เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 164 พวกมันมาแล้ว

ตอนที่ 164 พวกมันมาแล้ว

ตอนที่ 164 พวกมันมาแล้ว


“นั่นอาจไม่ใช่วิชายุทธ์”

เฉินเฟยพูดขึ้นขณะคอยสังเกต ตอนนี้นอกจากการใช้ตาเปล่าเฉินเฟยยังใช้พลังจิตใจมองด้วย

จากที่เฉินเฟยสัมผัสได้ หยูโต้วซานคนนั้นใช้พลังภายในน้อยมาก การเปลี่ยนแปลงอันแปลกประหลาดของหยูโต้วซานในเวลานี้เป็นการควบคุมเลือดเนื้อของตัวเองโดยสมบูรณ์

สิ่งนี้อาจดูเหมือนพรสวรรค์โดยกำเนิด เช่นเดียวกับต้นไม้ที่สังเคราะห์แสงและมนุษย์ต้องอาศัยการหายใจเพื่อความอยู่รอด มันเป็นสัญชาตญาณมากกว่าวิชายุทธ์

“แล้วพวกเราล่ะ?” กัวหลินซานมองเฉินเฟย

“พวกเราไปเถอะ พวกเขาหยุดไม่ได้หรอก”

สีหน้าเฉินเฟยเคร่งขรึม เมื่อครู่นี้เฉินเฟยรู้สึกว่าพลังจิตใจของเขาสั่นไหว นั่นเป็นตอนที่พลังจิตใจของหยูโต้วซานกับเฉินเฟยปะทะกัน

เมื่อเผชิญกับฟู่จ้าวซิงสภาวะสิ้นหวัง หยูโต้วซานยังคงมีพลังเผชิญหน้ากับเฉินเฟย ต้องมีความมั่นใจขนาดไหนที่ต้องทำสิ่งนี้? และผ่านไปเพียงครู่เดียวเฉินเฟยก็สัมผัสได้ถึงลมปราณของคนนับสิบจากด้านหลังเริ่มเข้ามาใกล้ เห็นได้ชัดว่าคนเหล่านั้นไล่ตามมาแล้ว

เฉินเฟยคว้าไหล่กัวหลินชาน ร่างกายวูบไหว ความคิดมากมายแล่นไปมาอยู่ในใจ

หากพวกฟู่จ้าวซิงทนไม่ไหวมันคงจะดีกว่าถ้าพวกเขาจะหนี แต่ถ้าพวกเขาหนีไม่รอด เกรงว่าหยูโต้วซานคงมาไล่ล่าเฉินเฟยเป็นรายต่อไป

“หรือมีบางสิ่งขโมยร่าง?”

ทันใดนั้นเฉินเฟยนึกถึงผู้แข็งแกร่งขัดเกลาทวารที่เจอในดินแดนลมประหลาด

แต่ระดับขัดเกลาทวารไม่สามารถเข้ามาในดินแดนลับได้และถูกแบ่งแยก เว้นแต่จะทะลวงระดับขัดเกลาทวารในดินแดนลับถึงอยู่ต่อได้อีกพักหนึ่ง

แต่หากทะลวงระดับขัดเกลาทวารได้ แล้วทำไมจึงต้องจับตัวนักยุทธ์อีก นั่นเป็นการวางเกวียนไว้หน้าม้า

“เป็นวัตถุวิญญาณกลายพันธุ์หรือสัตว์อสูรกลายพันธุ์?”

เฉินเฟยนึกถึงสิ่งที่เขาเจอในช่วงไม่ที่ผ่านมา วัตถุวิญญาณไม่บริสุทธิ์ สัตว์อสูรค่อนข้างปกติ แต่อาจเป็นไปได้ว่าเฉินเฟยยังเห็นพวกมันไม่เพียงพอ

บางทีสัตว์อสูรอาจได้รับการเปลี่ยนแปลเช่นกันจึงเกิดสถานการณ์แบบหยูโต้วซาน

อย่างน้อยตอนที่เจอหยูโต้วซานครั้งแรก ความรู้สึกที่เขามอบให้กับเฉินเฟยไม่ได้เป็นแบบนี้

“เราจะไปไหนกัน?” กัวหลินซานถามเสียงต่ำ

“หาสถานที่คนเยอะ คาดว่าต่อไปเราต้องอยู่เป็นกลุ่มแล้ว หากไม่จัดการปัญหาก่อน การเดินทางสองคนจะเป็นเรื่องอันตรายเกินไป”

เฉินเฟยคิดครู่หนึ่งแล้วพูดเสียงทุ้มลึก

การเดินทางคนเดียวมีข้อดี การอยู่เป็นกลุ่มก็มีข้อดีเช่นกัน ทุกอย่างมีข้อดีข้อเสีย ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมในขณะนั้น

“อ๊าก!”

