เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 173 อันตรายน้อยแต่ดูหมิ่นอย่างยิ่ง

ตอนที่ 173 อันตรายน้อยแต่ดูหมิ่นอย่างยิ่ง

ตอนที่ 173 อันตรายน้อยแต่ดูหมิ่นอย่างยิ่ง


ในป่าทึบ หนึ่งร่างใหญ่และหนึ่งร่างเล็กเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วบนยอดไม้

“ตกลงกันแล้วนะ หลังได้ผลไม้มาต้องเอาผลไม้ผสมในน้ำสมุนไพรด้วย เจ้ากับข้าแบ่งกันคนละครึ่ง ผลไม้จะไม่ใช่ของเจ้าคนเดียว” ปาข่าพูดเสียงดังใส่เฉินเฟยที่อยู่ด้านข้าง

ต้นผลแดงชาดและงูยักษ์เป็นสิ่งมีชีวิตที่อันตรายอย่างยิ่ง ปาข่าไม่ยอมเสี่ยงชีวิตเพียงเพื่ออาหารแน่นอน

เขามีเนื้อหนังหนา สัตว์อสูรธรรมดาจึงไม่อาจทะลวงการป้องกันได้ แม้บาดแผลจะไม่ลึกแต่ไม่ได้หมายความว่าปาข่าจะไร้เทียมทานในดินแดนลับ

ในดินแดนลับมีสัตว์อสูรอันตรายอยู่มากมาย ไม่ต้องพูดถึงที่ไหนไกล แค่บนภูเขาป้านผิงก็มีหลายตัวแล้วที่ฆ่าปาข่าได้

แม้สถานที่อื่นจะมีสัตว์อสูรแบบนี้อยู่น้อย แต่มันยังมีอยู่

ต้นผลแดงชาดเป็นหนึ่งในสิ่งที่ทำร้ายปาข่าจนเกิดบาดแผลสาหัส หากต่อสู้ด้วยความเป็นความตาย ปาข่ามีแนวโน้มที่จะตาย และแน่นอนว่าต้นผลแดงชาดคงไม่ดีไปกว่ากันนัก

ด้วยเหตุนี้ปาข่าจึงขอผลแดงชาดครึ่งหนึ่ง

ผลแดงชาดเป็นของดีสำหรับเฉินเฟย สำหรับปาข่าแล้วนอกจากจะเป็นอาหารอันโอชะหายากมันยังเป็นยาชูกำลังชั้นดี นั่นเป็นสาเหตุที่ปาข่าเห็นด้วยกับการทำสิ่งนี้

“เรื่องนี้ตกลงกันไว้ก่อนแล้ว” เฉินเฟยพยักหน้า

แม้จะไม่ได้รับผลแดงชาดทั้งหมด แต่เฉินเฟยมีโอกาสได้รับผลแดงชาดเพราะปาข่า ดังนั้นเฉินเฟยจึงไม่มีอะไรต้องไม่พอใจ

“เกือบถึงแล้ว หลังเจ้าล่องูไปแล้วข้าจะรีบเข้าไป”

ปาข่าหยุดเท้า หากทั้งสองเข้าไปพร้อมกันต้นผลแดงชาดจะสัมผัสได้ถึงอันตรายและไม่ยอมปล่อยงูยักษ์ออกไป

เฉินเฟยไม่พูดอะไร เพียงพยักหน้าและวิ่งต่อไปโดยไม่หยุด

หลังกินผลแดงชาดในครั้งก่อน ร่างกายเฉินเฟยมีกลิ่นของผลแดงชาดติดตัวซึ่งทำให้ไม่สามารถเข้าใกล้ต้นผลแดงชาดได้ ตอนนี้ผ่านมาสิบกว่ากันแล้ว เฉินเฟยไม่แน่ใจว่ากลิ่นอายบนตัวหายไปหรือยัง

สามลี้ สองลี้ หนึ่งลี้ เฉินเฟยอยู่บนยอดไม้และเห็นต้นผลแดงชาดจากระยะไกลซึ่งรวมถึงงูยักษ์ที่อยู่ใต้ต้นไม้

“ไม่ออกมาไล่หรือ? เพราะรู้ว่าไล่ตามไม่ทันหรือสัมผัสลมปราณไม่ได้?”

