูปกติไปหน่อย

ไม่อย่างนั้นหากอสูรใช้สภาวะนั้นได้ไร้จำกัด อสูรหนูคงกลายเป็นสัตว์อสูรระดับสองแล้ว

นักยุทธ์รอบสระน้ำเห็นสถานการณ์ตรงนี้ทันที ท้ายที่สุดนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในนับสิบได้ตายไป พลังแบบนี้ย่อมทำให้นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายกลัวจนตัวสั่น

หม่าเสวี่ยเฟยวิ่งออกไปไกล ในฐานะนักธนูหม่าเสวี่ยเฟยเลยยืนอยู่ห่างไกล ดังนั้นนางจึงไม่โดนคลื่นการโจมตีนั้นด้วย

เมื่อไม่มีใครควบคุมแล้วหม่าเสวี่ยเฟยก็วิ่งหนีไป นางจะกล้าอยู่ที่นี่ต่อได้อย่างไร

“ศิษย์พี่หญิงเซียว ตรงนั้นเกิดเรื่องแล้ว!”

ริมสระน้ำ มีคนตะโกนบอกเซียวหลี่หลิงอย่างกังวลใจ

เซียวหลี่หลิงที่กำลังนั่งสมาธิลืมตาขึ้น แสงสีฟ้าวาบผ่านดวงตา ไข่มุกราตรีที่ปกคลุมดอกบัวฝันหวานสั่นเล็กน้อย

“อย่าตื่นตระหนกไป ถ้าอสูรหนูนั่นกล้าเข้ามา ข้าจะจับมันยัดเข้าไข่มุกราตรี! พวกเจ้าโจมตีดอกบัวฝันหวานต่อไป!” เซียวหลี่หลิงมองหนูปฐพีแล้วพูดอย่างเย็นชา

ผู้คนรอบตัวรู้สึกสับสนเมื่อได้ยินคำพูดของเซียวหลี่หลิง

การสนับสนุนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของทุกคนคือเซียวหลี่หลิง หรืออีกนัยหนึ่งคืออาวุธวิญญาณไข่มุกราตรีของเซียวหลี่หลิง

ปิดล้อมและป้องกันเป็นหลัก

อาวุธทางวิญญาณมีไว้สำหรับผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวาร ไม่รู้ว่าเซียวหลี่หลิงใช้วิธีใดถึงใช้ไข่มุกราตรีได้ตามที่ต้องการ สิ่งนี้ทำให้ผู้อื่นอิจฉายิ่งนัก

เป็นเพราะไข่มุกราตรีนั่นที่ทำให้เซียวหลี่หลิงรวบรวมนักยุทธ์ได้มากมาย ในดินแดนแสนอันตรายนี้ นางสามารถโจมตีวัตถุวิญญาณได้อย่างปลอดภัยและยึดทรัพยากรที่ต้องการ

ดอกบัวฝันหวานเป็นวัตถุวิญญาณอันที่ห้าที่พวกเขาโจมตี สี่อันก่อนเป็นไปอย่างราบรื่น แม้วัตถุวิญญาณเหล่านั้นจะน่ากลัว แต่ด้วยไข่มุกราตรีนี้พวกมันจึงทำอะไรไม่ได้

มีไข่มุกราตรีอันสวยงามและใช้ได้โดยไม่ต้องกังวล เซียวหลี่หลิงบอกว่าอยู่ในระดับกึ่งขัดเกลาทวารจึงไม่มีปัญหา เทียบกับเฟิงซิวผู่ในตอนแล้วนางแข็งแกร่งกว่ามาก

“จี๊ด!”

อสูรหนูมองรอบสระน้ำ นักยุทธ์เหล่านี้โจมตีดอกบัวฝันหวานมากกว่าเดิมแทนที่จะวิ่งหนีไปด้วยความตื่นตระหนก จุดนี้ทำให้อสูรหนูดโกรธยิ่งขึ้น

อสูรหนูกลายเป็นเงาดำ ข้ามสระน้ำพุ่งเข้าหานักยุทธ์เหล่านั้น

“ปิดล้อม!”