ทันใดนั้นมีเสียงกรีดร้องโหยหวนดังมาจากด้านหลัง เสียงกรีดร้องเต็มไปด้วยความเจ็บปวดราวกับเขาถูกทรมานนับพันวิธี

เฉินเฟยกับกัวหลินซานมองหน้ากัน ฝีเท้าเฉินเฟยวูบไหว เขาสัมผัสได้ถึงสถานที่มีป้ายเหล็กรวมตัวกันและรีบเร่งไปที่นั่น

เขาหวังเพียงว่าพวกฟู่จ้าวซิงจะทนได้นานกว่านี้สักหน่อย

ในเวลาเดียวกันห่างออกไปไม่กี่ลี้ ฟู่จ้าวซิงกับศิษย์น้องสองคนที่เหมือนกับสุนัขถูกทิ้งกำลังใช้รูปแบบเผิงโบยบินอย่างบ้าคลั่ง

แม้จะฟันเป็นชิ้นๆแต่มันก็ไม่ถูกทำลายลงสำเล็กน้อย พวกฟู่จ้าวซิงพยายามใช้วิธีต่างๆแต่ไม่อาจทำได้เลย หลังจากไม่กี่คนแสดงล้มลงพวกเขาก็ถูกห่อหุ้มด้วยเลือดเนื้อ

ภาพนั้นสลักอยู่ในใจฟู่จ้าวซิงจนไม่อาจลบมันออกไปได้

“เราต้องหาคนอื่น หากไม่ฆ่าเจ้าสัตว์อสูรนี้ ทุกคนในดินแดนลับจะต้องตายหมด!”

สีหน้าฟู่จ้าวซิงย่ำแย่ เขาสัมผัสได้ถึงความผันผวนจากป้ายเหล็กและรีบไปยังสถานที่มีผู้คนจำนวนมากที่สุดในบริเวณใกล้เคียง เขาอยากไปบอกเรื่องนี้ให้ทุกคนรู้!

ไม่อย่างนั้นทุกคนจะตายกันหมดซึ่งรวมถึงตัวเขาด้วย!

ห่างออกไปหลายสิบลี้ มีกลุ่มคนกำลังทำความสะอาดสถานที่ พวกเขาเพิ่งฆ่าสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงและกำลังเก็บเกี่ยวหญ้าเพลิงสวรรค์

หญ้าเพลิงสวรรค์เป็นหนึ่งในวัสดุหลอมโอสถทะลวงทวาร แม้จะไม่ใช่วัสดุหลักแต่ค่อนข้างมีค่า ที่สำคัญกว่านั้น หญ้าเพลิงสวรรค์นี้ไม่ได้กลายพันธุ์และเป็นวัตถุวิญญาณปกติ

สำหรับกลุ่มที่มีระดับขัดเกลาอวัยวะภายในสิบคนและระดับขัดเกลาไขกระดูก ไม่มีใครได้รับบาดเจ็บจากการสังหารสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูง

“เฮ้ มีคนกำลังมาทางเรา ช่างกล้ายิ่งนัก” คนในกลุ่มพูดอย่างประหลาด

โดยปกติแล้วคนที่เดินทางคนเดียวมันจะออกห่างเมื่อสัมผัสได้ถึงจำนวนคนรอบตัว ท้ายที่สุดแล้วพวกเขาไม่เพียงแค่สู้กับสัตว์อสูรและรวบรวมวัตถุวิญญาณ หากสถานการณ์เหมาะสมป้ายเหล็กก็เป็นสิ่งต้องมีเช่นกัน

ดังนั้นเว้นแต่กลุ่มใหญ่ที่คล้ายกันจะมาขอความร่วมมือ เจ้าของป้ายเหล็กคนอื่นจะไม่สามารถหนีไปได้เมื่อเห็นพวกเขา ยิ่งไม่ต้องพูดถึงการเข้าใกล้เลย