ปกติแล้วในระยะนี้งูยักษ์จะไล่ตามมา แต่วันนี้มันนิ่งเงียบมาก เฉินเฟยไม่รู้ว่าสถานการณ์เป็นอย่างไร แต่มันไม่ได้ส่งผลต่อเฉินเฟยในการเดินเข้าไปใกล้มากขึ้น

ก่อนจะถึงเวลาหนึ่งถ้วยชา เฉินเฟยมาถึงจุดที่ต้นผลแดงชาดอยู่ห่างไม่ถึงร้อยหมี่ เมื่อมาถึงจุดนี้จะมองเห็นต้นไม้และงูยักษ์ได้อย่างชัดเจน

สำหรับการมาถึงของเฉินเฟย ต้นผลแดงชาดไม่ตอบสนองใด กิ่งก้านของมันยังคงพริ้มไหวตามสายลม แต่งูยักษ์ชูหัวขึ้นมาแล้ว ดวงตาเย็นชาของมันจ้องมองเฉินเฟยอย่างตั้งใจและมีท่าทางอยากลอง

“เหลือแค่ผลเดียว ใครเป็นคนเอาไป หรืองูยักษ์กินไปแล้ว?”

เฉินเฟยมองผลไม้ลูกเดียวบนต้นผลแดงชาด ตอนนี้มันเปลี่ยนเป็นสีแดงหมดแล้ว แต่เหลืออยู่เพียงผลเดียวซึ่งทำให้เฉินเฟยค่อนข้างผิดหวัง

เขาอุตส่าห์หลอกผู้แข็งแกร่งให้มาช่วยได้ แต่ตอนนี้กลับบอกมาช้าไปครึ่งก้าวและสมบัติถูกเอาไปแล้ว แบบนี้จะทนได้ยังไง!

“ฟิ้ว!”

หยิบธนู ดึงธนู ยิง

การเคลื่อนไหวสามอย่างเสร็จสิ้นในครั้งเดียว ลูกธนูเป็นลำแสงพุ่งเข้ากระแทกหัวงูจนเกิดเสียงคมชัด

ลูกธนูเสียรูปแตกกระจายหล่นพื้น ราคาที่งูยักษ์จ่ายคือเกล็ดบนหัวปริแตกจนเผยให้เห็นเนื้องูแดงสดด้านใน

“ฟ่อออ!”

งูยักษ์สับสนจากนั้นโกรธจัดทันที นั่นมันมนุษย์ขโมยผลไม้ งูยักษ์จำลมปราณของเฉินเฟยจากครั้งก่อนได้ ตอนนี้มันกลับมาที่นี่และยังกล้าโจมตีก่อนอีก

“ตู้ม!”

เสียงงูยักษ์เลื้อยดังขึ้น ต้นไม้ใหญ่มากมายล้มลง เฉินเฟยไม่แสดงสีหน้าใดและง้างธนูยิงใส่หัวงูยักษ์อีก

เกล็ดแตกไปทีละอัน ลูกธนูต่างพุ่งเข้าหัวงูยักษ์

ตามจริงแล้วลูกธนูนี้ไม่ได้สร้างความเสียหายให้งูยักษ์มากนัก ลูกธนูเจาะเข้าเนื้อได้เพียงไม่กี่ชุ่น มันติดอยู่ที่กล้ามเนื้อและไม่อาจเจาะให้เป็นรู

มันอันตรายน้อยแต่ดูหมิ่นอย่างยิ่ง ดวงตาจ้องมองของงูยักษ์ไร้ซึ่งอารมณ์ มันเพียงต้องการกินมนุษย์คนนี้ทั้งเป็น

“ครืน!”

หัวใหญ่ของงูยักษ์โผล่ออกมาราวกับสายฟ้าและรีบวิ่งไปยังจุดที่เฉินเฟยยืนอยู่ ท่ามกลางเสียงคำราม หลุมขนาดใหญ่ปรากฏขึ้นบนพื้น งูยักษ์ก้มมอง ไม่เห็นเลือดเนื้ออยู่ในหลุมหรือปากของมัน

“ติ๊ง!”

ลูกธนูพุ่งมาจากมุมขวาบนและโจมตีไปยังตำแหน่งที่ลูกธนูก่อนหน้าอยู่ ครั้งนี้มันระเบิดเนื้องูจนเกิดรูเล็ก

งูยักษ์เงยหน้าขึ้น ลูกธนูพุ่งมาที่ตาขวาของมัน

“ติ๊ง!”

ลูกธนูแตกหัก แม้ลูกธนูจะพุ่งมาอย่างกะทันหันและห่างกันเพียงสามสิบหมี่แต่ก็ยังถูกเปลือกตางูปิดกั้นไว้ เมื่อเปรียบเทียบกับเกร็ดส่วนอีกแล้ว เปลือกตางูมีการป้องกันมากกว่าเกล็ดอื่นอย่างไม่ต้องสงสัย

ลูกธนูกระทบเกล็ดและทำให้แตกได้ แต่เมื่อกระทบกับเปลือกตา มันเกิดเพียงจุดสีขาวเล็กที่แสดงว่าโดนลูกธนูโจมตี

“ปัง!”