เมื่อเห็นอสูรหนูเคลื่อนไหว ดวงตาของเซี่ยวหลี่หลิงก็เต็มไปด้วยความระวัง ส่งเสียงครั้งเดียว โล่แสงที่บานจากไข่มุกราตรีก็แยกออกเป็นสองส่วน โล่แสงอันหนึ่งยังคงกดข่มดอกบัวฝันหวานไว้ ส่วนโล่แสงอีกอันเข้าไปครอบอสูรหนู

อสูรหนูต้องการหลบ แต่ด้วยหลักการบางอย่าง ไม่ว่าอสูรหนูจะหลบมากแค่ไหนแต่สุดท้ายก็เข้าไปอยู่ในโล่แสงอยู่ดี

เฉินเฟยซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายร้อยหมี่หรี่ตาลง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นความมหัศจรรย์ของอาวุธวิญญาณ

ด้วยความเร็วของอสูรหนู การจับตัวมันถือเป็นเรื่องยากสำหรับนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกาย เว้นแต่จะมีหลายสิบคนล้อมมันไว้ในที่เล็กๆ

แต่ไข่มุกราตรีอันนั้นไม่มีเหตุผลเอาซะเลย บอกว่าปิดล้อมก็ปิดล้อมได้ ไม่รู้ว่ามันมีหลักการอย่างไรกันแน่

พลังจิตใจ? หรือเป็นอย่างอื่น?

ในขณะที่เฉินเฟยกำลังคิดอยู่ นักยุทธ์หลายคนที่อยู่รอบสระน้ำแยกตัวกันและเริ่มโจมตีอสูรหนู

แต่อสูรหนูรวดเร็วเกินไป แม้จะอยู่ภายในโล่แสงและมีพื้นที่หลบจำกัด แต่เมื่อมันจดจ่อกับการหลบหลีกก็สามารถหลบการโจมตีของหลายคนได้

แม้จะหลบไม่ทัน การโจมตีอสูรหนูครั้งสองครั้งจะทำให้เกิดเพียงเสียงกระทบแต่ไม่ส่งผลใดกับอสูรหนู

ผู้คนมองหน้ากันด้วยความตกตะลึง พวกเขาเข้าใจความรู้สึกของนักยุทธ์นอกสระน้ำที่ต้องเผชิญกับอสูรหนูตัวนี้แล้ว

“ไม่ต้องสนใจอสูรหนู ฆ่าดอกบัวฝันหวานก่อน!”

เซียวหลี่หลิงเห็นผลการโจมตีอสูรหนูเช่นกัน นางขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วออกคำสั่ง ตราบใดที่จบเรื่องดอกบัวฝันหวานเสร็จ ผู้คนหลายสิบคนจะได้ไปสู้กับอสูรหนูที่ติดอยู่ในนั้น ไม่ว่าอย่างไรก็ชนะอยู่ดี

“ได้!”

คนเหล่านั้นตอบรับและหันไปหาดอกบัวฝันหวาน ในเวลานี้รากดอกบัวฝันหวานไม่เพียงแต่หมดไป แต่ใบบัวส่วนใหญ่ยังได้รับความเสียหาย เกรงว่าอีกไม่นานวัตถุวิญญาณนี้คงตายอย่างสมบูรณ์

“ปังปังปัง!”

ไม่มีใครโจมตีอสูรหนูอีก แต่อสูรหนูเริ่มโจมตีโล่แสงอย่างสิ้นหวัง โล่แสงสะเทือนอย่างรุนแรงราวกับจะพังในเวลาต่อไป

สีหน้าเซียวหลี่หลิงเคร่งขรึม ความรุนแรงจากการโจมตีของอสูรหนูเกินความคาดหมายของนางไปมาก

คนนอกเห็นเพียงเซียวหลี่หลิงใช้ไข่มุกราตรีได้ตามต้องการ แต่ด้วยระดับปรับแต่งร่างกายของนาง มันไม่ง่ายเลยที่จะใช่อาวุธวิญญาณ

อาวุธวิญญาณไม่ใช่อาวุธที่นักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายควรใช้ ไม่เพียงมันมีค่าเกินไปและนักยุทธ์ปรับแต่งร่างกายไม่อาจใช้ได้ นอกจากนี้มันยังควบคุมได้ยาก ต่อให้สละอายุขัยก็ยังใช้ได้อย่างลำบาก

เซียวหลี่หลิงไม่ได้สละอายุขัย นางใช้มันได้เหมือนมือตัวเองเพราะควบคุมมันด้วยผลึกเลือด

เดิมทีไข่มุกราตรีเป็นอาวุธทางวิญญาณที่ใช้โดยสมาชิกตระกูลเซียวหลี่หลิง มันใช้โดยการเติมผลึกเลือดอันหายากและนำไปขัดเกลาเป็นพิเศษ

ผลึกเลือดหนึ่งอันมีค่าเทียบเท่าอาวุธวิญญาณหนึ่งชิ้น

การมีเงินเป็นเรื่องดี!