แต่ไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ พวกเขามีกันมากมาย ต่อให้นักยุทธ์ขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดมาหาก็ไม่สามารถคุกคามพวกเขาได้ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงว่าในกลุ่มพวกเขามีขัดเกลาอวัยวะภายในสูงสุดเช่นกัน

มีเพียงระดับขัดเกลาทวารสูงสุดเท่านั้นที่สามารถสร้างกลุ่มและทำให้ผู้คนภายใต้ทำตาม

หลังจากทุกคนยุ่งเก็บสิ่งของจากสัตว์อสูรเสร็จ พวกเขาก็เห็นร่างสองร่างปรากฏห่างออกไปหลายสิบหมี่

“เฉินเฟย เป็นเจ้า!”

เจิ้งจิงอันกำลังเล่นกระบี่ในมือ เมื่อเห็นคนที่มาดวงตาเขาก็เป็นประกาย ร่างของเขาวูบไหวไปด้านหน้า

“ศิษย์พี่เจิ้ง!”

เมื่อเห็นเจิ้งจิ้งอันเฉินเฟยก็ประหลาดใจเล็กน้อย เขาคิดไม่ถึงว่าจะได้เจอคนคนนี้ที่นี่ ดังนั้นเขาจึงยกมือขึ้นทักทาย

กัวหลินซานขมวดคิ้วเล็กน้อยเมื่อเห็นเจิ้งจิ้งอัน กัวหลินซานรู้ทุกอย่างเกี่ยวกับสิ่งที่ตระกูลเจิ้งทำ

ด้วยเหตุนี้เฟิงซิวผู่จึงได้เดินทางไปเยี่ยมตระกูลเจิ้งเป็นพิเศษ หลังจากทุบตีเสร็จตระกูลเจิ้งก็ประกาศว่าพวกเขาจะปิดประตูไม่รับแขก ในฐานะตัวแทนของตระกูลเจิ้งอาจพูดได้ว่าเจิ้งจิ้งอันมีความคับข้องใจกับเฉินเฟยอย่างมาก

“แม้เราจะมาจากสำนักเดียวกัน แต่ในดินแดนลับแห่งนี้เราต้องแข่งขันกันอยู่ เจ้าสองคนจะมอบป้ายเหล็กมาหรือไม่?”

เจิ้งจิ้งอันมองเฉินเฟย จากสิ่งที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้เจิ้งจิ้งอันจึงหาโอกาสคิดบัญชีกับเฉินเฟยมาโดยตลอด น่าเสียดายที่ไม่เคยพบโอกาสนั้นเลย

พูดให้ถูกคือไม่มีโอกาสที่ยุติธรรมและซื่อสัตย์

แต่ตอนนี้อยู่ในดินแดนลับ โอกาสนี้มาถึงแล้วไม่ใช่หรือ? การต่อสู้ทั้งหมดภายในดินแดนลับอยู่ภายใต้ระดับการอนุญาตสำนัก แต่เรื่องระหว่างสำนักอื่นไม่ค่อยราบรื่นนัก ท้ายที่สุดแล้วในสำนักล้วนมีความสัมพันธ์ปนกันยุ่งเหยิงกันไปหมด

หากเอาป้ายเหล็กของเฉินเฟยมาได้ก็จะทำให้พวกเขาเสียคุณสมบัติในการเป็นศิษย์แท้จริง นี่ไม่ใช่การแก้แค้นที่ดีที่สุดหรอกหรือ!

เมื่อได้ยินคำพูดของเจิ้งจิ้งอัน ผู้คนรอบตัวเขาก็เข้ามารวมตัวกัน คนที่มารวมตัวกันไม่ได้มีเพียงศิษย์สำนักกระบี่เริ่มดวงดาวเท่านั้นแต่มีศิษย์สำนักอื่นด้วย

ในที่แห่งนี้ไม่มีใครมีป้ายเหล็กมากเกินไป

“ไม่นานมานี้ชื่อเสียงของอาจารย์เฟิงกระบี่ทิวเขามรกตโด่งดังไปทั่วสำนัก ในฐานะที่ลูกศิษย์ของอาจารย์เฟิง ศิษย์น้องกัวต้องเป็นศิษย์ยอดเยี่ยมที่เกิดจากอาจารย์มีชื่อเสียงแน่นอน ทำไมเราสองคนไม่ลองมาเทียบกันดูล่ะ?”