หัวงูยักษ์กระแทกยอดไม้อย่างแรง ต้นไม้ใหญ่ที่ต้องใช้สามคนโอบถูกทุบจนกลายเป็นเศษซาก

ท่ามกลางเศษไม้กระจัดกระจาย ร่างเฉินเฟยราวกับภูตผี เหยียบกิ่งขนาดใหญ่กลางอากาศและไปถึงหัวงูยักษ์

ช่วงเวลาต่อมาแสงกระบี่วาบผ่าน กระบี่ยาวในมือเฉินเฟยแทงเข้าหัวงูอย่างจัง แต่สุดท้ายมันถูกกะโหลกงูป้องกันไว้ทำให้ไม่อาจเจาะได้ลึกมากกว่านี้

“ฟ่อออ!”

งูยักษ์ขดตัวด้วยความเจ็บปวดและฟาดหัวลงพื้นอย่างบ้าคลั่ง ท่ามกลางเสียงคำราม ร่างเฉินเฟยวูบไหวปรากฏห่างออกไปสิบหมี่

“ระดับหนึ่งขั้นสูงสุด!”

เฉินเฟยพูดกับตัวเอง ท่ามกลางแสงสายฟ้า เฉินเฟยแสดงพลังต่อสู้ได้อย่างสมบูรณ์จนกระทั่งใช้แปดกระบี่ปิดท้ายซึ่งเป็นวิชากระบี่ที่ทรงพลังที่สุดของเขา

แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถเจาะกะโหลกงูยักษ์และฆ่าในการโจมตีครั้งเดียว

อย่างไรก็ตามตอนนี้เฉินเฟยบรรลุเป้าหมายแล้ว หากมีโอกาสจะต้องพยายามฆ่ามันให้ได้ หากฆ่าไม่ได้มันจะกลายเป็นว่าไปทำให้งูยักษ์โกรธและต้องสู้กับมันจนตายไปข้าง

งูยักษ์เกือบโดนมนุษย์ตรงหน้าฆ่าตาย มันย่อมไม่ยอมปล่อยมือจนกว่าอีกฝ่ายจะตาย

หลังจากเฉินเฟยร่อนลงพื้นได้เพียงครู่เดียวเขาก็ต้องเคลื่อนไหวอีกครั้ง จุดเดิมตรงนั้นถูกงูยักษ์ที่โกรธสุดขีดทุบจนยับเยิน

เฉินเฟยวิ่งไปไกลด้วยรอยยิ้ม แทนที่จะใช้ฝีเท้าไล่ล่าวิญญาณเต็มกำลัง เฉินเฟยควบคุมจังหวะให้มั่นคงและทำให้งูยักษ์รู้สึกว่ามันสามารถตามได้ทันหลังผ่านไปไม่กี่ก้าว

มันอยู่ห่างเพียงไม่กี่ก้าวเท่านั้น

ในเวลาเดียวกันเฉินเฟยยังคงยิงธนูเจาะหัวงูยักษ์อย่างไม่หยุดยั้ง ไม่ว่าเกล็ดและกล้ามเนื้อจะแข็งแค่ไหน พวกมันก็ไม่สามารถต้านทานการโจมตีอันไร้สิ้นสุดได้

ในเวลาไม่ถึงชั่วครู่ก็สามารถเห็นกระดูกหัวงูได้จางๆ โดยเฉพาะจุดที่โดนแปดกระบี่แทงซึ่งแย่ยิ่งกว่าจุดอื่น

ถ้าเฉินเฟยมีความอดทนมากพอบางทีเขาอาจฆ่างูยักษ์ตัวนี้ได้ และงูยักษ์จะไม่ได้กลับไปที่ต้นผลแดงชาดอีก

ลูกธนูแทบจะไม่มีผลต่องูยักษ์ กิ่งก้านของต้นผลแดงชาดก็สามารถป้องกันลูกธนูเฉินเฟยได้อย่างสมบูรณ์

หนึ่งคนหนึ่งงูวิ่งไล่ล่ากันหลายลี้ ต้นไม้ตามทางล้วนถูกงูยักษ์โค้นล่มหมด ลมปราณงูยักษ์ล็อคตัวเฉินเฟยอย่างสมบูรณ์ มันไม่สนใจสิ่งรอบตัวอีกต่อไป

ในช่วงเวลาอันสั้น กะโหลกหัวของงูยักษ์ถูกเปิดเผยมากขึ้น เฉินเฟยพยายามเปิดเผยหัวงูยักษ์ให้มากขึ้นเพื่อดูว่ามีจุดไหนที่กระดูกไม่ได้ปกปิดจะได้ยิงเข้าสมองมัน

อย่างไรก็ตามเมื่อพิจารณาจากสถานการณ์ในเวลานี้ ดูเหมือนว่ากะโหลกงูจะพัฒนาขึ้น กระดูกได้ปกป้องสมองงูยักษ์เกือบทั้งหมดทำให้เฉินเฟยมีโอกาสเพียงเล็กน้อย

“ตู้ม!”

เฉินเฟยกำลังคิดว่าจะพางูยักษ์ไปที่ไหนดี ทันใดนั้นมีเสียงดังมาจากตำแหน่งของต้นผลแดงชาด เสียงรี้ดังมากจนได้ยินชัดเจนแม้จะอยู่ไกลขนาดนี้

“การต่อสู้เริ่มขึ้นแล้ง”

เฉินเฟยอดไม่ได้ที่จะยิ้ม ไม่ว่าจะฆ่างูยักษ์ได้หรือไม่นั้นเป็นเรื่องรอง แม้เฉินเฟยจะได้เปรียบในตอนนี้และงูยักษ์ไม่อาจสัมผัสเส้นผมได้แม้แต่เส้นเดียว

แต่ถ้าต้องการฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงสุดจริง มันมีตัวแปรอีกหลายอย่าง แม้เฉินเฟยจะเก็บลูกธนูไว้ในช่องมิติมากมาย แต่เขายังใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในดินแดนลับ

มันเป็นไปไม่ได้ที่จะใช้ลูกธนูทั้งหมดเพื่อฆ่างูยักษ์ที่ไม่รู้ว่าสุดท้ายแล้วจะฆ่ามันได้ไหม

พลังชีวิตของงูนั้นแข็งแกร่งมาโดยตลอด เฉินเฟยเห็นตำแหน่งหัวของมัน เลือดเนื้อที่บาดเจ็บกำลังฟื้นฟูช้าๆ ความเร็วในการฟื้นฟูนี้ยังมากขึ้น

“ตึง!”

เสียงปะทะกันอย่างรุนแรงดังขึ้น งูยักษ์ที่กำลังไล่ตามเฉินเฟยหยุดนิ่งและมองไปยังตำแหน่งของต้นผลแดงชาด

“นี่เป็นวิธีเรียกงูยักษ์ให้กลับไปหรือเปล่า?” เฉินเฟยร่อนลงบนยอดไม้และพูดด้วยความประหลาดใจ ปรากฏว่าทั้งสองสื่อสารกันแบบนี้

งูยักษ์ดูลังเลมาก ทันใดนั้นลูกธนูสามดอกก็พุ่งเข้าใส่เปลือกตาทีละดอก ยิ่งไปกว่านั้นลูกธนูทั้งสามดอกนี้ไม่ส่งเสียง ไม่ต้านลม และมาถึงอย่างเงียบเชียบ

หากร่างกายงูยักษ์ไม่ได้พัฒนาสัญชาตญาณสัมผัสถึงอันตรายและหลับตาลงทันทีเมื่อสัมผัสได้ถึงสิ่งแปลกๆมัน ลูกธนูสามดอกนี้คงแทงลูกตาและเจาะเข้าไปในสมองของมันโดยตรง

ต่อให้งูยักษ์จะมีพลังชีวิตแข็งแกร่งและความสามารถในการฟื้นฟูสูงแค่ไหน แต่โดนแบบนี้เข้าไปรับรองว่าตายแน่นอน

เฉินเฟยยิ้ม แสงจี้หยกที่คอเขาจางลง แม้งูยักษ์จะถูกรบกวนแต่การโจมตีเมื่อครู่ยังคงล้มเหลว สิ่งนี้ค่อนข้างเกินความคาดหมายของเฉินเฟย

อย่างไรก็ตามลูกธนูสามดอกนี้ช่วยให้งูยักษ์เลือกที่จะเพิกเฉยเสียงเรียกของต้นผลแดงชาดและไล่ตามเฉินเฟยต่อ เมื่อครู่มันเกือบต้องตายแล้ว แบบนี้จะยอมปล่อยมนุษย์นี่ไปได้อย่างไร

ใบหน้าเฉินเฟยปรากฏรอยยิ้ม ร่างกายวูบไหววิ่งออกไป งูยักษ์ไล่ตามเขาอย่างบ้าคลั่งและไม่ยอมจากไป

ในเวลานี้ปาข่าซึ่งอยู่ห่างออกไปหลายลี้ได้เปลี่ยนเป็นร่างยักษ์และพุ่งเข้าไปหาต้นผลแดงชาดซึ่งอยู่ห่างกันเพียงห้าหมี่ กิ่งก้านนับไม่ถ้วนกำลังฟาดร่างกายปาข่าอย่างบ้าคลั่ง

จบบทที่ ตอนที่ 173 อันตรายน้อยแต่ดูหมิ่นอย่างยิ่ง

คัดลอกลิงก์แล้ว