อาศัยการเชื่อมโยงระหว่างสายเลือดตระกูลเซียวกับไข่มุกราตรี จากนั้นให้ผู้อาวุโสตระกูลเซียวใส่ปราณหยวนเข้าไข่มุกราตรี เพียงเท่านี้เซียวหลี่หลิงก็ควบคุมไข่มุกราตรีได้แล้ว

แม้พลังหยวนในไข่มุกราตรีจะหมดลง แต่ไข่มุกราตรีสามารถดูดซับปราณหยวนจากฟ้าดินเข้ามาเติมเต็มและทำให้ใช้ต่อได้

แต่ทั้งหมดนี้มีพื้นฐานอยู่ที่พลังหยวนในไข่มุกราตรีห้ามหมดลง ไม่เช่นนั้นจะไม่อาจใช้ไข่มุกราตรีได้อีก หากต้องการใช้งาน เซียวหลี่หลิะต้องสละอายุขัยตัวเอง

ตอนนี้พลังปิดล้อมของไข่มุกราตรีถูกแบ่งเป็นสองส่วน การใช้ปราณหยวนของไข่มุกราตรีจึงเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การโจมตีของอสูรหนูที่เกินความคาดหมายของเซียวหลี่หลิงยังทำให้ต้องใช้ปราณหยวนมากขึ้น

เพื่อฆ่าดอกบัวฝันหวาน ปราณหยวนในไข่มุกราตรีจึงถูกใช้ไปมากกว่าครึ่ง หากยังล่าช้าต่อไปอีกเกรงว่าไข่มุกราตรีอาจหมดพลังก่อนจะได้ฆ่าอสูรหนู

เมื่อถึงเวลาเผชิญหน้ากับอสูรหนูอีกครั้ง เกรงว่ามันคงไม่เป็นแบบนี้

แต่โชคดีที่ดอกบัวฝันหวานกำลังจะตายแล้ว ด้วยพลังของนักยุทธ์มากมาย การฆ่าอสูรหนูไม่ควรใช้เวลามากนัก

เฉินเฟยในระยะไกลมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นในสระน้ำแล้วขมวดคิ้ว อาวุธวิญญาณอันนั้นมีประโยชน์เกินไป แม้แต่เฉินเฟยยังรู้สึกอิจฉา

“พร้อมนะ” เสียงปาข่าดังขึ้นทันใด น้ำเสียงเขาดูตื่นเต้น

เฉินเฟยสะดุ้งตกใจ เขาจับจ้องไปยังสระน้ำแทนที่จะถามเพิ่ม ทันใดนั้นคลื่นรุนแรงระเบิดมาจากดอกบัวฝันหวาน

ดอกบัวฝันหวานเริ่มทำลายตัวเองโดยไม่ส่งสัญญาณเตือนล่วงหน้า ระลอกคลื่นแผ่กระจายออกมาจากต้นกำเนิดของดอกบัวฝันหวาน ระลอกคลื่นกระแทกโล่แสง มันไม่ถูกกำจัดแต่ถูกเด้งกลับอยู่ในนั้น เพียงพริบตาในโล่แสงก็เต็มไปด้วยคลื่นพลังหนาแน่น

เซียวหลี่หลิงเปลี่ยนสีหน้า ปราณหยวนในไข่มุกราตรีลดลงจนน่าใจหาย เซียวหลี่หลิงไม่กล้าลังเลและเปิดรูบนโล่แสงเพื่อระบายคลื่นพลังด้านใน

“ฟู่ว!”