ทันใดนั้นมีคนเดินออกมาจากฝูงชน มองกัวหลินซานด้วยสายตายั่วยุ

เมื่อไม่นานนี้มีข่าวแพร่กระจายในสำนักว่าฐานฝึกฝนของเฟิงซิวฟู่กลับคืนสู่ระดับขัดเกลาทวารแล้ว คนปกติจะไม่ยั่วยุเขาหากพวกเขาไม่ได้อะไรทำ และหากอาจารย์ของตัวเองอยู่ในระดับขัดเกลาทวารเช่นกันก็ไม่มีอะไรต้องกังวล

โหมวหยวนชางก็เช่นกัน อาจารย์เขาจงเปิ่นหยวนอยู่ในระดับขัดเกลาทวารและเป็นผู้อาวุโสหอคุมกฏ

ตอนแรกจงเปิ่นหยวนต้องการจับเฉินเฟยส่งไปให้สำนักกระบี่เซียนเมฆาแต่ถูกอู๋กวงอิ้นหยุดไว้ ไม่รู้ว่ามีกี่คนที่มีความสุขหลังจากได้เห็นสิ่งนี้ ท้ายที่สุดแล้วหลายคนรู้ว่าจงเปิ่นหยวนเอนเอียงไปทางสำนักกระบี่เซียนเมฆามากกว่า

ในฐานะลูกศิษย์ของจงเปิ่นหยวน เมื่อมีโอกาสโหมวหยวนชางย่อมต้องการระบายความโกรธให้อาจารย์ หากไม่ใช่เพราะเฉินเฟยอยู่ในระดับไขกระดูกซึ่งต่ำกว่าตัวเองโหมวหยวนชางก็อยากสู้กับเฉินเฟยจริงๆ

“ข้ากลัวว่าเจ้าจะแพ้มากกว่า!”

กัวหลินซานเลิกคิ้วพูดอย่างเย็นชา

ในฐานะที่โหมวหยวนชางเป็นศิษย์ของผู้อาวุโสหอคมกฎ อาจพูดได้ตอนอยู่ในสำนักโหมวหยวนชางค่อนข้างอวดดี ท้ายที่สุดแล้วหอคุมกฎเองก็ตกเป็นสถานที่ใช้ประโยชน์เช่นกัน คนส่วนมากจึงไม่กล้าเผชิญหน้ากับโหมวหยวนชาง

“ดีมาก ข้ารอคำนี้ของเจ้าอยู่เลย!”

โหมวหยวนชางหัวเราะเสียงดังแล้วพูด “แต่สู้กันอย่างเดียวน่าเบื่อเกินไป มาพนันกันด้วยป้ายเหล็กนี้ที่เจ้ามีดีหรือไม่?”

ขณะที่กัวหลินซานกำลังจะพูด เฉินเฟยก็หยุดกัวหลินซานและเงยหน้าเจียวเซี่ยงหยวนที่อยู่ข้างหลัง

ก่อนหน้านี้เจี่ยวเซี่ยงหยวนก็พบกับเฉินเฟยมาแล้ว แต่เจียวเซี่ยงหยวนไม่ได้พูดอะไรและปล่อยให้คนอื่นโจมตีเฉินเฟย

ในตอนแรกเจียวเซี่ยงหยวนชื่นชมเฉินเฟยเพราะเรื่องดอกบัวฝันหวาน แต่มันเป็นเพียงความชื่อชมเท่านั้น ก่อนหน้านี้ เฉินเฟยปฏิเสธคำเชิญสองครั้งซึ่งทำให้เจียวเซียงหยวนค่อนข้างอึดอัด

ตอนนี้กลุ่มของเจียวเซี่ยงหยวนใหญ่ขึ้นแล้ว มีเฉินเฟยเพิ่มมาคนหนึ่งก็ถือว่าไม่มาก ต่อให้มีเฉินเฟยน้อยลงไปคนหนึ่งก็ไม่น้อย เป็นธรรมดาที่ไม่จำเป็นต้องใส่ใจความรู้สึกของเฉินเฟย

ดังนั้นเจียวเซี่ยงหยวนจึงรอให้เฉินเฟยพูดก่อน เพราะเขารู้ว่าเฉินเฟยต้องมีเหตุผลในการมาที่นี่

“ในดินแดนลับอาจมีสัตว์อสูรที่ยึดครองร่างนักยุทธ์ได้ ตอนนี้มันกำลังตามล่าฆ่าคนอยู่” เฉินเฟยพูดอย่างใจเย็น

“สัตว์อสูรยึดครองร่างได้หรือ? เฉินเฟย เจ้ากำลังพูดเรื่องไร้สาระอะไร? ด้วยภูมิปัญญาของสัตว์อสูรมันจะเอาร่างกายของพวกเรานักยุทธ์ไปได้อย่างไร เจ้ากำลังถูกผู้อื่นไล่ล่าเลยต้องการเข้าร่วมกับเรามากกว่า เจ้าหาข้อแก้ตัวที่ดีกว่านี้ไม่ได้หรือ?”

เจิ้งจิ้งอันพูดเหน็บแนม คนอื่นมีรอยยิ้มที่คล้ายกันหลังจากได้ยินคำพูดของเฉินเฟย

ภูมิปัญญาของสัตว์อสูรนั้นต่ำอยู่เสมอ อย่างน้อยก็สำหรับสัตว์อสูรระดับหนึ่ง แม้แต่ภูมิปัญญาของสัตว์อสูรระดับหนึ่งขั้นสูงก็ไม่ได้สูงขึ้นมากนัก

หากพูดถึงสัตว์อสูรยึดร่าง ถ้าบอกว่ามีสัตว์อสูรระดับสองปรากฏขึ้นในดินแดนลับมันจะดูน่าเชื่อมากกว่า ท้ายที่สุดแล้วดินแดนลับได้เปลี่ยนไป มันไม่ใช่เรื่องยอมรับไม่ได้ที่สัตว์อสูรจะทะลวงระดับ

แต่การบอกว่าสัตว์อสูรเข้าครอบครองร่างกายได้ถือเป็นการพูดเกินจริง

เจียวเซี่ยงหยวนไม่ยิ้มและขมวดคิ้วเล็กน้อย

หลังประสบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับดอกบัวฝันหวาน เจียวเซี่ยงหยวนจึงรู้ว่าดินแดนลับนี้กลายเป็นสถานที่ที่แปลกประหลาด และเฉินเฟยไม่จำเป็นต้องหาคำโกหกที่จะถูกเปิดเผยทันทีที่ได้ยิน

“เจ้าเห็นสัตวอสูรแย่งร่างนักยุทธ์ที่ไหน?” เจียวเซี่ยงหยวนพูดเสียงทุ้ม

เจิ้งจิ้งอันต้องการเยาะเย้ยเฉินเฟย แต่เมื่อเขาเห็นเจียวเซี่ยงหยวนพูดเขาจึงปิดปากลง ในกลุ่มนี้เจียวเซี่ยงหยวนคือผู้นำตัวจริง

ขณะที่เฉินเฟยกำลังจะพูด ทันใดนั้นเจาก็รู้สึกถึงป้ายเหล็กมาจากระยะไกล ครู่ต่อมาฟู่จ้าวซิงก็มาอยู่ต่อหน้าทุกคน แต่ตอนนี้ทั้งหมดเหลือเพียงสามคนเท่านั้น

เจียวเซี่ยงหยวนขมวดคิ้วมองดูทั้งสาม วิธีใดกันที่ปกปิดความผันผวนของป้ายเหล็กได้ พวกเขาไม่รู้ตัวเลยจนกระทั่งอีกฝ่ายเข้ามาใกล้

“สัตว์อสูรกำลังไล่ตามเรามา หากหยุดมันไม่ได้เราจะตายกันหมด!”

ฟู่จ้าวซิงมองทุกคนด้วยสีหน้าตื่นตระหนก ความรู้สึกถูกล็อคตัวเกิดขึ้นอีกครั้ง สัตว์อสูรยังไม่ยอมปล่อยพวกเขาไป

จบบทที่ ตอนที่ 164 พวกมันมาแล้ว

คัดลอกลิงก์แล้ว