เมื่อช่องว่างเปิดขึ้น หัวของนักยุทธ์รอบสระน้ำก็ว่างเปล่า จิตใจของพวกเขาถูกกดข่มอย่างรุนแรงจนไม่อาจเคลื่อนไหวได้

ดอกบัวฝันหวานใช้ประโยชน์จากโอกาสนี้ เงาหนึ่งพุ่งออกจากโล่แสงบินออกไปอย่างบ้าคลั่ง

“แคร๊ก!”

เสียงแตกร้าวดังขึ้น โล่แสงที่ติดอยู่กับหนูปฐพีถูกโจมตีจนเกิดรอยแตก รอยแตกกำลังกระจายไปอย่างรวดเร็วราวกับโล่จะแตกในเวลาต่อไป

ปราณหยวนที่อยู่ในไข่มุกราตรีลดลงเป็นผลให้พลังของไข่มุกราตรีลดลง หนูปฐพีคว้าโอกาสนั้นไว้เช่นกัน หากหนูปฐพีหลุดออกไปได้ ด้วยสภาพของนักยุทธ์เหล่านี้มันต้องเป็นการสังหารหมู่แน่นอน

สีหย้าเย็นชาของเซียวหลี่หลิงเปลี่ยนไปทันที นางเสริมการปิดล้อมของหนูปฐพีจากนั้นโบกมือ โล่แสงหมุนอย่างรวดเร็ว ช่วงเวลาต่อมาหนูปฐพีถูกโยนออกไปไกล

เซียวหลี่หลิงไม่กล้าจับหนูปฐพีต่อ ไม่อย่างนั้นปราณหยวนในไข่มุกราตรีจะหมดลง ดังนั้นเป็นการดีกว่าที่จะโยนอสูรหนูออกไปในขณะที่มีปราณหยวนเหลืออยู่

ในขณะที่เซียวหลี่หลิงกำลังจัดการกับอสูรหนู เฉินเฟยกับปาข่าก็ไล่ตามหลังดอกบัวฝันหวานอย่างบ้าคลั่ง

ดอกบัวฝันหวานทำลายตัวเอง แต่ต้นกำเนิดของร่างกายยังคงอยู่ หากไม่ไปเอาดอกบัวฝันหวานตอนนี้แล้วจะไปตอนไหน

“ฟิ้วฟิ้วฟิ้ว!”

ทันใดนั้นมีลูกธนูหลายดอกพุ่งเข้าใส่เฉินเฟย เฉินเฟยหลบธนูไปที่ละดอก เมื่อหันไปมองก็เห็นหม่าเสวี่ยเฟยอยู่ไกลๆ

นอกจากหม่าเสวี่ยเฟยแล้วยังมีนักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในอีกหลายคน คนเหล่านี้คือคนเฝ้าระวังก่อนหน้านี้ เพราะกลัวจะโดนอสูรหนูฆ่าตายจึงหนีไปซ่อน

ตอนนี้เมื่อเห็นดอกบัวฝันหวานหนีไปเลยออกมาไล่ล่าเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าต้องการเก็บดอกบัวฝันหวานเข้ากระเป๋าตัวเอง

“ข้าขอแนะนำให้เจ้าหยุด เพราะกระบี่มันไม่มีตา!” หลิงเจียฮวาพูดกับเฉินเฟยและรีบวิ่งตามดอกบัวฝันหวานไป

เฉินเฟยไม่พูดอะไร มองไปในระยะไกล ไม่ได้มีแค่พวกหม่าเสวี่ยเฟย แต่มีคนที่ซ่อนตัวอยู่ด้วย พอเห็นโอกาสแล้วทุกฝ่ายจึงออกมาจับดอกบัวฝันหวาน

เฉินเฟยใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณ กระโดดข้ามหม่าเสวี่ยเฟยและคนอื่นไป

“ข้าบอกให้หยุด!” พอหลิงเจียฮวาเห็นเฉินเฟยกระโดดข้ามพวกเขาไปจึงเกิดความโกรธและใช้กระบี่ฟันใส่เฉินเฟย

“เคร้ง!”

โล่กระบี่กางออก เฉินเฟยใช้แรงของหลิงเจียฮวาส่งตัวเองให้ไปข้างหน้าเร็วขึ้น หลิงเจียฮวาตกใจและกำลังจะไล่ตาม แต่พบว่าเฉินเฟยอยู่ห่างออกไปเรื่อยๆ

จบบทที่ ตอนที่ 180 ทุกฝ่ายแสดงตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว